การปฏิบัติสติสัมปชัญญะในจรณะต้องปฏิบัติเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
การปฏิบัติสติสัมปชัญญะในจรณะต้องปฏิบัติเช่นไร พ่อครูว่า...ในการสำรวมอินทรีย์มีแยกไปอีกต่อจากการสำรวมอินทรีย์ก็เป็นสติสัมปชัญญะ แล้วเป็นสันโดษต่อไป ดูกรอัมพัฏฐะ อย่างไร ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ? ดูกรอัมพัฏฐะภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมทำความรู้สึกตัวในการก้าว ในการถอย ในการแล ในการเหลียวในการคู้เข้า ในการเหยียดออก ในการทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร ในการฉัน การดื่ม การเคี้ยวการลิ้ม ในการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ย่อมทำความรู้สึกตัวในการเดิน การยืน การนั่ง การหลับการตื่น การพูด การนิ่ง ดูกรอัมพัฏฐะ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ. พ่อครูว่า..ผู้ปฏิบัติที่พาซื่อก็จะทำการเต๊ะท่าในท่าต่างๆไม่ใช่ แต่ทุกอิริยาบถที่กล่าวมานี้ควรจะต้องมีสติสัมปชัญญะกำหนดไปด้วยเสมอ ไม่ใช่ว่าคุณจะสำรวมเฉพาะการเต๊ะท่า ผู้ปฏิบัตินี้เวลาปฏิบัติเราก็สำรวมสังวรมีสติสัมปชัญญะ ตอนนี้เราจะก้าวเดินจงกรม ตอนนี้ก็จะนั่งคู้ขาเหยียดขาเคลื่อนย้ายวิริยะบทนั่งเดินนอนยืน เสร็จแล้วสำรวมเสร็จแล้วให้มีสติรู้ตัวขณะนั้น เสร็จแล้วก็จบ แล้วก็ไปเป็นมีชีวิตปกติคุณก็ไม่ได้มีสติกับมันเลย ไม่ใช่ว่าไปนั่งเต๊ะท่าแล้วสำรวม แต่ให้สำรวมมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมในทุกขณะที่คุณมีอิริยาบถพวกนี้ สำรวมนี้มันจะมีศีลมาด้วย เราจะสัมผัสในขณะที่เราลืมตาเราไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆก็จะมีการทำประโยชน์ต่างๆที่กล่าวมานี้ ทุกอิริยาบถ สรุปแล้วคุณจะต้องสำรวมและมีศีลตามลำดับ ฐานะของคุณศีลแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเอาจุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีลมาทั้งหมด ไม่ใช่ คุณต้องพอเหมาะกับของคุณเองตั้งแต่ศีล 5 หรือศีลแต่ละข้อที่คุณปฏิบัติได้ ศีลข้อที่ 1 มีองค์ประกอบอย่างนี้กับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 มีองค์ประกอบอย่างเดียวกับพืชเกี่ยวกับข้าวข
อ่านต่อ
อง ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆนานายังมีเป็นต้น มันก็จะต้องรู้แต่ละข้อแล้วก็ให้มีการสำรวมอินทรีย์ ซึ่งประกอบด้วยสติต้องมีเข้าไปร่วมในขณะนั้นไม่ได้แยกกัน สรุปแล้วมีสังวรศีล-สำรวมอินทรีย์-มีสติสัมปชัญญะ 3 ข้อนี้เป็น 3 เส้า ปฏิบัติได้แล้วก็จะมีความสันโดษในข้อต่อไป ไม่ใช่การปฏิบัติแยกส่วนกันไปเลย การปฏิบัติจะต้องมี 3 ข้อนี้ เป็นอริยะ จึงจะเกิดสันโดษอันเป็นอริยะ 630708_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอนที่ 10