สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมคนต้องถือสากันด้วย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมคนต้องถือสากันด้วย _ด.ญ.น้ำมนต์ถาม...ทำไมคนต้องถือสากันด้วยคะ พ่อครูว่า...พวกเราชอบใช้ภาษาตอบ เพราะเขาไม่ถือศีล เขาถือสากันเพราะเขาไม่ถือศีล ถ้าถือศีลก็จะไม่ถือสา เขาไม่มีศีลก็เลยไม่รู้ว่าจะปฏิบัติกันอย่างไร ถ้าเขาถือศีลซะก็จะเข้าใจไม่ถือสา เช่น ถือศีลข้อที่ 1 กับสัตว์กับคนก็จะไม่ไปทำร้ายกัน ศีลข้อที่ 2 ไม่เอาของที่ไม่ใช่ของของเรา อย่าไปแตะต้องของๆเขา ศีลข้อที่ 3 เรามี ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ สัมผัส เราก็จะเรียนรู้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แล้วก็มาปฏิบัติธรรม จะได้ลึกซึ้งขึ้นไป สัมผัสทางรูปแล้วเกิดกิเลส สัมผัสทางเสียงทางกลิ่นทางรส ก็จะรู้จักวิธีลดกิเลส ศีลข้อ 4 เกี่ยวกับวาจา ศีลข้อที่ 5 เกี่ยวกับจิตใจ จะเป็น จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ก็ตาม จุลศีล 26 ข้อ ไม่พรากพืช ฉันหนเดียว ไม่ฟ้อนรำ ไม่นั่งที่นอนใหญ่โตหรูหรา ไม่รับเงินรับทอง ไม่รับธัญญาหารดิบ เช่น ข้าวสารอาหารแห้งใส่บาตรไม่ได้ ผิดศีลข้อนี้ เพราะว่ามันเป็นอาหารดิบ มาบวชแล้วมาปรุงแต่งอะไรไม่ได้ เอามาก็ เด๋ออย่างนั้น ข้าวสารอาหารแห้งกินก็ไม่ได้มันยังไม่สุก แต่เดี๋ยวนี้ผิดไปหมดไม่ได้รู้จักศีลเลย ไม่รับเนื้อดิบ อันนี้คนก็หยิบไปแง่เชิงว่า ไม่รับแต่เนื้อดิบ เว้นขาดจากการรับสตรีกุมารี เพราะฉะนั้นอย่ารับมาเพื่อให้เป็นคนที่เราต้องรับผิดชอบมาเป็นลูกศิษย์ มาเป็นผู้ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบไม่ได้ ภิกษุเป็นผู้ที่เว้นขาดหมดแล้ว แม้แต่โภคขันธาปหายะ ญาติปริวัตตังปหายะ แม้แต่ญาติ พ่อแม่พี่น้องลูกหลานก็ตัดขาด สมบัติก็ตัดขาด เพราะฉะนั้นผู้หญิงผู้ชายหรือสตรี เด็ก ทาส ทาสีทาสา เขาจะมาอย่างไม่ใช่ทาส เขาจะมาก็คือเขาจะมาศึกษา จะเป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมด กุมารีกุมารา หรือจะเป็นใครก็ตาม เขาก
อ่านต่อ
็มาของเขาเอง เราก็ให้ธรรมะ ไม่ผูกพันไม่เป็นญาติ ไม่ไปผูกพันเป็นพี่น้องที่จะต้อง รับผิดชอบ ต่างคนต่างมาศึกษา อย่างพวกคุณมาด้วยอิสระเสรีภาพมาเอง เป็นฆราวาสไม่อยู่ในกฎเกณฑ์นี้ก็เป็นพี่น้องทางธรรมกัน
เว้นขาดจากการ 18. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ.อันนี้เอามาใช้ส่วนของมันเช่น นม ขน 19. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. อันนี้เอาไว้กินเนื้อมัน 20. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา อันนี้เอามาใช้แรงงานเพื่อประโยชน์ตน เราต้องไม่เอาสัตว์มาที่เราจะเป็นประโยชน์จากมัน ไปเอากินเนื้อกินหนังหรือเอาแรงงานมันก็ไม่เอาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นแม้จะมีประโยชน์อย่างนี้ท่านก็ไม่รับ สัตว์ที่ไม่ควรจะเอามาใช้ประโยชน์เลยแต่คนไปรับเลี้ยงมัน เลี้ยงนกเลี้ยงหนู เลี้ยงสิ่งที่เอ็นดู ผิดหมดเลยยิ่งไกลไปใหญ่เลย ขนาดสัตว์ที่เป็นประโยชน์ท่านยังห้าม เพราะฉะนั้นสัตว์ที่ไม่เป็นประโยชน์ได้แก่อะไรก็ไม่รู้เป็นภาระ แล้วก็ไประเริงผูกพันกับสัตว์อีก เลี้ยงสารพัดจิ้งจกตุ๊กแกก็เลี้ยงไปหมด หาสัตว์แปลกๆมาเลี้ยง สัตว์ทุกสัตว์เกิดมาตามวิบากของมันไปตามวิบากของใครของใคร เราเองเป็นคนผ่านวิบากสัตว์ต่างๆ มีวิบากร่วมกันอย่างไม่รู้มาก เยอะแยะไปหมดเลย เช่นพระพุทธเจ้าตรัสว่า เราเกิดมากับสัตว์ต่างๆในโลกนี้ ไม่มีสัตว์ตัวใดที่ไม่เคยเกิดมาเป็นพ่อแม่เป็นลูกเป็นหลานของเราเลย เพราะฉะนั้นสัตว์ต่างๆก็คือมันจะวนเวียนมาเป็นลูกมาเป็นสัตว์ อยู่อย่างนั้นตลอดเวลา พ่อแม่เราตายก็มาเป็นสัตว์ตัวนี้ ปู่ย่าตายาย ก็เป็นสัตว์ตัวนี้ มันสัมผัสสัมพันธ์กันโดยเราไม่รู้เลย เพราะฉะนั้นยังจะเอามากินเอามาฆ่าก็ไม่ควร พระพุทธเจ้าก็บอกให้เลิกให้เขาไปตามวิบากของเขา สัตว์เดรัจฉานก็ปล่อยไปตามวิบากเขา แต่ถ้าเป็นวิบากคน เราก็มีวิบากร่วมกันมาทั้งรักทั้งชัง 16 ปีแห่งความหลัง ทั้งรักทั้งชัง เยอะแยะมาไม่รู้กี่ชาติ แค่นี้คุณก็จัดการวิบากของคุณให้เสร็จเถิด สรุปแล้วสัตว์ใดๆก็แล้ว โดยเฉพาะคน ศึกษาวิบาก ศึกษาสิ่งที่เราจะอยู่ร่วมกัน ทำประโยชน์แก่กัน บอกแก่กันและกันได้ก็คือคน คนก็ยังมีเวไนยสัตว์ ที่ยังสอนได้ ส่วนที่เป็นอเวไนยสัตว์สอนอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องปล่อยเขา สุดวิสัย เราสอนคนจำนวนหนึ่งที่สอนกันได้ อาตมาเกิดมาชาตินี้ที่จะสอนกันรู้เรื่องพูดกันได้ก็มีเท่านี้ ทั้งๆที่เมืองไทยมีจำนวน 70 ล้านคนแล้ว แต่ละวันแต่ละวัน บางทีก็ไม่ถึง 70 610806_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ตอนที่ 3