สัปปายะ 4 มีในสังคมสาราณียธรรมชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สัปปายะ 4 มีในสังคมสาราณียธรรมชาวอโศก พ่อครูว่า...เจริญธรรมทุกๆคน วันนี้วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 แรม 1 ค่ำเดือน 8 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก เราก็มาฟังธรรมกันอีก ชีวิตพวกเราดีจริงๆ ไม่ใช่พูดเล่นๆ ไม่ใช่พูดโดยไม่มีเหตุปัจจัย แต่มีเหตุปัจจัยมีความจริงยืนยันทุกวัน นอกจากผู้ใดจะหลบหนีไป ไม่มา มีทุกวันนอกจากวันที่เกิดเหตุการณ์พิเศษจริงๆ ที่เราต้องไปทำงานอื่น ถ้าไม่ทำงานอื่น กิจวัตรประจำวันเราในเวลาเช้าก็ดี เย็นก็ดี ทั้งเช้าทั้งเย็น เราได้ฟังธรรมกันทุกๆวัน เป็นชีวิตที่โชคดีของมนุษย์ ในมงคล 38 ก็ยืนยันข้อหนึ่งคือได้ฟังธรรมได้เสวนาธรรม คนเราทุกวันนี้นึกดูง่ายๆเถอะ คนในสังคมข้างนอก เขาไม่ได้ฟังธรรมกันเหมือนอย่างชาวอโศก โชคดีที่มีวัฒนธรรมมีกิจวัตรประพฤติปฏิบัติกันมา อาตมามาทางธรรมะมาทางศาสนาได้พาทำมาตลอด มีวันยกเว้นที่ติดธุระพิเศษอย่างที่กล่าวแล้ว นอกนั้นก็ต้องมาฟังธรรมทั้งนั้น การที่จะรู้อะไรต่ออะไรขึ้นมา มันจะต้องได้ฟัง ปัญญาข้อ 1 ข้อ 2 ในปัญญา 8 ต้องได้ฟัง ได้ฟังจากพระพุทธเจ้าได้ฟังจากสัตบุรุษ ข้อที่ 1 ส่วนข้อที่ 2 ฟังแล้วฟังอีก ฟังมาแล้วก็ไต่ถาม ฟังแล้วฟังอีกไต่ถามแล้วไต่ถามอีก คนเราจะรู้ได้ด้วยการสื่อทางคำพูดนี้แหละดีที่สุด สื่อทางภาษาใบ้ก็ยาก เดี๋ยวนี้ไม่พูดถ้าจะรู้ไม่ฟังไปกดเอา กดเอาทางอากาศ ก็เป็นการสื่อภาษา การกำหนดคำ การกำหนดความกำหนดลักษณะ ที่จะบอกมันจะสื่อให้เรารู้ให้เราเข้าใจว่าอะไรคืออะไร แล้วเราก็ได้รู้กัน โดยเฉพาะยิ่งสื่อไปรู้ถึงนามธรรม เป็นลักษณะของ มันเป็นลมๆแล้งๆไม่เป็นรูปธรรม ไม่มีมหาภูตรูป ยิ่งทำให้เรารู้ได้ยากแต่เราก็สามารถรู้กันได้ ศาสนาพุทธยอดเยี่ยมตรงนี้แหละ ตรงที่สามารถที่จะไปรู้อาการ ลิงค นิมิต อุเทส คำว่าอุเทส คือชี้แจงสู่กันฟังแล้วเราก็ได้รู้กันด้ว
อ่านต่อ
ย อาการ ลิงค นิมิต อุเทส มีอาการ ฟังแล้วเข้าใจความหมายแล้วจับอาการในจิตตัวเอง จับนิมิตในจิตตัวเอง อ๋อ อันนี้ต่างจากอันนี้ อาการนี้ต่างจากอาการนี้ ตั้งแต่อาการในอาการของจิตเจตสิกเอง อาการที่มาเกี่ยวข้องกัน ปรุงแต่งกัน จนมันเกี่ยวข้องกับข้างนอกสัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย แล้วไปเป็นอาการในจิตที่เรียกว่าสังขาร แล้วเราก็สามารถรู้แยกแยะได้ แยกอาการของเราที่มันเกี่ยวข้องกัน อยู่ด้วยกันอย่างไร อยู่ด้วยกันอย่างผูกพัน หรืออยู่ด้วยกันอย่างทะเลาะกัน เป็นต้น พวกเราชาวอโศกอาตมาได้อธิบายเอาธรรมะพระพุทธเจ้าเท่าที่อาตมามี เท่าที่อาตมารู้เอามาแสดง อุเทส แสดงนิเทศ อุเทสคืออธิบายยาวๆ ส่วนนิเทศคืออธิบายสั้นๆ พวกเราจึงเป็นผู้ที่เกิดในดินแดนอันเป็นสัปปายะ มีบุคคล มีอาหาร มีเครื่องอาศัยต่างๆ มีธรรมะ ที่บริบูรณ์ด้วยสัปปายะ 4 นี่เป็นสิ่งที่เจริญพร้อมแล้ว สัปปายะ 4 มีสถานที่ มีบุคคลแล้วเราก็อยู่ในสถานที่นี้ มีบุคคลและก็มีการสื่อกัน ไม่ใช่แต่นั่งฟังธรรมเท่านี้ แม้แต่เวลาอยู่ด้วยกันกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม กระทบกันไปกระทบกันมา ก็มีการรู้กัน นัยๆ โดยปฏิภาณปัญญาสื่อกัน บอกกันในทีหรือตรงๆสอนธรรมะหรืออื่นๆ ทำงานกันไปก็สอนธรรมะกันไป บางคนก็ช่างสอนจนคนข้างๆรำคาญอะไรอย่างนี้ ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย อลุ้มอล่วยกันไป มีประโยชน์แก่กันและกันติงกันเตือนกันจนกระทั่งบางทีก็ไม่ถึงทะเลาะกัน เป็นแต่เพียงสร้างความรำคาญกัน พวกเรามี อวิวาทะ เป็นอยู่ชัดเจนตาม สาราณียธรรม 6 ที่มี สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ นี่เป็นคำยืนยันว่าคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร มีพุทธพจน์ 7 ก็สื่อยืนยันความจริงว่ามันเป็นสังคมดีสังคมเจริญ สังคมสงบ สังคมที่ประเสริฐ สังคมของคนเจริญ คนประเสริฐ คนอริยะที่แท้จริง จนกระทั่งเรามี สาราณียธรรม 6 นอกจากรายละเอียดของจิตเจตสิกต่างๆแล้วเรายังมีสภาพของกรรม กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีเมตตา เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีสาธารณโภคี ต่างคนต่างอยู่ร่วมกันแล้วทำงานมีผลผลิต ได้ผลประโยชน์ได้สิ่งที่เกิดเอามารวมกันกินใช้ร่วมกัน ลาภธัมมิกา ไม่แบ่งแยกไปเป็นส่วนตัวส่วนตนอะไร เผื่อแผ่ร่วมกัน กินร่วมกันใช้เป็นกงสี ใหญ่ ทั้งหมู่บ้านทั้งชาวอโศก ที่อยู่ต่างจังหวัด ต่างถิ่น ต่างที่ก็ถือเป็น สาธารณโภคี เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่จริงๆ ถึงขั้น สาธารณโภคี อาตมาภูมิใจมากๆ ว่ายุคนี้นะ ที่ดีใจมากเพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดได้จริงเป็นจริง ในยุคพระพุทธเจ้าเกิดได้แต่ในวงการสงฆ์ พูดมาหลายๆทีมากมาย ยืนยันย้ำเหตุปัจจัยให้ฟังแล้ว มันเป็นข้อจำกัด ในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยุคทาส ยุคคนยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนอะไรต่างๆ มันเป็นข้อจำกัดทำให้ทำไม่ได้ แต่ยุคนี้ไม่ใช่หรอก ต้องทำได้แล้วก็เป็นจริงยืนยัน ทำให้คนได้อาศัยเป็นอยู่สุขกัน อย่างที่พวกเรา ผู้ใดเห็นดีเห็นงามแล้วมาเลยมาอยู่ที่นี่ แล้วก็อยู่กันไปจนกระทั่งตายจากกัน เยอะ 40-50 กว่าปีมานี้ แล้วยังจะมีต่อไปอีกสำหรับผู้ที่มีดวงตารู้และก็เห็นดีเห็นงามก็มา บางคนเห็นดีเห็นงามนะแต่วิบาก มันมาไม่ได้ก็น่าเห็นใจ ไม่รู้จะทำยังไง 660703 สังคมอโศกคือสังคมสาราณียธรรมที่มีสภาวะจริง รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #28 ราชธานีอโศก