สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ภพสวรรค์ก็คือภพนรก.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภพสวรรค์ก็คือภพนรก คำถามจากคุณ 0893867xxx ว่า...พระตปฎ.ที่20 ที่พ่อครูนำมาสอนทำให้เข้าใจชัดเจนว่าจิตที่วนเวียนอยู่ความอยากเป็นนี่ความอยากได้นั่นคือจิตเป็นตัณหาต้นเหตุทำให้เกิดภพเกิดชาติของจริงที่มีแต่สวรรค์เทียมนรกแท้!จริงสาธุ!สกก. ตอบ...ตอนนี้คนเข้าใจเรื่อง ภพมากขึ้น ตั้งแต่ภพต่ำคืออบาย หากเราไม่รู้ก็หลงในภพ(แดนที่เราหลงวนสุข-ทุกข์) มีชีวิตที่นึกว่าเราได้รับความสุขความเจริญ ถ้าเราไม่เข้าใจอาการของจิตที่เป็น ภพชาติ เราก็จะจมอยู่อย่างนั้น แล้วหลงยินดีว่าเป็นความสุขความเจริญความใหญ่โตมโหฬารอะไรต่างๆนานา อย่างที่จะหลีกพ้นไม่ได้ที่ต้องยกตัวอย่างธัมมชโย เขาไม่รู้เรื่องของความเป็นภพ สักนิดสักน้อย ใครที่ไปหลงอย่างสมีธัมมชโย มันก็จะเป็นอย่างนี้หน้ามืดตาบอดนึกว่าเป็นสิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็น แล้วเขาก็ทำเต็มที่อย่าง ไม่คิดชีวิตเลย อุตสาหะวิริยะพากเพียรหนัก จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเจอตัว แล้วก็มีภาพออกมาว่าขาโต บวมใหญ่ดำ น่ากลัว เห็นแล้วน่ากลัว จะทุกข์ทรมานขนาดไหน แล้วอยู่กันไม่มาไม่น้อย เป็นอย่างนั้นมาตั้งหลายปี จะถึง 10 ปีอะไรจะทรมานขนาดนั้น ตอนนี้ก็ยังลึกลับจับตัวไม่เจอ หนีลงรูไปแล้วในที่ลับเร้น มีคนเขาคิดว่าเขาไม่อยู่ในประเทศไทยแล้ว คนไม่เชื่อว่าจะอยู่ได้อย่างไร แม้แต่คนในนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เห็น มีคนรู้เห็นช่วยกันอยู่ไม่กี่คนก็ไม่กล้าเปิดเผย ขณะที่คนสนิท นายองอาจ ธรรมนิทา ขนาดว่าเป็นโฆษก เป็นปากเสียงของธรรมกายเขายังบอกว่า 6 เดือนแล้วไม่ได้พบเลย จะเท็จหรือจริงหลอกก็ไม่รู้ที่เขาพูดออกมา ถ้าเราเป็นนักปฏิบัติก็จะเรียนรู้ ภพเล็กภพน้อย หลายคนพวกเราไม่ได้รับทุกข์ร้อนอย่างที่ธัมมชโยเขาได้รับเลย เราก็จะยิ่งกลัว เกรงกลัวต่อบาปกรรมต่อเวรภัย ส่วนคนที่หลงผิดก็น่าสังเวชใจ บอกเขาเตือนเ
อ่านต่อ
ขาให้ความรู้เขา แต่เขามีกลเม็ดบอกว่าให้ดูช่องนี้ช่องเดียวเป็นการสะกดจิต ต้องเชื่ออย่างงมงายเลย ก็ใช้วิธีการสะกดจิต อาตมาไม่รู้นะ ว่าธัมมชโยจะไปเรียนวิธีสะกดจิตมาหรือเปล่า แต่การกระทำที่เขาทำอยู่นี้เป็นการนั่งหลับตาสะกดจิตเป็นวิธีสะกดจิต 100% อาตมาเคยเรียนวิธีสะกดจิตแบบวิทยาศาสตร์มา ก็รู้ชัดเจน ว่าเขาทำได้ผลเต็มที่เลย อาตมารู้ว่าเป็นการทำบาป ทำให้คนตกนรกซ้ำซ้อน อาตมามาเป็นพระโพธิสัตว์แล้วไม่ทำแน่นอน ความซวยอย่างนี้อาตมาไม่ทำ เห็นแล้วก็น่าสังเวชใจ มีคนที่ออกมาจากธรรมกายแล้วมาอยู่ที่เรา มาฝึกฝนศึกษาอยู่ก็มี ยินดีด้วยอนุโมทนา ก็พยายามพากเพียรศึกษาไป เราจะได้เทียบเคียงชัดเจน ทุกคนไม่มีใครบังคับให้เชื่อหรือไม่เชื่อ เราจะเข้าใจหรือไม่ก็อยู่ที่เราพากเพียรศึกษา ได้เอง พระพุทธเจ้าก็สอนในกาลามสูตรว่าไม่ให้เชื่อใครง่ายๆ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่ให้เชื่อทันที ท่านสอนอย่างไม่ได้ครอบงำความคิด อิสระเสรีภาพเต็มที่ทุกอย่าง ความเป็นภพ สิ่งที่มันง่ายรู้ว่าหยาบต่ำเป็นของผิด แท้ๆ จะน้อยหรือมากก็ชัดเจน เรื่องของภพก็เช่นกัน วนเวียนสุขทุกข์สมอยากอยู่อย่างนั้น แล้วแต่คนจะทำให้สมใจตัวเองได้มากมายขนาดไหนก็แล้วแต่ สมณะเดินดินว่า..อย่างภพชาวอโศกนั้นถ้ามีกระแสสุขภาพมาคนก็จะลงไปทำจนมากเกิน อย่างนี้ถือว่าเป็นคนอยู่ไหน ภพหรือไม่ พ่อครูว่า...เป็นคนตกภพ เป็นจริตที่ดิ่งจะเอาอันนี้ก็เอาเลย ก็ค่อยๆช่วยเหลือกันไปเป็นไปตามฐานะ เป็นเรื่องที่สุดวิสัยเหมือนกัน บางคนก็แก้ไขยาก ถึงยกย่องคนที่มีปฏิสันถาร มีแขกมาก็โอภาปราศรัย ไม่ง่ายทีเดียวที่จะรู้ว่าภพคืออะไร คนตกภพ เขาจมอยู่แล้วเขาก็นึกว่าได้ความยิ่งใหญ่โตมโหฬารบานทะโร่ เขาไม่รู้เท่าทันเลย ความจริงนั้น ไม่มีสวรรค์หรือนรก มันมีสวรรค์ก็มีนรกคุณอยากได้สวรรค์แต่ได้สวรรค์มาก็มีนรก มันเป็นของคู่เป็นเมถุน เป็นธรรมะคู่ธรรมะ 2 มันมีสวรรค์ คุณไม่ได้อยากได้นรก ไม่มีใครอยากได้แต่มันก็มา แล้วก็ไม่เรียนรู้ว่านรกเมื่อไหร่ บางทีไม่ค่อยได้สังเกต ว่านี้คือนรกคือทุกข์ อันนี้คือเหตุแห่งทุกข์ ผู้ที่มีญาณปัญญารู้ว่า ต้องรู้ว่าตัวนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์นะ เหตุแห่งสวรรค์นั่นแหละนี่คือนรก ความเป็นสัตว์นรกนี้ โอ้โห กว่ามันจะรู้ทุกข์ กว่ามันจะรู้เหตุแห่งทุกข์คือจิตของเราคือสัตว์นรก อย่างนี้ที่เราหลงว่าเป็นสวรรค์ที่จริงมันคือนรก ที่หลงว่าเป็นสวรรค์ที่จริงมันคือนรก สวรรค์เป็นความเท็จนรกเป็นความแท้ ต้องรู้ทุกอย่างเป็นความจริงอริยสัจ สวรรค์กับนรกมันตัวเดียวกัน สวรรค์เป็นอุปทานที่ปั้นลมๆแล้งๆว่ามีจริง คุณจะรักษาให้มันอยู่นานเป็นยามา จะพยายามอย่างไรมันต้องมีเวลาพัก ที่เขาใช้คำพังเพยว่างานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา ไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่มีวันเลิกรา ในคำสอนของนักปราชญ์ ก็หยิบมาผสมก็ชัดเจน กว่าจะรู้ได้ว่าที่จริงแล้วสุขก็คือทุกข์ ทุกข์อริยสัจก็คือที่หลงว่าเป็นสุขนั่นเอง คนเราก็อยากได้สวรรค์ทั้งนั้นแต่ดันผ่าได้นรก กว่าจะรู้ตัว ระลึกให้ดี แต่ก่อนนี้เราหยาบมาก จมกับมันอยู่ได้ ระลึกแล้วโง่เง่า ถ้าหลุดพ้นมันได้ก็ดี ที่หลุดพ้นแล้วก็ดี แต่ที่ยังไม่หลุดพ้นนี่มันยาก พอหลุดพ้นแล้วมันดูง่ายนะ แต่คนอื่นที่ไม่มีทางรู้มันก็ไม่รู้อยู่นั่นแหละ ก็ว่าไป อะไรไม่อะไรหรอกที่ท่านยกตัวอย่าง พระเจ้าอชาตศัตรู ที่เคยไปฆ่าพ่อ แล้วก็พุทธเจ้าก็สอน แต่ชาตินั้นทั้งชาติท่านก็เข้าใจ แต่ท่านทำไม่ได้ เพราะมันมีวิบากหนัก พระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่าอย่าประมาททำแล้วบอกว่าไม่ได้ทำไม่ได้ กรรมเป็นอันทำ ถึงบอกว่าเรามัดระวังให้จริงในกรรมที่ทำ มันเหมือนอะไรบังตาได้อย่างไร ขนาดอยู่กับพระพุทธเจ้าแท้ๆ ท่านยังช่วยไม่ได้ แล้วโพธิรักษ์เป็นใคร? เราก็คล้ายๆว่าตีงูให้กากิน เราสอนคนนี้แต่คนอื่นเขามาฟังก็ได้ เหมือนตีงูให้กากิน แต่ว่าอย่างอื่นมากินไปหมด เจ้ากามันมืดบอดดำปี๋อยู่นั่นแหละ เจตนาให้กานะ แต่วิสัยกา พระวิสัยกา มีคนเขียนภาพให้เห็น
คุณติดมะละกออันนี้แต่ก่อนคุณนึกว่าละได้แล้วในรูปภพอรูปภพ แต่พอมาล้างกามภพ จริงๆแล้วพอล้างกามภพแล้ว เศษเหลือก็คือรูปภพอรูปภพ มันต้องต่อเนื่องกันไม่ใช่ไปสร้างภาพเอาแต่ว่าต้องกระทบรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจริง เมื่อล้างกามภพได้แล้ว ก็จะเห็นรูปภพที่มันคล้ายแต่มันไม่ใช่ ส่วนมากคนจะได้รูปภพ อรูปภพเป็นคนมีเชื้อเก่าบ้าง ถ้าไม่มีเชื้อเก่าบ้างไม่รู้เรื่องหรอก ก็หยาบยังดับไม่เป็น แล้วจะไปดับละเอียด มันไม่ใช่ เพราะคุณไปสะกดไว้เท่านั้น ไม่ใช่ล้างด้วยปัญญา ด้วยไฟฌาน ไม่ใช่เลย ต้องให้สัมผัสวิโมกข์แปดด้วยกาย
591129_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ พลังสี่ที่ขับเคลื่อนโรงงานแห่งความรัก