581229 ข้อสอบปรนัย ว.บบบ. ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙.docx

โฟลเดอร์ข้อสอบรุ่น๔
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข9 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ข้อสอบปรนัย ว.บบบ. ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ คำชี้แจง : โปรดเลือกและกากบาทข้อที่ท่านเห็นว่าถูกที่สุดลงบนกระดาษคำตอบ สมศักดิ์ละอายใจที่ฝึกกินมังสวิรัติมาหลายปี แต่ยังเลิกกินไข่ไม่ได้ ตรงกับคำในข้อใดมากที่สุด ?( หน้า ๒๓ ) ก . โลกบาล ข . โลกบาลธรรม ค . โลกนารถ ง . โลกธรรม ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นจากความเป็นตัวละครที่มีพระเจ้าเป็นผู้กำกับ ? ( หน้า ๒๕ ) ก . เ ข้าถึงความเป็นตัวเอง ข . สารภาพต่อพระเจ้า ค . อาศัยพระบุตร ง . เปลี่ยนศาสดาใหม่ คำในข้อใดที่น่าจะเป็นเครื่องฉุกคิดถึงความมีอยู่จริงในความเป็นผู้กำกับของพระเจ้า ? ( หน้า ๒๘ ) ก . สงครามครูเสด ข . เรือโนอาห์ ค . วันพิพากษาโลก ง . ความชั่ว ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ? (หน้า ๓๘) ก . ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ข . มารเกิดจากพระเจ้าสร้าง ค . ธ รรมชาติไม่ได้สร้างความดี ความชั่ ว ง . ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใด กล่าวผิด ? ( หน้า ๕๐ – ๕๑ ) ก . คนผู้ยังไม่หลุดพ้นจากโลกีย์คือผู้ยังมีวิปลาส ข . ก ารเหมาว่าผู้ไม่หลุดพ้นโลกีย์เป็นผู้ยังมีวิปลาสนั้นเป็นการกล่าวเกินจริง ค . ผู้ที่บรรลุอรหันต์เป็นผู้มีความเป็นตนไม่ลึกลับ ง . ผู้ที่พ้นวิปลาสคือผู้ที่อาศัยอัตตาอย่างไม่ลึกลับ เพราะเหตุใดพันธุกรรมทางจิตวิญญาณจึง ไม่ สามารถถ่ายทอดทางดีเอ็นเอหรือยีน ? ( หน้า ๕๔ ) ก . เพราะไม่เกี่ยวข้องกับสรีระอันมีธาตุดินน้ำไฟลมเป็นใหญ่ ข . เพราะขาดภาวะพ่อและแม่ ค . เพราะขาดเทคโนโลยีในการถ่ายทอด ง . ถูกทุกข้อ “ บารมี” กับ “สันดาน” มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? ( หน้า ๕๖ ) ก . ต่างกันที่เป็นกรรมดีกับกรรมชั่ว ข . เหมือนกันที่มีการสั่งสมลงถึงอนุสัย ค . ต่างกันที่เป็นบาลี กับ สันสกฤต ง . ถูกทั้ง ก . และ ข

อ่านต่อ

. ภาวะที่ว่า “สิ้นบุญสิ้นบาป” มีขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด ? ( หน้า ๖๕ – ๖๖ ) ก . ไม่จริง เพราะแม้หมดบาป บุญก็ยังคงดำเนินต่อไป ข . ไม่จริง เพราะตราบใดที่ยังมีวิบากกรรมเก่าอยู่บุญบาปก็ไม่มีวันหมดไป ค . จริง เพราะเมื่อตายก็หมดบุญหมดบาป ง . จริง เพราะเมื่อกิเลสหมด บาปก็หมด บุญก็ไม่เกิดอีกต่อไป ใครเป็นผู้มีทิฏฐิที่ ผิด ? ( หน้า ๖๖ ) ก . ระทมเชื่อว่ากรรมที่ตกผลึกเป็นผลแล้วไม่สูญหายเลย ข . ระทึกเชื่อว่ากรรมดีที่ทำในปัจจุบันมีผลในการลดกรรมชั่วในอดีต ค . ระทวยเชื่อว่ากรรมดีในปัจจุบันสามารถเป็นกำแพงกุศลกรรมกั้นอำนาจกรรมเก่าไว้ได้ ง . ระทกเชื่อว่า ทุกคนมีกรรมเป็นของๆตน แบ่งให้กันไม่ได้ ข้อใด ไม่ เกี่ยวข้องกับการเกิดของวิญญาณ ? ( หน้า ๖๙ ) ก . อุตุ ข . ปสาทรูป ๕ ค . โคจรรูป ๕ ง . ทั้ง ก . ข . และ ค . ข้อใดกล่าว ผิด ? ( หน้า ๗๐ ) ก . ปรทัตตูปชีวี เป็นเพียงพลังงานขั้นต้นที่จะก่อเกิดชีวะ ข . พีชนิยาม มีความเป็นชีวะ ค . จิตนิยาม มีความเป็นชีวะ ง . ทั้งพีชนิยามและจิตนิยามไม่ใช่ชีวะ พีชนิยาม เกิดขึ้นจากข้อใดเป็นสำคัญ ? ( หน้า ๗๒ ) ก . การเคลื่อนตัวเป็นอิสระ ข . ชรตา ค . สันตติจากจิตนิยาม ง . ทั้งข้อ ก . และ ค. ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของวิโมกข์ ๘ ? ( หน้า ๗๔ – ๗๕ ) ก . ต้องมีรูปและเห็นรูป ข . ต้องเห็นภาวะทั้งภายนอกและภายใน ค . ต้องโน้มน้อมไปสู่สิ่งที่น่าพึงใจและไม่น่าพึงใจ ง . ต้องลืมตาปฏิบัติเท่านั้น ทั้งคำว่า สักกายะ อาสัย และอาสวะ ล้วนมีภาวะเหมือนกันอย่างหนึ่งคือข้อใด? (หน้า ๗๗ – ๗๘) ก. การพึ่งพาอาศัย ข. ตนเอง ค. ความต่อเนื่อง ง. ความหนัก – เบา พีชนิยาม กับ จิตนิยาม มีความเหมือนหรือต่างกันตามข้อใด? ก. พีชนิยามมีความเป็นตนเองไม่ถึงขั้นอนุสัย แต่จิตนิยามมีอนุสัย ข. พีชนิยามมีความเป็นตนเองถึงขั้นอนุสัย แต่จิตนิยามมีไม่ถึงอนุสัย ค. ทั้งพีชนิยามและจิตนิยามล้วนมีตัวตนที่ไม่ถึงขั้นอนุสัย ง. ทั้งพีชนิยามและจิตนิยามล้วนมีตัวตนถึงขั้นอนุสัยได้ “นิสัย” กับ “วิสัย” เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร? (หน้า ๗๙) ก. นิสัยต้องสั่งสม แต่วิสัยไม่ต้องสั่งสม ข. วิสัยมีความแนบแน่น แน่วแน่ ปักมั่นมากกว่านิสัย ค. วิสัยเป็นตัวต้น แต่นิสัยเป็นตัวปลาย ง. ถูกทั้ง ก. และ ค. ข้อใดกล่าวถูกต้อง? (หน้า ๘๑ – ๘๒) ก. อนุสัย สามารถเป็นถึงขั้นปรมาณูโลกุตระได้ ข. เซลล์ทุติยภูมิ ก็ยังอยู่ในขอบข่ายของอนุสัยแรกเริ่ม ค. สภาพกลละนั้นมีอิสระในตน ไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้อื่น ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง ข้อใดเรียงลำดับจากต้นไปหาปลายได้ถูกต้อง? (หน้า ๘๒) ก. นิสัย – วิสัย – อาสัย – อนุสัย ข. อาสัย – นิสัย – วิสัย – อนุสัย ค. อาสัย – วิสัย – นิสัย – อนุสัย ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใดกล่าวถูกต้อง? (หน้า ๙๕) ก. ทิฏฐิส่วนอดีตอาจเป็นสัมมาได้ ข. ทิฏฐิส่วนอนาคตอาจเป็นสัมมาได้ ค. ทิฏฐิส่วนปัจจุบันเป็นได้ทั้งสมมติและปรมัตถสัจจะ ง. เมื่อทำกรรมปัจจุบันให้จริงได้แล้วอนาคตยิ่งจริงกว่า ข้อใดกล่าว ผิด ในเรื่องอจินไตย? (หน้า ๙๖ – ๙๗) ก. พุทธวิสัยมีความเป็นอจินไตยยิ่งกว่าฌาน ข.อจินไตยคือสิ่งที่คนรู้ไม่ถึงได้ ค. อจินไตยในเรื่องฌานนั้นหมายถึงโลกียะและโลกุตระ ง. ทั้ง ข้อ ข.และ ค. การถ่ายทอด – สืบทอดนิสัยหรือวิสัยนั้นไม่สามารถทำได้ในทางใด? (หน้า ๗๙ – ๘๐) ก. มหาภูต ๔ ข. จิตนิยาม ค. จิตวิญญาณ ง. กรรม ข้อใดกล่าว ผิด ? (หน้า ๙๘) ก. การถ่ายทอด – สืบทอดจิตนิยามทำได้ด้วยกรรมเท่านั้น ทางอื่นไม่มี ข. อนุสัยสืบทอด – ถ่ายทอดข้ามภพข้ามชาติได้ ค. แม้เป็นอนุสัยก็แก้ไขได้ ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใดเป็นพลังงานในระดับพืช? (หน้า ๑๐๐) ก. เวทนา ข. เวทนากับสัญญา ค. สัญญากับสังขาร ง. เวทนา สัญญา และสังขาร เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่า “พีชนิยามไม่มีวิบากข้ามชาติ”? (หน้า ๑๐๕) ก. เพราะไม่มีการกำหนดหมายรู้ ข. เพราะไม่มีการปรุงแต่ง ค. เพราะไม่มีรสเท็จ ง. ถูกทั้ง ก. ข.และ ค. เอกพีชี กับ สกิทาคามีแม้จะมีความเหมือนที่เหลือหนึ่งชาติ แต่ต่างกันอย่างไร? (หน้า ๑๐๖ – ๑๐๘) ก. ส่วนเหลือของเอกพีชีเป็นเพียงอรูปอัตตา แต่สกิทาคามีครบทั้งอัตตา ๓ ข. ส่วนเหลือของเอกพีชีเป็นเพียงโอฬาริกอัตตา แต่สกิทาคามีครบทั้งอัตตา ๓ ค. ส่วนเหลือของเอกพีชีเป็นเพียงมโนมยอัตตา แต่สกิทาคามีครบทั้งอัตตา ๓ ง. เอกพีชีมีความเป็นวิปลาสมากกว่าสกิทาคามี การปฏิบัติธรรมที่ ไม่ได้สัมผัสวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย จะเกิดผลอย่างไร? ก. มีแต่สัญญา ไม่มีปัญญา ข. มีทั้งสัญญาและปัญญา ค. แยกกามาวจรกับรูปาวจรได้ จนถึงอรูปาวจรได้ ง. ถูกทั้ง ก. และ ค. ที่แปลพระอรหันต์ว่า “ไม่ลึกลับ” นั้น ไม่ลึกลับในเรื่องใด? (หน้า ๑๑๑) ก. ไม่ลึกลับในโลกุตระ ข. ไม่ลึกลับทั้งโลกียะ โลกวิทูและโลกุตระ ค. ไม่ลึกลับในสรรพสิ่ง ง. ไม่ลึกลับในอัตตา ๓ คำว่า “อรณะ” กับ “อภินิพพัตติ” มีความคล้าย หรือต่างกันอย่างไร? (หน้า ๑๑๒) ก. อรณะ เป็นเรื่องการเกิด อภินิพพัตติเป็นเรื่องการตาย ข. อรณะ และ อภินิพพัตติ คล้ายกันตรงที่มีภาวะนิพพาน ค. อรณะ เป็นตายทางมหาภูตรูป อภินิพพัตติเป็นการตายทางจิตวิญญาณ ง. ถูกทั้ง ก. และ ข. เจโตสมถะแบบโลกียะกับแบบโลกุตระ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? (หน้า ๑๑๕) ก. เหมือนกันตรงที่มี “ความไม่รู้สึก” ได้ ข. ต่างกันตรงที่ยังมีกิเลสนั้น ๆ อยู่ กับ ไม่มีกิเลสนั้น ๆ ค. ต่างกันเพียงสมมติภาษาบัญญัติ ง. ถูกทั้ง ก. และ ข. เมื่ออ่านจิตของตนเองจะพบตามข้อใด? (หน้า ๑๒๐) ก. ตัวกิเลสเป็นรูป อธิปัญญาเป็นนาม ข. ตัวกิเลสเป็นนาม อธิปัญญาเป็นรูป ค. ทั้งตัวกิเลสและอธิปัญญาต่างก็เป็นนาม ง. ตัวกิเลสและอธิปัญญาผลัดการเป็นรูปนามไปเรื่อยๆ ข้อใดเป็นการแก้กรรมอย่างสัมมาทิฏฐิ? (หน้า ๑๒๑) ก. อุทัยเคยขายก๋วยเตี๋ยวเปลี่ยนไปขายผ้าไหม ข. อุราเปลี่ยนจากลูกหนี้มาเป็นเจ้าหนี้ ค. อุทกเปลี่ยนจากติดรสจัดมาเป็นกินรสจืดได้ ง.อุไรเปลี่ยนจากใช้รถไถมาเป็นใช้ควายไถ ข้อใดตรงกับคำว่า“ปฏิบัติลืมตาเห็นอยู่หลัดๆ”ตามนัยยะที่พ่อครูสอน ก. สุพจน์นั่งเพ่งเทียนที่จุดอยู่ข้างหน้า ข. สุภาพฝึกกำหนดรู้จากสัญญา ค. สุเชาว์นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ข้อใด ไม่ใช่ ความเสื่อมของสมณพราหมณ์? (หน้า ๑๙๒ – ๑๙๓) ก. เก็บผลไม้หล่นมาบริโภค ข. เลี้ยงชีพโดยอาศัยชาวบ้าน ค. สร้างเรือนไฟบนทางสี่แพร่ง ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง ตือโป๊ยก่ายชอบกินและติดใจขนมถั่วตัด ตามหลักปฏิจจสมุปบาทในมหานิทานสูตรแล้ว ปรากฏการณ์ใดจะเกิดเป็นลำดับท้ายของข้อนี้? ก. ด่าทอกัน ข. หอบหวงขนมถั่วตัด ค. รู้สึกอร่อยในขนมถั่วตัด ง. หาเงินไปซื้อขนมถั่วตัด นายเมา ปฏิบัติธรรมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ถือศีล ๕ ได้ดีเป็นโสดาบัน อบายของนายเมาคืออะไร ก.เหล้า ข.บุหรี่ ค.เหล้าและบุหรี่ ง.เสพย์กาม นางยักษ์ ปฏิบัติธรรม เขาได้พบนายเทพ นางยักษ์เกิดความรู้สึกไม่ชอบทันที อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นสมุทัย ก. นายเทพเป็นเหตุ ความรู้สึกไม่ชอบเป็นสมุทัย ข. ความรู้สึกไม่ชอบเป็นสมุทัย นายเทพเป็นสมุทัย ค. นายเทพเป็นสมุทัย ความรู้สึกไม่ชอบเป็นเหตุ ง. ความรู้สึกไม่ชอบเป็นเหตุ ความรู้สึกไม่ชอบเป็นสมุทัย พระมิโก๊ะ นั่งหลับตา เกิดระลึกถึงคนรักเก่าของตนด้วยความยินดี พระมิโก๊ะ มีผัสสะนอกหรือไม่อย่างไร ก. มีผัสสะ คือใจที่คิดถึงคนรัก ข. มีผัสสะ คือความรู้สึกยินดี ค. ไม่มีผัสสะ เพราะมีแค่สัญญาเก่าๆ ง. ไม่มีผัสสะ เพราะเกิดความรู้สึกยินดี ข้อไหนเป็นจิตที่ไม่มีสรณะ ก. ตั้งศีล ลดโทสะ ลดความถือตัวอยู่ ข. กำลังอ่านใจ ทำใจในใจในการเลิกเหล้า ค. ปฏิบัติธรรมแล้ว ผิดศีลไป ๑ ครั้ง ง. ไปกราบพระ ๙ วัด ได้รับพรจากพระอย่างจุใจ ข้อไหน ผิด ก. ได้กินของอร่อย สุขใจเป็นเทพ ข. ดูภายนอกนิ่งเนียน สงบ แต่มีความอร่อยในความสงบอยู่คือคนธรรพ์ ค. กินก๋วยเตี๋ยวอร่อยอิ่มแปล้ เอามาให้อีก ใจก็เฉยไม่อยากกินอีก คืออุบัติเทพ ง. ข้าใหญ่ ข้าแน่ ข้าถูก เขายึด คือยักษ์ ใครคือคนไม่บ้า ก. คนอกหักแล้วปวดใจทรมานใจจังเลย ข. ด.ญ.เลอะ เสียใจที่ครูด่าว่า “อีบ้า” ค. นาย ขำ โกรธที่ถูกยึดโทรศัพท์มือถือ ง. นาง ดี สามีมีเมียน้อยนางรู้ จึงยกสามีให้ไปเลย ด้วยใจที่สบาย อะไรในข้อต่อไปนี้ที่เป็นของเราได้ ก. ได้เมียสวยสมใจ เมียเป็นของเราเด้อ ข.ได้เตะเมียสะใจ พฤติกรรมเตะเป็นของเรา ค.ได้กินแกงผำอร่อย ความอร่อยเป็นของเราสะใจ ง. ถูกทั้ง ข.และค. ไปอยู่กับใคร ในยุคนี้ ถึงจะใกล้หรือได้นิพพาน มากกว่า ถ้าทนได้ดี ก. อยู่กับแฟนถือศีล ๘ ด้วยกัน ข. อยู่กับสมณะ ๑ รูปที่เราศรัทธา ค. อยู่กับใครก็ได้ที่เราศรัทธา ง. อยู่กับสมณพราหมณ์ฯ ที่เป็นสยังอภิญญา ปรทัตตูปชีวี เป็นพลังงาน ที่เริ่มจะก่อตัวตน ในระดับ ก. อุตุนิยาม ข. พีชนิยาม ค. จิตนิยาม ง. ถูกทุกข้อ คำว่า “ฉลาด” นั้น ต้องมีปัญญา ที่เกิดจาก ก . สุจิปุลิ ข . การฟังธรรม ค . ถือศีล ง . อายตนะ 6 อนุสัย เป็นกิเลสชั้นปลาย ที่มีฤทธิ์แรง ก. เลวอย่างเดียว ข. เลวสุดๆ ค. ดีสุด ๆ ง.ข้อข+ค อวัยวะส่วนไหน ที่แสดง อาการ๓๒ ชัดเจน ที่สุด ก ปลายผมที่ปลิวไสวไปมา ข. เล็บส่วนที่ถูกตัดออกอยู่เป็นประจำ ค ตับไตม้ามปอดที่อยู่ภายใน ง.ใจที่อยากได้ สิ่งต่างๆ มาบำเรอให้ตัวเอง คนที่ได้ชื่อว่า ยังไม่มีหลักประกัน อันแน่นอน ที่เกิดมาแล้ว จะไม่ตกต่ำ เป็นธรรมดา คือ ก.โคตรภูบุคคล ข. กัลยาณชน ค.โสดาปัตติผล ง. ถูกทั้งก.และข. นิพพานวิปลาส เป็นอย่างไร ก. หลงเสพกามคุณ ๕ คิดว่าสุข คือนิพพานปัจจุบัน ข. สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ค. ไม่ยินดี เกียจคร้าน ขี้เกียจ เมาอาหาร ใจหดหู่ ง. ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ผู้พ้นความเป็นทาส คือผู้ใด(หน้า ๓๘) ก. ผู้มี “อำนาจ” เหนืออัตตาตัวตน ข.ผู้สามารถใช้ “อำนาจ” อย่างอิสระของตน ค. ผู้อยู่ด้วยอัตตาตัวตน ง. ไม่ถูกเลยสักข้อ สภาพที่รู้สมบูรณ์สุดคือ(ปฐมนิเทศ) ก.รู้ดับเหตุควรดับ ข. รู้เกิดส่ิงควรเกิด ค. รู้การเกิดและดับ รู้คุณรู้โทษ รู้อุบายเครื่องออก ง. รู้เหตุปัจจัยที่แท้จริงของทุกข์ เรื่องของวิบากกรรมเป็นไปตามสัจจะ เราไม่ควรคิดให้เดือดร้อนใจ เนื่องจากว่า (น.๕๘) ก.วิบากกรรม จริงหรือไม่จริง ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ข.มัวแต่หวาดกลัว วิบากกรรม ก็จะอยู่ไม่ผาสุก ค. วิบากกรรม เป็นสิ่งเกินคาดคิด เห็นได้ยาก คิดจนหัวแตกก็คิดไม่ออก ง. ความคิดเรื่อง วิบากกรรม เป็นความงมงาย สาเหตุที่พระพุทธเจ้า ตราพระวินัยสงฆ์ไว้ว่าอย่าเอาธรรมบทมาสวดพร้อมกันตั้งแต่สองรูปให้ฆราวาสฟังเพราะอะไร ก. สวดแล้วไม่เกิดประโยชน์ ข. เป็นการมอมเมา ค. ศาสนาอื่นเขาทำกันอยู่แล้ว ง. ถูกทุกข้อ ข้อใดทำให้สงบได้ดีที่สุด ก. มักน้อยสันโดษ ข. ไม่ยึดเป็นตัวกูของกู ค. เสียสละเวลาแรงงานเงินทอง ง. สามัคคีอย่างพอเหมาะ สาเหตุที่ต้องป้องกันเพราะ ก. มีทรัพย์สมบัติมาก ข. สร้างศัตรูไว้มาก ค. ตระหนี่ถี่เหนียวมาก ง . ตกอยู่ในภาวะอันตรายมาก รถยนต์ก่อนจะผ่านด่านตรวจ ตำรวจโบกมือให้จอด คนขับรถเปิดกระจกรถ ควักธนบัตรปึกหนึ่งให้ตำรวจ ตำรวจโบกมือให้ผ่านได้ ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด ก. อาศัย ความตระหนี่ จึงเกิดการป้องกัน ข. อาศัยการพะวง จึงเกิดการยึดถือ ค. อาศัย ลาภ จึงเกิดการตกลงใจ ง. ไม่มีข้อใดสอดคล้อง ผู้มิจฉาทิฏฐิ ไม่มีวันรู้จักรู้แจ้งรู้จริงในเทวดา มาร พรหม เพราะเหตุใด ก. โง่เขลาเบาปัญญา ข. คิดเห็นขวางโลก ค. อ่านอาการจิตไม่ออก ง. อ่านหนังสือธรรมะไม่เข้าใจ จิตเจริญที่สุดได้ ต้อง ก. เข้าใจความแตกต่าง ของพญาครุฑ, คนธรรพ์, และยักษ์ ข. เรียนรู้สัตตาวาส ๙ ให้เข้าใจว่าเป็นอย่างไร ค. รู้จัก นามรูป โดยอ่านอาการของสัตว์ที่กำลังเกิดอยู่นั้น ง. อ่านเหตุ และทำลายเหตุ แห่งการเป็นสัตว์ได้ นายงก เก็บเงินทอง ทรัพย์สมบัติ ใส่ตู้เซฟ กินข้าวกับผักดอง มีเสื้อผ้าใส่แค่ชุดเดียว พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับข้อใด ก. อาศัยการพะวงจึงเกิดความยึดถือ ข. อาศัยความตระหนี่ จึงเกิดการป้องกัน ค. อาศัยตัณหา จึงเกิดการแสวงหา ง. อาศัยการตกลงใจจึงเกิดความรักใคร่ อุปาทาน กับสมาทาน ต่างกันที่ ก. อุปาทานอยู่ลึก สมาทานอยู่ตื้น ข. อุปาทานเป็นปรมัตถ์ สมาทานเป็นสมมุติ ค. อุปาทานยึดไว้อาศัย สมาทานยึดไว้เป็นเรา ง. อุปาทานยึดไว้เป็นเรา สมาทานยึดไว้อาศัย ข้อใดถูกต้องที่สุด ก. ขีวิตของเรา ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิต ข. สุขหรือทุกข์ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใดคือพระประสงค์ของพระเจ้า ค. ชีวิตของเราขึ้นอยู่กับ “กรรมลิขิต” ง. สุขหรือทุกข์ เกิดจากเจ้ากรรมนายเวร ปุถุชน คือ ก. ผู้มีกิเลส เป็นใหญ่เหนือตน ข. ผู้ไม่รู้ (อวิชชา) ในอาริยสัจ ๔ ง. ผู้เป็นบัวในโคลนตม (ปทปรมะ) ง. ถูกทุกข้อ พ่อครูต้องการอะไรมากที่สุด ในวาระครบรอบ ๔๕ พรรษาของการบวช และปีต่อๆไป ก.ต้องการสร้างแผ่นดินพุทธไว้ให้กับโลก ข.ต้องการให้มีผู้ปฏิบัติธรรม มาอยู่บ้านราชฯครบ ๑,๐๐๐ คน ค.ต้องการยืดอายุขัยไปถึง๑๕๑ปีเพื่อทำงานยืดอายุศาสนาให้ครบ๕,๐๐๐ ปี ง. ต้องการช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ ให้หมดตัวตนจนขาดสู ญ พระพุทธเจ้าได้มีทฤษฎี ให้คนปฏิบัติเพื่อ แก้กรรม ของตนเองได้ ทฤษฎีที่ว่านี้คือ ก. อิทธิบาท ๔ ข. กรรม ๕ ค. อภิญญา ๖ ง. มรรคมีองค์ ๘ ชาวศาสนาเทวนิยม เขานับถือบูชาพระเจ้าว่ายิ่งใหญ่ แล้วตามคติของพุทธถือว่าอะไรยิ่งใหญ่ ก. โชคชะตา ข. กรรม ค. อัตตา ง. บาป ข้อ ก-ง ต่อไปนี้ ข้อใดเป็นคำตอบของข้อ 65-67 ก.เพราะเป็นยุคของพระพุทธเจ้า คนยังไม่พ้นจากสมบูรณาญาสิทธิราช และเป็นยุคทาสกันทั้งโลก ข.เพราะพระพุทธเจ้าเป็นผู้ปลดแอกให้มนุษย์ จนสามารถหลุดพ้นจากโลกีย์ถึงขั้นหลุดพ้นจากอำนาจของอาตมันหรืออัตตาได้ ค. เพราะมนุษย์ยุคนี้รู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นมนุษย์ของโลก ง.เพราะพ่อครูสามารถนำสวากขาตธรรม ๖ (สันทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ) มาพาทำอย่างเป็นรูปธรรมจนเกิดผลแก่มนุษย์ได้ ในยุคนี้โลกีย์รุ่งเรืองสุดๆและโลกก็เสื่อมสุดๆทำไมพ่อครูจึงสามารถสร้างสังคมสาราณียธรรม 6 ที่ถึงขั้นเป็นสาธารณโภคีได้ ก. ข. ค. ง. ในยุคพระพุทธเจ้าสังคมสาธารณโภคีจะมีได้ก็เฉพาะในวงสงฆ์แต่หมู่มวลที่เป็นภิกษุเท่านั้นเพราะอะไร ก. ข. ค. ง. สังคมสาธารณโภคีของหมู่มวลที่เป็นฆราวาสเกิดขึ้นได้ในยุคนี้เพราะ ก. ข. ค. ง. ---------------------------------------------- คนประเภทใดที่ไม่รู้สึกแคร์ต่อนรกอเวจีมากที่สุด ก. คนกล้าปาราชิก ข.คนสัสสตทิฏฐิ ค. คนอุจเฉททิฏฐิ ง . คนทำอนันตริยกรรม ใครคือคนช่างฝันจมอยู่กับความฝันมากที่สุด ก. กัลยาณชนผู้มากมายด้วยภารกิจ ข. ปุถุชนคนธรรมด๊า ธรรมดา ค. พระโสดาบันที่ต้องทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ง.พระโสดาบันสายปัญญาผู้มีเลือดศิลปิน อะไรเป็นเหตุปัจจัยทำให้เกิดความรักใคร่พึงใจในมหานิทานสูตร ก.ตัณหา ข. แสวงหา ค.การพะวง ง. การตกลงใจ พระพุทธเจ้าห้ามพระขุดดินฟันหญ้าเพราะเหตุใด ก. การทำลายชีวิตพืช ข. เป็นภาพที่ไม่งามพระควรเคร่งครัดสำรวม ค. เป็นบาปเพราะพืชก็มีชีวิต ง. เพื่อให้เกิดการพึ่งพากันเป็นสังคมศาสตร์ เริ่มลดละอัตตาโดยวิธีใดดีที่สุด ก.รู้เต็มๆเมื่อเจอผัสสะแล้วล้างละตัวตนด้วยการยอม ข.ไม่ใส่ใจในสิ่งที่มากระทบผัสสะ ค.ไม่เอาตัวตนของเราเข้าไปรับผัสสะนั้นๆ ง.ยอมไว้ก่อนพ่อสอนไว้หนีไกลๆถ้ามันแรง อายุทิพย์ของเทวดาดาวดึงส์ มีความหมายเป็นสภาวะอะไร ก.มีอายุยืนยาวเป็นพิเศษ ข.มีความสุขและมีอายุยืนยาว ค.มีความสุขแบบนี้ๆๆๆนานๆๆๆ ง.บนสวรรค์อายุยืนยาวอยู่แล้ว ทำไมศาสนาพุทธ จึงเป็นศาสนาเดียวที่มีบุญ ก.สอนวิธีล้างจิตสันดานตัวร้ายให้สะอาด ข.สอนให้คนมีความเจริญก้าวหน้าอยู่ดีมีสุข ค.สอนให้มีเมตตาไม่เบียดเบียนกันและกัน ง.สอนให้ทำดีๆๆๆ รักโลกรักคนรักสัตว์รักต้นไม้ คนที่ศึกษา ความรู้ “ความไม่มี” จะรู้อะไร? ก.รู้ความมี ข.รู้ความไม่มี ค.รู้ความมีกับไม่มี ง.รู้ความไม่มีกิเลสในตนเอง คนธรรพ์มีลักษณะเด่นอย่างไร ก.ขี้เกียจ ขี้คร้าน ข.คนติดเสพ แอบเสพอยู่ในภพลึกๆ ค.พวกเทวดา อาการที่ ๓๓ ง.ถูกทุกข้อ เนื้อแท้ของกายคือ ก.จิต มโน วิญญาณ ข.ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ค.รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ง.รู้บุญ รู้บาป รู้ดี รู้ชั่ว คนที่ไม่แสวงหา อายุทิพย์ วรรณะทิพย์ สุขทิพย์ คือคนประเภทใดได้บ้าง ก.ปุถุชน ข.กัลยาณชน ค.อาริยชน ง.ผิดทุกข้อ พุทธพจน์ ๗ เกิดจากผลการปฏิบัติ ก.สัปปุริสธรรม 7 ข. พละ 5 ค.สาราณียธรรม 6 ง.คารวะ 6 ชาติ มีอะไรเป็นปัจจัย ก.ตัณหา ข.ภพ ค.เวทนา ง.ผัสสะ ****จบข้อสอบปรนัย….อย่าลืมทำข้อสอบแบบเขียนคำตอบ(อัตนัย)ด้วย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน