610701 ขอยืนยันว่าพวกเราปฏิบัติธรรมมีมรรคผล.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์334 KB
วันที่แก้ไข17 กรกฎาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

610701 ขอยืนยันว่าพวกเราปฏิบัติธรรมมีมรรคผล พ่อครู : ขอถามความลับพวกเรา... ทุกวันนี้ ในช่วงระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา มีใครร้องไห้บ้าง? ..ร้องไห้ เพราะ พ่อตาย .....ร้องไห้ เพราะคิดถึงลูก .. ร้องไห้ เพราะเมื่อนึกถึงพ่อท่าน ...ทำไมสงสารอาตมาหรือ? ... เพราะศรัทธา คนเราร้องไห้ด้วยเหตุหลายอย่าง ดีใจก็ร้องไห้เสียใจก็ร้องไห้ แสดงกิเลสออกมาก็ร้องไห้ อย่างเช่นเด็กๆแสดงกิเลสออกมาก็ร้องไห้ เป็นเครื่องหมายแสดงกิเลสจะเอาให้ได้ดั่งใจ อาตมาถามเพื่อจะวัดค่า ก็ยังมีคนตกหล่นร้องไห้อยู่บ้าง แต่เราร้องไห้ไม่ได้เป็นแบบโลก ๆ ... ไม่มีเงิน .. ไม่ได้ลาภยศสรรเสริญ พวกเราไม่เป็นแล้วแบบโลกียะ เขาไม่ได้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขก็ร้องไห้ ไม่ได้สุขด้วยกาม ไม่ได้สุขด้วยอัตตา เขาก็ร้องไห้ เพราะไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมาเสพสุข แต่ของเราร้องไห้ ไม่ใช่เรื่องกาม อัตตา เป็นเรื่องปกิณกะเศษๆเท่านั้นเอง นี่เป็นความสำเร็จของอาตมาที่เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาสอนให้คนได้หลุดพ้น การหลุดพ้นไม่ใช่เรื่องลึกลับ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน โดยนึกไม่ออกว่า ผู้หลุดพ้นเป็นอย่างไร? โดยสัจจะนั้น การหลุดพ้นเป็นเรื่องสามัญ เช่น หลุดพ้นจากอบายได้ ยกตัวอย่าง เขาตื่นเต้นกันด้วยเรื่องเตะฟุตบอล เรื่องดาราต่างๆ เราก็ไม่ตื่นเต้นกับเขาแล้ว เฉย ๆ เราก็ไม่ได้สนใจ เราอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ แต่ก่อนเราก็เคยหลง แต่ตอนนี้ชัดเจน นั่นเรียกว่าผู้หลุดพ้น ยืนยันได้ จิตของคนหลุดพ้น ไม่ได้อยากมีอยากเป็นอยากได้กับเขาแล้ว คุณก็หลุดพ้น มันไม่ใช่เรื่องลึกลับกับการหลุดพ้น เป็นเรื่องจริงของจิตวิญญาณของเรา ในเรื่องอบายหยาบ ๆ สูงขึ้นมาก็ไปแย่งลาภยศอยากจะรวยเป็นแสนล้านหมื่นล้าน เราก็ โอ้โห พอแล้วไม่เอาแล้วมีสันโดษ มีความมักน้อย เป็นสัจจะตรงตามพระพุทธเจ้าตรัส ไม่คิดจะไปแ

อ่านต่อ

ย่งแล้ว ไปหาศัตรูทำไม เหนื่อยแค่นี้ก็พอแล้วจิตใจมันพอจริงๆ หากพูดนี่ ใครไม่พอก็ต้องออกไปแสวงหา แต่ใครพอแล้วก็ไม่ไปเสียเวลาแรงงานไปแย่ง อยู่กับทางนี้แหละสบายแล้ว พออยู่พอกิน ใครรู้สึกอย่างนั้นบ้าง...ยกมือ เป็นเรื่องจริง อาตมาประสบความสำเร็จที่ทำให้พวกเราหลุดพ้นมา นี่คือการหลุดพ้น การหลุดพ้นไม่ใช่เรื่องไปนั่งหลับตาและหลุดพ้นอะไรก็ไม่รู้ อบายมุขก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง แต่นี่เราพูดกันรู้เรื่อง พิสูจน์ได้ สมณะฟ้าไทว่า...พวกนั่งหลับตาจะต้องมีอาจารย์ไปเช็คผลตรวจสอบผล พ่อครูว่า...อย่างนั้นเป็นเรื่องลึกลับเป็นเรื่อง magical ไม่ไหว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ยืนยันได้ว่าเดี๋ยวนี้ก็หลุดพ้นได้เดี๋ยวนี้ ก็มีนิโรธ มีนิพพาน แต่เขาพูดเรื่องนิพพานกันไม่รู้เรื่อง เขาพูดกันว่าไม่มีหรอก นิโรธ นิพพาน ก็น่าสงสาร แล้วอยู่ศึกษาไปหาอะไร ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีแล้ว แม้ทุกวันนี้มรรคผลมีอยู่อรหันต์มีอยู่ ถ้าหากสัมมาทิฏฐิมีอยู่โลกจะไม่ว่างจากอรหันต์ นี่คือคำตอบพระพุทธเจ้า อาตมามั่นใจว่าได้นำธรรมะที่สัมมาทิฏฐิมาเปิดเผยให้พวกเราปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงยืนยันว่าตรงตามคำตรัสของพระพุทธเจ้าว่า โลกยังมีสัมมาทิฏฐิอยู่ตราบใดโลกนั้นไม่ว่างจากอรหันต์ แต่เขาเข้าใจความเป็นอรหันต์ไม่ได้ เขาเข้าใจว่าพระอรหันต์คือต้องไปนั่ง ไม่พูดจา มองอะไรก็มองไปไกลกว้าง มองให้แคบๆตื้นๆอย่าคิดมาก พูดช้าๆเฉื่อยๆ แต่กลับตรงกันข้ามกับความจริง พระอรหันต์ของพระพุทธเจ้านั้นคล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว เฉลียวฉลาดทันโลกทันทุกอย่าง ไม่ใช่ตามที่เขาพูดกันมาจนผิดเพี้ยนไปคนละเรื่อง เพราะฉะนั้นเขาเข้าใจอรหันต์แบบนั้นจึงไปเจอพระอรหันต์ได้อย่างไร เพราะมันลึกลับประหลาดแล้วเกิน เป็นได้ยากมาก แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเป็นได้ เป็นได้โดยไม่ยากไม่ลำบากด้วยฌานทั้ง 4 ฌานคือพลังงานไฟที่ไปทำลายกิเลส เป็นพลังงานที่สร้างขึ้นได้ในปัจจุบัน เมื่อปัจจุบันใดเกิดไฟอุณหธาตุก็สลายไฟราคะโทสะโมหะ สลายได้ก็เรียกว่าบุญ สลายได้ส่วนหนึ่งก็ได้ก็บุญ ปุญญภาคิยา หากสลายได้จนหมดสิ้นอาสวะอนุสัย ก็หมดบุญ พลังงานไฟหรืออุณหธาตุนี้ จะมีประสิทธิภาพไปทำลายไฟ ราคะ โทสะ โมหะ จะไปกำจัดพวกนั้นได้จริง สร้างจริงได้จริงเป็นจริงแล้ว มันกำจัดได้จริง พวกเราสร้างได้กำจัดได้จริงตามธรรมสมควรแก่ธรรมของแต่ละคน อาตมาก็ขอยืนยันว่าพวกเราปฏิบัติธรรมมีมรรคผล ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้เป็นหมัน ไม่ได้เพ้อไปอย่างลมๆแล้งๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน