150325-D สมาธิจะเกิดอธิจิตต้องมีศีลเป็นเบื้องต้น ตอน4-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt
เนื้อหาในไฟล์
จะมาต่อคราวที่แล้วที่เราได้ดำเนินทั้งเรื่องอาตมาได้เน้นหนักถึงเรื่องกามสุขัลลิกานุโยคกับอัตนิยมถะหรืออัตนัยมีฐานะโยกมาแล้วอย่างชัดเจนถ้าใครไม่เข้าใจ 2 อย่างนี้ลำบากมากอันนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านเริ่มสอนเริ่มเผยแพร่พระศาสนาท่านก็ได้นำเอากามสุขัลลิกานุโยคกับอัตนิยมเนี่ยมาสอนก่อนเพื่อนเลยสอนโดยที่เรียกว่าแยกแยะให้ฟังว่าไอ้โลกทั้งหลายแหล่นี่มันรวมกันมาเป็นสกายยักษ์หรือเป็นตัวตนแท้ๆมันก็คือกามนั้นหนึ่งกับ อัตตาอีก 1 2 อันนี้นั่นแหละที่อาตมาได้แยกแยะไปแล้วเดี๋ยวจะแยกแยะอีกทีนึงนะเดี๋ยวจะแยกแยะอีกทีนึงตอนนี้อาตมาท้าวความแล้วก็กล่าวเพิ่มเติมเข้าไปถึงอันของเก่าด้วยนิดหน่อยอ้อก่อนจะเพิ่มเติมไปนิดหน่อยคราวที่แล้วอาตมาได้เผลอภาษาบาลีอันนึงไปภาษาบาลีอันที่อาตมากล่าวถึงไอ้พวกน้ำ 4 อย่างคนที่เปรียบได้ห้วงน้ำ 4 อย่างอุทาน 4 อย่างจัดการอุตสาหกรรมซึ่งอาตมาบอกว่าอัตราดอกอัตราดอกคัมภีร์โลพาโซบ้างหรือว่าคัมภีร์ บาซูอัตโนมัติอะไรนั่นน่ะที่จริงไม่ใช่อัตรานะไปอุดตาขอแก้หน่อยใครที่จดไปแล้วเอาไปแก้นิดนึงแก้อัดเป็นอุดอุดตาโนนะทุกตัวไม่ใช่อัดทั้งนั้นเลยมันมีอุตตโมแล้วก็คัมภีโรพาโซแล้วก็มีคัมภีร์โรว์พาโซแล้วก็มีอุตตโมแล้วก็อุดตันโอภาโสและก็มีคัมภีร์รอและคัมภีรภาพคำว่าอัตตโนจะแก้ปัญหาอันนี้ขอขอแก้ขอแก้ที่ผิดนิดนึงแต่ทีนี้อาตมาจะต่อยังไม่ขึ้นต้นคิดใหม่ ยังไม่ขึ้นต้นอันใหม่นะอันเก่ามันยังเหลือหางๆมันก็ไม่หน่อยแล้วถ้าจะพูดกันแล้วถ้าอาตมาจะจบไม่จบลงในเรือหางหางมันนี่ก็ไม่จบกันตลอดชาติก็ได้เพราะเหตุว่าในเรือหางหางนี้ออกถึงอริยสัจ 4 และออกถึงอรหันต์อะไรต่างๆนานาจะไปถึงอริยสัจ 4 ถึงอรหันต์ก็หมายความว่าจบจบทางกันล่ะแต่อาตมาก็จะจบลงในตัวแล้วเพื่อที่จะขึ้นตรงนี้ต่อตรงนั้นอันนี้อาตมาจะอธิบายคร่าวๆให้มันจบชี
อ่านต่อ
วิตอันต้นซะก่อนนะเออเรื่องสมาธิเมื่อสมาธิแล้วก็มีสภาพสมาธิเมื่อมันเป็นสมาธิจริงๆแล้วนะมันก็มีสภาพได้ทั้งในสภาวะหลับตาหรือลืมตาตรงๆอยู่สมาธิไม่ได้หมายความว่าเอาหลับตาอย่างเดียว ถ้าสมาธิหลับตาอย่างเดียวแล้วล่ะก็เป็นสมาธิที่น้อยเหลือเกินน้อยมากเป็นสมาธิที่เป็นสัมมาอาระหัง อาตมาไม่ไม่ไม่สูบหรอกคุณเอาไปส่งไอ้นี่มันเป็นมันผิดศีลข้อที่ 5 เป็นความเมาความเมาชนิดหนึ่งในบุหรี่บุหรี่ความเมาชนิดที่เรียกว่ายังไม่หยาบด้วยนะอ่าดีอนุโมทนาสาธุในจิตกุศลของคุณแต่ว่าถวายผิดเรื่องซะด้วยแล้วตอนนี้อาตมาของกินหมดเรื่องแล้วนอกจากน้ำช้าอาจจะมากินทีเดียวแล้วเลิกกันไม่ฟุ่มเฟือยไม่เสียเวลาอะไรนะกาแฟฉันในเวลาฉันในเวลาที่อาตมาฉันอาหารเช้าก็ฉันภายนอกกว่าเวลาออกมาแล้วก็หมดเรื่องเลยจบไม่มีแม้แต่ปัจจัยก็ หลังฉันแล้วก็ไม่รับอะไรอีกเหมือนกันถ้าอาทิตย์นี้ก็ต่อการจะเกิดสมาธิได้ก็ต้องทำตนให้เป็นคนมีกิเลสตัณหาอุปาทานน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงนะเพราะฉะนั้นผู้ที่จะมีสมาธินั้นไม่ได้หมายความว่ามีสมาชิกทีเดียวหมดกิเลสเลยไม่ใช่สมาธินั้นจะมีกิเลสน้อยลงน้อยลงตามลำดับมีกิเลสน้อยลงท่านจัดกิเลสเอาไว้ท่านเรียกว่านิวรณ์กิเลสนิวรณ์กิเลสนี่แหละมันมีอื่นหรอกถ้ามีเหรียญ 5 ชนิดมีน้อยลงน้อยลงน้อยลงลงไปเรื่อยๆเท่าไหร่เราก็จะเกิดจะมาที่ยิ่งขึ้น ธุรกิจที่สูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยไปสมาธิชื่อของการทำตัวเกิดจริงๆเป็นอภิสิทธิ์หรือเป็นจิตเพราะงั้นตัวจิตเกิดตัวนี้แหละเราเรียกว่าผลของมันอยู่ที่นี่ฝนมันไปอยู่ที่สมาธิหรอกสมาธิมันเป็นชื่อของมันเฉยๆสมาชิกชื่อของการกระทํา คำว่าละครเป็นชื่อเรียกมันเฉยๆแต่ตัวที่เกิดจริงเป็นจริงนั้นคือตัวอยู่ในนั้นเลยแท้ๆอยู่ไอ้นั่นแท้ๆเลยเพราะว่าเราจะต้องเข้าใจสมาธิและเข้าใจผิดให้ได้ด้วยถ้าผู้ใดทำสมาธิเกิดสมาธิอันนั้นแหละคือการอบรมจิตให้เกิดเป็นอัฐิอบรมจิตให้เกิดยิ่งใหญ่ขึ้นมาให้จิตมันสูงยิ่งขึ้นเรียกว่าอภิสิทธิ์อภิสิทธิ์เกิดได้เสมอก็คือผู้นั้นมีสมาธิเสมอมันผสมเปอร์เซียกันอย่างนี้ถ้าพูดได้จะทำให้สมาชิกเกิดสูงขึ้นสูงขึ้นก็ผู้นั้นก็คือผู้ที่มีอภิสิทธิ์มากขึ้นเกิดอาทิตย์จิตเพิ่มขึ้น แล้วก็จะได้อธิปัญญาเพิ่มขึ้นปัญญาตัวใดที่มันเป็นอธิปัญญามันก็จะไปสนับสนุนศีลให้เป็นอธิษฐานสูงขึ้นอีกเพราะอธิศีลสูงขึ้นประพฤติศีลจนกระทั่งบริสุทธิ์เป็นพิษที่ 4 ไม่ด่างไม่พร้อยไม่ขาดไม่ทะลุ 7 ก็สูงขึ้นไปอีกใครจะเอาระดับไหนไปเทียบกับขึ้นไปตามความจริงอย่างนี้แหละมันจะค่อยสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆเพราะงั้นเราจะเอาอะไรมาวัดอะไรเองจริงๆนะวัดยากมากถ้าผู้ใดไม่มีจิตตัวเองเป็นมิเตอร์จริงๆนะหมายความว่าจิตเป็นอาทิตย์จิตจริงๆนะจะเอาไปวัดคนโน้นคนนี้วัดยากยากจะไปเอาโสรสยาน 16 มาวัดยังไม่จริงหรอกโสรสยานมันภาษาพูดตั้งแต่น้ำมารู้เปล่าเพราะ พญานะยันต์ปัญญานอะไรก็ตามแต่ไอ้นี่มันชื่อภาษามันเหมือนมิเตอร์เขียนเลข 1 เลข 2 เลข 3 เลข 4 เลข 5 จนกระทั่งถึงเลข 16 เอาไว้แล้วก็เอามิเตอร์นี่ไปวัดทีนี้ไอ้ตัวมิเตอร์มีปรอทหรือยังล่ะตัวปรอทนั่นแหละคือจิตเราถ้าเรามีปรอทนั้นไม่ต้องมีมิเตอร์อย่างนี้ก็ได้เราไปวัดถูกเลยเปลี่ยนๆเลยไม่ต้องไปขานชื่อว่านามะรูปเชทยานนะพอดีอาจารย์นะประโยชน์เท่าไหร่เบี้ยไปจนจบเป็นปัจจเวกขณะยานไม่ต้องไล่เมียเลยไม่จำเป็นถ้าเผื่อว่าคนที่เป็นแล้วรู้แล้วมีแล้วจะมาไล่เบี้ยกันซึ่งทดสอบกันนะเอามิเตอร์มาวัดดูซิเขาทำมิเตอร์ไอ้นี่มาวัดคือโสรสยานี่ท่าน พุทธโฆษาจารย์มาทำเอาไว้ลองเอามิเตอร์ของท่านพุทธโฆษาจารย์มาวัดดูซิตรงไหมได้เหมือนกันได้เหมือนกันถ้ามีตัวของมันจริงๆมาวัดกันแล้ววัดออกวัดออกเหมือนกันวัดได้นะไม่เป็นไรหรอกแต่ถ้ายังไม่มีตัวแล้วมิเตอร์ราคาแพงเท่าไรก็อย่าไปซื้อมามันผิดมันเสียเงินเปล่าอย่าเพิ่งไปซื้อมิเตอร์อย่าเพิ่งไปซื้อมิเตอร์ทำตัวเองให้มีของที่จะวัดได้ซะก่อนซื้อมิเตอร์มาบางทีซื้อมาทิ้งเอาไว้นะตัวเองยังไม่มีของจะวัดเลยทำตัวเองตายก่อนมิเตอร์เลยไม่ได้ใช้เลยมีเยอะเดี๋ยวนี้แดกก็แย่แบบมิเตอร์เปล่าก็แยะนะเพราะงั้นอย่าเพิ่งไปซื้อมิเตอร์ไอ้ที่ไม่เข้าลึกไว้ก่อนนะต้องพยายามทำตัวเองให้มันมีตัว เครื่องตัวของที่จะไปใช้วัดซะก่อนการฆ่ากิเลสตัณหาอุปทานด้วยวิธีวิทย์ขันธุ์ก็เป็นการทำจิตทำใจให้เป็นสมาธิชั่วคราวอันนี้อาตมาก็ขอแยกแยะให้ฟังนิดนึงว่าหาวิธีทำปัณณะประหารเนี่ยเดี๋ยวนี้สามารถที่จะบรรยายยาวขึ้นไปได้ยิ่งกว่าสมัยก่อนอีกแล้วเพราะว่ามีวิธีเพิ่มขึ้นวิธีทำสมถะแบบที่เขาชนะประหารเนี่ยเอาวิธีนี้อาตมาจะขอชี้ให้ฟังเลยทีเดียวเอาแบบที่ 1 นะจะเข้าเรื่องที่คุณยายนี่ถามด้วยเหมือนกันน่ะเข้าไปเรื่อยๆซ่อมแซมไปด้วยกันวิธีที่ 1 เขาเรียกว่าแบบ หลับตามีคำชนะประหารวิธีที่ 1 แบบนั่งหลับตานั่งหลับตาแล้วก็สร้างอัตตาชนิดหนึ่งขึ้นมาให้มันเกิดในจิตอัตราชนิดนี้อย่าเพิ่งไปรู้ก็แล้วกันว่าอัตราชนิดนี้เป็นยังไงบ้างนะเดี๋ยวอาตมาอธิบายคร่าวๆไปแล้วแต่เดี๋ยวอธิบายพวกเรียกไปด้วยอัตราชนิดหนึ่งที่เกิดในจิตนี้มันเกิดมาแล้วก็จะนำมันมาใช้ข่มกิเลสฟังให้ดีนะอาตมากำลังใช้คำว่าข่มคนกิเลสคมตัณหาเพื่อให้จิตมันหยุดเกิดชั่วคราวให้จิตมันไม่เกิดชั่วคราวคือใช้ความลับหรือเราจะเรียกว่าความตกภวังค์ก็ได้เราใช้ความลับหรือความตกภวังค์เป็นจุดสำคัญ ในการในพิธีนั่งหลับตานี่นะในแบบนี้ก็ใช้กรรมฐานต่างๆใช้อุบายเครื่องล่อต่างๆกรรมฐานคืออุบายเครื่องล่อมีมากอย่างด้วยกันก็อาจจะมีพุทโธพุทโธพุทโธพุทโธบ้างนะอาจจะมีสัมมาอะระหังสัมมาอะระหังสัมมาอะระหังบ้างหรือไม่ก็อาจจะมีพองหนอยุบหนอพองหนอยุบหนออะไรบ้างหรือไม่ก็จะใช้กสิณใดก็สินหนึ่งก็ได้บางทีบางคนก็ไปใช้กับสินเป็นรูปกสิณเป็นดินเป็นน้ำหรือไม่ก็จนกระทั่งเป็นสีต่างๆนะกระถินต่างๆตรงนี้ได้เหมือนกันเป็นเครื่องรอแล้วก็มีอีกอื่นๆนานาประการแม้แต่ทรัพย์สินเองก็ใช้ตั้ง 40 อย่างจะมากกว่านั้นก็ได้แต่ใครสามารถที่จะเข้าใจแล้วก็ทำให้ถูกนะ ใช้พวกนี้แหละเป็นอาวุธเป็นอาวุธซึ่งก็ดูเข้าทีพอควรเหมือนกันเพราะว่าการทำแบบนี้ถ้าทำมากๆเข้ามันก็มันก็สามารถที่จะทำให้การเกิดของจิตทำให้การเกิดของจิตเนี่ยลดลงได้บ้างเพราะว่ามันเป็นการสะกดยาที่เมื่อกี้พูดแล้วถ้าถึงนิโรธสมาบัติก็สะกดจิตให้มันแข็งได้เลยมันเป็นการสะกดจิตลงไปเหมือนกันกั้นนิวรณ์กิเลสกั้นนะฟังให้ดีนะเป็นการสะกดและก็กลั้นนิวรณ์กิเลสไว้ชั่วคราวคือจิตเราไม่ให้มันเตลิดเปิดเปิงออกไปให้มันถูกเราทำงานออกไปก็ไม่ให้มันออกไปให้มันเองก็จะรั้งแม้ลอยนวลเชิ้บๆออกไปเสพกิเลสนิวรณ์ 5 ข้างนอกก็ไม่ให้นอกจากนั้นไม่ให้มันทำอะไรในคูหาสยามคือมันอยู่ในคูหาสยามคือตัว มีคนนี่แหละเป็นครูหาสยามเป็นเป็นถิ่นเกิดของมันเป็นถิ่นอาศัยของมันคูหาจะยังเป็นถิ่นอาศัยของจิตจิตของเราก็คือคูหาสยามของมันก็คือร่างกายของเราเนี่ยคือจิตของเราให้มันอยู่ในนี้แล้วไม่ให้มันเดือดร้อนมากด้วยไม่ให้แม้อุทยานก็ไม่ให้มันฟุ้งขึ้นมาข่มมันไว้กดมันไว้กบมันไว้ข่มมันไว้เสมอโดยใช้ภาวะอาการหลับหรืออาการไม่รู้เรื่องหลับคือไม่รู้เรื่องให้มันข่มสกัดกั้นอันนี้เอาไว้จนกระทั่งตัวแข็งทื่อก็คือนั่นแหละหลับสนิทแสนสนิทไม่รู้เรื่องอะไรเลยอะไรนะก็เพ่งจนไม่รู้แล้วหมดแล้วลืมหมดแล้วก็เพ่งไปสิเพราะมันหลับแล้วก็อะไรแพงอ่ะฝนตกกลับแล้วเอาอะไร ตกภวังค์อาตมาใช้แล้วก็ใช้ความหลับหรือใช้ความตบภวังค์เป็นตกภวังค์เป็นนิสิตเลยจิตเรียกว่าจิตอาสาเรียนพระอภิธรรมมา 17 ขณะนี้ไม่เกิดเลยอยู่ในภวังค์เลยเป็นภวังค์เรียกว่าเป็นภวังค์ตัวตายเลยเป็นภวังค์ดับเลยมาเป็นตัวอะไรเขาเรียกอุปเฉทพระอุปชาภวังค์ครับโทรหาสายยางคูหานี่เป็นชื่อของถิ่นที่อาศัยของถิ่นวิหารธรรมเป็นอาการครับเป็นอาการของจิตที่เรารู้ตามรู้อยู่ตลอดเวลามันจะออกไปหาข้างนอกบ้างวิหารและทำก็ยังตามไปถูกนะ คูหาไปบ้างแล้วเราก็ยังตามไปด้วยใช้วิชาเป็นเชือกสนตะพายมันไปเลยทีเดียวใช้งานตามที่เราสั่งวิหารธรรมเรียกว่ามีปัญญาครับใช้สัมมาเรียกว่าใช้มันได้วิหารแต่กูหาซะอย่างนี้หมายความว่ามันอยู่ในนี้เลยมันไม่ออกไปไหนจิตมันไม่ออกไปไหนเลยครับมันเป็นอาการกับมันเป็นแต่ชื่อสถานที่ถ้ากูหาสยามเซ็นชื่อสถานที่หาราคาวิหารธรรมนั้นมีอายตนะครับมีเหมือนกันครับแต่ว่าวิหารพระหมายความว่าเรามีวิชาเป็นเครื่องคุมจากอายตนะไปผัสสะอะไรเกิดพระเทพเวทนาอะไรขึ้นมาเกิดอะไรขึ้นมารู้มันหมดคุมมันได้เลยไอ้นี่จะเป็น นี่เป็นอุปทานรู้หน้ามันหมดทุกตัวเลยครับรู้หมดทุกตัวจะให้มันเกิดตลอดสายอนุโลมปฏิจจสมุปบาทตั้งแต่สังขารไปจนกระทั่งยันโศกาประเทศอะไรจนกระทั่งตำรวจก็ได้แต่เราถอยกลับไปปฏิบัติหาจุดศูนย์ได้แล้วดูสายัณห์สายดับได้ด้วยคนละอันครับวิหารแล้วก็มีฮะขับรู้สุดครับแล้วก็วิหารธรรมมันมีสูญญากาศวิโมกข์สูญญากาศวิมุติและก็มีศูนย์วิหารนี่เรียกว่าวิหารธรรมของพระอริยะขณะใช้สุญญากาศวิโมกข์สูญญากาศของ อยู่ในปัจจุบันและก็อยากรู้ครับถ้าอยู่ในปัจจุบันเป็นนิติธรรมแบบแบบเป็นทิฏฐธรรมนิพพานคือเป็นนิพพานแบบหลงก็เป็นทิฐิที่ผิดเป็นสัมมาเป็นมิจฉาทิฏฐิด้วยครับถ้าไม่หลงก็เป็นทิฐธรรมนิพพานที่ถูกต้องครับเรารู้ทุกตัวว่าอันนี้มันปรุงอย่างไรเราก็รู้แล้วเรารู้ส่วนมากเรารู้ผลของมันด้วยเลิกปลงก็เป็นสูญญากาศวิหารเลิกปรุงก็ไปซื้อกับสาววิหารพอกำลังจะกำลังจะหลุดกำลังจะดับมันลงก็ไปสืบเนื่องจากวิหารของเรา เวลาเรารู้เมื่อไหร่ก็อยู่ในสวนสยามวิปัสสนาทั้งนั้นที่อาตมาอธิบายในอาตมาอธิบายวิปัสสนาทั้งนั้นคือพูดกันให้รู้วิปัสสนาหมายคำว่ารู้อย่างยิ่งให้รู้จ้าลืมตาโพลงๆเลยใช่ใช่มันขึ้นวิถีตลอดเวลาเลยแต่เราหลับจะจิตตกภวังค์มันไม่มีวิถีแล้วมันไม่ขึ้นวิถีแล้วมันตกอยู่ในองค์กร ซอยกำลังอธิบายเรื่องสมาธิทีเดียวถามได้มันก็ชอบในการติดสมาชิกอีกเยอะอ๋อใช่ใช่ ใช่มันยังไม่ออกสู่อีก 5 วิธีทำขึ้นมาเลยเอากระสินธ์อัปปนาเป็นปฏิภาคนิมิตแล้วก็เป็นเอกสิทธิ์งานละเป็นเป็นปฏิภาคนิมิตเกิดพวกนั้นพวกลิงอยู่ในจิตทวารมโนทวารเฉยๆไม่ออกรับอีก วางข้างนอกก็เป็นพวกสร้างรูปสร้างร้อยสร้างอัตตาเองทั้งนั้นแหละมันก็รู้รู้ตอนนั้นไม่รู้ทิศใต้ไม่รู้อ่าได้ยินก็หมายความว่าออกมาหาโสตะทวารนะสิตอนนั้นเหรอเรียกว่ากำลังเสพติดอัตรากำลังอร่อย มันเป็นรูปร่างอันนึงซึ่งเราหลงไปสร้างเอาไว้แล้วเราก็เสพมันสบายจริงหนออร่อยจริงหนอยิ่งเป็นดวงไฟแล้วก็เล่นดวงไฟเพลิดเพลินไปก็กำลังดูระบำดูระบำเอาดวงไฟนั่นแหละมันแสดงระบำให้ดูได้ง่ายง่ายไม่ใช่ง่ายสิแต่พ้นทุกข์ไหมล่ะอ่าแล้วไปทำมันทำใหม่ก็มันไม่ได้ง่ายและยังแถมไปหลงทำมันอยู่อ่ะมันอัตโนมัติมันอัตโนมัติใช่อ่ามันอัตโนมัติ ถ้าเป็นสีเป็นแสนก็เป็นกิเลสแบบสมถะท่านเรียกโอภาสเป็นกิเลสของวิปัสสนามันมีประโยชน์สำหรับคนที่ยังไม่ออกจากขั้นทิ้งกามถ้าคนที่จะไปหลงกามันยิ่งทุกข์มากเพราะอันนี้ตามมาแล้วทิ้งกามมานั่งเพลิดเพลินอยู่กับไอ้แสงสีโอภานี่ก็ยังดีกว่ามีประโยชน์เหนือกว่าแบบนี้หรือเปล่ามาแล้วระกามาที่จะไม่เห็นแสงเห็นสีได้ยังไม่ระกามามันมีระบำดูแบบแสงสีนี้ไม่ได้หรอกมันต้องตัดนิวรณ์กิเลส 5 ประการออกหมดมันถึงจะมาเกิดโอภาสได้ใช่มั้ยมันก็ดีกว่าคนเป็นเพลิดเพลินอยู่กับไอ้กามคุณกับพระเอกพยายามบาทต่างๆนานาใช่ไหมเพราะงั้นก็อันนี้ก็ดีกว่าชั้นนั้น ดีกว่าแต่มันก็ยังไม่พ้นทุกข์มันเป็นอัตตะอันนึงคือเป็นรูปนิมิตอันนึงที่เรายังหลงเป็นอัตตาอยู่ยังไม่พ้นอัตราใช่ครับจะต้องเพิ่มสติขึ้นมาพยายามไตร่ตรองให้รู้ว่าสิ่งนี้เราก็ไม่ควรติดแล้วก็เห็นแท้เห็นจริงให้ได้ว่าเส้นนี้ก็ยังสิ่งนี้ก็ยังไม่พ้นอัตราเราจะทิ้งอัตราทั้งหมดเราจะต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าสิ่งนี้เราจะยึดมันไว้แม้แสงสีแล้วก็จะยึดมันไว้ให้มันแน่นอนให้มันเป็นจริงเป็นจังแล้วเราจะอยู่กับมันตลอดกับตลอดกาลก็ไม่ได้มันมีแต่จะเกิดดับๆอยู่เฉยๆอ่ะมันจะเป็นคนช่างฝันเราไม่ใช่ว่าจะไปทำความรู้สึกว่าอ่านให้เห็นเลยว่าจิตเรานี่มีปัญญา เราจะไปหลงมันอยู่ทำไมไอ้นี่โยนทิ้งซะก็ได้ไม่หลงมันทีหลังฉันจะไม่เอาแล้วไอ้นี่แล้วก็ไม่เสพมันเลยไม่มีพยานทำให้มีแต่มันมีประโยชน์ตามความเป็นจริงเออเหมือนกันอยากได้ป่วยเรากินยาซะมันก็ไม่เท่ากันน่ะง่ายกว่าเหรอก็ไหนบอกว่าเมื่อกี้มันยากไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะกว่าจะทำพิธีนี้ได้เพราะฉะนั้นก็ไปเลยไปลงไอ้นี่เป็นดิบอย่างหนึ่งไม่ใช้แทนยาได้นี่ที่มันเป็นอย่างนี้เราไปติดลิฟต์มันอย่างนี้แหละอ่าใช่มั้ยมันพ้นทุกข์มันไม่ใช่พ้นทุกข์มันบำบัดทุกข์ชั่วคราวเพราะฉะนั้นการบำบัดนี่ไม่ใช่บน พ้นทุกข์โดยสิ้นรอบไม่พ้นทุกข์โดยสิ้นรอบวันนั้นที่อาตมาก็กำลังอธิบายอยู่เพราะฉะนั้นประการที่ว่านี่แหละเราสกัดกั้นนิวรณ์กิเลสเอาไว้ 5 ประการได้เหมือนกันถ้าทำนานๆนานๆมันจะเกิดความเคยชินเหมือนกันแต่ความเคยชินที่เรายังไปหลงอย่างที่ยายว่าเนี่ยมันไปหลงมันมีแสงสีมันหรือมันมีฤทธิ์มีเดชสามารถดับไปนอนได้ดีได้บ้างมันไปหลงติดยินดีอยู่แล้วมันอัตราทั้งนั้นมันไม่ใช่สิ้นรอบเพราะฉะนั้นการกระทำแบบที่ว่านี้ก็คือผลของสมถะสมาธินี่แหละคือการปฏิบัติธรรมสมาธิแล้วมันจะได้อย่างนี้เป็นสมาชิกอาตมาวงเล็บไว้ให้ชัดขึ้นไปเลยเดี๋ยวนี้ด้วยว่า สมาธิแบบนี้ท่านเรียกว่าสมถะสมาธิแบบหลับตาอาตมาเราเรียกว่าสมถะสมาธิหลับตาฟังให้ดีนะมันจะมีสมถะสมาธิลืมตาอีกอย่างนึงบางทีบางคนจะยังไม่เคยได้ฟังว่ามีด้วยเหรอสมถะสมาธิลืมตามีเดี๋ยวอาตมาจะอธิบายให้ฟัง 4 แบบ 5 เดี๋ยวๆๆก็จะเจอนะทีนี้สมถะสมาธิหลับตานี่ถ้าได้พากเพียรอย่างจริงจังก็จะสามารถทำได้ถึงเจโตวิมุติเหมือนกันคือสามารถทำได้ชัดเจนโดยขั้นนิโรธสมาบัติอย่างที่ยายว่าเนี่ยถึงขั้นดับหมดเลยเป็นตัวแข็งคือไม่รู้อะไรเลยจิตไม่มีฝังสัญญาไว้เลยฝังจิตไว้เลยไม่รับรู้อะไรหมดเรียกว่าเจโตวิมุติเจโตก็คือจิตนั่นเองคือดับจิตเลยหลุดพ้นจากจิตไม่มีอะไรไม่มีตัวไม่มีตนเป็นพรหมลูกฟักเป็นก้อนแข็งอยู่เฉยๆเป็นแท่งท่อนไม้เอาไฟเผา ใหม่ๆเอาไปลอยน้ำก็ไม่จมอะไรไปตามเรื่องตามราวเป็นเจโตวิมุตติแต่พอออกจากวิมุติอันนั้นมาแล้วนะมันก็เหมือนคนธรรมดากิเลสที่นิคมไว้เท่าไหร่เท่าไหร่มันก็งอกเงยไม่ต้องหินออกจากหญ้าแล้วมึงก็ชูสลอนออกมาเท่าเก่าโลภเท่าใดก็เท่าเก่าโทสะมีเท่าใดก็เท่าเก่านี่เรียกว่าสมถะสมาธิแต่ทำนานๆนานๆเขาก็บางทียอดตายไปมั่งเหมือนกันนะยอดหญ้าที่ทับไว้นี่บางทียอดตายมั่งเหมือนกันยอดตายไปนิดไปหน่อยเป็นนิดไปหน่อยแต่มันนานเหลือเกินนานมากแล้วกว่าจะได้อย่างยายว่านี่กว่าจะปฏิบัติจนได้ถึงขั้นนิโรธสมาบัติหรือได้ถึงขั้นเห็นแสงเห็นสีนี้มันแสนจะทรมานเหน็ดเหนื่อยลำบากลำบนเป็นกิเลสผักหรือกินมาถามกินเลยมาถามก็คือ แปลว่าลำบากลำบนหรือเหน็ดเหนื่อยมากเหลือเกินกว่าจะได้พระพุทธเจ้าท่านถึงเรียกพระพุทธเจ้าท่านถึงเรียกว่ามันเป็นฐานะโยโย่คือมันทรมานความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองให้เกิดอัตตาแล้วก็ไปหลงอัตตานั้นจึงเรียกว่าความสุดโต่งแบบนี้ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 หลงแบบนี้หลงแบบนี้หลงอัตราเร็วๆแบบนี้ท่านถึงบอกว่ามันไม่มันไม่มันไม่ง่ายมันเป็นแบบทุกขาปฏิปทาแล้วก็ทำท่ากินยาทุกขาก็คือเป็นไปอย่างลำบากทุกข์เหลือเกินทรมานเหลือเกินลำบากลำบนเหลือเกินทุกข์คือความทนได้ยากทนยากเหลือเกินเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินกว่าจะได้เรียกว่าปฏิปทาคือการปฏิบัติอย่างทุกแล้ว เกิดพันทากินยาด้วยแต่ได้ช้าคันทาคือช้าเกิดผลภิญญาผลที่เก่งหรือผลที่ได้คือผลที่ได้นิโรธสมาบัติก็ตามด้วยแสงสีก็ตามเนี่ยเรียกว่าภิญญาได้อภิญญาอย่างช้าด้วยช้านานด้วยเพราะงั้นอย่างนี้ปฏิปทาแบบนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอยากทำเลยหน่าไม่ทันกินวันนี้ตายก่อนนะพระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่าหาวิธีอื่นวิธีของท่านก็พยายามสอนมันอยู่แล้วขณะนี้เรากำลังอธิบายวิธีที่มันไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าแบบที่ 2 ก็คือลืมตาโพลงๆอ่าลืมตามตรงนี้แหละและก็สร้างอัตตาชนิดหนึ่งขึ้นมาเหมือนกันเอามาข่มเหงตัณหาเอาไว้เพื่อจะหยุดจิตให้เกิดชั่วคราวเหมือนกันฟังให้ดีนะเพื่อจะหยุดจิตให้เกิดชั่วคราวเหมือนกันคือใช้อะไรรู้ไหม ใช้ความลืมเมื่อกี้ใช้ความหลับหรือตกภวังค์แต่ตอนนี้ตกภวังค์เหมือนกันแต่ตกภวังค์ชั่วเดียวส่วนไหนลืมไปก็คือตกเขาวางทิ้งใช้ความลืมนะใช้ความลืมเป็นจุดสำคัญคือพยายามอย่าให้จิตมันไปนึกถึงหรือคิดถึงกิเลสตัณหาพยายามดึงจิตให้มาจดจ่อให้มาจับยึดอยู่ในปัจจุบันน่ะทำให้ชั่วคราวพยายามอยู่ในปัจจุบันน่ะทำเอาจิตมาในแบบนี้ก็ใช้กรรมฐานเยอะเหมือนกันมีเยอะอย่างน้อยหยุดหนอบ้างเอื้อมก็ให้รู้ว่าเอื้อมเดินก็ให้รู้ว่าเดินนั่งก็ให้รู้ว่านั่งบ้างหรือว่าทำอริยบทใดๆก็ให้รู้อยู่ในปัจจุบันนั้นๆตลอดเวลานั่นเองนี่เรียกว่าเอาจิต หมับยึดเอาไว้กับปัจจุบันเป็นอะไรก็ไม่รู้ไอ้นั่นทำอะไรก็ไม่รู้ไอ้นั่นหรือภาษาอีสานเขาเรียกว่าสติปัฏฐานที่อาจารย์ต่างๆอธิบายอยู่เดี๋ยวนี้นะไม่ใช่สติปัฏฐานอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้วันหลังอาตมาจะอธิบายสติปัฏฐานให้ฟังอย่างละเอียดเลยนะหากพบไปพร้อมกันทั้งวิธีลืมตาหลับตาเลยวันนี้ยังไม่พูดถึงเดี๋ยวมันจะเลอะเกินไปเพราะฉะนั้นผู้ที่ทำปัจจุบันน่ะทำแบบนี้โดยเอาจิตมาผูกเอาไว้ที่ปัจจุบันน่ะทำโดยลืมลืมไปแล้วจริงๆกิเลสตัณหามันมีอยู่นะแต่ตัวของเรามันมีแต่เราลืมๆมันชั่วคราว อธิพงษ์ไว้ที่เดินขวาย่างซ้ายย่างธรรมดานะนี่เรียกว่าเอาจิตมาผูกไว้กับปัจจุบันน่ะทำเรียกว่าใช้การตามรู้เป็นอาวุธอันนี้ใช้การตามรู้เป็นอาวุธเรากำลังแต่งหน้าทาแก้มเขียนปากเขียนคิ้วก็ให้รู้นะว่าเรากำลังจะทำสิ่งนั้นนะกำลังวาดใหญ่เลยก็ไม่รู้นะว่าเรากำลังวาดเป็นปัจจุบันนะกำลังว่าแต่หารู้ไม่ว่าเรากำลังเสพกิเลสน่ะแหมกำลังว่านี่มันขี้เหล็กทนไม่รู้เรื่องของการไม่รู้เรื่องของการก็ไม่รู้เรื่องของพยาบาลก็ไม่รู้แต่รู้ปัจจุบันรู้ว่ากำลังทาแป้งนะกำลังทารูทนะลูกแต่ไม่รู้ว่าเรากำลังเสพกามนะนี่เรียกว่าไม่มีปัญญาเลยใช้ความลืมตามแต่แท้จริงตามมันกำลังเต้นระบำให้ตัวเองอยู่กำลัง ก็ให้รู้ว่าถ้าหลุดกำลังผูกเนคไทก็ให้รู้กำลังผูกเอกสารกำลังอธิบายให้ฟังไหมล่ะก็กำลังทาปากก็รู้ว่าทาปากกางไหมล่ะเสพความสวยใช่ไหมรูปงามใช่ไหมอ้าวก็นี่กำลังแต่งรูปงานมันก็กามคุณทนโท่อยู่แล้วใช่มั้ยแต่คนที่ใช้วิธีนี้อาตมากำลังอธิบายนี่เรียกว่าลืมตาตรงๆแต่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสพกิเลสกับพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าให้ตัดกิเลสตัณหาแต่ตัวเองกำลังเล่นกับกิเลสอยู่อย่างสบายเลยก็เหมือนกันไม่ใช่กาม เพชรอัตราเงินอัตราคือเรายกมือก็ให้รู้ว่าอาการยกมือนี่เป็นอาการอย่างหนึ่งเป็นอัตตาเป็นสังขารธรรมนะยกมือเป็นสังขารก็ทำหรือเปล่าเรากำลังผูกจิตอยู่ที่สังขารเราทำอย่างนี้ยกมือก็ไม่รู้ว่ายกมือเดินย่างหนอก็ไม่รู้ว่าย่างซ้ายย่างก็รู้ซ้ายอย่างขวาอย่างไม่รู้ว่าขวายากนั่นเรากำลังฝึกตัวเราเองให้มีจิตอยู่ตามรู้กับปัจจุบันน่ะทำเท่านั้นนะนี่ก็เป็นการฝึกจิตชนิดนึงนะแต่ไม่มีปัญญาใครจะบอกว่าปัญญาไม่จริงปัญญาที่ไหนและขวาย่างได้ปัญญาอะไรก็รู้แต่ว่าขวามันยากถ้าย่างได้ปัญญาอะไรก็รู้ว่าซ้ายมันยากแต่มันๆแหมสีแดงมันออกเลอะไปตรงนี้รู้ว่ามันเลอะแล้วนะมันไม่ ประดิษฐ์ดอกไม้ในการชัดๆและกำลังปรุงรูปให้มันสวยไม่งามยังไงเล่ากำลังเอาน้ำอบหอมน้ำอบไทยมาสะสมนี่แหมกำลังงามหรือแม้แต่เวลานั่งเข้าที่เอาดอกไม้มาเออดอกนี้จัดดีๆหน่อยดอกบัวพับรูปนั้นรูปนี้มาตามมั้ยมันนั่นได้นี่กาบๆอย่าให้อาตมาพูดดังตอนนี้ประเดี๋ยวมันจะยุ่งไปด้วยแล้วก็เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ตอนนี้กำลังต้องรู้กาลเทศะนิดนึงอ่าให้ท่านยกได้ของพรุ่งนี้ไปแล้วอาตมาจะเทศให้ฟังตอนนี้เขายังไม่ยกไปอย่าเพิ่งอาตมามาทะเลาะกันกลางบ่อนเลยมันไม่ดีเป็น ความเป็นจริงมันไม่เข้าหูคนเหมือนกันนะมันไม่เข้าหูคนเข้าเหมือนกันหูคนแต่เข้าหูคนแล้วไปทะลุออกอาวุธวันนี้อาวุธมันเต้นระบำออกมาแล้วมันยุ่งเพราะฉะนั้นมันเข้าหูคนแล้วมันเป็นปะทะอยู่ที่มันไปเกิดอยู่ที่อาวุธอาวุธเต้นระบำออกมาแล้วมันไม่สุกมันเกิดสงครามเพราะงั้นเอาไว้ก่อนสงครามเรื่องนี้อย่าเพิ่งก่ออ่ะมันเป็นพ้นไปเป็นภาวะภาวะเศรษฐกิจกุศลกรรมเดี๋ยวจะมีอีกจะมีกุศลกรรมเนี่ยพูดไปต่อเนี่ยมันจะเข้ารูปหล่อเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองผูกเนคไทเราก็ตามรู้ว่าผูกเนคไทกำลังใส่เสื้อนอกมีอาการร้อนเหลือเกินยิ่งขนาดนี้กำลังหน้าร้อนก็รู้ว่าอากาศร้อนเหลือเกินก็ให้รู้ว่าอากาศร้อน แต่ก็ยังทนเพราะอยากงามมันร้อนกว่าทุกข์ยังไม่พอแต่อยากงามนี่เรียกว่าอัตกินเลยมาถามโยกทั้งนั้นนะนี่เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยคทั้งนั้นเฮ้ยฟังก็รอได้ปัญญาไปไหมล่ะได้ปัญญาปัญญาเป็นการไหมปัญญาอันนี้เป็นปัญญาเสพกามมั้ยปัญญาที่เป็นไปเพื่อความหมายเพื่อความละลายหรือว่าเป็นปัญญาเพื่อที่เอาเป็นโรคเอาไปโทสะอ่าเป็นไหมเป็นโทษถ้าจำเพื่อจะเอาไปถือยึดถือปฏิบัติแล้วเราจะได้หลุดได้คลายอันนั้นก็เป็นกุศลแท้ๆ ฉันว่าเรากำลังกินอร่อยก็ให้รู้ว่าเรากำลังกินอร่อยอย่างนี้เรียกว่าเสพกามอยู่โดยที่เรียกว่ารู้ปัจจุบันน่ะทำอย่างเดียวตามรู้ปัจจุบันน่ะทำอย่างเดียวแต่ปัญญายังไม่มีนะแต่ก็เป็นเบื้องต้นเหมือนกันนะปฏิบัติเข้ามากๆสติของเราตามแม่นๆทีหลังเราก็จะขยายได้เหมือนกันเมื่อดำเนินโพชฌงค์มามีสติเข้ามีธรรมวิจยะแยกแยะว่าเออที่เราตามรู้มานี่มันอะไรก้าวขวาหนอย่างหนอนี่มันอะไรอันใดซึ่งมันเป็นทุกข์อันใดไม่เป็นทุกข์นี่เราจะรู้ไปทีหลังนี่อาตมาจะไม่พูดต่อนะคือรู้มันไปให้หมดแล้วก็เอากันแค่รู้นั่นแหละนี่เป็นบาทฐานเป็นเรื่องต้นเท่านั้นเองนะทีนี้เรื่องราว ถ้าเผื่อว่าเรายกมันว่าไอ้สิ่งเหล่านั้นมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำแม้มันจะลำบากเหน็ดเหนื่อยเป็นกฤตอย่างไรในอัตราคือก่อรูปนั้นๆขึ้นมามันจะเหน็ดเหนื่อยลำบากลำบนอย่างไรเป็นอัตตาที่เราเอามาแต่เราก็ยังเสพมันอยู่เอาแต่มีสติยึดหลักการรู้เอาไว้เฉยๆเท่านั้นน่ะแล้วก็พอถ้าอย่างนั้นแล้วก็ไม่มีปัญญาญาณชาญฉลาดอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาเลยไม่มีอะไรที่เราจะลดได้ไม่มีอะไรที่เราจะละได้ไม่มีอะไรที่เราจะคลายจะหายได้จะทำการน้อยลงอะไรอะไรมันก็ทำไม่ได้ทั้งนั้นนิวรณ์กิเลสที่มันมีอยู่เท่าใดมันก็จะมีอยู่เท่าเดิมไม่ได้รู้จักมันไม่ได้ฆ่ามันแถม วิชาแบบนี้ผู้สอนก็ได้พยายามอธิบายซะด้วยว่ะไอ้ตัวรู้ปัจจุบันเท่านั้นแหละคือตัวปัญญาแท้ก็สอนอย่างนี้ด้วยนะเพราะมันฟังให้ดีนะถ้าเราไม่ตรงตามแล้วเราจะไม่รู้ไอ้ความเหลื่อมล้ำหรือว่าความสูงขึ้นหรือลดลงร้านก็ไม่สอนแกบอกว่าไอ้ตัวรู้ตัวนี้คือปัญญาแท้ก็มันจะเป็นตัวรู้ทีเดียวว่าปัญญาได้ยังไงนะในเมื่ออ่าที่ในเมื่อไอ้สิ่งนี้มันยังไม่มีการแยกเลยเรายังไม่ได้แยกแยะเลยว่าไอ้ 9 หนอก็รู้ไม่กล้าหรอกวิ่งเป็นอัตราตัวรู้ตัวนั้นตัวเดียวแล้วเราไม่รู้ว่า 9 นี่เราก้าวไปทำไมเพื่อประโยชน์อะไรเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่าเป็นไปเพื่อความลำบากหรือเปล่าเป็นไปแล้วมันได้ประโยชน์ถ้าได้ประโยชน์ก็ทำถ้าไม่ได้ประโยชน์หยุด พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้หยุดทุกอย่างสงบลงนิ่งเสียว่างลงอย่าก่อเรื่องนั้นต่อไปนี่เรียกว่าเราเข้าใจถ้าเราไม่รู้เหตุรู้ผล 99 อยู่ 9 น้อก็ก้าวน้อยอยู่อย่างนี้ก้าวหน้าก้าวหน้าก้าวมาปีที่ 1 ก็ 9 ไปแล้วเดินจงกรม 9 น้อ 9 น้อเต็มปีเลยปีที่ 2 9,90
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive