สื่อธรรมะพ่อครู(มูลสูตร 10) ตอน ทำอย่างไรถึงเป็นคนอมตะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.76 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(มูลสูตร 10) ตอน ทำอย่างไรถึงเป็นคนอมตะ _อยากรู้ว่าทำไมเกิดมาแล้วต้องแก่เจ็บตายด้วย เป็นอมตะไม่ได้หรือคะ พ่อครูว่า...ที่เป็นแบบนี้มันเป็นสัจธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเกิดแก่เจ็บตายก็เป็นสัจธรรม ประเด็นที่ถามมา เป็นอมตะไม่ได้หรือ แสดงว่าเข้าใจว่าอมตะคืออะไร ความเป็นอมตะคือผู้ที่ทำเกิดทำตายได้แล้วจะเกิดก็ได้จะตายก็ได้ เป็นข้อที่ 9 ในมูลสูตร อมตะนี้ผ่านวิมุติที่เป็นสาระเป็นแก่นสาร เป็นจุดสำคัญที่เราทำให้เกิด เมื่อมีวิมุตก็เป็นผู้บรรลุธรรมในอมตะก็เหลือแต่ว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสานหรือไม่เป็นข้อที่ 10 ในมูลสูตร ถ้าคุณรู้ 10 ข้อนี้เป็นหลักใหญ่ในการปฏิบัติธรรมก็จะมี 1. มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) . . 2. มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) . . . . 3. มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) . . . 4. มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) . 5. มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) . . . 6. มีสติ เป็นใหญ่ (อธิปไตย = พลังอำนาจ) . . . . 7. มีปัญญา เป็นยิ่ง (อุตระ = เหนือ) . กัปตันรู้ยิ่งยอด 8. มีวิมุติ เป็นแก่น (สาระ) . หลุดพ้นสุดยอดที่จะรู้ยิ่ง 9. มีอมตะ เป็นที่หยั่งลง (โอคธา). = สอุปาทิเสสนิพพาน. 10. มีนิพพาน เป็นที่สุด (ปริโยสาน) = อนุปาทิเสสนิพพาน (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 58) มูลสูตร 10 นี้ เอามาปฏิบัติ 1 คุณจะต้องยินดีในการปฏิบัติ เป็นมูลกาเลย เป็นเค้า อาตมาถึงไม่ได้ไปหลอกล่อหว่านล้อม ไม่ได้ชักจูงใครมา คุณมาด้วยฉันทะเป็นมูล มาด้วยการรู้ว่าที่นี่ หมู่บ้านในชุมชนนี้ เขามีอะไรกัน ถามแม่สุวรรณเขาบอกว่ามีรำวง โอ๊ดีนี่ รำวงแบบนี้ดีนี่ เขามาปฏิบัติธรรมกันแบบนี้เป็นโลกุตระ อาตมาถึงไม่ไปเอาคนสะเปะสะปะมา ใครจะมาก็ด้วยอิสระเสรีภาพ เห็นว่าที่นี่เขามีอะไรกัน เป็นรำวงโลกุตระ เป็นเรื่องอ

อ่านต่อ

ยู่ด้วยกันสังเคราะห์สังขารกันแล้วเรียนรู้จิตในจิตอย่างมีปัญญา คนที่มาที่นี่มีปัญญาทุกคน อาตมาถือว่าไม่ได้หว่านล้อม ไม่ได้หาพรรคพวก แสดงธรรมออกไปเมื่อคุณสัมผัสแล้วรู้ว่าที่นี่ใช่ ที่นี่ใช่พูดอย่างนี้ใช่ ก็จะมา คนที่มีฉันทะเป็นมูลก็จะมา อาตมาก็จะได้สอน มนสิการ เป็นแดนเกิดคือการทำใจในใจ แล้วทำให้โยนิโส แปลว่าการทำให้ถ่องแท้แยบคายลงให้ถึงที่เกิด (สัมภวะ) ถึงหทยรูป รู้จักรูป 28 ปฏิบัติจนสามารถทำให้เกิดผลบรรลุธรรมได้ แล้วปฏิบัติต่ออย่างไร ปฏิบัติ ทำใจในใจจะต้องมีผัสสะเป็นเหตุ(สมุทัย) เป็นเหตุของการปฏิบัติ ถ้าเป็นสมุทัยของอริยสัจคือ ตัณหาคือเหตุ แต่สมุทัยของการปฏิบัติคือผัสสะ การไปหลับตาปฏิบัติเป็นการปฏิบัตินอกเขตเทศบาลศาสนาพุทธ พวกนั่งหลับตาคือพวกโมฆะจากศาสนาพุทธทั้งสิ้น ขาดการมีผัสสะเป็นเหตุในการปฏิบัติจะมนสิการไม่ได้ จะไม่มีเวทนา มาพิจารณาเวทนา 108 เป็นตัวที่จะปฏิบัติทุกข์สุข หัวใจของศาสนาพุทธคือการดับทุกข์ หากคนไม่รู้จักเวทนา ความทุกข์ความสุขไม่ได้อยู่ที่เจตสิกตัวไหนนอกจากเวทนา หากไม่เรียนรู้เวทนาที่เป็นตัวเกิดสุขทุกข์จะไปดับทุกข์ได้ที่ไหน การไปมีกรรมฐานนั่งหลับตาสะกดจิตมันไม่ได้มีวิจัยวิจารณ์ไม่มีวิปัสสนา ไม่มีการผัสสะ ก็จะไม่รู้ตัวจริงอย่างแม่นชัดว่านี้ตัวจริงตัวเหตุตัวทำให้ทุกข์ เวทนา คุณจึงต้องมาเหตุที่มาผสมปรุงแต่ง แล้วก็ฆ่าตัวเหตุแห่งอริยสัจคือตัณหาอุปาทาน ประหารมันทำให้ตัวนี้มันหมดอาการหมดพฤติกรรมในจิตเราก็เป็นพระอรหันต์ สรุป การเกิดมาต้องแก่เจ็บตายก็เป็นเรื่องธรรมดาของสังขารร่างกาย แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนคือจิตที่มันเกิดแก่เจ็บตาย ผู้สามารถเป็นอมตะบุคคลจิตนั้นไม่เกิดแก่เจ็บตาย จิตผ่องใสแข็งแรงถาวรเป็นอุเบกขา 5 เป็นจิตบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อยู่ตลอดนิรันดรเลย ขออภัย อย่างหลวงปู่ จิตเป็น ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา การแสดงธรรมนี้ มุทุภูตธาตุนะ แคล่วคล่องว่องไว เวทนาสัญญาสังขาร เป็น กายปาคุญญตา ไม่ใช่มานั่งอืด ทุกวันนี้อธิบายศาสนาผิดก็เลยผิดเพี้ยนจากสัจธรรม หลวงปู่นี้เป็นอรหันต์ไม่ใช่ธรรมดา เป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 คนก็เข้าใจสำเนียงภาษาที่อาตมาเอามาพูด หาว่าการแสดงอาการท่าทางอย่างนี้ไม่ใช่พระอรหันต์ อรหันต์จะต้องไม่ยุกยิก นี่แหละเป็นคนที่มี กายปาคุญญตา กายกัมมัญญตาแท้ๆ ผู้ที่มีอุเบกขา 5 มุทุภูตธาตุ มีจิตที่จะให้แรงจะให้เบาจะให้เร็วจะให้ช้าจะให้ไปทางไหนก็ทำได้หมด เป็นสิริมหามายา เป็นผู้ที่ให้กำเนิด เป็นมารดา คือมารดาของพุทธธรรม ถ้าเป็นตัวตนบุคคลก็เป็นแม่ของพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นสิริมหามายา ก็เป็นยอดแห่งพุทธธรรม ทำให้เกิดให้ดับ สอนเกิดสอนดับ ให้เป็นคนเรียนรู้และทำให้เกิดและดับได้ มาเป็นลูกพระพุทธเจ้า หรือใครเป็นพระพุทธเจ้าเพราะมีแม่ชื่อสิริมหามายา อาตมาอธิบายธรรมะต่างๆพวกนี้แล้ว อาตมายืนยันว่าไม่ได้มั่ว อธิบายสัจธรรมอย่างละเอียดลออชัดเจน ไม่มีใครไม่มีคนที่จะอธิบายอย่างอาตมา แคล่วคล่องว่องไว เอาภาษามาขยายความอย่างนี้มันมีอัตโนมัติเร็วไวของ มุทุภูตธาตุ ซึ่งจิตอาตมาอุเบกขา ปริสุทธา คือจิตที่บริสุทธิ์แม้จะกระทบสัมผัส ทำงานอย่างไรก็ยังผุดผ่องอย่างเดิมเรียกว่า ปริโยทาตาเพราะมีแกนจิต มุทุ แปลว่าจิตหัวอ่อน จะให้เป็นศรัทธาในปัญญาก็เร็วไวปรับตัวได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นจึงทำงานอย่าง กัมมัญญา แสดงกายกรรมวจีกรรมได้อย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว มีประโยชน์คุณค่าเหมาะสมกับการงาน ทำเสร็จแล้วเจ็บก็ยังผ่องแผ้ว ปภัสสรา สะอาดผ่องใสอยู่ตามเดิม อาตมาไม่เคยมีจิตขุ่นมัว เพราะเรารู้แล้วว่าเราโง่ทำเอง จิตใจที่น้อยใจเว้าใจแหว่งใจไปโง่ทำเองทั้งนั้น ไปทำมาทำไม ก็ทำจิตให้ผ่องใสสะอาดรับรู้ความจริงตามความเป็นจริง เผื่อแผ่แก่ๆตามที่เราเห็นควร 610806_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ตอนที่ 3

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน