ข้ามจากกัลยาณชนสู่อาริยชน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ข้ามจากกัลยาณชนสู่อาริยชน _สมณะลานศิลป์...งานอโศกรำลึกที่จะมาถึงนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่เป็น New Normal เพราะมีการจัดแบบออนไลน์ ผมได้อ่านแผ่นพับ เรื่อง อาริยชาติ ปริวัติ 3 อาการ 12 ผมเองไม่เคยผ่านตา แต่พอมาอ่าน รู้สึกดีมากในมงคล 38 ผมรู้สึกว่า อยากให้พ่อครูอธิบายเรื่องอโศกะ พ่อครูว่า..อันนี้จำได้อาตมาเขียนไว้ ที่ชื่อว่า อาริยชาติ ที่ได้มงคล 38 นี่ ที่ได้ความลึกซึ้งอันนี้ อาตมาได้จากเข้าป่า ไปอยู่ป่าที่กาญจนบุรีเดือนกว่า เข้าไปอยู่คนเดียวอยู่ในป่าอยู่บนเขา แล้วก็ได้อาริยชาติมา ก็เลยเขียนไว้แล้วเขาก็เอามาพิมพ์ไว้แบบหนังสือพับ แล้วก็ทำอยู่ครั้งเดียว เดี๋ยวนี้ไปตกหล่นค้างไว้พวกคุณไปเจอเข้าก็เลยเห็น อาตมาจำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นมีความหมายอยู่ในกรอบบริบทนั้น แม้แต่ภาษาก็ออกจะไม่ใช่ภาษาอย่างทุกวันนี้หรอก ก็ถ้าเอามาก็ต้องมาปรุงภาษามาสู่ยุคใหม่หน่อยจึงจะได้ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะค้านแย้งกันอยู่ในตัว อาตมารู้สึกว่ามันจะมีมุมลึกซึ้งที่ค้านแย้งกันอยู่ในที ที่จริงก็ไม่ต้องเอามาก็ได้ เป็นแต่เพียงว่าใครพบแล้วก็เอานัยความลึกซึ้งซับซ้อนมาให้แก่ตัวเองก็แล้วกัน ทุกวันนี้ทุกอย่างเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายตั้งแต่ปุถุชน เป็นกัลยาณชนจนถึงอาริยชนจนกระทั่งถึงพระอรหันต์จนกระทั่งถึงเป็นโพธิสัตว์ เพิ่มขึ้น สู่แดนธรรม...ผมจะขอให้พ่อท่านช่วยตอบคำถามท่านลานศิลป์ ท่านอยากจะให้ตอบเฉพาะข้อที่ 36 อโศก เป็นมงคลอันอุดมขั้นที่ 1 2 3 อย่างไรดีครับ ที่เป็นรอบแรกของปุถุชน ระดับปานกลางและรอบสูงสุด พ่อครูว่า..ข้อที่ 36 คืออโศกะ ก็ ถ้าเป็นเรื่องกัลยาณชนจากนั้น เป็นอาริยชน อรหันต์ แล้วโพธิสัตว์ แต่ก่อนไม่ได้พูดถึงขั้นโพธิสัตว์ กัลยาณชน หมายถึง ยังไม่เป็นโลกุตระ เป็นเรื่องของความดี ดีๆๆมุ่งมั่นดีให้คงทนยืนนานนิรันดร ไม่
อ่านต่อ
ให้มันเลื่อนมันวน แต่มันจะต้องวนเมื่อมันหมดพลังของวิบากมันจะต้องวน ให้ไปเป็นพระศาสดาแล้ว หมดพลังวิบากแล้วก็ต้องวนเหมือนกัน แม้แต่เป็นศาสดาแล้วก็ยังจะวนลงมาเป็นคน มาเป็นกัลยาณชนระดับล่างๆได้ อันนั้นก็ตอบไม่ได้ อยู่ตามบารมีวิบากใครจะลงมากลงน้อยของศาสดาแต่ละองค์ ที่มีความซับซ้อนในความเป็นศาสดานั้น และในความเป็นศาสดาจะพูดไปแล้วมันไม่ค่อยสวย แต่ขอพูดนิดนึง ศาสดาของแต่ละศาสนาก็ไม่ได้มีคุณธรรมเท่าเทียมกันหรอก เราโมเม ยกให้ว่าสูงสุดก็พูดโดยสมมติสัจจะ แต่โดยปรมัตถสัจจะแล้ว ศาสดาของแต่ละศาสนาแต่ละลัทธิไม่ได้เท่ากันหรอก มีนัยที่ลึกซึ้งละเอียดของธรรมะ โดยเฉพาะถึงขั้นแม้แต่โลกียะก็ยังมีหลากหลายเลย ฉะนั้นศาสดาของทางเทวนิยมจึงมีเยอะแยะไม่รู้กี่ระดับต่อกี่ระดับ ไม่รู้กี่ศาสนา ผู้ใดที่สร้างความศรัทธาได้ดี และที่สำคัญก็คือเป็นความดีที่บริสุทธิ์มากที่สุด ของแต่ละศาสดาแต่ละองค์ อันนี้ไม่ใช่จะเทียบเคียงได้ง่ายๆ มันยากมาก เพราะงั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตัดสิน พูดได้อย่างเดียวว่าศาสดาแต่ละพระองค์นั้น ไม่มีความไม่บริสุทธิ์แฝง แต่บารมีของแต่ละองค์ได้เท่าที่ได้ ทีนี้ของอาริยชนก็เข้าระบบโลกุตระของพระพุทธเจ้า ก็ไล่ไปตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ นี้ก็เป็นกรอบหนึ่ง บรรลุอรหันต์แล้วก็สุด เป็นผู้ที่จะตายก็ได้ไม่ตายก็ได้เป็นอมตะบุคคล จะบำเพ็ญโพธิสัตว์ต่อหรือจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน เลิกไปเลยจบไม่มีปัญหามีสิทธิ์ทำได้ จะทำหรือไม่ทำ ถ้าต่อไปเป็นโพธิสัตว์ก็เข้าสู่โลกุตระระดับโพธิสัตว์ ก็เริ่มต้นตั้งแต่ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สู่แดนธรรม..พระโพธิสัตว์ท่านจะมาเกิดใหม่ต้องยอมรับความโศกใหม่หรือไม่ครับ ต้องมีวิบากเรื่องทุกข์โศกแน่นอน พ่อครูว่า...เวทนา ความรู้สึกของแต่ละคนของใครของมันมาเทียบกันไม่ได้หรอก เอามาวัดกันไม่ได้หรอกของใครของมันเป็นสัญญา ย นิจจานิ แต่มีความสำคัญอยู่ที่ว่าผู้ใดจะเกิดอาการ โศกะ คือรู้สึกไม่ค่อยโปร่ง ไม่สะอาด มัวซัวของตัวเอง ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล เราไประบุไม่ได้ แต่ว่าจะมีความเที่ยง มีความถาวร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) หรือไม่แค่ใดของแต่ละบุคคล สู่แดนธรรม … พ่อครูว่า...เป็นปรมัตถสัจจะที่สะอาดแล้ว แต่พฤติกรรมคนจะไม่เข้าใจได้ อย่างอาตมาแสดงแรงๆ คนก็หาว่าโกรธ อาตมาบอกว่าทำไมไม่มีเชื้อความโกรธที่พูดให้บอกความจริงอาตมาไม่มี สาเฐยจิต ที่ต้องบอกความจริงไป แต่คนก็บอกว่าเป็นการโชว์ออฟ ก็เป็นการโชว์ความจริง แล้วไม่ให้โชว์ความจริงแล้วจะเอาเรื่องไม่จริงมายืนยันรับรองหรือ ไม่มีทางเลี่ยง มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดอันนี้บอกอันนี้ย้ำอันนี้ แต่ใจสะอาดนะ แต่เขาไม่เชื่อของเขาเอง เขาไม่รู้ว่าใจสะอาดของคนมันมี พวกคุณรู้ว่าอาตมาใจสะอาดก็ไม่ถือสาอาตมา กายกรรมวจีกรรมภายนอกจะทำอย่างไรจะทำเล่นทำหัวคุณก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ถ้าคนที่อื่นเขายึดมั่นถือมั่นเขาถือนะ อย่าว่าแต่เล่นหัวเลย ถ้าอย่างจริงจังนี้จริงๆมันแรงอย่างนี้เขาว่าโกรธแน่ๆ ก็อ่านตามอาการ ที่อยู่ในกาลามสูตรว่า อย่าให้อ่านตามอาการ ยึดถือเอาตามอาการ เห็นอาการนี้เขาก็ยึดถือว่าอาการนี้ต้องใช่แบบนี้ต้องโกรธ ถ้ากูออกถึงอาการนี้กูโกรธแน่ เพราะฉะนั้นเอ็งก็ต้องโกรธ ถ้าออกอาการถึงขั้นนี้เป็นการโกรธแล้ว อย่างนี้เป็นต้น เขาเข้าใจไม่ได้ว่าอาการแรงได้อย่างโน้นอย่างนี้ได้ แต่ว่าใจไม่ได้มี เจตนาเป็นกรรม เจตนาไม่ได้ร้ายอะไรเลย ไม่มีเจตนาลบหลู่ที่จะเป็นอกุศลอะไรเลย แต่เขาก็จะเข้าใจไม่ได้
630525_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 5 สันติอโศก ปฐมอโศก