สำเนาของ บันทึกงานอโศกรำลึก ครั้งที่ ๓๗(ลงสารอโศก).docx

โฟลเดอร์2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์55 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บันทึกการจัดงานอโศกรำลึกและบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ ๓๗ ปิตุบูชาพ่อครู ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา อังคารที่ ๕ มิถุนายน - อาทิตย์ที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๑

นับเป็นครั้ง ๒ ที่มีการจัดงานอโศกรำลึกที่บ้านราชเมืองเรือ ครั้งแรกจัดเมื่อปี ๒๕๕๗ ตอนนั้นจัดภายใต้สโลแกน ๘๐ ปี ไม่มีแก่ ปีนั้นจัดพิธีกตัญญุตาบูชาพ่อครู ที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ฝนฟ้ากระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่ลูกๆทุกคนยังอยู่อาการสงบสำรวมและมุ่งมั่น ที่จะตั้งจิตอาราธนาให้พ่อครูฯมีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มธรรมให้กับลูกหลานตลอดไป มาปีนี้ ๒๕๖๑ กับงานอโศกรำลึกครั้งที่ ๓๗ ลูกๆชาวอโศก ได้จัดพิธีกรรมน้อมกตัญญูบูชาพ่อครู ที่เวทีใหญ่เฮือนบวร ภายใต้สโลวแกน ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ ในงานนี้มีการแสดงนิทรรศการ ผลงานของพ่อครู บุญนิยมในทุกด้าน เราเห็นได้ผ่านนิทรรศการภายในอาคารบวร ซึ่งแสดงผลงานไว้ทั้งหมด ๗ ด้าน 1. ประวัติพ่อครู 2. ศาสนา เน้นคดีประวัติศาสตร์ สยังอภิญญา 3. ชมพูทวีป สัปปายะ๔ แผ่นดินพุทธ โนอาห์นาวาบุญนิยม พระอรหันต์อยู่ที่ไหนที่นั่นย่อมมีแต่ความรื่นรมย์ 4. เศรษฐกิจดีที่สุดในโลกคือสาธารณโภคี เปลี่ยนจากมือที่ยื้อแย่งมาเป็นมือที่แบ่งปัน ไปสุดที่จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ 5. การเมืองการปกครองแบบบุญนิยมเน้นที่ความสงบสยบความรุนแรง 6.การศึกษาบุญนิยม บวร 7.สามอาชีพกู้ชาติ แล้วยังงานประติมากรรมของศิลปินโลกุตระอีกมากมาย ที่สื่อแสดงถึงนัยยะการสอนธรรมะที่เป็นวิชชาและอวิชชา พร้อมวิถีของนักการเมืองที่ไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้

ก่อนงานมีค่ายนักเรียน ม.๕ มี ๒๔ คน จาก ๕ โรงเรียนสัมมาสิกขา วันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๐๖.๐๐ - ๐๙.๐๐ น. มีประชุมคภส. (คณะเอาภาระสงฆ์) ๑๓.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. มีประ

อ่านต่อ

ชุมสมณะมหาเถระ โดยมีสมณะมหาเถระเข้าประชุม ๓๓ รูป สมณะเดินดิน ติกขวีโร ดำเนินการประชุม พ่อครูมาให้โอวาท ก่อนปิดประชุม ๑๖.๐๐ น. สมณะ ๑๖ รูป พระ ๒ รูป สิกขมาตุ ๔ รูป ร่วมงานฌาปนกิจศพ คุณยายอ่ำ เสรีรักษ์ อายุ ๙๐ ปี ที่เฮือนสุดชีวิต โดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร แสดงธรรม หน้าศพ

วันอังคารที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๐๖.๓๐ น. สมณะและพระ ๔๔ รูป สิกขมาตุ ๑๓ รูป โดยพ่อครู นำบิณฑบาตรที่เฮือนบวร ๐๙.๐๐ น. พ่อครูแสดงธรรมเปิดงานอโศกรำลึก ปี ๒๕๖๑ …. วันนี้วันที่ 5 ตรงกับวันอังคาร อาตมาเกิดแรม 8 ค่ำ เดือน 7 ก็คลาดไปแรมหนึ่ง วัฏฏสงสารหรือกาละก็วนเวียนไปวนเวียนมา อาตมาวนเวียนเกิดมา 84 ปีแล้ว ได้ 7 นักษัตร อาตมาเกิดมาชาตินี้ อาตมาปางเลข 7 ก็มาถึงวาระครบรอบ 7 นักษัตร จากวันนี้ไปก็จะเพิ่มจาก 7 รอบนี้ไป ก็คิดว่า จะเลย 7 รอบนักษัตรมาแต่ละรอบ มันก็จะต้องมีอะไรต่ออะไรพากเพียรมากอยู่ให้มีแรงที่จะเหมือนออกนอกโลก จากอยู่ในวงโคจรของโลก ก่อนจะออกจากโลกเกิด การเปิดศักราชใหม่ มันจะต้องมีแรงที่จะต้องพิเศษ ที่จะสามารถออกไป ไม่เช่นนั้นก็วนอยู่อย่างนั้น เหมือนปุถุชนวนอยู่ในโลกปุถุชน ถ้าไม่มีความรู้อย่างสำคัญและก็พยายามพากเพียร มันก็ออกไม่ได้ ออกจากโลกโลกียะ มีจิตมีพลังงานเป็นพลังงานใหม่เกิดโลกุตระคือจิตสามารถรู้กิเลสตัวเอง และก็สามารถทำให้กิเลสตัวเองนี้ ลดลง ดับลงได้จริง ก็เข้าสู่โลกุตระ ที่พูดไปนี้เป็นเรื่องของนามธรรม จิตเจตสิก รูป นิพพาน ซึ่งเป็นความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ และปฏิบัติได้จริง อาตมาเป็นโพธิสัตว์ได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้ามาจนกระทั่งมาถึงปางนี้ชาตินี้ ปาง 7 พูดไปบางคนเขาก็หาว่าพูดอวดดิบอวดดี แต่ที่อาตมาต้องเปิดเผยต้องพูดต้องบอกว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพราะทุกวันนี้คนไม่มีความรู้ ภาษาที่บอกว่ารูปคืออะไร นามคืออะไร กายคืออะไร จิตคืออะไร บุญคืออะไร บาปคืออะไร มันได้ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว เขาไม่รู้ความจริงและรู้ไม่ถูกต้อง อาตมาต้องมาจัดระบบเอาเข้าที่ ให้ลงตัวให้ถูกสัจธรรม ก็เมื่อย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องพากเพียรอุตสาหะ ปางนี้อาตมาก็มีหน้าที่ที่จะมาบอก ทำความเข้าใจ ให้มีสติรู้ตัว ตื่น เพราะเราไปยึดผิดมานานมามากแล้ว มาเอาสิ่งที่ถูกต้องเสีย เปลี่ยนแปลงจากที่เคยผิดมาเสีย ผู้ใดตั้งสติฟังได้เข้าใจก็เปลี่ยนแปลงอย่างเช่นชาวอโศกเรา ได้รับมรรคผลได้ประโยชน์จากศาสนาพระพุทธเจ้า พวกเราได้ประโยชน์จากศาสนาพระพุทธเจ้า ผู้ที่ยังไม่เข้ามาไม่แสดงตัวก็มี ไม่แสดงตัวเพราะจำเป็น ตกอยู่ในฐานะจำนนว่าเราไปอยู่ในหมู่ใหญ่ ที่เขาผิดเพี้ยนไปแล้ว แต่พวกที่ส่วนตัวสามารถรับเข้าใจได้ และก็ปฏิบัติตัวเอง ให้มีมรรคผลในตัวเอง จึงเชื่อว่าที่อาตมาพูดนั้นถูกต้อง แต่ก็จำนนแล้วเพราะถูกชนัก ตำแหน่งยศศักดิ์หน้าที่ผูกไว้มาไม่ได้ ก็จะต้องทำหน้าที่ ปางนี้ชาตินี้ของแต่ละท่านให้หมดไป ก็น่าเห็นใจ แต่สื่อสารก็สามารถทำให้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากอาตมาได้ ฟังอยู่ที่ไหนก็ได้ ได้รับรู้ถ้าสนใจใส่ใจ ไม่มีปัญหาเลย เป็นโอกาสที่ดีมากแล้ว อาตมาบอกพูด เปิดเผยความจริง อาตมาเกิดมาในชาตินี้ไม่มีหน้าที่อื่น มีหน้าที่มาแก้ไขธรรมะ ก็พยายามที่จะอธิบายความผิดความถูกให้ฟัง คนที่ตั้งใจฟังแสวงหามีปัญญามีปฏิภาณดีก็ชัดเจน ก็แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น คนที่ดูถูกเลยไม่เชื่อถือเลยก็ไม่ได้อะไร คนที่อยู่กลางกลางเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนก็ได้ระดับสิบตรีบั้งนึง บางคนก็ได้สองบั้งสิบโท บางคนได้สมบั้งสิบเอก ถึงขั้นนายร้อย ก็เป็นธรรมดา ผู้ที่ฟังแล้วได้เห็นความสำคัญในความสำคัญ สำคัญถึงขนาดเอาชีวิตมาดำเนินไปในทิศทางนี้ เพราะว่าอาตมาทำงานมีกลุ่มหมู่ มีเสนาสนะ มีบุคคล มีอาหาร มีธรรมะ มีสัปปายะ 4 มีสิ่งที่เป็นคุณค่าแสวงหาประโยชน์ได้ครบพร้อม ทั้งสถานที่เป็นบุคคลเป็นชุมชน มีความเป็นอยู่มาเป็นสมาชิกชุมชนนี้ มีเครื่องอาศัยคืออาหารเป็นสิ่งกินสิ่งใช้ต่างๆนานา ช่วยกันสร้างช่วยกันกินช่วยกันทำในระบบสาธารณโภคี มีธรรมะเป็นแกนหลัก มีชีวิตอยู่เราอยู่กันอย่างเป็นธรรมะ สังคมเราเป็นสังคมที่ถือศีล แม้แต่เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ประพฤติศีล 5 เป็นชุมชนเป็นหมู่บ้านที่มีศีล ไม่ใช่พยายามบังคับให้มี แต่คนที่มาจะต้องยินดีเข้าใจจะมาประพฤติปฏิบัติศีลสมาธิ ปัญญา วิมุติ แล้วเราก็อธิบายการปฏิบัติศีลให้เกิด อธิจิต เกิดจิตได้อย่างไร เกิดได้ไหม จนกระทั่งจิตมีวิมุติจริงได้ไหม เราก็สามารถพากเพียรปฏิบัติ จนมีความจริงบรรลุมรรคผล เพราะฉะนั้น ชุมชนชาวอโศกจึงมารวมกันอยู่อย่างศึกษาไตรสิกขาของพระพุทธเจ้า มีศีล ปฏิบัติธรรม เจริญอธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติขึ้นไป ชุมชนหมู่บ้านชาวอโศกจึงเป็นเมืองพระศรีอารย์ ดินแดนพระศรีอารย์พระศรีอาริยะ ศรีอาริยะคือความเจริญ เจริญแบบพระพุทธเจ้า เจริญที่มีความต่างกับความเจริญแบบโลกๆ อาตมาบวชมา 47 ปี กำลังจะเข้า 48 ปี อายุตัวเอง 84 พรรษา เลขกลับกัน 48 84 เป็นปีที่พวกเราก็คงเห็นเป็นการครบรอบสำคัญ ก็เลยพยายามทำการฉลอง เป็นวิธีการชี้ชวนให้เห็นว่าที่นี่เขามีอะไรกัน ก็เข้ามารวม ที่จริงเขากำลังทำงานศาสนา นำพามนุษย์ให้มีสาระสร้างสรรโลกุตระ ใครเข้ามาก็จะได้ประโยชน์ คนที่ไม่เข้าใจไม่ยินดีไม่เห็นสิ่งนี้น่าเข้าใจก็เรื่องของเขา อาตมาทำงานมามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ชื่อว่า อังคาร กัลยาณพงศ์ ก็รู้จักกันมานาน ตั้งแต่การสร้างปฐมอโศก ท่านอังคารก็เคยไปยืนแช่น้ำลำธาร อ่านกลอน ห้ามไม่หยุดด้วยนะ จำแม่นด้วย ไม่ต้องมีบันทึก จำแม่น พูด ห้ามก็ไม่หยุด ดุด้วย ใครจะห้ามก็ดุด้วย ท่านอังคารก็รู้จักอาตมาพอสมควร ท่านเขียนกวี ให้อาตมา วันอังคารที่ 8 มิถุนายน ปี 2553 แรม 11 ค่ำ เดือน 7 ปีขาล

เกียรติยศ มงคลชัย แด่ สมณโพธิรักษ์

ร่มโพธิ์แก้ว มุ่งแล้ว เพื่อโลก ร่มเย็น เห็นกิเลส ตัณหาโรค โศกร้าย นำมนุษย์เพ่งวิมุติวิโมกข์ โลกุตะ ตรแล เลิศสติปัญญาไซร้ สว่างฟ้า โพธิญาณ ฯ

สมณโพธิรักษ์ รักซึ้ง รัตนตรัย ภพไตร ชีพเพื่ออุดมคติชัย ใหม่แพร้ว โพธิสัตว์ปรัชญาสมัย ใจทิพย์ เพ่งธรรม นำค่าพุทธธรรมแก้ว ช่วยหล้า อกาลิโก ฯ

ชีพมั่นขวัญคู่หล้า อยู่คง มงคล พุทธสติปัญญายง หยุดม้วย พุทธเจ้า สถิตย์ ธรรมตรง จิตรวิจิตร สนิทนาน ญาณสว่าง สร่างกิเลสด้วย แวนแก้ว พุทธธรรม ฯ

อังคาร กัลยาณพงศ์

นักเรียน สสฐ. ร่วมร้องเพลงบินตามพ่อ ,นักเรียน สสธ. ร้องเพลง ๘๔ ชันษาบูชาพ่อ, นักเรียน สส. สอ. ร้องเพลง หนึ่งแสงธรรมหมื่นแสงประกาย, วงฆราวาส, คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล, คุณอุมาพร บัวพึ่ง, คุณนันทวัน เมฆใหญ่ ร้องเพลง ก่อนสิ้นแสงตะวัน ต้นดอกนกยูง, คุณกัญจณปกรณ์ ร้องเพลงอย่าบอน, คุณเทพ ทูลใจ ร้องเพลงเพ้ออะไร ดอกไม้ไทยลาว ไทยดำรำพัน, การแสดงสัมมาสิกขาบวรสันติอโศก เพลงสาวสัมมาสิกขา ๑๓.๑๕ น.รายการพูดคุยเสวนากับศิลปิน ผู้ร่วมงานในอดีตกับพ่อครู มี คุณขวัญชนก ชูเกียรติ ดำเนินรายการ คุณวงจันทร์ ไพโรจน์ คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล คุณอุมาพร บัวพึ่ง คุณนันทวัน เมฆใหญ่ ๑๓.๔๕ น.รีวิวจากนักเรียนสัมมาสิกขาบวรสันติอโศก เพลงแสงแห่งรัก เพลงแตกต่างแต่สามัคคี อ.กัญจน ปกรณ์ ร้องเพลงโทน คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล ร้องเพลง ธารสวาท และบัวขาว คุณอุมาพร บัวพึ่ง คุณวงจันทร์ ไพโรจน์ ร้องเพลงกุหลาบเวียงพิงค์ อุทยานดอกไม้ อ.กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ร้องคู่กับ คุณนันทวัน เมฆใหญ่ เพลงมาร์ชประเทศไทย ร้องหมู่ ๑๕.๐๐ - ๑๖. ๓๐ น. รายการเสวนา โครงการค้นหาพระโสดาบันในตน โดย อาจารย์ ๑ (สมณะบินบน ถิรจิตโต) สมณะลานศิลป์ วชิโร คุณไชยวัฒน์ สินสุวงค์ ดร.หมอเขียว (ใจเพชร) ทนายรินไท มุ่งมาจน ที่เวทีเฮือนบวร ๑๘.๐๐ น.คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ มากราบพ่อครู ได้กล่าวถึงการได้รู้จักชาวอโศก ช่วงลาออกจากพรรค จากนั้น พิธีปิตุบูชา กตัญญุตาพ่อครู โดยพ่อครูกล่าวเกริ่นเล็กน้อย ก่อนที่ สมณะเดินดิน ติกขวีโร นำกล่าวทำพิธีปิตุบูชา กตัญญุตาพ่อครู…. “ลูกหลานชาวอโศกขอน้อมรำลึกนึกถึงพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ในการครบรอบ เจ็ดนักกษัตริย์ของชีวิตในการกอบกู้ศาสนาพอครูได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจตัวเองทุกหยาดด้วยเลือดทุกหยดเพื่อประโยชน์และความสุขของมวลมนุษยชาติลูกลูกชาวอโศกจะศึกษาให้ถึงพร้อมในไตรสิกขา อันได้แก่อธิศีล อธิจิต อธิปัญญาให้ยิ่งขึ้นไปด้วยความไม่ประมาทในโทษภัยอันมีประมาณน้อย เพื่อที่จะช่วยกัน สืบสานบวรพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองไปจนถึง 5000 ปีและรวมกันทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างชุมชนบวร สาธารณโภคีให้เป็นองค์ประกอบของมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีซึ่งเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการทำพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ สาธุ สาธุ สาธุ”

ที่เฮือนบวรวันนี้ ซุ้มบวรสันติอโศกมีการทำเท็มเป้ มีนิทรรศการผลงานของพ่อครู ๔๘ พรรษา ที่สร้างคนให้มีศีลมีธรรม นิทรรศการมีชีวิต นาแรงรักแรงฝัน นาข้าวหลายสายพันธุ์ มานำเสนอ วันนี้มีการปลูกต้นทองอุไร หรือ พ่อครูตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ต้นทองอโศก ในส่วนของศิษย์เก่าสัมมาสิกขา จากทุกโรงเรียน ได้รวมตัวกัน ขึ้นร้องเพลงถวายพ่อครู ชื่อเพลงบินตามพ่อ และร่วมกันปลูกไม้ป่า เช่นยางนา มะค่าโมง เป็นต้น คุณหนิง-แก่นหยก ศิษย์เก่าสัมมาสิกขาปฐมอโศกรุ่นที่ ๑ กล่าวว่า “ต้นไม้พันธ์นี้ชื่อว่า ต้นรัก ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่มาร่วมด้วยช่วยกันแม้แดดจะร้อนยังยิ้มสู้ ปลูกป่าบูชาพ่อครูและยังเป็นการคืนป่าให้แผ่นดิน ถ้ามีโอกาสมีเวลากลับมาช่วยกันตัดหญ้าและปลูกเพิ่ม เสริมได้เสมอ ทางนี้จะเพาะเม็ดพันธ์ุไว้รอนะคะ”

