สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน อวดอุตริมนุสธรรมให้ทำได้ไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.06 KB
วันที่แก้ไข3 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน อวดอุตริมนุสธรรมให้ทำได้ไหม _Mongkol Nath · พระสงฆ์ห้ามพูดอุตริมนุษย์แก่อุปสัมบัน พ่อครูว่า..แค่นี้ก็พลาดแล้วพระสงฆ์ไม่มีห้ามอวดกับอุปสัมบัน มีแต่ห้ามอวดกับอนุปสัมบัน อาตมาแปลอนุปสัมบันคือผู้ไม่มีภูมิพอไม่เดียงสาจะรู้เรื่องได้ พูดไปเสียของไม่ดี ต้องพูดกับผู้ที่คุยรู้เรื่องได้ เป็นอุปสัมบัน แต่เขาก็แปลอุปสัมบัน คือผู้ที่บวชเป็นพระครองจีวรห่มเหลืองแล้ว แต่ฆราวาสคืออนุปสัมบัน ก็เข้าใจคนละเรื่องกับอาตมาแล้ว อาตมาก็เข้าใจก็แล้วกันว่าคุณคงประสงค์ว่าห้ามอวดอุตตริมนุสสธรรม กับอนุปสัมบัน (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ขอยืนยันว่าผิดอีก ถ้าสงฆ์จะพูดกับอุปสัมบันได้หมด คือผู้ที่มีภูมิรู้กันได้ แต่พระสงฆ์มีเงื่อนไขวินัย ไม่เอาวินัยไปใช้กับฆราวาส แต่พระสงฆ์มีรูปธรรมต้องถือวินัยข้อนี้ ไม่เช่นนั้นจะรักษาสถานะของศาสนาพุทธไม่ได้ พระสงฆ์ถ้าไม่มีวินัยเลยไม่ได้ ก็ขอยืนยันว่า พระสงฆ์อวดอุตตริมนุสสธรรมได้ ไปอ่านโลหิจสูตร ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 ที่ว่า โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ 2 คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 358) ในพระสูตรนี้ไม่ได้พูดถึง อนุปสัมบันหรืออุปสัมบันด้วยซ้ำ แค่ถ้าผู้ใดมีความเห็นว่าไม่ควรบอกผู้อื่น ก็มีคติไปเป็นเดรัจฉานหรือสัตว์นรก ไปทบทวนให้ดี แล้วยังมีเงื่อนไขว่าถ้าจะบอกก็ควรมีเงื่อนไขบ้าง ถ้าเป็นสมณะภิกษุท่านมีหลักอยู่ แต่ถ้าเป็นฆราวาสไม่มีเงื่อนไขนี้ เพราะว่าฆราวาสไม่ถือพ

อ่านต่อ

ระวินัย อย่างนี้เป็นต้น เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องของการทำให้ศาสนากลายเป็นศาสนาเดา ว่าผู้บวชแล้ว เมื่อเป็นผู้บรรลุแล้วไม่ควรจะบอกใคร บอกไม่ได้ก็เลยเดากัน เพราะความเข้าใจผิดกันตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ เลยกลายเป็นอาริยะ เดาหมด ไม่เป็นอาริยะที่ทุกคนประกาศได้ บอกตัวเองได้ยืนยันได้ มีหลักการประกาศไม่ได้เลย เพราะเมื่อไม่บอกก็ต้องพูดหลักการ ขยายความ อาจจะพูดได้บ้างสำหรับผู้ฉลาด สรุปแล้วเลยเป็นศาสนา ที่งมคลำเดา ต่างคนต่างประพฤติเอาก็แล้วกัน ถ้าจะพูดโดยรวมก็เพราะว่า มันกั้นคนชั่วได้ดีมาก บรรลุแล้วอย่าบอกใคร แต่ไปกั้นความดีที่ใช้ไม่ได้เลย ถ้ากั้นคนชั่วก็กันได้ดีมาก แต่ไปเสียที่ไปกันคนดีด้วย เลยไม่รู้ว่าคนไหนดีจริงๆ ก็เลยกลายเป็นเดาเลอะไปหมด 601201_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชธานีฯ คนจนที่โลกต้องการเป็นเช่นไร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน