สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สัมมาทิฏฐิ 10 เป็นโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.22 KB
วันที่แก้ไข25 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สัมมาทิฏฐิ 10 เป็นโลกุตระ _สัมมาทิฏฐิ ที่เป็นอนาสวะคือไม่เหลืออาสวะแล้วเป็นองค์มรรค ต่างกับสัมมาทิฏฐิ 10 อย่างไร ? พ่อครูว่า..สัมมาทิฏฐิ ที่เป็นอนาสวะคือไม่เหลืออาสวะแล้วเป็นองค์มรรค ต่างกับสัมมาทิฏฐิ 10 อย่างไร ที่เป็นสาสวะ อันนี้คือมรรคแท้ๆ ที่เป็นองค์แห่งมรรคที่บอกว่าเป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ คำว่าส่วนแห่งบุญนี้ ให้ผลแก่ขันธ์ เป็นสาสวะ แล้วมีข้ออนาสวะอีก ข้อสาสวะ ไม่ได้ใช้คำว่า เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตระ ก็หมายความว่า สิ่งที่เป็นแค่ส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์ก็ยังไม่เป็นอนาสวะ แต่เป็นโลกุตระหรือเปล่า ก็เป็น แต่ท่านไม่ได้กล่าวไว้ ถ้าปฏิบัติสัมมาทิฏฐิ แม้แต่อนาสวะก็เป็นโลกุตระ เช่น รู้ว่าทำทานแล้วทำใจอย่างไร จึงจะเป็นส่วนแห่งบุญ เช่น ทำทานแล้วสร้างภพชาติไม่เป็นส่วนแห่งบุญ เพราะว่าบุญไม่ใช่สิ่งที่ได้มา ได้บุญคือทำให้กิเลสลดได้ เสียกิเลสไป เสียนั่นแหละคือได้มา ท่านตรัสภาษาโลกุตระ แต่คนเข้าใจไม่ถึง ผู้ที่ได้ส่วนแห่งบุญคือผู้ที่เสียไป ถ้าส่วนแห่งบุญหมด สิ้นอาสวะ คือหมดบาปหมดกิเลส ส่วนแห่งบุญก็หมดไป เป็นปุญญปาปปริกขีโณ พระอรหันต์เป็นผู้สิ้นบุญแล้วทั้งนั้น บาปก็ไม่มี จึงเป็นคนที่ สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง พระอรหันต์ทุกองค์ไม่ทำบาปทั้งปวง จะทำกรรมอะไรอยู่ ก็มีแต่กุศลทั้งหมด กุสลสูปสัมปทา เพราะมี สจิตตปริโยทปนัง ส่วนแห่งบุญมีผลแก่ขันธ์ ขันธ์เรามี 5 คือ ทำให้อุปาทาน คือ รูปูปาทานักขันโธ เวทนูปาทานักขันโธ สัญญูปาทานักขันโธ สังขารูปาทานักขันโธ วิญญูปาทานักขันโธ สะอาดขึ้น 600612_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ มูลสูตรสู่ความเป็นอรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน