รายงานงานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๖(สารอโศก).docx
เนื้อหาในไฟล์
รายงานงานมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๖ ฉลอง ๔๘ พรรษาแห่งโพธิกิจ ๘๔ ปีพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ วันที่ ๖-๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ บวร ราชธานีอโศก
ปี ๒๕๖๑ เป็นปีที่พ่อครูทำงานกอบกู้ศาสนามาครบ ๔๘ พรรษา และเป็นปีที่พ่อครูอายุครบ ๘๔ ปี งานมหาปวารณาครั้งที่ ๓๖ จึงได้ถูกจัดขึ้นภายใต้รหัส ๓-๔-๗ ซึ่ง ๓ หมายถึง ๓ รอบนักษัตรการจัดงานมหาปวารณาเป็นครั้งที่ ๓๖ ๔ หมายถึง ๔ รอบนักษัติโพธิกิจของพ่อครู ๗ หมายถึง ๗ รอบนักษัติ ๘๔ ปี ชีวิตพ่อครู ลูกๆได้ลงความเห็นอย่างเป็นเอกีภาวะ เพื่อเป็นการถนอมสุขภาพพ่อผู้ให้กำเนิดทางจิตวิญญาณ ลูกๆทุกคนไม่อยากให้พ่อเดินทางไกลบ่อยนัก จึงมีข้อสรุปกันว่า ให้จัดงานที่บวรราชธานีอโศก อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ โดยงานนี้มีคนมาร่วมลงทะเบียนทั้งหมด ๒,๐๖๘ คน แล้วมีสมณะมาร่วมพิธีมหาปวารณาทั้งหมด ๗๘ รูป มีสิกขมาตุมา ๒๐ รูป จากจำนวนนักบวชชาวอโศกในขณะนี้คือ สมณะ ๘๘ รูป สิกขมาตุ ๒๒ รูป ก่อนงานมีค่ายนักเรียนสัมมาสิกขา ม.๔ และปวช.ปี ๑ ชื่อค่าย “สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ” เตรียมงานมหาปวารณา ค่ายนี้จัดตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคมถึง ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ มีนักเรียนสัมมาสิกขา ม.๔ และปวช.ปี ๑ จาก ๕ สัมมาสิกขา มี บ้านราชฯ ศีรษะฯ ปฐมฯ สันติฯ และ ภูผาฯ รวมจำนวน ๔๙ คน
วันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ คณะเอาภาระสงฆ์(คภส.) ประชุมกันที่ โบสถ์ชั้น ๔ เฮือนศูนย์สูญ บวร ราชธานีอโศก ๑๕.๐๐ น. สมณะ ๕ รูป สิกขมาตุ ๑๙ รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร ประชุมปวารณาสิกขมาตุ
อังคาร ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ มีการรวมตัวของสมณะชาวอโศกเพื่อปวารณาชี้ขุมทรัพย์ชื่นชมและประชุมวาระสำคัญต่างๆของสงฆ์จะจัดขึ้นทุกปีละหนึ่งครั้งหลังออกพรรษา พ่อครูเคยให้ความหมายและความสำคัญการปวารณาไว้ว่า คือ ยอมให้เปิดโอกาสให้อนุญาตให้ว่ากล
อ่านต่อ
่าวตักเตือนกันได้ โดยให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ด้วยเหตุ ๓ ประการ ได้แก่ ๑.โดยเห็น ๒.โดยได้ยิน ได้ฟัง ๓.โดยสงสัย
รายงานการประชุมมหาปวารณา ครั้งที่ ๓๖ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ โบสถ์ชั้น ๔ เฮือนศูนย์สูญ บวร ราชธานีอโศก
ประธานที่ประชุม สมณะรัก โพธิรักขิโต ผู้ดำเนินการประชุม สมณะเดินดิน ติกขวีโร ผู้ช่วยผู้ดำเนินการประชุม สมณะบินบน ถิรจิตโต ผู้บันทึกการประชุม ทีมงานสมณะภูผาฟ้าน้ำ เปิดประชุม ๐๔.๐๙ น. ปิดประชุม ๑๕.๐๐ น.
สมณะมีทั้งหมด ๘๘ รูป สมณะเข้าร่วมประชุม ๗๘ รูป สมณะลาป่วย ๑๐ รูป (๑.ส.เด็ดขาด สันติจิตโต ๒.ส.น่านฟ้า สุขฌาโน ๓.ส.แสนจน สารณีโย ๔.ส.ฝุ่นฟ้า อัคคชโย ๕.ส.เบิกบาน ธัมมนิยโม ๖.ส.ร่มเมือง ยุทธวโร ๗.ส.คมลึก เมตตจิตโต ๘.ส.ดงเย็น สีติภูโต ๙ ส.ขยันยอม วิริยธโร ๑๐.ส.ธาตุบุญ ธาตุปุญโญ)
_กิจนิมนต์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมมีนโยบายไม่รับกิจนิมนต์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาทางการเมือง ที่สมณะไม่อยู่ในฐานจะช่วยแก้ปัญหาได้ ถือว่าเกินกำลังของสมณะ เราไม่ควรเข้าไปเป็นเงื่อนไขในพื้นที่ที่มีปัญหาทางการเมือง ที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้
วาระที่ ๗ ศาสนบุคคล สมณะช่วยงาน บุญนิยมทีวี มี ๓ รูปคือสมณะลั่นผา สุชาติโก, สมณะหินมั่น สีลาปากโร, สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต ปัจฉาสมณะ พ่อท่านฯ- สมณะเดินดิน ติกขวีโร และคณะ (สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) คณะปัจฉาของพ่อท่าน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากองเลขาฯ สมณะเดินดิน ติกขวีโร - สมณะขยันยอม วิริยธโร สมณะบินบน ถิรจิตโต - สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะผืนฟ้า อนุตตโร - สมณะนวกะภูผาฟ้าน้ำ สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ - สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว
สมณะป่วยแห่งปี ๑.สมณะกรรมกร กุสโล ๒.สมณะเด็ดขาด จิตตสันโต ๓.สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน ๔.สมณะคมลึก เมตตจิตโต ๕.สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม ๖.สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ
คณะเอาภาระสงฆ์ (คภส.) ๑.สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ๒.สมณะถ่องแท้ วินยธโร ๓.สมณะขยะขยัน สรณีโย ๔.สมณะฟ้าไท สมชาติโก รวมทั้งอุปัชฌาย์อีก ๓ รูปด้วย
คณะอาจารย์โรงเรียนนวกะ มี ๒ รูป ได้แก่อาจารย์ ๑ (สมณะบินบน ถิรจิตโต) อาจารย์ ๒ (สมณะผืนฟ้า อนุตตโร)
สมณะลงอาราม ปี ๒๕๖๒ (สมณะทั้งหมดมี ๘๙ รูป)
พุทธสถานสันติอโศก ๑๙ รูป สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะกล้าดี เตชพหุชโน สมณะเมืองแก้ว ติสสวโร สมณะกอบชัย ธัมมาวุโธ สมณะชนะผี ชิตมาโร สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม สมณะกล้าจริง ตถภาโว สมณะลานศิลป์ วชิโร สมณะดงเย็น สีติภูโต สมณะชัดแจ้ง วิจักขโณ สมณะลั่นผา สุชาติโก สมณะธรรมทาบฟ้า รวิวัณโณ สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต สมณะแม่นใจมั่น จิตตถาวโร สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ สมณะถักร้อย ธัมมธโร
พุทธสถานปฐมอโศก ๑๓ รูป สมณะกรรมกร กุสโล สมณะเสียงศีล ชาตวโร สมณะแน่วแน่ สีลวัณโณ สมณะฝุ่นฟ้า อัคคชโย สมณะแก่นผา สารุปโป สมณะดาวดิน ปฐวัตโต สมณะนาไท อิสสรชโน สมณะบินก้าว อิทธิภาโว สมณะวิเชียร วิชโย สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล สมณะชุบดิน วิชชานันโต สมณะขยันยอม วิริยธโร สมณะดินทน ธีรภัทโธ
พุทธสถานศีรษะอโศก ๗ รูป สมณะถ่องแท้ วินยธโร สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ สมณะผองไท รตนปุญโญ สมณะเทินธรรม จิรัสโส สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน สมณะพอจริง สัจจาสโภ สมณะสอน โสปาโก
พุทธสถานศาลีอโศก ๔ รูป สมณะเด็ดขาด จิตตสันโต สมณะลือคม ธัมมกิตติโก สมณะเน้นแก่น พลานีโก สมณะจนแจ้ง อัสสกจาโร
พุทธสถานสีมาอโศก ๖ รูป สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน สมณะสร้างไท ปณีโต สมณะฝนธรรม พุทธกุโล สมณะดินทอง นครวโร สมณะตรงมั่น อุชุจาโร สมณะสยาม สัจจญาโณ
พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ๙ รูป สมณะบินบน ถิรจิตโต สมณะแสนจน สารณีโย สมณะร่มเมือง ยุทธวโร สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะฟ้ารู้ นโภคโต สมณะฮังดิน ภูมิคโต สมณะค้ำดิน ภูมิปูรโณ สมณะสู่บุญ ปุญญคโต สมณะสันติ อาภัสสโร
พุทธสถานราชธานีอโศก ๒๖ รูป พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะพอแล้ว สมาหิโต สมณะคิดถูก ทิฏฐุชุกัมโม สมณะฟ้าไท สมชาติโก สมณะคมลึก เมตตจิตโต สมณะเด่นตะวัน นรวีโร สมณะสมชาย ตันติปาโล สมณะคมคิด ทันตภาโว สมณะคำจริง วจีคุตโต สมณะแก่นเกล้า สารกโร สมณะดินไท ธานิโย สมณะหินกลั่น ปาสาณเลโข สมณะมือมั่น ปูรณกโร สมณะหนักแน่น ขันติพโล สมณะข้าฟ้า ฐานรโต สมณะหินมั่น สีลาปากาโร สมณะพันเมือง ภทันโต สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต สมณะขุนศึก อโยมโน สมณะด่วนดี สุชโว สมณะเพียงพอ สันตุฏฐิธัมโม สมณะหินจริง วีรปาสาโณ สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ สมณะคมเย็น ถามวโร
สังฆสถานทะเลธรรม ๕ รูป ๑. สมณะผืนฟ้า อนุตตโร ๒. สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว ๓. สมณะเลื่อนฟ้า สัจจเปโม ๔. สมณะพ้นพิษ วิสมุตโต ๕. สมณะอุดม อุตตโม
ปิดประชุม ๑๔.๒๗ น.
