สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เจาะลึกมิจฉาอาชีวะ 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
เจาะลึกมิจฉาอาชีวะ 5 1 กุหนา คือชั่วครบสูตร หยาบครบสูตร คิดชั่วครบสูตร รู้ให้ได้ แล้วเลิก หยาบ ชนิดซับซ้อนละเอียด อย่างธัมมชโยนี้ ในภาษาไทยจะเรียกว่า ผู้ร้ายผู้ดี เป็นผู้ร้าย ที่ร้ายแรงมากเลยนะ แต่เอาคราบผู้ดีมาล่อหลอก ซ้อนๆลงไป จึงกลายเป็นผู้ร้ายผู้ดี เป็นเทวบุตรมาร ยกตัวอย่าง ธัมมชโยที่เขาทำ จะเอาเปลือกผิวมาฉาบ เขาเก็บหมด พริ้งพราย แม้แต่ชาร์มเขายังทำ ผิวพรรณผ่องแผ้ว ผ้าผ่อน ทุกกิริยาอาการพริ้งหมด ได้รูปได้ร่างสมบูรณ์ทั้งนั้นเลย สีสัน ขนาดก็เป๊ะๆ สร้างสรร ประดิดประดอย ประดับประดา เขาไม่เข้าใจ นัจจะคีตะวาทิตะมาลาคันธวิเลปนธารณมัณฑนะ เขาไม่รู้ศีลข้อนี้ แล้วละเมิดหมดเลย เอาไปปรุงแต่ง ประดับประดา ประดิดประดอย ใส่เข้าไปครบหมดแล้ว เหลือแต่เรายังไม่รู้ได้ว่า ศีล 5 นี้ เขาฆ่าสัตว์ไหม แต่แน่นอนเนื้อสัตว์นั้น กินอยู่แน่ แต่จะฆ่าคนไหม การสั่งฆ่า แต่เห็นว่าไปแย่งที่ดินเขา เอาของเขา นี้ก็ชัดอยู่แล้ว ราคะ เรื่องเพศนี้ไม่รู้ วาจาก็โกหกอย่าง … อวดอุตริมนุสธรรม โกหกแล้วก็ถูกจับได้ยังหน้าเฉยอีก ว่าตนเองรู้คนนั้นว่า ตายไปสวรรค์ชั้นไหนๆ แต่เขาจับได้ว่าโกหก ก็เฉย อวดอุตริมนุสธรรมอ่าน ไม่มีจริงในตนนี้ชัดแล้ว การโกงกินก็ชัดเจน แล้วเหลือแต่ข้ออื่น อันนี้คือสิ่งที่ต้องปราบ ในมรรคองค์ 8 ของพระพุทธเจ้า การปฏิบัติประพฤติ เรียนรู้จากอาชีพ การเรียนรู้จาก กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ในการเจอกับสิ่งสัมผัส ที่จะเกิด ความยึดติดในอารมณ์ ยึดติดในสัญญา สุดท้ายนี้นะ คนจะมาล้างกิเลส สังขารก็ล้างก่อน เวทนาก็ล้างก่อน ในเจตสิก 3 ซึ่งแตกเจตสิกไปอีก 52 สมณะเดินดินว่า...ดูพระดังๆที่ต้องปาราชิก ก็เกิดจาก การมีลาภยศสรรเสริญเข้ามามาก แต่พวกเรานี้ไม่แน่ใจว่า ถ้ามีลาภยศสรรเสริญ เข้ามามาก จะเป็นอย่างไร อย่างวัดใหญ่ๆ ที่
อ่านต่อ
ตอนนี้อาจารย์มีปัญหา จะโดนคดี พูดว่าอยู่วัดก็ไม่อยู่กับร่องกับรอย บอกว่า ไม่เจอเจ้าอาวาส 6 เดือนแล้ว ลื่นไหลไปได้ พ่อครูว่า ...มันเป็นปลาไหลชโลมจารบี อาบน้ำมันใส่สเก็ต วิ่งบนลานน้ำแข็ง ที่อาตมาเอามาย้ำยืนยัน อยู่ในหลักเกณฑ์ ของพระพุทธเจ้า อาชีพก็ต้องมีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ก็ต้องมีต้องเรียนรู้ กิเลสในอาชีพห้า ในกัมมันตะสาม ในวาจาสี่ ในสังกัปปะสาม
เจาะลึกมิจฉาอาชีวะ 5 เอาหยาบๆอาชีพ เจาะมิจฉาอาชีพ 5 1 กุหนา สุจริตทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมพร้อม คือขี้โกง ตลบตะแลงและเล็ม หยาบคายทุกอย่าง อย่างเช่น ธัมมชโยนี้ มีคดีไม่ต่ำกว่า 30 หรือ 40 คดี ไม่ใช่น้อยหรอก กุหนา คือความชั่วหยาบ ที่มาหลอกคน ว่าเป็นสิ่งดี จึงเรียกว่าผู้ร้ายผู้ดี เอาความดีผิวเผินมาฉาบไว้ คนก็ถูกหลอก แต่แท้จริงที่บอกว่าดี นี้คือเลวลึก อาชีพกุหนา เลิกก่อนเพื่อนเลย 2 ลปนา คือคำพูด และเล็มเลียบเคียง ที่เป็นเชิงจะต้องได้มาจากคนอื่น โลภมาจากคนอื่น สมโลภ สมราคะ ของตนเอง เรียกว่าเฉกา 3 เนมิตกตา … เนมิตกะ แปลว่าเสี่ยง เสี่ยงโชค พยายามพากเพียร ให้มีโชคให้ได้ ให้เจริญให้ได้ คือปฏิบัติโดยพากเพียรปฏิบัติ ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า เริ่มตั้งแต่ศีล 5 เป็นต้น ต้องพากเพียร ทำให้ได้ แต่มันจะได้หนอไม่ได้หนอ คุณก็ต้องพากเพียรเอาให้ได้ ถ้าได้ก็บรรลุ เนมิตมาจากรากศัพท์ว่า สร้างหรือเนรมิต สั่งให้ได้จนสำเร็จไปเรื่อยๆ เมื่อได้แล้ว พึ่งตนเองแล้ว ก็อย่าไปมอบตนในทางผิด 4 นิปเปสิกตา อย่าไปรับใช้คนผิด เช่น มีหนุ่มสาว ที่เข้าใจตนเอง ว่าเราเรียนรู้ มีความรู้ความสามารถมา แล้วทำไม เราต้องเอาความรู้ความสามารถ ไปรับใช้นายทุน อย่างนี้เป็นต้น เราพึ่งตนเองรอด แล้วอย่าไปรับใช้นายทุน อย่าไปรับใช้คนขี้โกง คนที่ทุจริต หรือแม้แต่นายทุน ก็อย่าไปรับใช้ มารับใช้ผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริต ผู้ที่จะมาช่วยมนุษยชาติ ต้องไปเสริมคนที่จะมารับใช้ จงรับใช้คนที่รับใช้ มาช่วยคนรับใช้ มารับใช้คนที่เขารับใช้มวลประชาชน อย่างนี้ต่างหาก พึ่งตนเองรอดแล้ว อย่าเอาความสามารถ ไปรับใช้คนชั่ว หรือคนไม่บริสุทธิ์อีก ให้มาช่วยคนที่บริสุทธิ์ คนที่เจริญ คนที่จะไปช่วยคนอื่นต่อไป ก็พ้นนิปเปสิกตา ก็ยังไม่พ้นอาชีพสูงสุด คือ 5 ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา สูงสุดคือต้องทำงานให้พ้น ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา คือพ้นการทำงาน แล้วยังต้องรับสิ่งตอบแทน สรุปคือ ต้องมาทำงานฟรีนี่คือสัมมาชีพ สูงสุดของการพ้นมิจฉาชีพ ของพระพุทธเจ้า ชาวอโศกทำได้ สมณะเดินดินว่า..พระยังทำไม่ได้เลย พ่อครูว่า...พ้นมิจฉาชีพนี้ ถึงทำงานฟรีเป็นขั้นๆมา 5 ขั้น ถ้าอาตมาไม่เอามาอธิบายขยายความ ก็สูญหายไปกับสายลมแล้ว ไม่กลับฟื้นขึ้นมาแล้วธรรมะพระพุทธเจ้า ดีที่มีหลักฐาน อาตมาเอามาพูดได้ ในมหาจัตตารีสกสูตร ยังมีพยัญชนะยืนยัน อาตมาไม่พูดนอกคำสอนพระพุทธเจ้าเลย พ้น มิจฉาชีพ 5 นี้ให้ได้เถอะ แต่ยุคนี้ พระกลับพูดว่า ไม่มีเงินจะอยู่ได้อย่างไร แต่ฆราวาสชาวอโศกไม่มีเงินก็อยู่ได้ พระได้เปรียบฆราวาสเยอะแยะ แต่กลับมีเงิน ไปฝากธนาคารอีก เวรแท้ๆ ในยุคเดียวกันเลย นี่คือสัจจะอันลึกซึ้ง ของพระพุทธเจ้า ทำได้แม้ มิจฉาอาชีวะ 5 ก็พ้นได้ พ้นแล้วก็ไม่ได้ทรมาน ฆราวาสเราก็ยังอยู่สบาย ไม่ต้องสะสมเงินทอง ไม่ต้องพูดถึง สมณะสิกขมาตุเลย เพราะจิตมัน สันตุฏฐิ สัลเลขะ ปาสาธิกะ ฯ มีวรรณะ 9 อยู่ในจิตจริง
1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) เดี๋ยวนี้ให้ไปสอบปริญญาโท ปริญญาเอกก็เอา บางคนก็เข็นยาก แม้แต่น้องอาตมาเอง ก็เข็นไม่ขึ้น หลายคนก็ไปทำ จนได้ เอาปริญญาเอก มาใช้ทำงาน เป็นประโยชน์ต่อสังคมนะ อย่างน้อยก็ทำงานกับสังคมได้ง่าย มันมีอำนาจในตัว สำหรับคนที่ยังติดยึดอยู่ก็ใช้ได้ เราไม่ได้เอามาใช้ขู่คน แต่ให้ทำงาน สอดคล้องกับสังคม หลายคนไม่เรียน ก็เพราะว่าขี้เกียจ หลายคนไปเรียน ก็ได้ลดอัตตา หลายคนไม่เอา แล้วก็ยอมทำ ก็เจริญมา ทุกวันนี้ เราจึงมีปริญญา ตรีโทเอก แต่บางคนไม่เข้าใจ ก็หาว่าเรามักมาก มันไม่ใช่ ตอนนี้เขาไม่ได้มาเรียน เพื่อเอาลาภยศสรรเสริญ แต่เรียนเพื่อไปรับใช้ เพิ่มขึ้นอีก อย่างเงิน บริจาคมา อาตมาจะไม่ใช้เงินนี้ เพื่อไปซื้อข้าว ให้กับตนเองกินแม้จะหิวจนจะตาย หรือจะป่วยจนจะตาย แม้เขาบริจาคมา ให้ใช้อะไรก็ได้ อาตมายอมตายได้ ไม่มีกินตาย ป่วยไม่มีใครรักษาก็ตาย อาตมาเชื่อว่า ไม่มีใครยอมให้อาตมา ตายง่ายๆหรอก ถ้าอาตมามีคุณค่า มากกว่าที่จะปล่อยให้ตาย ถ้าอาตมาต้องรักษาใช้เงินมาก เขาไม่มีแล้วก็ปล่อยไป แต่เขาจะรักษาไว้ แม้ต้องใช้เงินมาก เพราะต้องเอาไว้ใช้งานได้ดีมาก 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) .
591130_พุทธศาสนาตามภูมิ ระเบิดแห่งรักครั้งเดียวในกัปป์นี้