สิริมหามายาคือภาวะ Axiom.docx
เนื้อหาในไฟล์
สิริมหามายาคือภาวะ Axiom _จากผู้อยากรู้สภาวะที่สันติอโศก ฝากมาถามว่า "กุรูสู่ช่วยถามพ่อท่านให้ช่วยอธิบายความหมายของ axiom ให้ชัดในสภาวธรรมหน่อย เพราะพ่อท่านพูดว่าเป็น นัตถิ อุปมา หาอะไรเปรียบไม่ได้ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันฟังแล้วก็งง ๆ พ่อท่านพูดมาหลายครั้งก็ยังไม่ค่อยเข้าใจชัด บางครั้งท่านก็พูดในแง่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว (สัจพจน์) บางครั้งพูดแล้วดิฉันเข้าใจในเรื่อง นิจจัง ธุวัง สัสสตัง อวิปรินามธัมมัง อสังหิรัง อสังกุปปัง (มีหลายคนที่สันติอโศกก็อยากรู้ให้ชัดเหมือนกัน) พี่เลยขอให้แล้วเธอช่วยถามด้วยค่ะ (ผม กุรูสู่เลยเห็นว่า ในเมื่อผู้ใดยังมีความสงสัยใน สิ่งที่ตัวเองยังมี "ความไม่บริสุทธิ์หมดจด ก็ย่อมยังมีความมัวแห่งปัญญา ไม่เห็นสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ ที่ยังไม่สิ้นสุด ก็จึงไม่แจ่มแจ้งใน "สภาวะความบริสุทธิ์หมดจดในระดับแอ๊กเซี่ยมนั้นได้" ต่อให้คุณได้ฟังคำอธิบายอันชาญฉลาด คุณก็จะได้ฟังแค่อุเทศ นิเทศ อันเป็นเพียงสื่อเท่านั้น เพราะการหลงผิดคิดว่า แค่ได้ฟังคำอธิบายคุณก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจได้ แต่คุณจะไม่มีอาการ ไม่มีลิงคะ ไม่มีนิมิต ของสิ่งที่ บริสุทธิ์หมดจดนั้นๆ มาให้รู้เลย ผมเลยอดใจไว้ ไม่ได้ช่วยตอบเขาไป เพราะยังไม่มีบารมีที่จะทำให้เขาเชื่อสัจจวาทะของผมได้ ก็เลยต้องมาขอพึ่งบารมีพ่อท่านช่วยตอบเขาด้วยครับ) พ่อครูว่า... Axiom เป็นความจริงที่จบ ไม่มีอะไรเปรียบเทียบแล้ว เป็นยอดพีระมิดแล้ว เป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือว่าเป็น 0 แล้วก็ไปเปรียบกับอันอื่นไม่ได้ คำว่าบริสุทธิ์หมดจด ใช้ภาษาอังกฤษว่า Axiom ถ้าหากคุณไม่มีสภาวะแล้วตรวจสภาวะด้วยธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ จะมีเหตุปัจจัย 2 ตัวเปรียบเทียบกันไปเรื่อยๆ เทียบไปจนถึงคู่ที่เล็กละเอียดจนถึงคู่สุดท้ายที่สุดถึงที่สุด จะมีจุดที
อ่านต่อ
่พระพุทธเจ้าท่านนับไว้เป็นบัญญัติคือ อากาสานัญจายตนะ กับ วิญญานัญจายตนะหรือเป็น อสัญญีสัตว์ กับ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อสัญญีสัตว์คือดับสัญญาไปเลย ก็นึกว่า 0 แต่อีกอันว่าไม่ 0 นะก็เป็น เนวสัญญานาสัญญายตนะ อาฬารดาบสได้แค่ฌาน 7 มีแค่ อากิญจัญยายตนะ เขาดับไปถึงขั้นไม่มีเลย นึดนึงน้อยนึงก็ไม่มี แต่อุทกดาบส มีนิด แต่อาฬารดาบส สุดวิสัย ที่จะรู้สิ่งเล็กๆกว่านี้อีกแล้ว ไม่เกิดอันที่เล็กละเอียดกว่านั้นให้อาฬารดาบสรู้ได้อีกแล้ว มันเกิดก็ไม่มีภูมิจะหยั่งรู้ได้ ถึงได้แค่ขั้นที่ 7 ส่วนอุทกดาบสได้ฌาน 8 เนวสัญญานาสัญญายตนะ แต่เขาเข้าใจว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นสิ่งที่สูงที่สุด ทั้งๆที่มันยังไม่สูงที่สุด ยังมีสัญญาต่างๆที่มันต่างกันอยู่ เนวสัญญานาสัญญายตนสัตว์ สัตว์ที่ยังไม่เป็น 1 ยังมี 2 ยังมีสัญญา 2 ยังไม่จบ เพราะฉะนั้นอันนี้แหละในวิญญาณฐีติ 7 จะไม่มีอสัญญีสัตว์แล้วไม่มี เนวสัญญานาสัญญายตนะ ถ้ามีสองตัวนี้ด้วยรวมเป็น สัตตาวาส 9 แต่วิญญาณฐีติ ไม่ต้องมี สัตตาวาส 9 จบแค่ 7 ไม่ต้อง เนวสัญญานาสัญญายตนะ เพราะ อากิญจัญยายตนะ ก็จบแล้วเพราะทำชัดเจนทีละคู่มาแล้ว จนจบที่ อากิญจัญยายตนะ นิดนึงน้อยนึงก็ไม่มี กิเลสสาสสวะไม่มี ไม่มีอย่างตื่นๆเห็นๆ ไม่มีครบกาย ภายนอกภายใน ครบทวารทั้ง 6 พร้อมแล้ว สมบูรณ์แบบทั้งภายนอกภายในไม่มีเข้าใจผิด คำว่า กาย สมบูรณ์ทั้งภายนอกภายในตื่นๆครบ ไม่ใช่กายไม่มี แต่ไปสร้างกายเก๊ให้ตนเองเป็นกาย 3 นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมาณกาย เป็นของเก๊ของแต่ละคนเนรมิตเอาเองทั้งหมด แต่มาทำเป็นโมเมว่าเข้าใจกันได้เป็น สัมโภคกาย แต่ต่างคนต่างมืดทั้งหมดเป็นอาทิสมาณกาย ต่างคนต่างไม่เห็นของคนอื่นหรอกมีแต่ของตัวเองทั้งนั้น เพราะมันอยู่ของใครของมัน ไม่มีการเปรียบเทียบกันเลยเพราะมันอยู่ของใครของมัน รายละเอียดตอนนี้เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาเทวะ หรือ ความเป็น 2 แล้วก็จบด้วยความเป็น 1 ที่สุด จบด้วยความเป็น 0 อย่างชัดเจน หากไม่ชัดเจนมันจะเป็นมายาหลอกเรา คำว่า มายา กับ สิริมหามายา ถึงเป็นภาษาคู่สุดท้าย ว่า ถ้า สิริมหามายาคือ Axiom ความจริงสูงสุด ถ้าเป็นนักมายากลอยู่ก็ยังไม่เป็น Axiom สรุปจบลงตรงนี้ 640917_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชีวิตคืออะไร แล้วชีวิตจะอยู่ไปทำไม