สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน ปล่อยวางใจด้วยญาณ 16.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.54 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน ปล่อยวางใจด้วยญาณ 16 _ด.ญ.สุดคำฟ้า...หนูไม่รู้จักวิธีการปล่อยวาง หลวงปู่ช่วยบอกด้วยค่ะ พ่อครูว่า...ผู้ใหญ่ใครรู้จักวิธีปล่อยวางบ้างยกมืออธิบายให้เด็กคนนี้ฟังหน่อยเร็ว … ผู้ใหญ่ยังไม่ยกมือตอบเลย...แสดงว่ายังไม่มั่นใจ ยังไม่สามารถอธิบายว่าปล่อยวางทำอย่างไร ก็อย่าไปห่วงอย่าไปหนักใจอะไรเลยปล่อยวางคืออะไร ขนาดผู้ใหญ่เรียนมาจนกระทั่งแก่ จวนจะตายแล้ว พูดนี้ไม่ได้แช่งนะ พูดไปตามเนื้อแท้เนื้อหา เอาตอบบ้าง การปล่อยวางนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ปล่อยวางอย่างเป็นวิชาการก่อน เราจะต้องเรียนรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน เรียนรู้จิตในจิตให้เป็น แยกจิตออกชัด จนกระทั่งสามารถที่จะ วิเคราะห์วิจัยจิตนั้นได้ แยกแยะได้ เรียกด้วยภาษาว่าเป็นวิปัสสนา คือแยกแยะแจกแจงจิตเรา โดยเฉพาะจะต้องสามารถรู้ตัวประเด็นจิตของเราที่จะปฏิบัติ ก็คือ เวทนา เป็นจุดสำคัญเลย อาการของจิตที่เป็นเวทนาเป็นอาการของความรู้สึก แล้วมันจะมีกิเลสอยู่กับความรู้สึกอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นถ้าจับอาการเวทนาได้ก็จะเรียนรู้ได้ ท่านแจกเป็นเวทนา 108 เรียนรู้ มันมีการปรุงแต่งและเกิดกิเลสอย่างไร แล้วจะวางอย่างไร จะวางอย่างไร ก็ต้องมีปัญญาเป็นตัวทำให้วางได้ ไปกดข่มไม่ใช่วางได้ เมื่อสามารถรู้กิเลสแล้วจะเกิดปัญญาชำระ ปัญญาจะฉลาดรู้ว่า มันเป็นความไม่เที่ยงมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ เราจะไปเอามันไว้ทำไม ญาณตัวนี้ท่านเรียกว่ามุลจิตตุกัมมญตาญาณ เป็นวิปัสสนาญาณที่ท่านรวบรวมมาเป็นญาณ 16 ญาณตัวนี้อยู่ในวิปัสสนาญาณ 9 แต่เป็นตัวที่ 12 ของ ญาณ 16 มุลจิตตุกัมมญตาญาณ แปลว่าปล่อยวาง เราจะวางได้จริงต้องศึกษาจิตในจิต แล้วจะมีปัญญาตั้งแต่ ภังคญาณ มันเสื่อมไป แล้วมันก็พยายามทำอย่างนี้มากขึ้น 4. (1)อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นความ

อ่านต่อ

เกิดกิเลส -เห็นความเสื่อมไปของกิเลส ชาติ ชรา มรณะ สุข-ทุกข์เวทนาต่างๆ ไม่มีอะไรอยู่กับเรานิรันดร คนที่เกิดความฉลาดด้วยปัญญา เพราะเราไปยึดถือสิ่งที่ไม่เที่ยง เราไปยึดของที่เปล่าไม่มีตัวตน ไม่มีใครโง่เท่านี้หรอก คนที่ไปยึดถืออย่างนี้นั้นโง่จริงๆเลย โง่อย่างแท้ๆเลย ไปยึดเอาความไม่เที่ยงแท้ ไม่อยู่กับร่องรอย และมันเป็นเหตุที่ทำให้เราทุกข์ เมื่อยึดถือเข้าก็เป็นทุกข์ มันไม่มีจริง จริงๆแล้วมันไม่เที่ยง แล้วเราก็อาศัยใช้ในปัจจุบัน ปัจจุบันมันมีนิดเดียว อาศัยแล้วก็พอจบ 5. (2)ภังคานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นความสลายไปของสังขารธรรม-ตัณหาปรุงแต่งทั้งหลาย . 6. (3)ภยตูปัฏฐานญาณ ญาณอันเพ่งเห็น กิเลสสังขาร เป็นภัยอันน่ากลัว.. เพราะล้วนแต่ต้องสลายไป

7. (4)อาทีนวานุปัสสนาญาณ ญาณอันคำนึงเห็นโทษ . ต่อเนื่องมาจากการเห็นภัย 8. (5)นิพพิทานุปัสสนาญาณ ญาณเห็นความน่าเบื่อ-หน่ายในกิเลส เพราะสำนึกเห็นทั้งโทษและภัย . . 9. (6)มุญจิตุกัมยตาญาณ ญาณรู้เห็นการเปลื้องปล่อยไปเสียจากโทษ-ภัยเหล่านั้น .(อตัมมยตา) . ปัญญานี้เป็นตัววาง เราจะบอกวางๆๆพล่อยๆตื้น ไม่ได้ มันต้องมีจิตตัวปัญญาตัวฉลาดรู้จริงๆ แล้วต้องรู้จริงๆถึงจะวาง จึงจะเป็นรายละเอียดดูว่าวางด้วยปัญญา จะเห็นด้วยวิมุตติญาณทัศนะ มีญาณทัศนะความเฉลียวฉลาด รู้วิมุตติญาณทัสสนะเป็นตัวสำหรับว่าเราทำถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นทำอย่างนี้ได้ จงทำแต่อย่างนี้ มันก็จะเกิดความสำทับย้ำลงไป แล้วก็จะชำนาญบรรลุสูงสุดเป็นอัตโนมัติเป็นเอง 610806_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ตอนที่ 3

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน