สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน แม้ทุกข์ก็อย่าท้อสักวันต้องสิ้นทุกข์ได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน แม้ทุกข์ก็อย่าท้อสักวันต้องสิ้นทุกข์ได้ _ใบแพร...พ่อครูเคยพูดไว้ว่า การที่เรามาอยู่ในชาวอโศกมีงานทำมากมาย มีหน้าที่การงานบางคนมองว่า เท้าไม่ติดดินอยู่ในหอคอยงาช้างอยู่ในห้องแอร์ จริงๆแล้วมันต้องอยู่กลางดินอยู่ในการเกษตร พ่อครูเคยบอกว่าบางคนจะต้องมารับวิบากต้องบำเพ็ญบารมี บางทีเราท้อ ทำไมเราต้องมาลำบากอย่างนี้ แต่ถ้าเป็นการบำเพ็ญบารมีเราก็จะยอมอดทนยอมสู้ บางทีเราก็คิดว่าทำไมเราต้องมีวิบากอย่างไรต้องมาทุกข์มาลำบากอย่างนี้ ก็เกิดการท้อ พ่อครูว่า...ก็ตอบง่ายๆว่าอย่าท้อสิ ถ้าคุณรู้สึกอาการท้อ มันก็ท้อกำลังลง มันก็เสีย คนคิดท้อนี้เป็นคนโง่ ฟังไว้ตรงนี้ คนคิดท้อ มันต้องตรวจสอบว่าเรากำลัง ต้องอุตสาหะในอะไรที่กำลังทำ ถ้างาน กรรมกิริยาที่เรากำลังทำอยู่ขณะนั้น เราก็ต้องตรวจสอบว่างานอันนี้ควรไหมดีไหม ถ้าดีถ้าควร คุณอย่าท้อ อุตสาหะ ทำ ตรวจแล้วตรวจอีกว่าดีแน่นะ ที่เราอุตสาหะใช้เรี่ยวแรงพากเพียรอยู่นี่ งานนี้มันดีแน่นะ มันเหมาะสมเหมาะควรกับเวลาเหมาะสมกับโอกาสฐานะ ตรวจสอบพร้อมหมดแล้ว เอาเลย แม้ว่าหน้านองน้ำตาอยู่ เราต้องมารับวิบาก ต้องมาบำเพ็ญ พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าใช้คำว่าผู้ที่จะมีทุกข์แม้ว่าหน้านองน้ำตาอยู่ ก็เป็นวิบากของเรา บุคคลในโลกนี้ ปฏิบัติกับทุกข์มีหน้านองน้ำตาอยู่ [ล.๑๒ ข.๕๑๘] ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากต่อไปเป็นไฉน? ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีราคะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนืองๆ เป็นผู้มีโทสะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ เป็นผู้มีโมหะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ (ต่อ) บุคคลนั้นถูกทุกข์บ้าง โทมนัสบ้างถูกต้องแล้ว เป็นผู้มีใบหน้านองด้วยน้ำตาร้อ
อ่านต่อ
งไห้อยู่ แต่ประพฤติพรหมจรรย์บริบูรณ์บริสุทธิ์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีทุกข์ในปัจจุบันแต่มีสุขเป็นวิบากต่อไป. [ล. ๑๑ ข.๕๑๘] มันยากระหว่างสภาวะกับภาษา เป็นเทวะ เราต้องขยายความไปอีกเพราะว่าเทวะครองโลก เทวะมีอยู่จำนวนมากอย่างนี้ ศาสนานั้นมีเยอะไม่รู้กี่ศาสนา หลายศาสนาเป็นเทวนิยม แต่พวกนั้นเป็นอเทวนิยมเพียงศาสนาเดียว เป็นหนึ่งในโลก ศาสนาอื่นเป็นเทวนิยมทั้งนั้นเมื่อไรก็เป็นเช่นนั้น ไม่ต้องไปงงหรือสงสัยว่าเราเป็นพวกน้อย ชาวพุทธนั้นเป็นพวกน้อย เป็นเหมือนปรอท ส่วนศาสนาเทวนิยมเหมือนโฟม ถ่วงกันได้ เนื้อแท้เนื้อสาระแท้มันต่างกัน เหมือนปรอทกับโฟม อันโน้นฟ่ามกว้างมันหลวมไม่เข้าเนื้อเข้าแก่นแต่ของพุทธนั้นเป็นเนื้อเป็นสาระเป็นแก่น 620219_เทศน์ทวช.งานพุทธาฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ ตอบปัญหาดับเทวดา