โศลกธรรมงานมหาปวารณา : จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ
ที่เฮือนบวร มีร้าน ปันกัน ร้านศิษย์เก่า ร้านพิสูจน์จิตอาสาขายของเท่าทุน การแสดงนิทรรศการมีชีวิต จุดเด่นของแต่ละบวรของชาวอโศก และกลุ่มแพทย์วิถีธรรม, บวร ภูผาฟ้าน้ำ นำเสนอ ร้าน ชมร.เชียงใหม่ ศูนย์บาทก็ทานได้ การศึกษาระบบแม่ไก่ลูกไก่ และวัฒนธรรมการแลกของ, บวรสันติอโศก จัดนิทรรศการ วิถีชีวิตของชุมชนเน้น สขจ., บวรปฐมอโศก จัดนิทรรศการ พาณิชย์บุญนิยม ผลิตภัณฑ์ชุมชน, บวรศีรษะอโศก จัดนิทรรศการ แพทย์แผนไทย วิถีชีวิตชุมชน ,บวรศาลีอโศก จัดนิทรรศการ วิถีชีวิตชุมชน
วันพุธที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ๐๓.๓๐ น. สมณะ + พระ ๕๗ รูป สิกขมาตุ ๑๔ รูป ฆราวาสฝ่ายชาย ๒๑๒ คน ฆาราวาสฝ่ายหญิง ๗๕๗ คน ปะหญิง ๔ คน รวม ๑,๐๔๔ คน ๐๔.๐๐ น พ่อครูแสดงธรรม ... ครบรอบ ๔ นักษัตร โพธิกิจ ตอน ๑ ๔๘ ๘๔ ๓ ๔ ๗ เลขดีๆทั้งนั้นเลข อย่าไปโถมแทงหมดนะ จะหมดเนื้อหมดตัวนะ หมุนไปหมุนมาหมดเนื้อหมดตัวอย่าไปทำ พูดถึงเรื่องอบาย โสดาบันนี่จะจบอบายพ้นอบาย จะเลิกเรื่องอบายภูมิ นี่เป็นหลักใหญ่ คือมันหยุดขาดมันวางมันดับได้ คนที่รู้จักอบายภูมิ อบายภูมิ คือพฤติกรรมชีวิตที่เป็นคลุกคลีเสพติดวุ่นวายกับเรื่องของโลกที่มันเป็นเรื่องต่ำๆ เรื่องทุจริต โสดาบันไม่ทุจริตใดๆแล้วทางกายกรรมวจีกรรมมโนกรรม โสดาบันไม่ผิดกฎหมาย กฎหมายนี้ต่ำกว่าศีล ๕ กฎหมายไม่ได้ห้ามฆ่าสัตว์ กฎหมายห้ามแต่ลักทรัพย์ กฎหมาย จริงๆแล้วก็ผิด แต่เป็นเรื่องผิดผัวเขาเมียใครกฎหมายก็ไม่จับ กฎหมายไม่ได้ห้ามพูดปด แม้ที่สุดกฎหมายไม่ได้รู้เรื่องของอบายภูมิด้วยซ้ำ คนทำอบายมุขเต็ม ไม่ว่าจะในประเทศไหนแม้แต่ในประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธ อบายภูมิ เป็นเรื่องจัดจ้านที่ไม่ควรเป็นกิเลสหนัก จริงๆแล้ว ในความคิดของอาตมา ทำอาหารให้รสอร่อยจัด ปรุงแต่งจัด แต่งตัวจัด แน่นอนเป็นอบายภูมิอยู่แล้ว รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่จัดจ้าน ปรุงแต่งจัดจ้าน อบายภูมิทั้งนั้น ถ้าเข้าใจความเป็นอบายภูมิแล้ว ประเทศหรือสังคม ชาวอโศกเราไม่มีอบาย ไม่ว่าจะเป็นรสจัด ในเรื่องความอร่อย ความสวย อะไรปรุงแต่งจัดจ้านอโศกเราไม่มีให้เห็น ชัดเจนที่สุด เพราะสังคมอโศก ชุมชนอโศก เป็นอนาคามีขึ้นไปถึงอรหันต์ อนาคามีนี่ถึงขั้น ศีล ๑๐ เราทำได้ถึงขั้นดีมาก ขณะที่ทั้งโลกนี้เสื่อมไปจากศีล สมาธิ ปัญญา ของพระพุทธเจ้า นี่เอาแต่ขั้นศีล มาเปรียบเทียบตรวจสอบ เห็นชัดเจนว่าไปไม่รอด เป็นเรื่องไสยศาสตร์จารีตประเพณีต่างๆนอกรีตมาก พูดไปแล้วจะหาว่า อาตมาเพ่งโทสมาก ซึ่งมันไม่ใช่มันจริง จึงยากจริงๆ คนที่จะช่วยฟื้นฟูให้เกิดความสงบเรียบร้อยอบอุ่นจึงยาก จริงๆประเทศไทยสงบอบอุ่นขนาดนี้ก็ถือว่าดีหนักหนา แต่ถ้าทำอย่างที่ชาวอโศกเป็นนี้ จะเป็นตัวอย่างของโลก อันยิ่งยอดสูงสุดเลย น่าเสียดายที่ว่า ศาสนานี้ ในยุคกาล คนก็เสื่อมไปตามธรรมชาติเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปค่อน ๒๕๖๑ ก็เสื่อมขนาดนี้ เมื่อถึงพ.ศ.๓๕๖๑ ไปอีก ๑,๐๐๐ ปี มันจะเสื่อมขนาดไหน ยิ่ง พ.ศ.๔๕๖๑ คงไม่เหลือซากอะไรของศาสนาพุทธ คงเป็นศาสนาอุจจาระแพะ สิ่งที่เกิดในสังคมตอนนี้เป็น status quo สภาพจริงก็ได้วิจัยวิจารณ์ประเทศชาติสังคมไทยไป ใครจะถือสาหาว่าปากจัดก็แล้วแต่ อาตมาก็ต้องว่า เพราะอาตมาเกิดมาก็ต้องว่า เกิดมาชาตินี้อาตมาจำเป็นต้องทำงานนี้ ๑๒ ปีตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๓ วันที่ ๗ พฤศจิกายน บวช วันนี้วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ มาถึง ๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ก็เป็นหนึ่งนักษัตร ๑๓ ถึง ๒๕ พระจำได้ประมาณพ.ศ ๒๔-๒๕ มีคนๆหนึ่ง ชื่อพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ ตีชาวอโศก เอาเรื่องของศาสนาตีหนัก ตีออกหนังสือว่า ศาสดามหาภัย ด่าแหลกเลย ทำตัวเป็นผู้รู้ทางศาสนาดี เข้าใจศาสนาดี นั่งหลับตา แล้วก็ปฏิบัติแบบที่ส่วนใหญ่ที่ความรู้องค์ความรู้ของศาสนาพุทธในประเทศไทยเข้าใจกัน อาตมาขอยืนยันว่าองค์ความรู้ของประเทศไทยในเรื่องศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่ขณะนี้ ผิดเพี้ยนตกกระป๋องไปแล้วจากศาสนาพุทธ พูดตรงๆอย่างนี้ ศีล การปฏิบัติศีลเกิดเป็นสมาธิจึงจะเจริญได้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมาธิจะเกิดได้ต้องมีศีลเป็นพันธกิจ ถ้าหากไม่มีศีลเป็นพันธกิจก็ไม่เรียกเป็นสมาธิของศาสนาพุทธ “สมาธิจะเกิดได้ต้องมีศีลเป็นพันธกิจ”...พ่อครู ๗ พ.ย. ๒๕๖๑ เพราะสมาธิของพุทธมีหลักเกณฑ์ ศีลข้อ๑ หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าว่าอย่าฆ่าสัตว์ มีใจกรุณามีเมตตา วางอาวุธวางศาสตรา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ นี่คือศีลข้อที่ ๑ ผู้ใดมีสำนึก มีการสังวรมีตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจร่วมในทวารทั้ง ๕ นี้ สัมผัสกับความเป็นสัตว์ เมื่อใดก็แล้วแต่สัตว์ใหญ่สัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ต่างๆ คุณก็ไม่ฆ่าสัตว์ วางศาสตรา วางอาวุธ มีใจเอ็นดูกรุณาหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ คุณได้สังวรดังนี้ก็เท่ากับทำอธิจิต ให้จิตเจริญขึ้น ด้วยศีลเป็นหลักเป็นเหตุ มีพันธกิจ ทำให้จิตเป็นแบบนี้มีปัญญามีความรอบรู้มีความเข้าใจประกอบ เป็นยาดำร่วมอยู่ว่า เราถือศีลสังวรศีลแล้วเราสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๕ ทั้ง ๖ กายวาจาใจ ให้จิตมันเจริญ ปัญญาก็เจริญ จึงเกิดอธิมุติ อธิวิมุติ มันจึงเกิดการเจริญของความหลุดพ้น ของความเสื่อม ที่คนไม่รู้ไปทำวิมุติไม่ได้ คนทำให้วิมุติหลุดพ้นจากโลก ด้วยความไม่รู้เรื่องเขาไม่อยู่ในหลักเกณฑ์อะไรที่จะทำได้ ทำเป็นอำนาจกิเลส แย่งชิงทำ ศีลข้อที่ ๒ ไม่เอาของที่ไม่ใช่ของของเราของที่เขาไม่ได้ให้ เราจะเอาแต่ของที่เขาให้ นอกนั้นเราก็จะสร้างทำเอา ของที่เขาให้ นอกนั้นเราก็สร้างสรรเอาเองแม้แต่ของส่วนรวม หากจะถือวิสาสะ ก็จะรู้ว่าใครหนอดูแลอยู่ คือไม่ได้ถือวิสาสะเกินไป อยากจะได้ข่าสวยๆอันนี้อยากได้กล้วย อยากได้แตง ได้ไหม ผู้ดูแลอยู่บอกว่าให้ก็เอา ผู้ดูแลบอกว่ายังไม่ได้ไม่ให้ก็ไม่เอา ก็ไม่เกิดคดีเกิดกรณีเกิดเรื่องราวไม่ดีอะไรก็เกิดความสงบดี อย่างนี้เป็นต้น นี่แหละคือการมีชีวิตอยู่อย่างมีหลักเกณฑ์ ศีล สมาธิ ปัญญา มีการสำนึกตื่นรู้ อาตมาอธิบายธรรมะไปเรื่อยๆง่ายๆตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา อาตมาอธิบายศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตินะ มีพฤติกรรมกาย วาจา ใจ อย่างมีศีล สมาธิ ปัญญา วิมุต ในชีวิตสามัญ ไม่ใช่เรื่องลึกลับว่ากว่าจะได้สมาธิต้องไปนั่งหลับตา เข้าไปในภพ มืด นี่เป็นสมาธิแล้ว ว่าง จิตว่างจากอะไรก็ไม่รู้ ที่จริงแล้วต้องว่างจากการสัมผัสแล้วไม่ผิดศีล โสดาบันก็ไม่ทำผิดศีล ๕ บริสุทธิ์ในศีล ๕ มีการตื่นรู้สัมผัสอะไรก็รู้ อย่างนี้ก็มีสมาธิ ไม่ใช่สมาธิคือหลับตาไม่รู้ไม่ชี้อยู่ในภพ นี่มันมืดไปหมดเลยศาสนาพุทธ แบบนั้นมันเป็นเดียรถีย์ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเขาก็นิยมกันแบบนั้นแหละแบบสมัยนี้แหละนิยมกันออกป่า แต่นี่ขนาด ๒๕๖๑ ก็เสื่อมไปมาก ทิฏฐิความเห็นเหมือนกับสมัยพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นมา ศาสนาเข้าใจกันว่าต้องออกป่า ตอนนี้ก็เอาสมัยเดียรถีย์มาเป็นแบบอย่างแค่นี้ก็เข้าใจกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านเอามาฟื้นคืนกลับของศาสนาพุทธ “จิตว่างของศาสนาพุทธ คือจิตว่างจากการสัมผัสแล้วไม่ผิดศีล”. ..พ่อครู ๗ พ.ย. ๒๕๖๑
๐๖:๓๐ น. สมณะพระสิกขมาตุ ๘๔ รูปนำโดยพ่อครูนำบิณฑบาตตามพุทธประเพณี ที่เฮือนบวร หลังจบจากการทำวัตรเช้าก็มีการตักบาตรซึ่งถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวอโศก ที่มีการปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน บรรยากาศจะดีมากเป็นพิเศษคือเช้าวันที่ ๗ พฤษจิกายน เพราะเป็นเช้าที่ครบรอบ ๔ นักษัตรการบวชของพ่อครู มีลูกหลานและญาติธรรมชาวอโศกมาร่วมทำบุญตักบาตรอย่างเนืองแน่นเฮือนบวร ในการตักบาตรของชาวอโศกจะรับแต่อาหารมังสวิรัติ เช่นข้าว ขนม ผลไม้แม้แต่ผักสดก็ใส่ได้เช่นกัน ๙.๐๐ น. สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ แสดงธรรมที่เฮือนศูนย์ เรื่อง เก่าสมัย ใหม่เสมอ ๓ ๔ ๗ ...งานมหาปวารณา ๓ ๔ ๗ ขอบคุณ ที่ให้เราเทศน์ เป็นการฝึกฝนขัดเกลาตนเอง รู้สึกเย็น เป็นเกียรติอย่างยิ่ง รู้สึกเป็นโอกาส รู้สึกดีกับมีชีวิต สิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดคือมนุษย์ การตั้งตนสร้างความยินดีจะเป็นพุทธ การทำใจให้ยินดีก็ได้สิ่งแวดล้อมที่ดี ความเบิกบานเป็นที่สุดแห่ง อริยมรรค ทำที่เบิกบานเดี๋ยวก็เบิกบานเอง ๓ คือ อปัณณกปฏิปทา สั่งสมความเป็นไตรลักษณ์ กินให้รู้ อยู่ให้สังวร นอนหลับอย่างมีสติ ไอติม เป็นน้องๆอบายมุข ใครไม่กินก๋วยเตี๋ยวที่สุดจะไม่มีปัญหา ไตรสิกขา คือ มรรคมีองค์ ๘ ตถาคต เป็นเพียงผู้ชี้ทางการเดินทางเป็นเรื่องของเรา พระอเสขะ ไม่ต้องศึกษาโลกุตระ พระอรหันต์เหมือนคนธรรมดาแต่ไม่มีกิเลส พระอรหันต์ทำผิดนิดหน่อยได้ แต่ทำบาปไม่ได้ โลกุตระลึกซึ้ง ลึกล้ำ ไม่แบกหามความเห็นของตัวเอง เคยสอบได้ที่ ๑ ได้ที่ ๒ เสียใจเป็นอัตตามานะ คนไม่เห็นด้วย อาจกลายเป็นตัวช่วยที่ดีของเรา
๑๒.๐๐ น. การแสดงบนเวทีเฮือนบวร การแสดงของศาลีอโศก เพลงเรือ การแสดงของสีมาอโศก สีมาสัปปายะ การแสดงของสังฆสถานทะเลธรรม อโศกแดนใต้สู่ยุคปฏิรูป การแสดงของอาวาสสถานเมฆาอโศก กันตรึมเมฆา การแสดงของบวรชุมชนปฐมอโศก เพลงเล่าขานตำนานชุมชนปฐมอโศก คุณเทียนดินร้องเพลง ๘๔ พรรษาบูชาพ่อครู ต่อด้วยดนตรีไทยลูกอโศก
๑๔.๐๐น. - ๑๖.๐๐น. ประชุมตลาดอาริยะพิสูจน์จิตอาสาพาณิชย์บุญนิยม สมณะ ๕ รูป สิกขมาตุ ๓ รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร
๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.รายการแฟนพันธุ์แท้หนังสือพ่อครู ที่เฮือนศูนย์สูญ ดำเนินรายการโดย สมณะฟ้าไท สมชาติโก ผู้ร่วมรายการมี สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล คุณพรเพ็ญ รัศมีวิเชียรทอง ...ถ้าไม่พบสัตบุรุษไม่มีทางจะบรรลุธรรมได้ คุณพรเพ็ญทำหน้าที่หลักในการทำกายภาพบำบัด อ่านจากไอแพดเพราะขยายตัวอักษรได้ อ่านทุกหน้าทุกตัวอักษรภาษาเหมือนคุยกันทุกคนจะเจอสภาวะของตัวเองในนั้นใช้เวลา ๑๐ วันจบ ๕๑๒ หน้า เล่มนี้ (คนจนที่มีแบบฉบับแก้แล้วไขอีก)อินมาก เหมือนพ่อกำลังสอนเราโดยตรง ปี ๒๔ เจอหนังสือคนคืออะไร ที่สวนลุม อ่านคำนำหน้าก็รู้ว่าพระองค์นี้ไม่ธรรมดา อธิบายเห็นภาพ อ่านอย่างมีชีวิตชีวา เหมือนอ่านนิยายกำลังภายใน
สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อ่านเดินตรงสู่ความเป็นอาริยะ กินด้วยญาณ ๑๖ ผ่าตัดพุทธศาสนา สมัยก่อนไม่มีทีวี คิดถึงชาวอโศกก็อ่านหนังสือชาวอโศก อ่านด้วยความศรัทธา ความเคารพ ที่ชอบมากๆอ่านหลายเที่ยว เช่น คนจะมีธรรมะได้อย่างไร
สมณะเพาะพุทธ ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก จนครูให้เป็นบรรณารักษ์ เจอหนังสือแสงสูญ เล่ม ๑ ฝันร้ายเมื่อเที่ยงคืน ในห้องสมุด น้ำตาไหลพราก หนังสือของพ่อครู คือ ไอ้ใบ้เสียงดัง หนังสือสัจจะชีวิตของสมณะโพธิรักษ์อ่านง่ายเมื่อท่านทุ่มเทเราก็ต้องทุ่มใจไม่ต้องลุยอ่านตั้งแต่หน้าแรกตามลำดับก็ได้ตั้งจิตดีๆเปิดเจอหน้าไหนก็อ่านหน้านั้น ไฟโซล่าเซลล์ ถนอมสายตากว่าไฟทั่วไป ไฟจากที่สูงเหมาะสำหรับอ่านหนังสือโลกุตระ
วันพฤหัสบดีที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ๓.๓๐ น สมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ ๔.๑๕ น. พ่อครูแสดงธรรมเรื่อง ๔ นักกษัตร “โพธิกิจ” ตอน ๒... _การใช้ธรรมะกับกิเลสโลภโกรธหลงที่เกิดขึ้นทางทวารตา เกิดความพอใจควรใช้ธรรมะข้อใดดับกิเลส พ่อครูว่า...ถามมายากมากเลย คนไม่รู้ก็ยาก คนไม่รู้ก็ว่า มีธรรมะจุดสำคัญจุดเดียว เมื่อสัมผัสด้วยตาแล้ว หรือด้วยหูก็ตาม ทางทวาร ๕ คุณก็ต้องพิจารณาว่า มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ตัวตน เรื่องนี้เรื่องเดียวนี่แหละ ศาสนาพุทธ คนจะกระทบสัมผัสจะไปอะไรที่ไหนคุณก็พิจารณาในความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความเป็นอนัตตาทั้งนั้น สุดยอดถ้าคุณมีปัญญา คำว่าปัญญา คือธาตุจิต ธาตุวิญญาณที่ฉลาดแบบโลกุตระ คำว่าปัญญาไม่ใช่ความฉลาดแบบที่เคยมีมาก่อน คนปุถุชนไม่ได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า ความฉลาดทางโลกุตระยังไม่เกิด แม้แต่เป็นชาวพุทธแล้วยังไม่มีความฉลาดแบบโลกุตระ ก็ได้ เพราะฉะนั้นคำว่าปัญญาจึงเป็นคำพิเศษของศาสนาพุทธ เดี๋ยวนี้เอาไปใช้กันเละเทะแล้ว ไปใช้ปัญญากันแหลกเลย แต่ที่จริงปัญญาเป็นธาตุที่ซื่อสัตย์บริสุทธิ์ฉลาดสุดยอด ฉลาดที่ไปสู่วิมุติ สู่โลกุตระ อันนี้เป็นนัยยะลึกซึ้งหากอาตมาไม่เกิด ความรู้นี้จะสูญไปแล้วไม่กลับคืนมา พวกเราได้ยินได้ฟังหรือใครได้ยินได้ฟังก็แล้วแต่ ก็จะกลับคืนมา กู้กลับคืนมา ในพระไตรปิฎก บางทีคนแปล ไปเห็นคำว่าเฉกะเฉโก หรือปัญญา ก็เลยแปลกันอย่างนั้นว่าฉลาดหมดเลย เลยเลอะเทะ ที่จริงไม่ใช่อย่างเดียวกัน ฉลาด ในภาษาไทย นี้แปลมาจากปัญญา เพี้ยนมาจาก ฉฬายตนะ คืออายตะ ๖ ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เกิดความรู้ขึ้นมา ฉลาดนี้ภาษาไทยกร่อนมาจากคำว่าปัญญา ปัญญาจัดฉลาดทางรอบรู้ตาหูจมูกลิ้นกายใจแยกแยะพิจารณา พิจารณา เวทนาเก๊กับเวทนาจริง ก็แยกธรรมะ ๒ ได้ ยืนอยู่ในหลักธรรมะ ๒ เอาที่ตัวจริง เอาตัวเก๊ออก เช่นเราสัมผัสแตงกวา เกิดความชอบ อร่อยกัดกินมัน ก็อ่านเวทนา ของปลอมคือความอร่อย ของจริงคือรสแท้ของแตง ที่เราไปหลงเวทนาเก๊คือความอร่อย นี่คือ เวทนา ๒ แตกเทวะได้ ถ้ามีแต่ของแท้รสแท้ อร่อยกับไม่อร่อยไม่มี มีแต่รสแท้ๆ ก็ตีเทวะแตก แต่เทวนิยมตีเทวะไม่แตกมีแต่พระเจ้านิรันดร ของพุทธทำให้จิตเป็นอุเบกขา สัมผัสแล้วจิตก็เป็นกลางไม่มีกิเลสประกอบรู้ความจริงตามความเป็นจริงนี่คืออุเบกขา ทีนี้ ๐ วาง สัจจะนั้น ซ้อน ไม่ยึดเป็นเราเป็นของเรา คือ สำนวนความสูงสุดในศาสนาพุทธ สักแต่ว่ารู้รู้ความจริงตามความเป็นจริง เช่น วันนี้ เรามีรายได้แสน เมื่อวานเห็นว่า ร้านพิสูจน์จิตอาสาขายได้สองแสน เราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงได้ ๒๐๐,๐๐๐ ดีใจหรือเสียใจ นี่คือจิตผู้ที่นิ่งแล้วไม่ได้ดีใจเสียใจ แล้วก็เห็นว่า ๒๐๐,๐๐๐ แสน- ๒๐๐,๐๐๐ ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ที่นี่มันเป็นอย่างนี้สาธารณโภคี แต่บางคนธรรมดาเคยขายได้๑๕๐,๐๐๐ ตอนนี้ได้ ๒๐๐,๐๐๐ อยากได้ก็จะยักไว้ ๕๐๐๐๐ เขียนบัญชีว่าได้๑๕๐,๐๐๐ มันก็ชั่วได้พวกเราถ้าเป็นอย่างนี้ กรรมเป็นอันทำ กรรมชั่วนี้แม้ไม่มีใครรู้ใครเห็นใครจับได้ แต่กรรมก็เป็นของจริง ใช้ธรรมะดับกิเลส ก็ใช้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ต้องใช้ตัวเรานั่นแหละ วันนี้เรากำลังชั่วนะ ก็ต้องรู้อกุศลกุศลก่อน เราคิดชั่วเพราะเหตุใดเพราะกิเลส แต่สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่เรามันไม่เป็นของเรา เราเห็นเหตุดับที่เหตุ กิเลสที่เกิดขึ้นทางทวารหู เกิดความพอใจหรือไม่พอใจก็จะใช้ธรรมะข้อใดดับกิเลส ก็เหมือนกันหมดในทุกทวารทั้ง ๖ พิจารณาจุดสำคัญคือหมดสุขหมดทุกข์พิจารณาในไตรลักษณ์ หรือกุศลอกุศล รู้ตัวแล้วก็จัดการให้ได้ จนไปถึงไม่ใช่เราไม่ใช่ของเราก็สุดจบอนัตตาไม่มีตัวตน ถ้าเป็นถึงขั้นไตรลักษณ์ได้ก็จะเป็นอรหันต์ ถ้าถึงขั้นกุศลอกุศลก็ทุกศาสนาในโลกทำแบบนี้ ทุกศาสนาอย่าทำชั่วประพฤติตัวดี แต่ต้องทำให้ได้ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราเข้าไม่ถึงอย่างนี้เป็นต้น นี่คือศาสนาพุทธ มีนัยยะสูงสุดอย่างนี้ แล้วปฏิบัติได้จริง ตีเทวะธรรมะ ๒ ให้แตก อาตมาจบความรู้เรื่องในโลกนี้มีแต่เทวะ ใครตีเทวะไม่ออกก็เป็นเทวนิยม ใครตีเทวะแตก และทำได้ก็หมดตัวตน อนัตตา ก็เป็นศาสนาพุทธ ทำให้ธรรมะ ๒ เป็น๑ได้ก็จบ
๖.๓๐ น เช้านี้การบิณฑบาต แบ่งเป็น ๒ สาย มีสายเฮือนบวรด้านซ้าย กับเฮือนบวรด้านขวา ส่วนที่ศาลา ๐๐ ชั้นล่างมีการอบรมเรื่องสื่อออนไลน์ ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. เทศน์ก่อนฉัน โดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ มหาปวารณาปีนี้เรียบร้อยง่ายงามไม่มีแย่งโลกธรรม ไม่มีอะไรต้องลุ้น ๓ จังหวัดชายแดนใต้ หมู่เห็นว่าไม่ควรไป งานอื่นที่มีงานหมั้นงานแต่งรวมอยู่ด้วยไม่ควรไป โบสถ์ชั้น ๔ เหมือนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีลิฟท์ขึ้น งาน ๓๔๗ คือ ๓๖ ๔๘ ๘๔ ปวารณา คือ สุดยอดวิชาของพุทธ เพราะมีแต่การรู้ข้อบกพร่อง ข้อไม่ดีของตนเท่านั้น ที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ธรรมะ ของพ่อครู คือธรรมะ ๒ เราจะรักษาขันของพ่อครูให้ยาวนานได้อย่างไร อยู่ที่พวกเราจัดรายการที่เฮือน๐๐ เป็นเถรวาทเฮือนบวรป็นมหายานพ่อครูเป็นคนเหนือดวงปีที่แล้วสนามรบอยู่สนามหลวง ปีนี้สนามรบอยู่สนามรัก (พิสูจน์จิตอาสา)ญาติติธรรมแต่ละคนคือผลของ ๔๘ พรรษาพ่อครู เป็นหมู่บ้านโสดาบัน หมู่บ้านสกิทาคามี หมู่บ้านอนาคามี ใครมาถึงตรงนี้ ถึงไม่เชื่อก็ไม่กล้าลบหลู่ ไม่มีเวลาให้กับธรรมะ ก็ไม่ได้เดินตามรอยพระโพธิสัตว์ แพ้เป็นพระชนะอาจสึกไปแล้ว ยิ้มได้ทุกทิศ เพราะจิตไม่ยึดมั่นถือมั่น ยิ่งเล็ก ยิ่งใหญ่
๑๒.๐๐ น มีการแสดงที่เวทีเฮือนบวร การแสดงของ หินผาฟ้าน้ำ “สำมะปี๋ ๔๘ ปิตุบูชา” การแสดงของอาวาสสถานแก่นอโศก “สารพันบูชาพ่อ” การแสดงของสันติอโศก “ขอก้าวตามพ่อ” การแสดงของอาวาสสถานจันทร์พฤกษา “ต้นไม้แห่งความเปลี่ยนแปลง” การแสดงของแพทย์วิถีธรรม “อริยสัจ ๔ กับวิถีอปริหานิยธรรม”
๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. รายการภาค เกี่ยวกับสุขภาพโดย ดำเนินรายการโดย นพ.วีรพงษ์ ชัยภักดิ์ สัมภาษณ์ นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแดงแข็ง บุหรี่ - ไขมัน - ความดัน - เบาหวาน - การไม่ออกกำลังกาย การอักเสบในร่างกาย - การคั่งของสารพิษ ( homocysteine) มังสวิรัติไม่ขาดโปรตีน แต่ขาด B๑๒ ปุ๋ยขี้วัวเพิ่ม บี ๑๒ ในผัก คำแนะนำรัฐบาลสหรัฐ เรื่องแบบแผนอาหารที่ทำให้สุขภาพดี ๑,๒, ๓ อาหารมังสวิรัติ วิตามินซี นำพาธาตุเหล็ก ชา,กาแฟ บล็อกธาตุเหล็ก กล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน ทำให้เป็นโรคไหลตาย แคลเซียมที่เป็นเม็ด ป้องกันกระดูกหักไม่ได้ ป้องกันได้โดยการออกกำลังกายแบบเล่นกล้ามและเสริมการทรงตัว อะไรที่มีบักเตรีก็มี B๑๒ หมด บักเตรีเป็นพืช โรคเครียดทำให้กระดูกบาง การรักษาหัวใจล้มเหลวมีทางเดียวคือออกกำลังกายทุกวันและกินจืด เกลือโซเดียมทำให้น้ำท่วมปอด อาหารธรรมชาติดีที่สุด ควรหลีกเลี่ยงอาหารสกัด ไม่ใช้น้ำมัน ไม่ใช้น้ำตาล ใช้เกลือแต่น้อย ความจำเสื่อมเกิดจากหลายสาเหตุ แก้ให้ถูกเหตุ ข้อมู
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive