สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน ชีวิตคนมีค่าเพราะอะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน ชีวิตคนมีค่าเพราะอะไร อาตมาไปเจอข่าวหญิงจีนอายุ 131 ปี ตรวจสอบเมื่อ 25 มิ.ย. เกิด คศ.1886 ก็เกิด พ.ศ. 2429 หรือปีที่สองในราชวงค์ชิง อาตมาจะโยงไปว่า คนเราที่ยังไม่ตาย ยังมีชีวิตยืนยาวในโลก จะมีอายุยืนยาวไปเท่าไหร่ก็แล้วแต่ แต่ละเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ เรามีคุณค่าประโยชน์ ของชีวิตคน คุณค่าประโยชน์ของชีวิตคนคืออะไร เกิดมาเป็นคนแล้ว อาตมาว่า ถ้าจะนับว่าชีวิตมีคุณค่าประโยชน์ก็คือ เราเป็นชีวิตที่ ได้รับใช้ผู้อื่น ได้ให้แก่ผู้อื่น ได้เสียสละแก่ผู้อื่น นั่นคือชีวิตที่มีคุณค่าประโยชน์ ถ้าชีวิตของใคร มีชีวิตอยู่ 1 วินาที 1 นาที 1 ชั่วโมง 1 วัน 1 ปี มีแต่เอา มีแต่ได้ๆๆ คิดงบแล้ว ชีวิตมีแต่ได้ให้กับตัวเอง คนนั้นไร้คุณค่าสิ้นดี ไม่มีประโยชน์ในการเกิดมามีชีวิต เกิดมาหนักแผ่นดิน สรุปได้ว่า คนที่ตั้งหน้าตั้งตาสะสมความรวยให้แก่ตัวเอง ชื่อคนหนักแผ่นดิน อาตมาจำเป็นต้องพูดแรง เพราะคนมันหนักหนาสาหัส เขาไม่สำนึก เขาไม่นึกว่า ชีวิตแต่ละคน อัตภาพแต่ละคน มันสั่งสมกรรม สั่งสมวิบาก กรรมวิบากเป็นตัวสำคัญของชีวิตคนแต่ละคน กัมมัสโกมหิ กัมทายาโท กัมมพันธุ กัมมโยนิ กัมปฏิสรโณ คนจะเกิดมามีอย่างนั้นอย่างนี้ รูปหล่อพ่อรวย ขาหักขาเป๋ รูปดีชั่ว จะมีความฉลาดความโง่ จะมีคุณค่าความดีงาม ที่คุณประพฤติทั้งหมด มันมีพลังงานในตัวเองเป็นต้นทุน ให้คุณทำอย่างนั้น จะบอกว่าสูงต่ำดี มีคุณค่าหรือทำลายเลวทรามก็แล้วแต่ก็จากกรรมทั้งนั้น กัมมโยนิ แล้วสะสมเป็นพ่อพันธ์ตระกูล กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ คุณมีกรรมเท่านั้นเป็นที่อาศัยไปตลอดจนกว่าจะปรินิพพาน แม้คุณจะบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็อาศัยกรรม แต่กรรมของพระอรหันต์ เป็นกรรมไม่มีบาปไม่มีบุญแล้ว บรรลุอรหันต์ เป็นคนสิ้นบุญสิ้นบาป ปุญญปาปปริกขีโณ กรรมที่เห
อ่านต่อ
ลืออยู่ ที่จะได้พึ่งจึงเป็นกรรมที่มีแต่กุศล กุสลสูปสัมปทา เพราะได้ทำจิตผ่องแผ้วได้สำเร็จ บาปทั้งปวงไม่ทำแล้ว พระอรหันต์ จึงเป็นอยู่ด้วยกรรมที่เป็นกุศล ถ่ายเดียวไม่มีบุญแล้ว เป็นอรหันต์แล้วทำกรรมใดก็ไม่เกิดบุญ บาปไม่มีแน่ นี่เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งที่ชาวพุทธทุกวันนี้ไม่เข้าใจสำคัญชัดเจนแล้ว หรือเข้าใจผิดว่า 1. ที่พูดกันทั่วไปง่ายๆตื้นๆคือพระอรหันต์คือผู้ที่หมดกรรม ซึ่งไม่ถูก กรรมคือการกระทำ หายใจออกหายใจเข้าก็คือกรรม กระพริบตาก็คือกรรม ยกมือยกไม้ก็คือกรรม กายกรรมวจีกรรม แม้มโนคิดก็เป็นกรรม เป็นพระพุทธเจ้าก็ยังมีกรรม นี่คือความเข้าใจของศาสนาพุทธ เดี๋ยวนี้ได้ผิดเพี้ยนไป ไม่เข้าใจกันแล้วว่า พระอรหันต์เป็นผู้ที่ไม่ทำกรรมชั่ว บาป อกุศลทุจริต ยังไม่เปลี่ยนแปลงเที่ยงแท้แน่นอน ไม่อย่างนั้นไม่ใช่พระอรหันต์จริง พระอรหันต์ ไม่มีแวบไหนจะไปทำบาปเลย นี่คือคุณลักษณะเต็มๆของพระอรหันต์ จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง ถ้าจิตวิญญาณบรรลุอรหัตผล ก็เป็นหลักประกันชีวิตคนๆหนึ่ง อยู่ในโลกจะไม่ทำบาปทั้งปวงไม่ทำทุจริต เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในสังคมมนุษย์ แม้แต่ตัวมนุษย์ผู้นั้นเอง คนผู้นั้นก็สบายดีมาก ชีวิตจะยืนยาวไปอีกเท่าไหร่ ก็ไม่มีวิบากชั่ว ให้กังวลอีก แม้ไม่ถึงพระอรหันต์ เป็นพระอนาคามี ก็ไม่ทำบาป หยาบภายนอกแล้ว เหลือแต่ของตัวเองที่ยังล้างไม่เสร็จ เป็นอุทธัมภาคิยสังโยชน์ อยู่ในจิต ภวตัณหาเหลือรูป อรูป ก็เป็นคนที่ภายนอก ไม่มีพิษภัยกับใคร คือคนที่เป็นตั้งแต่เป็นอนาคามีขึ้นไป พระพุทธเจ้ามีทฤษฎีที่ทำให้มนุษย์ได้ปฏิบัติประพฤติ เป็นหลักประกัน ทำให้มนุษย์ไม่มีโทษภายในสังคม มหาวิทยาลัยในโลกนี้ สอนคนจบปริญญาเอกจบด็อกเตอร์ แต่ไม่มีหลักประกันอย่างของพระพุทธเจ้า และมันยิ่งเก่งเป็นความรู้ทางบัณฑิต เป็นปริญญายิ่งใหญ่ เอาใบปริญญาไปขี้โกงสารพัด เท่าที่มีโอกาส ไม่ได้เป็นหลักประกันเลยว่า ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้จะลดลง แล้วก็ดูเหมือนไม่มีวิชชาที่สอนให้ลดกิเลสพวกนี้ด้วย ที่เรียน ปริญญาตรีโทเอก พวกนี้ ถือว่าซวย แม้จะได้จบปริญญาทางโลก 10 ใบ พระพุทธเจ้าเรียกว่าโมฆบุรุษ เกิดมาสูญเปล่า แถมได้รับอกุศลพอกกิเลสโลภโกรธหลง หนาไปอีกกว่าจะตาย โมฆะคือไม่ได้ความรู้ของพระพุทธเจ้าไปก็ยังขนาดหนึ่ง นี่แถม ไปทำกิเลสให้แก่ตัวเองหนาขึ้น ทำทุจริตบาปใส่ตัวเองเข้าไปอีก อาตมาพูดขนาดนี้ใครที่มีปัญญาฟัง พวกคุณมีโชคมากๆ ที่เอาชีวิตมาใส่ใจ เวลาวันหนึ่ง 24 ชั่วโมง ก็เอาเวลาใส่ใจ คลุกคลีกับมิตรดี อาตมาภาคภูมิใจตัวเองที่ได้สร้างสังคมมนุษย์ ที่ได้มารวมกัน สังวรระวัง มีการสำรวมอินทรีย์ สังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน อนุรักขณาปธาน มีการพิจารณา กายในกายเวทนาในเวทนาจิตในจิตธรรมในธรรม เป็นสติปัฏฐาน 4 พยายามพากเพียรปหานกิเลส พยายามทำให้เกิดผล ภาวนปธานแล้วรักษาผล ด้วยอนุรักขณาปธาน ด้วยอิทธิบาท 4 จะมีมากน้อยก็แล้วแต่ ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสา ในชุมชนชาวอโศกทุกคน มีวัฒนธรรมพฤติกรรมอย่างนี้ เป็นสังคมกลุ่มชน เป็นชุมชนไม่นิตินัยก็ตาม ชุมชนชาวอโศก มีนิตินัยสองแห่งคือ ราชธานีอโศก ศีรษะอโศก นอกนั้นก็เป็นชุมชน เอกชน ไม่ได้ขึ้นกับทางการเป็นนิตินัย แต่เป็นทุกชุมชนคือถือศีลกันทุกชุมชน กวดขันกัน ใครที่ทำผิดศีลก็ชำระกัน ถ้าไม่เหมาะควรก็เชิญออก ลงทัณฑ์กันจริงๆ นี่เป็นเรื่องที่อาตมาว่าภาคภูมิใจที่ชีวิตนี้เราได้ทำกับสังคมมนุษยชาติ อาตมาก็ยังนึกไปถึงประเทศ ผู้บริหารประเทศ นึกไปถึงเถรสมาคม ทำไมเขาเกิดก่อนอาตมา ทำไมเขาไม่ทำให้เกิดชุมชนอย่างนี้ เขามาพูดว่า ให้หมู่บ้านมีศีล 5 มาพูดโก้ๆ แต่ทำได้ไหม แต่พวกเราทำได้ จริงอาจบกพร่องผิดพลาดผิดศีลกันได้แน่นอน แต่มาอยู่ที่นี่ต้องถือศีล จะมาฆ่าสัตว์ จะมากินเนื้อสัตว์ในนี้ไม่ได้ อย่ามาอ้างว่า ต้องฆ่าสัตว์เพื่อกิน ต้องเอาแมงกุดจี่มากิน ไม่เอาแล้ว ไม่มีเงื่อนไขที่จะฆ่าสัตว์มากิน เพราะฉะนั้นจึงบริสุทธิ์ได้จริงๆ ว่า พวกเราไม่ฆ่าสัตว์ แม้แต่อ้างเพื่อกิน เป็นความบริบูรณ์ของศีลที่ทำได้มาก แต่เขาหาว่าสุดโต่ง ถ้าอาตมาทำสุดโต่ง พวกเราเข้าโรงพยาบาลประสาทเป็นแถวๆแล้ว แต่นี่ไม่ได้สุดโต่งอะไร ไม่ฆ่าสัตว์ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่โต่งอะไร ศีล 5 นี่คุณไม่ได้สุดโต่งอะไร เป็นพื้นฐาน ปฏิบัติแล้วได้ดี แม้จะปฏิบัติไม่สัมมาทิฏฐิ กดข่มไว้ ก็ตาม แต่ปฏิบัติศีล ต้องให้ถึงใจ แต่ศาสนาพุทธทุกวันนี้ เข้าใจว่าปฏิบัติศีลแค่กายวาจา ส่วนจิตต้องไปนั่งสมาธิเอา สมาธิจะเกิดเพราะนั่งสมาธิเอา ไม่ใช่ สมาธิของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติศีลข้อ 1 ก็เกิดสมาธิ ปฏิบัติศีลแต่ละข้อก็เกิดสมาธิ เกิดปัญญา เกิดวิมุติ ในกิมัตถิยสูตร การได้อานิสงส์ 10 ของศีล . กุสลานิ สีลานิ อนุปุพเพนะ อรหัตตายะ ปูเรนตีติ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ไปตามลำดับ แต่เพราะคณะใหญ่เสื่อมสอนไม่ตรง อรหัตตผลไม่เกิดแค่กายวาจา กายกับวาจาจะบริสุทธิ์เท่าไหร่ก็ไม่ใช่เครื่องชี้บ่งอรหัตตผล ต้องมีที่จิต ปฏิบัติศีลจิตจะเกิด 1. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) . 2. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) 3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) . 4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) 5. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) 6. สมาธิ (จิตมั่นคง) 7. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) . . 8. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) . 9. วิราคะ (คลายกิเลส) 10.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208)
กายปัสสัทธิคือไม่ใช่แค่ร่างกายสงบ แต่จิตสงบจากกิเลสไม่มีอกุศลจิตร่วมแสดงคือความสงบ ความสงบไม่ได้หมายความตื้นหยาบเผินๆ แม้แต่คำว่าสงบคำเดียว เขาเข้าใจแค่พื้นๆ
600707_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชีวิตคนเกิดมามีค่าเพราะอะไร