สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน สติในสัทธรรม 7 กับสติในโพชฌงค์ 7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน สติในสัทธรรม 7 กับสติในโพชฌงค์ 7 _สมณะคิดถูก…สติในสัทธรรม 7 อยู่ช่วงท้ายๆ ทีนี้ ที่อยากถามคือมันต่างกันอย่างไร สติในสัทธรรม 7 กับสติในโพชฌงค์ 7 พ่อครูว่า...สติ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในกระบวนการของจรณะ 15 สติเมื่อแยกย่อยไป มีคนถามว่า สติในมรรคมีองค์ 8 กับโพชฌงค์ 7 ต่างกันอย่างไร หากปฏิบัติเกิดเหตุแห่งการตรัสรู้ก็เป็นสติที่เป็นสัมโพชฌงค์ โพชะ หรือโพธิ แปลว่าการตรัสรู้ คือ มีความรู้ความเข้าใจแล้วก็ได้ปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติลงตัวได้มรรคได้ผลจึงเป็นโพชฌงค์ทั้ง 7 เป็นต้น สติสัมโพชฌงค์ก็เท่ากับคุณปฏิบัติสติในมรรคมีองค์ 8 ก็ดีหรือสติในสติปัฏฐาน 4 ก็ดี พิจารณากายในกายได้ผล พิจารณาเวทนาในเวทนาได้ผลตามที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ตามองค์ธรรมต่างๆ ก็เรียกว่า สตินั้นเป็นสติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ เป็นภาคปฏิบัติ ต้องสังวรปธาน สำรวมสังวรอินทรีย์ทั้ง 6 แล้วก็ปหานกิเลสให้ได้แล้วก็รักษาผลที่ได้ปหานกิเลสได้ นี่เป็นสัมมัปปธาน 4 ด้วยอิทธิบาท 4 ความอิทธิบาทคือความพากเพียรที่เริ่มต้นด้วยฉันทะ หากไม่มีฉันทะเป็นมูลกา แล้วปฏิบัติธรรมให้เกิดการทำใจในใจมนสิการ ปฏิบัติธรรมทำใจในใจไม่เป็นทำใจไม่ได้ก็ปฏิบัติได้แต่เปลือกนอกไม่ถึงใจ ไม่ได้ผลอะไรหรอก ในมูลสูตร 10 มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) . . มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) . . . . มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) . . . มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) . มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) . . .
ทำให้ถึงอุเบกขาเป็นฐานนิพพาน เจริญด้วยองค์ 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ต้องมีธัมมวิจัย หากไม่มี ให้นั่งหลับตาอย่าไปคิดมากอะไร เป็นการปฏิบัติที่ผิด แม้ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพ
อ่านต่อ
ชฌงค์ องค์แห่งมรรค สัมมาทิฏฐิ ยกตัวอย่างอ.บูรพา เขียนบรรยายไป เป็นบาปไป สติในสัทธรรม 7 ต้องปฏิบัติให้เกิดสติสัมโพชฌงค์ 621125_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 82