7 CHAP 5.pdf

โฟลเดอร์65 นางสาวดินแสงธรรม กล้าจน เรื่อง โมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์652 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

280 บทที่ 5 สรุปการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ผู้วิจัยน าเสนอประเด็นส าคัญ 3 ประเด็น ประกอบด้วย สรุปการวิจัย อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ มีรายละเอียดดังนี้ 1. สรุปการวิจัย ผลการวิจัยด้านวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีด าเนินการวิจัย และผลการวิจัยโดยสรุปมีดังนี้ 1.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป การรับรู้ข้อมูล การได้รับการส่งเสริม ความต้องการการส่งเสริม ความรู้ ความคิดเห็น แรงจูงใจ การปฏิบัติ และการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง 2) ศึกษาบริบทศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ของผู้สอนและปฏิบัติกรต้นแบบ 3) พัฒนาโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง 4) ทดสอบและประเมินโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง 1.2 วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ใช้วิธีด าเนินการวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed method research) ซึ่งเป็นการใช้เทคนิควิธีการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีรายละเอียดตามล าดับวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ 1.2.1 ขั้นตอนที่ 1 ตามวัตถุประสงค์ที่ 1 การศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป ได้แก่ สภาพส่วนบุคคล สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคม การรับรู้ข้อมูล การได้รับการส่งเสริม ความต้องการการส่งเสริม ความรู้ ความคิดเห็น แรงจูงใจ การปฏิบัติ และการพึ่งตนเองของ

อ่านต่อ

ผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เรียนรู้ออนไลน์ คือ 281 ประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ เคยเข้าร่วมค่ายเรียนรู้แบบออนไลน์เกี่ยวกับกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ระหว่างเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2564 - เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 จ านวน 6,414 คน ก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรค านวณของทาโร ยามาเน ที่ค่าความคลาดเคลื่อน 0.05 ได้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน ใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากจังหวัดที่มีประชากรมาเข้าค่ายเรียนรู้มากที่สุด 5 จังหวัด และคัดเลือกประเทศที่มีประชากรมาเข้าค่ายเรียนรู้มากที่สุด 4 ประเทศ และสุ่มตัวอย่างแบบง่าย โดยวิธีการจับสลากตามสัดส่วนที่ก าหนดจากประชากรแต่ละจังหวัดและประเทศที่ถูกคัดเลือก 1.2.2 ขั้นตอนที่ 2 ตามวัตถุประสงค์ที่ 2 ศึกษาบริบทศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ของผู้สอนและปฏิบัติกรต้นแบบ มีผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informant) 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) ผู้สอนออนไลน์ มีประชากรทั้งหมด 70 คน คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลส าคัญแบบเจาะจง จ านวน 5 คน ตามคุณลักษณะดังนี้คือ (1) เป็นวิทยากรแพทย์วิถีธรรม ที่ได้รับรองจากกรมการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขมาเกิน 5 ปี (2) มีประสบการณ์ในการท ากสิกรรมไร้สารพิษมากกว่า 5 ปี (3) เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิตมากกว่า 5 ปี (4) เป็นผู้สอนกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองมากกว่า 5 ปี และ (5) เป็นผู้สอนกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองในระบบออนไลน์มากกว่า 1 ปี 2) ปฏิบัติกรต้นแบบ (Best Practice) คัดเลือกแบบผู้ให้ข้อมูลส าคัญแบบ เจาะจง จ านวน 5 คน โดยมีคุณลักษณะดังนี้คือ (1) เป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมเพื่อลด ละ เลิกความโลภ โกรธ หลงในตนเองอย่างจริงจัง (2) ด ารงชีพด้วยการท ากสิกรรมไร้สารพิษตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่า 20 ปี (3) พัฒนาองค์ความรู้กสิกรรมไร้สารพิษและถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ และ (4) สามารถใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารได้ 1.2.3 ขั้นตอนที่ 3 ตามวัตถุประสงค์ที่ 3 การพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ผู้ร่วมสนทนากลุ่ม (Focus Group) ในขั้นตอนที่ 3 คือ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ รวมจ านวน 25 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง คัดเลือกแบบเจาะจง ดังนี้ 1) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย จ านวน 10 คน 2) ปฏิบัติกรต้นแบบ (Best Practice) จ านวน 5 คน 3) ผู้สอนออนไลน์กลุ่มที่เป็นผู้ออกแบบการจัดการอบรมในระบบออนไลน์ จ านวน 5 คน และ 4) ผู้เรียนออนไลน์ที่เป็นผู้น ากลุ่ม จ านวน 5 คน คัดเลือกแบบเจาะจงที่มีคุณลักษณะดังนี้คือ (1) เคยผ่านการอบรมกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ (2) ท ากสิกรรมไร้สารพิษเกิน 6 เดือน (3) ดูแลสุขภาพตนเองด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมเกิน 6 282 เดือน สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ได้ และมีทิศทางในการลด ละ เลิกความโลภ โกรธ หลงของตนเองลงได้จริง (4) เข้าร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมทางออฟไลน์และออนไลน์อยู่เสมอ และ (5) น าประสบการณ์ตนเองไปถ่ายทอดให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ 1.2.4 ขั้นตอนที่ 4 ตามวัตถุประสงค์ที่ 4 การทดสอบและประเมินโมเดลการ ส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง เป็นขั้นตอนที่มีการด าเนินการ 2 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ การทดสอบโมเดล และการประเมินโมเดล รายละเอียดดังนี้ 1) การทดสอบโมเดล มีกลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบโมเดลที่ คัดเลือกแบบเจาะจง คือ ประชาชนไทยที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมด้านกสิกรรมไร้สารพิษแบบออนไลน์มาก่อน จ านวน 50 คน คัดเลือกแบบเจาะจง มีเกณฑ์คัดเข้า ดังนี้คือ (1) อายุ 20 ปีขึ้นไป (2) มีอาชีพที่หลากหลาย (3) เป็นผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมเรียนรู้ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองมาก่อน (4) สมัครใจเข้าร่วมการทดสอบใช้โมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง (5) สามารถเข้าร่วมการอบรมในระบบ zoom ได้ตลอดระยะเวลาทดสอบ และมีเกณฑ์ในการคัดออก คือ (1) ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ตลอดโครงการวิจัย และ (2) ไม่สมัครใจร่วมโครงการวิจัยต่อไป 2) การประเมินโมเดล มีผู้ร่วมประเมินโมเดลที่คัดเลือกแบบเจาะจง มี จ านวน 30 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในสาขาอาชีพต่างๆ ที่มีประสบการณ์ด้านการจัดอบรมกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองในระบบออนไลน์ ได้แก่ นักวิชาการด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมและการแพทย์แผนไทยทั้งในและต่างประเทศ นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ สมาชิกสภาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนต าบล เจ้าหน้าที่สหประชาชาติแห่งประเทศไทย ปราชญ์ชาวบ้าน นักสื่อสารมวลชน เจ้าหน้าที่ส านักพิมพ์ พนักงานธนาคาร นักบวช และปฏิบัติกรต้นแบบด้านกสิกรรมไร้สารพิษ 1.3 ผลการวิจัย 1.3.4 ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 1 ศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป การรับรู้ข้อมูล การได้รับการส่งเสริม ความต้องการการส่งเสริม ความรู้ ความคิดเห็น แรงจูงใจ การปฏิบัติ และการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง มีผลการวิจัย ดังนี้ 1) ศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป ได้แก่ สภาพส่วนบุคคล สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคมของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง 283 (1) สภาพส่วนบุคคลของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การ พึ่งตนเอง พบว่า ร้อยละ 77.5 เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 53.63 ปี ร้อยละ38.8 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 44.0 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 98.5 มีสมาชิก 89.8 มีสมาชิกครัวเรือนที่เป็นผู้หญิง ร้อยละ 30.5 มีระยะเวลาในการท ากสิกรรมไร้สารพิษอยู่ระหว่าง 2 – 4 ปี ร้อยละ 60.0 ไม่เคยท าการเกษตรแบบเคมีมาก่อน ร้อยละ 43.8 มีพื้นที่ในการท ากสิกรรมไร้สารพิษน้อยกว่า 1 ไร่ และร้อยละ 34.6 มีเป้าหมายเพื่อการพึ่งตนเอง (2) สภาพเศรษฐกิจของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การ พึ่งตนเอง พบว่า ร้อยละ 31.5 มีอาชีพค้าขาย / กิจการส่วนตัวและอาชีพรับจ้าง / พนักงานบริษัท ร้อยละ 45.0 มีแรงงานในครัวเรือน 2 คน ร้อยละ 78.1 ต้องใช้เงินลงทุน ร้อยละ 56.7 มีรายได้จากกสิกรรมไร้สารพิษ ร้อยละ 57.9 มีรายได้นอกจากการท ากสิกรรมไร้สารพิษ ร้อยละ 70.8 มีรายจ่ายในการท ากสิกรรมไร้สารพิษ และร้อยละ 80.9 มีแหล่งเงินทุนส่วนตัว (3) สภาพสังคมของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การ พึ่งตนเอง พบว่า ร้อยละ 56.8 ไม่เป็นอาสาสมัครและผู้น าชุมชน ร้อยละ 66.5 ไม่เป็นสมาชิกกลุ่ม/องค์กรการเกษตร ในส่วนของการศึกษาความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ก่อนและหลังการเรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง พบว่า (4) รายจ่ายจ าเป็น พบว่า หลังเรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ ผู้เรียนมีค่าอาหาร ค่าเดินทางไปหาหมอ ค่าดูแลสุขภาพ ค่าเสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม ค่าน ้ายาซักล้าง ของใช้จ าเป็นในครัวเรือน ค่าดูแลบุตรหลานและบุพการี และค่าบริจาค แบ่งปันน้อยกว่าก่อนเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 (5) รายจ่ายฟุ่มเฟือย พบว่า หลังเรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ ผู้เรียนมีค่าของมึนเมาให้โทษ ค่าเที่ยวไร้สาระ ค่าเล่นการพนัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ภาษีสังคม, เครื่องส าอาง น้อยกว่าก่อนเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 (6) การรับประทานอาหาร พบว่า ก่อนเรียนออนไลน์ผู้เรียน ร้อยละ 50.0 รับประทานอาหารทั่วไป หลังเรียนออนไลน์ร้อยละ 42.0 รับประทานอาหารปรับสมดุลร้อนเย็น (7) สภาพร่างกาย พบว่า ก่อนเรียนออนไลน์ร้อยละ 51.0 มีสภาพ ร่างกายเจ็บป่วย หลังเรียนออนไลน์ร้อยละ 63.5 มีสภาพร่างกายไม่ป่วย/แข็งแรง (8) การปฏิบัติด้านร่างกายเมื่อเจ็บป่วย พบว่า ก่อนเรียนออนไลน์ร้อยละ 64.9 มีการปฏิบัติด้านร่างกายเมื่อเจ็บป่วยด้วยการไปพบแพทย์ หลังเรียนออนไลน์ ร้อยละ 16.0 มีการปฏิบัติด้านร่างกายเมื่อเจ็บป่วยด้วยการดื่มน ้าสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น 284 (9) สภาพสุขภาวะร่างกาย พบว่า หลังเรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้ สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ผู้เรียนมีน ้าหนักตัว ความดันโลหิตตัวบน ระดับน ้าตาลในเลือดลดลงกว่าก่อนเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 ส่วนความดันโลหิตตัวล่างไม่แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.05 (10) การปฏิบัติด้านจิตใจ (การปฏิบัติธรรม) พบว่า ก่อนเรียน ออนไลน์ ร้อยละ 40.5 มีการปฏิบัติด้านจิตใจ (การปฏิบัติธรรม) ด้วยการนั่งสมาธิหลับตา / สมถะวิปัสสนา หลังเรียนออนไลน์ร้อยละ 50.0 มีการปฏิบัติด้านจิตใจ (การปฏิบัติธรรม) ด้วยการปฏิบัติศีลสมาธิปัญญา ลด ละ เลิกกิเลส (11) ระดับสภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพโดยรวม ก่อนและหลัง การเรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง มีการศึกษาสภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพโดยรวม ดังนี้ ก. สภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายโดยรวม พบว่า หลังการ เรียนออนไลน์ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองด้านร่างกาย และความแข็งแรงของร่างกายโดยรวมสูงกว่าก่อนการเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 ข. สภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจโดยรวม แบ่งเป็น (1) การ เปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ (ความทุกข์) พบว่า หลังการเรียนออนไลน์ผู้เรียนมีความรู้สึกวิตกกังวล และความเครียดน้อยกว่าก่อนการเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 (2) การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ (ความผาสุก) พบว่า หลังการเรียนออนไลน์ผู้เรียนมีความเบิกบานแจ่มใส ความกล้าเผชิญปัญหาต่างๆในชีวิต และความไม่หวั่นไหวต่อวิกฤติต่างๆ มากกว่าก่อนเรียนออนไลน์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ 0.01 2) การรับรู้ข้อมูล การได้รับการส่งเสริม และความต้องการการส่งเสริมของ ผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ดังนี้ (1) การรับรู้ข้อมูลการอบรมออนไลน์ พบว่า ร้อยละ 23.6 รับรู้ข้อมูล การอบรมออนไลน์จากการเข้าค่ายสุขภาพวิถีธรรม ร้อยละ 53.0 เคยอบรม Online น้อยกว่า 5 ครั้ง ร้อยละ 64.5 เคยอบรม Onsite น้อยกว่า 5 ครั้ง ร้อยละ 57.5 ไม่มีความรู้ด้านกสิกรรมไร้สารพิษก่อนมาอบรม (2) ระดับการได้รับการส่งเสริมและความต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ ออนไลน์ ดังนี้ 1. ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมด้านเนื้อหาออนไลน์โดยรวมในระดับน้อย และมีความต้องการการส่งเสริมโดยรวมในระดับมากที่สุด 2. ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมด้านวิธีการเรียนรู้ออนไลน์โดยรวมอยู่ในระดับน้อย และมีความต้องการการส่งเสริมโดยรวมอยู่ในระดับมาก 285 3) ความรู้ของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง สรุปความรู้โดยรวมทุกมิติอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 25 คะแนน) และมีรายละเอียดแต่ละมิติดังนี้ (1) ความรู้การท ากสิกรรมไร้สารพิษ ดังนี้ 1. ความรู้มิติการเพาะปลูก พบว่า ค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้มากที่สุด คือ ร้อยละ 98.5 มีความรู้เรื่องวิธีแก้ไขให้ดินมีสภาพเหมาะสมต่อการท ากสิกรรมไร้สารพิษ คือ น าอินทรียวัตถุมาใส่ดินให้มาก ได้แก่ กิ่งไม้ใบไม้สด/แห้ง เศษอาหารจากครัวเรือน ฟางข้าว หญ้า/พืชโตไว แล้วขุดกลบจะท าให้ดินร่วนซุย ส่วนค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้น้อยที่สุด คือ ร้อยละ 59.5 ดินทุกชนิดสามารถปรับปรุงบ ารุงให้ปลูกพืชได้ 2. ความรู้มิติการด าเนินชีวิตที่พอเพียงเรียบง่ายและมีศีล พบว่า ค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้มากที่สุด คือ ร้อยละ 99.0 การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการท ากสิกรรมไร้สารพิษ สุขภาพพึ่งตนเอง และการปฏิบัติศีล มีผลต่อการด าเนินชีวิตที่พอเพียงเรียบง่ายได้ และผลิตภัณฑ์น ้ายาซักล้างท าเองประหยัด ใช้วัตถุดิบในครัวเรือน ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดผื่นคัน/ลดอาการแพ้ และไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม ส่วนค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้น้อยที่สุด คือ ร้อยละ 48.5 ถ้าทุกคนกินผักป่า/ผักพื้นบ้านโลกจะไม่ขาดอาหารปลอดภัย เพราะแทบไม่ต้องดูแล มีคุณค่าทางโภชนาการและทางเศรษฐกิจ 3. ความรู้มิติเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง พบว่า ค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้มากที่สุด คือร้อยละ 99.5 เป้าหมายของเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง คือ เรียนรู้และฝึกฝนการพึ่งตนและช่วยคนให้พ้นทุกข์ ส่วนค าถามที่ผู้ตอบมีความรู้น้อยที่สุด คือร้อยละ 70.0 การแบ่งปันท าให้มั่นคง ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา เข้มแข็ง มีหมู่มิตรดี และมีความสุขมากขึ้น 4) ความคิดเห็นของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ดังนี้ (1) ความคิดเห็นต่อการเรียนรู้ออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ความคิดเห็นต่อการท ากสิกรรมไร้สารพิษ พบว่า โดยรวมอยู่ใน ระดับมาก 5) แรงจูงใจของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง แรงจูงใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า ผู้เรียนออนไลน์มีแรงจูงใจภายในในระดับมากที่สุด และมีแรงจูงใจภายนอกในระดับมาก 6) การปฏิบัติของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง การปฏิบัติ โดยรวมอยู่ในระดับมาก 7) การพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองโดยรวมอยู่ในระดับมาก 286 8) ปัญหาของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ปัญหาในการเรียนออนไลน์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 9) ข้อเสนอแนะในการเรียนออนไลน์ ข้อเสนอแนะในการเรียนออนไลน์โดยรวมอยู่ในระดับมาก 10) การทดสอบสมมติฐานอาชีพกับการปฏิบัติของผู้เรียนออนไลน์ และอาชีพกับการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ ใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวน (One-way ANOVA) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 รายละเอียด ดังนี้ (1) อาชีพของผู้เรียนออนไลน์แตกต่างกันมีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ผลการทดสอบปฏิเสธสมมติฐาน เพราะพบว่า ผู้เรียนออนไลน์ที่มีอาชีพแตกต่างกันมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ 0.05 (2) อาชีพของผู้เรียนออนไลน์แตกต่างกันมีการพึ่งตนเองที่แตกต่าง กัน ผลการทดสอบปฏิเสธสมมติฐาน เพราะพบว่า ผู้เรียนออนไลน์ที่มีอาชีพแตกต่างกันมีการพึ่งตนเองไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ 0.05 11) การทดสอบสมมติฐานปัจจัยที่ผลต่อการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ใช้สถิติการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) คัดเลือกตัวแปรอิสระ (X) มาทั้งหมด 16 ตัวแปรได้แก่ 1) อายุ 2) จ านวนแรงงานในครัวเรือน 3) จ านวนเงินลงทุน 4) รายได้จากการท ากสิกรรมไร้สารพิษ 5) รายจ่ายในการท ากสิกรรมไร้สารพิษ 6) ค่าอาหาร 7) ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค 8) ความแข็งแรงของร่างกายโดยรวมหลังการเรียนรู้ 9) ความเข้มแข็งของจิตใจโดยรวมหลังการเรียนรู้ 10) จ านวนครั้งที่มาเรียนรู้ออนไลน์ 11) จ านวนครั้งที่มาเรียนรู้ออนไซต์ 12) ความต้องการด้านเนื้อหา 13) ความรู้กสิกรรมไร้สารพิษ 14) ความคิดเห็น 15) แรงจูงใจ และ 16) การปฏิบัติ และตัวแปรตาม (Y) 1 ตัว คือ การพึ่งตนเอง โดยน าตัวแปรอิสระทั้ง 16 ตัวแปรเข้าไปในสมการแล้วเลือกตัวแปรโดยใช้วิธี stepwise พบว่า 6 ตัวแปร ได้แก่ อายุ ความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม ความเข้มแข็งของจิตใจโดยรวม จ านวนครั้งที่มาเรียนรู้ออนไลน์ ความคิดเห็น และการปฏิบัติ มีผลต่อการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้าน กสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองอย่างมีนัยส าคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 2 ตัวแปร ได้แก่ จ านวนครั้งที่มาเรียนรู้ออนไซต์ และความรู้กสิกรรมไร้สารพิษ มีผลต่อการพึ่งตนเองของผู้เรียนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งตัวแปรทั้ง 8 ตัวมีค่า F =159.705; Sig. of F = 0.000 โดยมีอ านาจพยากรณ์ประมาณร้อยละ 76.6 (R2 = 0.766) และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ (SEE) เท่ากับ 0.361 สามารถสรุปเป็นสมการท านายได้ ดังนี้ 287 Y = -1.178 + 0.070X1 + 0.091X8 + 0.075X9 + 0.084X10 – 0.057X11 + 0.060X13+ 0.313X14+ 0.588X16 (-4.997) (2.786) (0.091) (0.075) (0.084) (-0.057) (0.060) (0.313) (0.588) 1.2.3 ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 2 เพื่อศึกษาบริบทศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ของผู้สอนและปฏิบัติกรต้นแบบ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก ปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1) มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย มีศูนย์อบรม 9 สาขาทั้งในและ ต่างประเทศ เปิดค่ายอบรมที่ศูนย์มากว่า 30 ปี ระยะหลังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางออนไลน์ร่วมด้วย แต่ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิดระบาด มีนโยบายปรับเปลี่ยนมาเป็นการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ร้อยละ 100 โดยมีการถ่ายทอดด้วยวิธีการบรรยาย สาธิต และพาปฏิบัติผ่านการเรียนรู้แบบโต้ตอบกัน 2 ทางในระบบ zoom และถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กและยูทูปควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางในการเชื่อมโยงผู้ที่สนใจมาเรียนรู้และปฏิบัติไปด้วยกันอย่างต่อเนื่อง และเมื่อโรคโควิดหยุดระบาดจึงกลับมาเปิดค่ายออนไซต์ผสมกับค่ายออนไลน์ และด าเนินการยาวมาถึงจนปัจจุบันนี้ เพราะยังมีผู้ที่ยังได้รับประโยชน์จากการเปิดอบรมอยู่ตลอดเวลา 2) ผู้สอนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ แรงจูงใจของผู้สอน ได้แก่ 1. แรงจูงใจภายนอก คือ การได้เป็นผู้แบ่งปันความรู้ให้แก่ผู้อื่น และต้องการสร้างคนดีให้สังคม และ 2. มีแรงจูงใจภายใน คือ ความปิติปลาบปลื้มอิ่มเอมใจ ที่ได้มีส่วนร่วมกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพอ และความรู้สึกซาบซึ้งในจิตวิญญาณ เป็นความซาบซึ้งใจที่สามารถน าธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติจนเกิดความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้น จึงต้องการตอบแทนคุณพระศาสนาด้วยการน าความรู้และประสบการณ์ที่มีมาถ่ายทอดให้กับผู้อื่น (1) แนวปฏิบัติในการท ากสิรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง มีดังนี้ 1. พันธุ์ดี ดินดี น ้าดี แสงดี คือ หลักการท ากสิกรรมไร้สารพิษให้ประสบความส าเร็จที่ประหยัด เรียบง่าย และใช้สิ่งที่มีอยู่ใกล้ๆ ตัว 2. มีศีล มีปัญญา การปฏิบัติศีลที่ถูกตรงจะมีอานิสงส์เป็นปัญญา ศีลที่ถูกตรงคือ ศีล 5 และศีลในการท ากสิกรรมไร้สารพิษคือ ขยัน ไม่ใจร้อน ไม่โลภ พอประมาณ และแบ่งปันด้วยใจบริสุทธิ์เป็นล าดับ 3. เหลือกินเหลือใช้เหลือแบ่งปัน ทุกคนที่ท ากสิกรรมไร้สารพิษก็จะมีผลผลิตที่เหลือกินเหลือใช้จนสามารถน ามาแบ่งปันกันได้ 4. มีหมู่มิตรดีสหายดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี พลังความดีของหมู่มิตรดีคือ พลังแห่งความพ้นทุกข์ เป็นพลังสนิทานที่เหนี่ยวน ากัน 288 และกันไปสู่สิ่งที่ดีและสิ่งที่เป็นสุข 5. มีจ าหน่าย ผลผลิตที่มากเหลือกินเหลือใช้ ถูกน ามาจ าหน่ายในตลาดวิถีธรรม ซึ่งเป็นตลาดที่ขายของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน ้าใจ (2) แนวทางในการสอนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษสู่การ พึ่งตนเอง มีดังนี้ 1. เพราะผู้สอนเป็นผู้ที่ปฏิบัติศีล ลดละเลิกกิเลสสิ่งที่เกินความจ าเป็นของชีวิต และพึ่งตนเองได้ในมิติต่างๆ ไปตามล าดับ เป้าหมายสูงสุดในการเป็นผู้สอนจึงไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทนเพื่อตน แต่ปรารถนาการได้แบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพึ่งตนเองได้ในทุกมิติ ผู้สอนทุกคนจึงสอนฟรีส่วนผู้เรียนก็เรียนฟรี แนวทางในการสื่อสารความรู้ของผู้สอนมีความหลากหลาย และมีรูปแบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่น แต่มีความตั้งมั่นที่จะท าให้ผู้เรียนประสบความส าเร็จในการท ากสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ มีความภาคภูมิใจในความส าเร็จของเหล่าผู้เรียน เป็นทั้งที่ปรึกษาและเป็นเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน 2. ผู้เรียนออนไลน์ มีหลากหลายอาชีพและการศึกษา แต่ไม่ว่าจะมาจากสายไหนส่วนใหญ่ที่มาเข้าค่ายจะไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับกสิกรรมไร้สารพิษมาก่อน และมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ set zero ตั้งใจปฏิบัติจริงจังเพราะต้องการน าพืชผักที่ปลูกมารับประทาน และลงมือท าด้วยความเพียรและมีอิทธิบาทอย่างมาก 3) เนื้อหาและสื่อการเรียนออนไลน์ ออกแบบมาจากปัญหาของผู้เรียน เข้าใจง่าย ท าตามได้ง่าย และใช้สิ่งที่หาได้ง่ายใกล้ตัว มีความหลากหลายในเนื้อหาและวิธีการ และสื่อบุคคลทั้งแบบบันทึกเทปและรายการสดเป็นสื่อการเรียนที่ก่อให้เกิดแรงจูงใจที่จะลงมือปฏิบัติให้ส าเร็จได้มากที่สุด 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์ จัดกิจกรรมผ่านระบบ Zoom ที่มีทั้งแบบทางเดียวและแบบสองทาง การถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงที่ชัดเจน สามารถน าไปท าตามได้เลย ดูย้อนหลังหรือดูซ ้าๆในจุดที่ยังไม่เข้าใจได้ เข้ากับยุคสมัยที่ผู้คนมีเวลาจ ากัด ส่งข้อมูลถึงบ้านของกลุ่มผู้เรียนได้กว้างไกล เกิดเครือข่ายผู้เรียนออนไลน์ที่มีความใกล้ชิดและเชื่อมโยงเป็นพี่เป็นน้องกัน และเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน 5) การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางการเรียน มีความเป็นครอบครัว เป็นสังคมของการเกื้อกูลกัน มีความเคารพศรัทธาต่อกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมร้อยที่ง่าย งดงาม และแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น 6) การวัดและประเมินผล มีการตอบแบบสอบถาม และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง คือ การส่งการบ้านออนไลน์ และเยี่ยมบ้านผู้เรียนทางออนไลน์ (3) ปัญหาในการสอนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ มีดังนี้ 1. ปัญหาเวลาในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในห้องเรียนมีน้อย ผู้เรียนยังต้องการแลกเปลี่ยนหรือสอบถามในประเด็นที่สนใจอยู่ และ 2. ปัญหาการจัดสรรเวลาของผู้เรียน ที่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนตามเวลา หรือขาดส่งการบ้าน 289 (4) ข้อเสนอแนะในการสอนออนไลน์ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ 1. เวลาในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในห้องเรียนมีน้อย จึงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนกันนอกห้องเรียนด้วย คือ จัดให้เข้ามาอยู่ในห้อง Line เดียวกัน และเข้าร่วมกลุ่ม Facebook ผู้เรียนมีโอกาสพบเจอกันแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น ถือเป็นวิธีการเรียนการสอนที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น และ 2. ระบบการเรียนตามอัธยาศัย ย่อมจะต้องจัดสรรให้กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องไปกับกิจกรรมการด าเนินชีวิตอยู่แล้ว จึงเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่ยังท ากสิกรรมไร้สารพิษแล้วน าวัตถุดิบมากินมาใช้อยู่ แต่ไม่สามารถเข้าห้องเรียนตามเวลา หรือขาดการส่งการบ้าน ได้เข้ามาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งการบ้านได้อยู่ตลอดเวลาเมื่อผู้เรียนว่างเว้นจากภารกิจ 3) ปฏิบัติกรต้นแบบ (Best Practice) (1) แรงจูงใจในการเป็นกสิกรผู้ท ากสิกรรมไร้สารพิษสู่การพึ่งตนเอง ประกอบด้วย แรงจูงใจภายนอก ได้แก่ ต้องการสร้างอาหารไร้สารพิษช่วยโลก ทั่วโลกเริ่มอาหาร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน