611230 พ่อครูเปิดงานพฟด.docx
เนื้อหาในไฟล์
611230_พ่อครูเทศน์เปิดงานเพื่อฟ้าดิน
พ่อครูว่า…อาตมาว่าชีวิตอาตมาสรุปตรวจสอบแล้วสบายใจ เรามีชีวิตผ่านมาเราไม่ได้ทำชั่วเลยก็ไม่จริง แต่ชั่วในชีวิตนี้อาตมาไม่เคยไปแตะถีบทำร้ายใครเลย ศีลข้อ 1 2 3 4 5 ไม่ได้เป็นวิบากที่ไม่ควร อาตมามาถึงวันนี้แล้ว เป็นโพธิสัตว์ได้ผ่านวันเวลามาไม่น้อย เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรที่หยาบ ปางนี้ชาตินี้เป็นนายรัก รักพงษ์ไม่ได้ไปทำอะไรชั่วหยาบมากมาย ยิ่งเชื่อมั่นว่าชีวิตเราปลอดภัยเพราะเราไม่ได้ไปทำร้ายใครมาก่อนเราปลอดภัยอันนีจริงที่สุด บางทีอยู่ล่อแหลมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเราก็ไม่ได้ลำบาก รอดมา พลังงานของทุกกรรมทุกอณูทุกปรมณูมันมีอยู่ทั้งนั้น แล้วพลังงานอัตภาพของชีวิตแต่ละหน่วยแต่ละหน่วยของแต่ละคนๆ มันเป็นสิ่งสะสม ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ว่ากรรมเป็นเรื่องสะสมวิบากเป็นเรื่องจริงอื่นอะไรไม่จริงเท่ากรรม กระทำในที่ลับที่แจ้งในที่ไหนก็เป็นของของเรา กัมมัสกตา กัมมทายาโท กัมมทายาท อาตมาอธิบาย คนไม่เข้าใจยังไปยกให้กันได้อยู่ เขาไม่ได้ใช้คำว่ากรรมก็ไม่ได้ เข้าใจคำว่าบุญ บุญก็แบ่งไม่ได้ กรรมก็แบ่งไม่ได้ ยิ่งบุญยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย แบ่งบุญนี่มันประหลาด เขาศึกษาก็แบ่งกรรมกันอย่างไร ยิ่งบุญยิ่งแบ่งไม่ได้ กรรมยังพอมีรูปร่างกายกรรมวจีกรรม แต่บุญนี่มันไม่มีรูปร่างเลย เป็นพลังงานที่ทำงานกำจัดกิเลสอย่างเดียว มีหน้าที่กำจัดกิเลสฆ่ากิเลสอย่างเดียว ฆ่ากิเลสเสร็จแล้วบุญก็หายวับไปด้วยเลย อาตมาพูดขยายความมาเขายังไม่ค่อยเข้าใจ ขนาดผู้ที่ถือว่ามีภูมิรู้ในประเทศไทยถือว่ายังไม่ชัดเจนไม่ละเอียด แสดงถึงความเสื่อม ความผิดเพี้ยนไปจากสัจธรรมของพระพุทธเจ้าอีกเยอะ ก็ต้องฟื้นต้องดึงขึ้นมาต้องเอากลับคืนมาให้ได้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นสิ่งสุดยอดประเสริฐของมนุษย
อ่านต่อ
์ให้เอามาปฏิบัติประพฤติศึกษา ให้แก่ตัวเอง โลกมันกำลังพัฒนาทุกวันนี้ พัฒนาไปสู่ความเจริญ ไปสู่จุดสูงสุดประเสริฐจุดดีงามที่แท้จริง เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น มันมีนิมิตหมายมีเครื่องแสดง เช่นว่าคนทำดีที่เป็นรูปร่างให้เห็นหรือดีแม้รวมกันทำ อย่างในหลวงร.9 ท่านทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพ ใครจะยกย่องหรือไม่ยกย่องต่างๆนานา ในหลวงทรงงานทางด้านเป็นรูปธรรม คนมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่ประเสริฐเป็นโลกุตรธรรม ท่านทรงมากว่า 70 พรรษา รู้กันไปทั่วโลก อาตมาทำทางด้านนามธรรมเห็นยากมากเลย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยมีคนเห็น อาตมารู้ความจริงอยู่ชัดเจนในความจริงว่ามันรู้ยาก คนไม่รู้ได้ง่ายๆ นอกจากไม่รู้แล้วเข้าใจผิดอีกต่างหาก เช่นว่าอาตมาด่าคน อาตมานี่ด่าเอาบุญนะ คำด่าของอาตมาด่าเพื่อให้เกิดบุญ ด่าเพื่อให้เขาชำระกิเลส ด่าเพื่อให้เขา ได้สำนึกได้รู้ตัวว่าตัวเองทำไม่ดีต้องถูกด่าว่าตำหนิติเตียน ตำหนิแล้วตำหนิอีก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเราจากกระหนาบและกระหน่ำอีก จะตำหนิแล้วตำหนิอีก นิคคหะ แปลว่าตำหนิ จะกำหราบแล้วกำหราบอีก เหมือนช่วงปั้นหม้อ ในขณะที่ดินยังเปียกยังเหนียวอยู่ยังไม่แห้งจึงจะปั้นได้ เราจะกระหนาบแล้วกระหนาบอีก เหมือนช่างปั้นหม้อในขณะดินยังเหนียวยังเปียกอยู่ เหมือนรีบร้อนด่าว่ารีบร้อนกำหราบรีบร้อนตำหนิแถมยังตำหนิอย่างแรงอย่างหนักอย่างมาก มันเป็นความจำเป็น มันเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คนไม่เข้าใจก็หาว่ารุนแรงหยาบคาย มากมาย ไม่มีบรรเทายับยั้ง ถ้าอาตมามีกำลังมากกว่านี้อาจจะทำยิ่งกว่านี้ ถ้าทำได้เร็วกว่านี้จะทำเร็วกว่านี้อีก แต่ทำได้แค่นี้ รู้สึกว่าทำได้น้อยไม่ทัน คือเราทำให้เกิดดีมันไม่ทันชั่ว อัตราความชั่วมันก้าวหน้ายกกำลัง อาตมานี่แค่บวกๆๆๆ อัตราความก้าวหน้าของความชั่วมันยกกำลัง เหนื่อยจริงๆ แล้วเขาโฆษณาความชั่วด้วย ควรจะมาโฆษณาความดีมาช่วยกันโฆษณาความดีร่วมไม้ร่วมมือกระจายให้คนรู้จักสิ่งที่ดี ให้ได้มากๆเร็วๆ มันมีอยู่เท่านี้นะ นอกนั้นมันช่วยกันร่วมมือร่วมไม้ประสานกันต่างๆนานาสารพัด ที่พูดไปแล้วเหมือนกับยกตัวเองคุยตัวเอง จะสิ้นปีแล้วก็สรุปสักยืนยัน มาช่วยกันเถอะผู้ที่รู้ พูดซ้ำซากวนเวียนดูน่าเบื่อ มารวมกันสักพันคน พลังงานคนที่เป็นอาริยะร่วมกันแล้วทำให้สอดร้อยสอดประสานกันร่วมไม้ร่วมมือกัน เป็นกลุ่มก้อนเป็นพลังรวม ที่มันได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเป็นเอกภาพ ที่มันจะเป็นพลังเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าแก่มวลมนุษยชาติได้อีกเยอะ อาตมาว่า ราชธานีอโศกนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรหรอก ตอนนี้ก็เรียกร้องให้มากันนะ พื้นดินแผ่นดินก็ยังมี ที่ทางก็ยังว่าง จะมาปลูกบ้านช่องเป็นของตัวเองก็ยังพอได้ อีกหน่อยต่อไปแล้วอย่าว่าไม่เตือนนะ มันเต็มแล้วมันไม่มีที่แล้วไม่ได้นะที่นี้ อย่าหาว่าไม่เตือนไม่ให้สัญญาณ ดูท่าทีแล้ว ขณะนี้ประเทศไทยเรา คนที่มีปฏิภาณปัญญารู้ก็พอมี เมื่อเช้าเอาบทความของเปลว สีเงิน ชื่อของเขาเดิมคือโรจน์ งามแม้น นามปากกา คือใช้เป็นนามในการเขียน สมัยโบราณเรียกปากไก่ ที่จริงโบราณเอาขนไก่มาใส่ปากกาคอแร้ง ชื่อปากกา คอเรียกคอแร้ง แต่จริงๆเป็นขนนกใช้เขียน ปากก็บอกปากกา คอเรียกคอแร้ง แต่ที่ใช่จริงคือขนนก ใช้เขียนแต่โบราณ เดี๋ยวนี้เครื่องมืออุปกรณ์ใช้ทำงานมากมายเยอะแยะ จนกระทั่งเลิกไม่ไหวมันทุ่นแรงไปได้เยอะ เราก็เลยทำงานการอะไรได้ดี มันมีสิ่งลึกซึ้งเหมือนกับแกล้ง อย่างเราปลูกผักพืช เราก็ว่าเราไม่ได้มีฝีมืออะไรมาก แต่ทำไมมันออกมาสมบูรณ์ กล้วยหวีหนึ่งไม่รู้กี่ลูก ฟักเขียว มะละกอ ทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่ดีงามเรียกว่ากุศล ทำให้มันตรงกับความดีงาม ความดีงามไม่ได้เป็นสิ่งตายตัว ความดีงามเป็นโลกีย์ไม่ได้เป็นโลกุตระไม่ได้ตายตัว ความดีงามที่สอดคล้องกับมนุษย์ ดิน น้ำไฟ ลม พฤติกรรมในสังคม มันจะร่วมกันเจริญ เจริญในเรื่องวัตถุรูปธรรม เรื่องของสิ่งที่เป็นโลกียะ มันจะเกิดตามเหตุปัจจัยของสังคมมวลมนุษยชาติของแต่ละแหล่งแต่ละที่ สิ่งไม่เที่ยง อันนี้ลึกซึ้ง ส่วนปรมัตถ์นั้นตายตัวเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อะไรถูกต้องก็คือถูกต้องอะไรผิดก็คือผิด ปรมัตถ์ไม่เปลี่ยนแปลง ที่เป็นโลกุตระแล้วไม่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นโลกุตระไปหา 0 แต่ถ้าเผื่อว่าโลกียนั้น เปลี่ยนแปลงไป จะไปยึดมั่นถือมั่นว่าอันนี้ดีอันนี้ชั่ว เดี๋ยวก็เปลี่ยนจากชั่วเป็นดีเดี๋ยวก็เปลี่ยนจากดีเป็นชั่ว โลกียะเป็นอย่างนั้น โลกียมันจะต้องเปลี่ยนจากดีเป็นชั่วจากชั่วเป็นดี มันไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นโลกียะจึงไม่มีอะไรเที่ยง เพราะฉะนั้นเอาตายตัวไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงเอาแก้ไขกันที่ทุกข์ คำว่าทุกข์นี้ลึกซึ้ง ถ้าลงถึงพยัญชนะ ท.ทหาร สระอุ ก.ไก่ ข.ไข่ ทุกข์นี้คือพลังงาน สามเส้า อุ ตัวสระอุ ก็เอารัสสระสั้น อะ อิ อุ เป็นสามเส้า สั้นเร็ว อะ อิ อุ แล้ว ท.ทหาร เป็นตัวพลังงานที่แข็งแรงที่สุดกล้าหาญที่สุด เป็นสิ่งที่ตั้งมั่น ต ถ ท ตัวกลางของแถวกลาง มันไม่ใช่แถวที่จะลงระหว่าง ต กับก จ ฏ ต ปตัว ฏ จะออกเสียงขึ้นจมูก ต.เต่าคือ static ต้ว ป.ปลาเป็น dynamic ต ถ ท เป็นตัววิ่งเป็นพลังงานที่แข็งแรงที่สุดกล้าหาญที่สุด เอามาใช้คำว่า ทหร คือทหาร เป็นตั้งอยู่ หะ ห.หีบคือความจริง ร. เช่นรวดเร็วคือพลังงานที่ยิ่ง พลังงานคำว่าทุกข์ สระสั้นสุดเอามาใช้งาน พลังงานปรุงแต่งในตัวมันเองแล้ว เอาตัวตั้งคือตัวพร้อมทำงานพร้อมไปยึด คือตัว ท ส่วน ก กับ ข นั้น ก คือตัวเกิด ข คือตัวว่าง ตัว สูญ หาก ก ไปหา ข ข.ไม่ต่อ ไม่ไปหา ค. ตัว ค คือการเดินต่อ ถ้า ก ข ไม่มี ค ก็สูญ ถ้า ก กับ ข.มีตัวที่สามต่อก็ครบ cyclic order ไม่ออกไปจากตัวก็เป็นพลังงานพีชะหรือพืช ถ้ามีพลังงาน 4 5 6 7 ก็จะขยายต่อไปเรื่อย ทุกข์ ถ้าไม่ต่อไปมันก็จะสูญ แต่คนอวิชชาไม่รู้ไปต่ออยู่เรื่อย หลงว่าเป็นสุข สุข คือ สุ คือดี ข คือว่าง ทุกสิ่งทุกอย่างอย่าไปมากๆอย่าไปขยายมากอย่าไปเร่งรีบมากอยากไปมากๆเลย เอาไปให้น้อยไว้ สูตรหลักของพระพุทธเจ้าจึงคือ กถาวัตถุ 10 อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา ศีลกถา สมาธิกถา ปัญญากถา วิมุตติกถา วิมุตติญาณทัสสนกถา แต่โลกียะนั้นตรงกันข้าม ไปมากมาย เราต้องน้อยไว้พอ ปวิเวกะ สบายสงบสบาย เพราะฉะนั้นสามเส้า แต่คนก็ไปหลอกว่า สบายแต่ไม่สนุก ก็ทำสนุกมาหลอกเป็นสวรรค์ สัคคะ หลงปรุงแต่เป็นสัคคะ พระพุทธเจ้าว่าอสังสัคคะ ไม่ต้องปรุงเป็นสวรรค์ ไม่มีสวรรค์แต่คนก็ไปปรุงแต่งไปมากอีก เอาแค่สวรรค์น้อยๆอยู่ในวงฟ้อนรำก็พอแล้ว แต่นี่แตกวงออกไปมากมายเยอะแยะ นี่คืออสังสัคคะ ไม่ต้องไปหลงสวรรค์ วิริยารัมภะคือพากเพียรอุตสาหะวิริยะ นี่ก็เป็นเรื่องของพยัญชนะของพระพุทธเจ้า เรียกว่า กถาวัตถุ 5 อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา ธรรมะพระพุทธเจ้าที่ขยายความมาเล็กๆน้อยๆก็ได้ประมาณนี้ เท่าที่เวลาจะตัดเท่านี้ก่อน ตอนนี้ท่านรองผู้ว่าฯก็มาถึงแล้ว พักเหนื่อยสักนิดนึงก่อน งานของเราเป็นงานที่อยู่ในระดับของโลกุตตระ อาตมากำลังพูดยืนยันเลยว่า เมืองไทย ตอนนี้ไม่ใช่เมืองไทยสามัญแล้ว ประเทศไทยเป็นเมืองชมพูทวีป คำว่าชมพูทวีปหมายถึงดินแดนที่มีสิ่งที่ประเสริฐสุด ดินแดนที่มีมนุษยชาติเป็นสิ่งประกอบ ดีที่สุด เลื่อนจากอินเดียมาแล้ว แต่ก่อนนี้อยู่ที่อินเดีย แต่ตอนนี้เลื่อนจากอินเดียมาอยู่ประเทศไทยแล้วชมพูทวีป มีองค์ประกอบสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเราก็ช่วยกัน เพราะ อาริยธรรมที่เป็นโลกุตระนั้นไม่เป็นโทษกับใคร มีแต่ประโยชน์มีแต่คุณค่าถ่ายเดียว One way Traffic ไม่มีโค้งงอ ไม่มีวนเวียนกลับคืนมา มีแต่ตรงถ่ายเดียว เป็นแต่ดีถ่ายเดียวไม่มีโค้งงอ ไม่มีองศาแห่งความโค้งเลย มีแต่ดี ถ่ายเดียวไม่มีเลวเลย นี่ก็เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า เรามาช่วยสร้างมนุษยชาติทำมนุษยชาติให้มีคุณธรรมโลกุตระกัน รวมกันขึ้นมาก็จะได้มีพฤติกรรม พฤติกรรมของตัวเราออกมารวมกันให้เป็นพฤติกรรมสังคม ก็จะเกิดพฤติกรรมที่สุดยอดเป็นพฤติกรรมที่ดีงาม ชีวิตของสังคมมนุษยชาติก็จะอยู่กันอย่าง โอ้โหสุขสำราญเบิกบานใจ อาตมาใช้พยัญชนะนี้ สุขสำราญเบิกบานใจ เพราะฉะนั้นความสุขสำราญเบิกบานใจนี้ จะใช้พยัญชนะเรียกสภาวะสุขสำราญเบิกบานใจมันเป็นอย่างไร เชิญมาสัมผัส มาลิ้มรส เอาได้จากสังคมชาวอโศก ขออภัยที่พูดแล้วเหมือนยกตัวยกตน ยกตนข่มคนอื่นก็เกรงใจ แต่ความจริงมันต้องพูดความจริงอาตมาไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อตำหนิก็ไปว่าเขา ไปก็ถูกตำหนิไปหมด เมื่อชมก็เหมือนชมแต่ตัวเอง ก็เลยยาก ไม่รู้จะทำอย่างไรมันเป็นสัจจะความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประวัติคนดีมาเริ่มต้นเป็นแก่นที่อโศก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมันเป็นแก่นของโลกุตระด้วย เป็นแก่นของมนุษย์ที่ทำตามหลักของพระพุทธเจ้า มันก็ต้องบอกความจริงบอกสัจจะ เมื่อไปตำหนิก็เลยเหมือนตำหนิเขาไปทั่ว เมื่อจะชมก็เหมือนชมตัวเอง คนก็เลยยิ่งรู้สึกรับไม่ค่อยได้ พอชมก็วกมาหาตัวเอง พอตำหนิก็ดูตำหนิไปทั่ว การแสดงธรรมของอาตมาก็เลยดูเหมือนน่าเกลียด ทั้งที่อาตมาชื่อรักนะ แต่คนเกลียด แถมไม่พอ ชื่อนามสกุลยังเป็นรัก รักพงษ์ อาตมาเขียนหนังสือความรัก 10 มิติอีก นี่เป็นสัจจะ อาตมาอธิบายสัจจะมันต้องเป็นอย่างนั้นมันเป็นตถตา อาตมาต้องมาชื่อรัก ต้องมาเขียนขยายความความรัก 10 มิติ แล้วก็มาพัฒนาตนเองให้เป็นสิ่งที่เจริญ เป็นมิติที่ 7 เป็นมิติสากลเป็นความรักมวลมนุษยชาติไม่มีขีดคั่น แม้แต่ความรักเทวนิยมก็เป็นความรักสูงสุดเริ่มมิติที่ 7 เป็นความรักที่กว้างไม่มีขีดขั้นสมบูรณ์ดีสุดแล้วก็ทำให้มันมีพัฒนาการที่ลึกซึ้งละเอียดลึกซึ้งๆๆๆ เข้าไปจนกระทั่งถึงมิติที่ 8 ที่ 9 โลกจะอยู่ได้ด้วยความรัก ที่มีความหมาย มีสภาวะจริงในความหมายนั้น อย่างสุดวิเศษเลย ความรักนั้นใช้ร่วมกันได้ในทุกศาสนา ทุกศาสนาก็ใช้คำว่าความรักได้ ตอนนี้ก็ขอเชิญท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มากล่าวเปิดงาน ปีใหม่เพื่อฟ้าดิน