สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปฏิบัตินั่งหลับตาตรรกะเอาไม่เป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปฏิบัตินั่งหลับตาตรรกะเอาไม่เป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์ _ผู้มาครั้งแรก…ก่อนอื่นขอเล่าที่มาของปัญหาก่อนครับ ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับสมาธินั่งหลับตาคือ ความคิดที่ฟุ้งซ่าน เมื่อคิดฟุ้งซ่านมากก็จะเหนื่อยและหลับ(ตา)ผมเป็นคนหมกมุ่นเรื่องกามราคะผู้หญิงผู้ชายรู้ว่าไม่ดีแต่ก็หยุดไม่ได้ พยายามหาสารพัดวิธี เช่น ทางความคิดก็พิจารณาเป็นซากศพแต่พอเจอผู้หญิงก็ไม่เห็นเป็นซากศพเห็นว่าสวยไม่เหมือนที่พิจารณาแล้ว ทางการแพทย์เคยให้ใช้หนังยางรัดข้อมือไว้ พอเกิดความคิดทางกาม ก็ดึงหนังยางดีดเข้ามือตัวเอง ผมก็นั่งดีดตัวเองได้ทั้งวัน ไม่เป็นอันที่จะต้องทำงานการอะไร (เจ็บ)ก็เลยเลิกยอมแพ้เรื่องกามเพราะหมดหนทางแก้ไขแล้ว แต่อยู่มาวันหนึ่งไม่มีลางบอกเหตุอะไร ไม่มีอะไรพิเศษ ผมก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามปกติ แต่หนึ่งในความคิดนั้นมีเรื่องหนึ่งคือ ผมเป็นคนไม่ติดบุหรี่ ไม่เคยคิดอยากและก็ไม่ชอบด้วย เรื่องกามก็ไม่น่าจะติดมันได้เหมือนบุหรี่ ทั้งในเรื่องกามก็ไม่ได้อยากเหมือนบุหรี่ ความคิดแค่นี้เองครับมันทำให้ ปราสาทกามอันใหญ่โตมโหฬารของผมพังครืนลงมา หลังจากนั้นความคิดเรื่องกามก็ดูเหมือนจะฝ่อไป มันไม่อยากคิดเพราะไม่คิดอยาก ก็ไม่อยาก (ทั้งที่พยายามจนแทบตาย ทั้งพิจารณาซากศพและเอายางรัดข้อมือไว้อีก) คราวนี้ก็เข้ามาถึงคำถามครับ แค่ ผมคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย เอาสภาวะไม่ติดบุหรี่มาใช้กับการไม่ติดกาม กามก็เลิกติดได้เหมือนบุหรี่ แล้วถ้าผมไปนั่งฝึกสมาธิหลับตา มันจะไม่ได้อะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้หรือ (เลิกติดกามได้) แล้วนั่งหลับตาสมาธิได้ผลที่ยิ่งใหญ่ (ตามความคิดของผม ) มันจะไม่ขัดกับคำสอนพ่อครูเรื่องนั่งหลับตาสมาธิหรือ พ่อครูว่า...เอาคำถามที่ถามมานี้เป็นเรื่องตรรกะทั้งนั้น นั่งหลับตาสมาธิเ
อ่านต่อ
ป็นความมืดความหนัก คำว่าสมาธิดำ สมาธิมืด กับสมาธิสว่างสมาธิขาว คือแม้แต่จะไปนั่งสว่างในภพ ก็สว่างอยู่คนเดียว แต่ข้างนอกนี้สว่างครบหมดเลย เป็นอาโลก แค่นี้ ถ้าไม่มีปฏิภาณปัญญาว่ายิ่งใหญ่กว่ากัน ข้างนอกนี้ยิ่งใหญ่กว่ากัน ก็เลยเอาคำพังเพยว่า หนึ่งในคลองดีกว่าเป็นสองในทะเล ฟังดูมักน้อย ก็จะเอาแค่นั้นมันก็เลยแคบแค่นั้น แค่นี้ก็ไม่มีปฏิภาณเรียนรู้ คุณก็ได้แค่นั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณเข้าใจชัดเจนว่าจริงๆแล้วมันมีกว้างมันมีโลกมีอะไรมากกว่านี้ เราจะเอาเต็มที่เก่งอยู่แค่นั้นก็ได้แค่ในคลอง และการนั่งคิดนี้มันมีแต่ในอดีตกับอนาคต เป็นจิตใจของตนเอง สัญญยนิจจานิ ตัวเองจากกำหนดหมายเป็นนิรมาณกาย เป็นกายที่ไม่มีจริงเราปรุงแต่งขึ้นมาเนรมิตเอง เยอะได้เท่าไหร่ไม่มีที่สิ้นสุด ดีไม่ดีนิรมาณกาย เดี๋ยวนี้มีใครร่วมรู้เห็นเลย ไม่มีสัมโภคกาย ไม่มีอทิสมานกาย มีแต่นิรมาณกาย กาย เนรมิตของตัวเองอยู่โดดเดี่ยวแล้วก็เฟ้อ ไม่มีที่สิ้นสุดที่จบเลย คุณบ้าไปใหญ่เลย เพราะฉะนั้นต้องมีคนรับรองต้องมีคนดึงไว้ถ่วงดุลไว้ต้องมีคนรับรู้ไว้ด้วย อันนี้ดีร่วมกัน มีดีมากเป็นร้อยล้านเป็นหลายล้านรับรองตรงกัน อันนี้แหละถือเป็นสัจจะในโลก เพราะฉะนั้น มันต้องเข้าใจปฏิภาณปัญญาในมุมเหลี่ยมต่างๆพวกนี้ สรุป คนเรายังไม่กระจ่างก็หลงอยู่ เพราะมันพยายามสว่างในที่มืด คนก็ต้องสร้างพลังงานสว่างมาเอง แต่อยู่ในนี้ไม่ต้องเลย อาศัยพระอาทิตย์ ในโลกมีแสงสว่าง ทำไมจะต้องไปยากอะไร มันจะเห็นพร้อมกับคนอื่นกันไม่รู้กี่ความคิดที่ร่วมความคิดกับเรา แต่เราไปปั้นอยู่คนเดียว อะไรก็ไม่รับรอง แค่นี้เข้าใจไม่ได้ มันไม่น่าจะไปทำ เข้าใจใช่ไหม ไปหลงอยู่คนเดียว มันเป็นอัตตาเดี่ยวๆหลงอวดดีอยู่ มันไม่ได้ดีสมบูรณ์แบบหรอก มันดีร่วมกัน คนอื่นรับรองดีกว่า อย่างอาตมาไม่ถือว่ารับรองตนเอง อาตมาให้พวกคุณรับรอง พวกคุณรับรองได้มากเท่าไหร่ คะแนนอยู่ที่พวกคุณ ไม่ใช่คะแนนอยู่ที่อาตมาเอามาบอกเอง คะแนนอยู่ที่พวกคุณจะให้มา นั่นคือคะแนนของอาตมา อาตมาเป็นอะไรก็เป็นอย่างที่คุณให้มา อาตมาเองเป็นอันนี้อันนี้อย่างนู้นอย่างนี้ มันไม่ได้คนอื่นไม่รับรอง อาตมาก็เป็นบ้าอยู่คนเดียว
2. การฝึกฝนลดกิเลสได้ผลจริงหรือ.. หรือได้จากความโลภ เพราะนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วก็ไปเจอความคิดดีๆขึ้นมา (จากการที่ผมเคยฝึกลดละมา )มันไม่ได้จนต้องยอมแพ้ แต่กิเลสกามมันแพ้ผมเพราะฟลุ้ค เจอความคิดที่ดี มันแปลก พ่อครูว่า...มาปฏิบัติไปตามลำดับ คุณอย่าสับสนเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาไม่เป็นลำดับ พระพุทธเจ้าให้เรียงไปตามลำดับอัศจรรย์เป็นลำดับ อาตมาพาทำนี้ ลำดับพระพุทธเจ้าก็ลำบากให้แล้ว แม้แต่ศีลสมาธิก็ให้ทำตามลำดับ สมาธิคือจิตที่ตั้งมั่นไปตามลำดับของศีล ศีลข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 สามข้อแรกเป็นเรื่องของกาย ข้อ 4 เป็นเรื่องของวาจา ข้อหาเป็นเรื่องของจิต แต่ก่อน ข้อที่ 1 เอาแค่ไม่ฆ่าสัตว์ แต่ในยุคนี้แล้วคนมันมีปัญญา เฉกา ความรู้ในโลกมากฉลาดมากแล้ว เพราะฉะนั้นพยายามที่จะเอาแค่ ไม่ฆ่าสัตว์ไม่พอ ต้องให้ไม่กินเนื้อสัตว์ อาตมาก็ขยับมาอีก พอไม่กินเนื้อสัตว์แล้วจะเห็นกิเลสติดยึดมากได้อีก เราปฏิบัติไปตามลำดับเรื่องของสัตว์เรื่องของของ เรื่องของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส อาตมาพยายามขยายกว้าง และสรุปข้นๆไปทีละข้อ แล้วก็ขยายอีกขยายแล้วก็สรุปแล้วก็ขยาย มันก็มี 2 นัย คุณติดตามดูจะได้เร็ว อย่าไปเชื่อตัวเอง ให้เชื่อสัตบุรุษบ้างทำตามสัตบุรุษ ให้เลือกเฟ้นคนนี้แหละเป็นสัตบุรุษ ชาตินี้รับรองว่าตัวเองไม่ใช่สัตบุรุษหรอก ก็ต้องหาสัตบุรุษเป็นผู้ที่จะช่วยนำพา คนที่เหมาะใจที่สุดก็เอา ไม่ต้องเหลาะแหละ แม้แต่จะไม่ใช่สัตบุรุษที่สูงจริง ถ้าเป็นผู้ที่มีภูมิธรรมบ้าง เป็นสัตบุรุษระดับล่างมันก็ยังเดินทางได้ดี เลือกให้ดีก็แล้วกัน อันนี้ก็สุดท้ายแล้วนะ ตัวใครตัวมัน ใครจะบังคับไปเอาความเฉลียวฉลาดไปใส่หัวใครก็ไม่ได้ ของใครก็ต้องของคนนั้นเองไม่ได้บังคับ ต้องใช้ภูมิปัญญาตัวเอง 620219_เทศน์ทวช.งานพุทธาฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ ตอบปัญหาดับเทวดา