วันพุธที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๐๓.๓๐ น. สมณะ ๓๒ รูป พระ ๗ รูป สิกขมาตุ ๑๓ รูป โดยสมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ ๐๔.๑๕ น. เทศน์ทำวัตรเช้า … สิกขมาตุ กล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล:- ขอพูดความรู้สึก ประทับใจ พอใจ ซึ้งใจ กับการที่ญาติธรรมมาร่วมกันมากๆ ความพรั่งพร้อมทุกอย่างลงตัว อะไรไม่สำเร็จก็สำเร็จ คนที่มาเยี่ยมก็ลงตัว เมื่อชาวอโศกมารวมตัวมากๆ ก็เกิดเป็นผล ในแต่ละครั้งที่ได้มาพบกันงานใหญ่ๆ เราจะได้มาพัฒนาจิตวิญญาณให้สูงขึ้น เราต้องเอาวันที่ ๕ - ๑๐ มิถุนายน มาพัฒนาจิตวิญญาณ อย่างนิทรรศการ มิใช่ของพ่อครูอย่างเดียว แต่เป็นนิทรรศการของเราด้วย เราเป็นกะลาหงายหรือกะลาคว่ำ ไม่ใช่กะลาหงาย แต่ก็รับไม่ได้เหมือนดาวเทียมล่ม เราต้องเปลี่ยนแปลงเป็นกะลาหงาย อัตตภาพนี่มันโดดเดี่ยวยิ่งนัก สวดมนต์เห็นท่านติกขะ ท่านถิระ แล้วท่านสันตะไปไหน? เราต้องมาตั้งใจรับผิดชอบตัวเอง ฟุ้งเราก็ฟุ้งคนเดียว เราหลับเราก็หลับคนเดียว ยิ่งเมื่อวาน หมอเขียว แจกแจงเรื่องนรกน่ากลัว เราควรพาร่างหนีให้ไกลจากความวนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ร่างนี้เราอาศัยมันมิใช่หลงมัน ช่วงที่เราอาศัยมันก็จัดการมัน ได้ร่างมาก็ฝึกไปจนขาดวิตามิน ขาดธาตุอาหาร เมื่อวานก็มีต้มมะระใส่เท็มเป้ ระดับอาจารย์เขาว่า บี๑๒ มีอยู่ในเท็มเป้มาก ในประเทศไทยมีการรณรงค์ ๓ ตัวร้าย ทุกคนก็ทำหน้าที่ แล้วอย่าไปสุดต่ออันใดอันหนึ่ง ทำอะไรก็ให้ต่อเนื่อง บางคนก็ทำมากไป เช่น วิ่งแต่ไม่ดื่มน้ำ ชาตินี้เราเลือกได้ เมื่อเกิดเป็นแม่ครัวก็ทำได้ ใบชา ยามีวิตามินอันดับ ๒ ของโลก ทําอาหารมิใช่ต้มน้ำเปล่าๆ ทำให้ประณีต ทำอะไรก็ให้ประณีต อะไรไม่ประณีตก็ทิ้ง ทางโลกพลาสติกอุดตัน เขาขยะทั้งวันทั้งคืน ก็เป็นขยะของโลก ตอนนี้ก็ตั้งใจอยู่กับปัจจุบัน อ่านผัสสะ เราเห็นความสำคัญวิชชาโลกุตระเต็มที่ ๐๔.๕๐ น. เทศน์ ทำวัตรเช้า….สมณะบินบน ถิระจิตโต ตอนนี้ใครแบกอะไร ใครรู้สึกว่ามันหนักๆ ธรรมะมีไว้ให้แบกหรือไว้ให้วาง มีธรรมะเยอะ เครียดมากขึ้น คนที่วางและจะว่างได้ ก็ เป็นนักมองตน อาตมาไปหลายๆที่ เห็นญาติติธรรมที่ปฏิบัติธรรมมาหลายสิบปี ยังไปเครียดกับคนอื่น ข้างนอก มีอาชญากรรมฆ่ากันเยอะ ทำไมเราไม่เครียดกับเขา หากเรารู้สึกว่าคนอื่นทำให้เราเครียด เป็นความรู้สึกผิดหรือถูก? ใครทำให้เราทุกข์ เครียด ก็ตัวเราเอง ศาสนาพุทธเบื้องต้น ต้องพึ่งตนจึงพ้นทุกข์ เชื่อมั่นในวิบากกรรมของเรา หากผู้ใดเกิดทุกข์อยู่ ไม่กำหนดรู้ทุกข์ ผู้นั้นมีปัญญาทราม ๐๖.๓๐ น. สมณะ และ พระ ๔๐ รูป สิกขมาตุ ๑๐ รูป นำโดย สมณะเดินดิน ติกขวีโร หนังบิณฑบาต สายหน้าโรงเรียนอาชีวะ มาเฮือนบวร ๐๙.๐๐ น. มี คุณจิรา บุญโชค อ.ไตรภพ โคตรวงษา รมช. วิวัฒน์ ศัลยกำจร เสวนา การจัดงานวันดินโลก จะจัดอย่างไร ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวเกี่ยวกับการ เตรียมการ จัดงานวันดินโลก โดยมีเนื้อหาว่า”วันที่ ๕ ธันวาคมนี้ เราจะรำลึก ถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศชีวิตเพื่อราษฎร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน ด้วยการจัดงานมหกรรมวันดินโลก โดยเราทุกคนที่เป็นลูกของพระองค์ท่าน สามารถแสดงกตัญญุตา และระลึกถึงท่าน ด้วยการลุกขึ้นช่วยกัน ทำดินให้ดี ใครจะราดสารพิษลงดิน ใครจะอนุญาตให้ยาพิษ ที่ฆ่าสรรพชีวิตในดินยังคงใช้ได้ ใครจะไม่รักแผ่นดินก็เรื่องของเขา แต่เราจะช่วยกันคืนชีวิตให้แผ่นดิน ช่วยฟื้นแม่ธรณี ให้แม่ธรณีได้เลี้ยงแม่โพสพ เลี้ยงพืชพรรณธัญญาหาร ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตเรา มาช่วยกันทำดินให้ดี ให้น้ำดี อากาศดี เป็นเครื่องระลึกถึงและแสดงความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยพร้อมเพรียงกันจากนั้น อ.ยักษ์และคณะได้ร่วมกันปลูกป่าและทำนาโยน

๑๑. ๑๕ น. การแสดงของบวร ต่างๆ ของชาวอโศก มีการแสดงของดินหนองแดนเหนือ กล่าวบทกวีปฏิญาณ มี การแสดงของ บวรราชธานีอโศก การแสดงของบวรปฐมอโศก เป็นรีวิว เพลงสาวสัมมาสิกขา เพลงเห่เรือบูชาพ่อ เพลงบินตามพ่อ กลุ่มวังจันทร์พฤกษา สานสัมพันธ์ตะวันออก การแสดงแพทย์วิถีธรรม คุณซึ้งบุญ บูรณกิตติ (คุณแซมดิน มาประชาสัมพันธ์ รมช. วิวัฒน์ ศัลยกำจร ให้ผู้จะไปช่วยปลูกป่า การทำนาโยน สมัครไปช่วยได้โดยเตรียมรถไว้หน้าเฮือนบวร) คุณไหม ตะวันเดือน ร้องเพลงลํ้าค่ากว่าดาว วงลูกอโศก มาแสดงดนตรีไทย การเสวนา ปิ้งปิ้ง บี๑๒ มหัศจรรย์ เจ๋งเลย โดย ทญ. หมอฟ้ารัก ทิพยธรรม คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ ผ.ศ. นิตดา ศรีสกุล อ.ศุภษา เจริญพงศ์ ทญ. ฟ้ารัก: ปีนี้เป็นปีที่ ๘๔ ของพ่อครู และ บวชมา ๔๘ พรรษา ชาวอโศกเป็นนักมังสวิรัติ ไม่กินไข่และนม ปีนี้เน้นไม่ใช้ผงชูรสและบริวาร กินอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดี และสมองใส คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์:องค์ประกอบการสร้างเลือด กระดูกสร้างเลือดด้วย กระดูกแขน กระดูกขา ป้านิดล้ม ก็กินอาหารที่มีแคลเซียม ผักใบเขียว กล้วย งา ตากแดด แช่น้ำปัสสาวะ ๑๐-๒๐ นาที แสงแดดสร้างวิตามินดี ตากแดดให้ใส่เสื้อสีอ่อน ก่อนตากแดดให้ดื่มน้ำ ๑ แก้ว ตากด้านหน้า ๑๐ นาที ด้านหลัง ๑๐ นาที ก่อนตากแดดอาบน้ำก่อน ตอนนั้นอายุ ๖๕ ปี เมื่อดูแลสุขภาพดี กระดูก ตรวจแล้วเท่ากับผู้มีอายุ ๒๗ ปี ให้กินอาหารสดเข้าไว้ มีคนญี่ปุ่นอายุ ๑๑๐ ปี เขาไม่กินอาหารเสริม ปัญหาที่เรามี กินอาหารสุกเยอะ เราควรเน้นการกินผักสด เอนไซม์ได้จากการกินผักสด ผลไม้สด อาหารอร่อยได้จากดอกเกลือ แสงแดดขยายเส้นเลือด เลือดไหลดี รักษาการอักเสบ แสงแดดมีออกซิเจนมากขึ้น การกินสาหร่าย มีบี ๑๒ แสงแดดทำให้สายตาดี การย่ำหญ้าได้ประจุไฟฟ้าสมดุล การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด การพักผ่อนหยุดคิด จากนั้นประกาศผล เรื่องการปรุงรสและบริวาร น้ำส้มกล้วย ชนะเลิศ บวรศาลีฯ คุณอนงค์ (นุ่มลึก) คชสารทอง รองชนะเลิศ บวรภูผาฯ คุณพุทธพิมพ์ไพร ชวนนทกิจ ซีอิ๊วขาว สูตรสีมาฯ รางวัลชมเชย สีมาฯ คุณพรดิน อิ่มจิต อาหาร บี๑๒ ชนะเลิศ บวรราชธานีฯ เต้าเจี้ยวสมุนไพร พลังธรรมชาติ ของ คุณดินเย็น ชาวหินฟ้า รองชนะเลิศ บวรปฐมอโศก ยำเต้าเจี้ยวสันโดษ รสเด็ด ของอุบาสิกาใจบุญ ชาวหินฟ้ารางวัลชมเชย บวรราชธานีฯ เต้าเจี้ยวสมุนไพร พลังธรรมชาติ ของคุณเทียนดิน ทัศโน อาหารพื้นบ้านชนะเลิศบวรปฐมอโศก คุณต้นบุญ จำชูรองชนะเลิศ บวรสันติอโศก สลัดผักพื้นบ้าน คณชลลดา พันธุเมธากุลรางวัลชมเชย บวรภูผาฯ แกงแค คุณสู่กระแสธรรม คำใหญ่ วันนี้ คุณสุทธิชัย หยุ่น มาสัมภาษณ์พ่อครู (รายละเอียดอยู่ที่ สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ)

๑๕.๐๐ น. ประชุมคุรุสัมมาสิกขา ที่ชั้น ๒ เฮือนศูนย์สูญ มีสมณะจำหน่าย ๘ รูป สิกขมาตุ ๒ รูป นำโดย สมณะบินบน ถิรจิตโต

รายการภาคค่ำ ของวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ รายการ ๕ ธันวา(วันดินโลก) เฉลิมฉลอง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง สมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสัมภาษณ์ มี คุณธีรัชวัช วงค์ศิริกุล อ.สามารถ หนูทอง อ.เชาว์วัช หนูทอง คุณขวัญดิน สิงห์คำ ครูที: เป็นลูกชาวนา อยากเป็นครูตั้งแต่เด็ก โตขึ้นเป็นครู อึดอัดระบบ สุดท้ายลาออก มาเป็นครูที่ไม่มีสังกัด แต่เป็นครูโดยจิตวิญญาณ ไปอบรมที่มาบเอื้อง กลับมาทำกสิกรรม สร้างบ้านดินอยู่ มีความสุข พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น ปลูกไผ่ ได้ดินดีมีหน่อไม้ มีเห็ดเกิด (เห็ดโคน)ตอนเป็นครู อูให้เงินแม่เดือนละ ๒๕๐๐ บาท ปลูกผัก ปลูกมะนาว มีเงินให้แม่มากกว่านั้น เก็บพันธุ์ข้าวได้ ๒๐๐ สายพันธุ์ หาพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับนา ข้าวเหนียวขาววิสุทธิ์ นุ่ม หอม น้ำท่วมไม่ตาย ปลูกต้นเดียวแตกกอดีมาก ตกไร่ละ ๑๒๐๐ กก.คนตาย เหม็นเน่า ดินตายก็เหมือนกัน ไถนา เจอไส้เดือนตัวเดียวดีใจมาก อ.สามารถ หนูทอง: ลาออกจากครู เพื่อมาหาความพอเพียง เป็นอิสระดี ปลูกถั่วเขียว หน้าแล้ง ปลูกข้าวหน้าฝน ได้ปุ๋ยอย่างดี นาโยน ๑๐๐ ถาด ต่อ ๑ ไร่ โยนแบบไม่ปราณีปราศรัย ปุ๋ยไม่ใส่ ข้าวนา หนามาก ข้าวล้มรถก็เกี่ยวได้ ต้นถั่ว เป็นปุ๋ยให้ข้าว ฟางข้าวเป็นปุ๋ยให้ถั่ว ถ้อยทีถ้อยอาศัยปลูกข้าวอินทรีย์ ระยะห่าง ๘๐ ซม. แตกกอเต็มพื้นนา คันนาปลูกเผือก เตรียมการณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ผู้ผลิต กสิกรรมไร้สารพิษ ขยายวง อ.เชาว์วัช หนูทอง: อ.สามารถ เป็นพี่ใหญ่ อ.เชาว์วัช เป็นน้องเล็ก เป็นวิศวกรด้วย เป็นครูด้วย สุดท้ายเป็นชาวนา ถ้าทำพื้นนาเรียบ วัชพืชจะไม่ขึ้นเลย เตรียมดินให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ข้าว ๙ มงคล ขาว ๓ แดง ๓ ดำ ๓ ถ้าดินดี พันธุ์อะไรก็ปลูกได้หมด ดินไทย ร้อนชื้น ดินดีอินทรีย์วัตถุไม่ต่ำกว่า ๕ ⁒⁡ ดินดีมีอินทรีย์วัตถุ ๘ ⁒ ได้ข้าวไร่ละ ๖ ตัน อ. ขวัญดิน สิงห์คำ: ชาวนามีความหลากหลาย แต่รักดินเหมือนกัน การรักดินต้องมีความฉลาด ก๊อปปี้อดีต พัฒนาอนาคต รักพ่อหลวง ต้องพัฒนาตัวเองใช้สื่อเจาะใจ สัมภาษณ์คนทำเรื่องดินหลายๆคน เป็นต้นแบบ พวกสื่อต้องขยัน สื่อสารไปทั่วโลก ใจเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยน สมณะเดินดิน ติกขวีโร: สร้างคน สร้างดิน สร้างตัวเองก่อน ปฐมอโศกแจกข้าว มีคุณค่า คนรวยคนจนก็กินข้าว ช่วยกันทำให้ล้นเหลือ ไม่ให้ข้าวยากหมากแพง

วันพฤหัสบดีที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๐๓.๔๕ น. สมณะเดินดิน ติกขวีโร นำสวดมนต์ มีสมณะ ๓๙ รูป พระ ๖ รูป สิกขมาตุ ๑๔ รูป ๐๔.๑๕ น. พ่อครูแสดงธรรม ... ก็ขอสรุปว่า ประกาศตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ในวันอโศกรำลึกปีพ.ศ 2561 ซึ่งเป็นปี 77 ก็คือ 2+5 หรือ 6+1 มันก็ 7 อาตมาเกิดปี 2477 ขอประกาศเลยว่าอาตมาเป็น โพธิสัตว์เป็นผู้จะมากอบกู้ศาสนาพุทธอย่างสัมมาทิฏฐิ ดึงให้เข้าร่องรอยที่มันออกนอกทิศทางเลอะเทอะเยอะแยะ จนกระทั่งทำลายศาสนา ปูยี่ปู้ยำอยู่ในสังคม ตอนนี้สังคมเขาปราบมันก็ดีขึ้น ปราบปรามสนามของศาสนาไป นี่ก็ประกาศตัวเองขึ้นมาในวันนี้ ปีนี้ปี 77 เกิดปี 2561 วันนี้กลาง วันที่ 7 เดือน 7 ด้วย แรม 9 ค่ำ ก็ประกาศมันข้างแรมนี่แหละ มันก็ยาก เพราะว่าประกาศตอนเดือนมืด พระขึ้น 9 ค่ำก็ดีนะ ก็ได้แค่นี้แหละโพธิรักษ์ ประกาศแสงสว่างในที่มืดก็ได้แค่ คำว่าโพธิสัตว์นี้คนละเรื่องเลย โพธิสัตว์ของเขาของศาสนาพุทธในเมืองไทย เข้าใจว่าโพธิสัตว์นี่คือปุถุชน เป็นอาริยะชนไม่ได้ เพราะถ้าขืนเป็นอาริยชนแล้วอย่างต่ำก็เป็นพระโสดาบัน เขาก็เข้าใจตื้นๆว่าโสดาบันจะต้องเกิดอีก 7 ชาติ จากท้องพ่อท้องแม่เป็นคนนี้ชื่อนี้ จากท้องพ่อท้องแม่ 7 คน 7 ชาติ สูงสุดได้แค่นั้น ชาติที่ 7 เขาต้องเป็นอรหันต์ อย่างช้าที่สุด เมื่อเป็นอรหันต์แล้ว เวลาร่างกายตายลง อรหันต์ตายแล้วจะต้องสูญ ต่อภพต่อชาติอีกไม่ได้ โพธิสัตว์ก็เลยสั้นจู๋อยู่แค่นั้น ถ้าเป็นโพธิสัตว์เกิดอีกกี่ชาติก็ต้องตายสูญ ในศาสนาพุทธจะสืบทอดกันอย่างไร ตายแล้วต่อเป็นโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้าไปอีกได้อย่างไร าเพราะฉะนั้นจะเป็นพระอาริยะไม่ได้เพราะเข้ากระแสแล้วอีกแค่เจ็ดชาติจะต้องตายสูญ หมดสิทธิ์เป็นพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเป็นพระโพธิสัตว์หมดสิทธิ์เป็นพระอาริยะ นี่คือความเข้าใจผิดของเถรวาท น่าสงสารจริงๆเลย บอกว่าเป็นพระอาริยะ เป็นพระโสดาบันไปตามลำดับ พระพุทธเจ้าบอกว่าปฏิบัติเป็นลำดับมหัศจรรย์งดงามและสัดส่วนไปตามลำดับดีที่สุด ในปหาราทสูตร เพราะฉะนั้นเราจึง ขาดแหว่งไปเรื่อย โพธิสัตว์เป็นอาริยะก็ไม่ได้ ต้องเป็นปุถุชน ศาสนาพุทธในเมืองไทยจึงไม่เคารพโพธิสัตว์ ไม่นับถือโพธิสัตว์ ก็เลยน่าสงสาร เพราะว่าโพธิสัตว์เขาบอกว่าไม่ใช่อาริยบุคคล เขาจะเอาแต่อรหันต์ เขาไม่เอาโพธิสัตว์ มันก็ดีที่อรหันต์ แต่ถ้าคุณเข้าใจว่าอรหันต์นี่แหละ โพธิสัตว์คือยอดรู้ของอรหันต์ รู้จักอรหันต์เป็นลำดับตั้งแต่โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.สัมมาสัมพุทธโธ(พระพุทธเจ้า)ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาเป็นคนพูดเองเรื่อง 9 โพธิสัตว์ เป็นคนเรียงลำดับและอธิบายความหมายให้รู้ อาตมาไม่ได้บัญญัติภาษาใหม่ อาตมาพูดแบบแข็งๆกระด้าง เปรี้ยงๆตรงๆ เหมือนขวานจักตอก ใครจะยอมรับหรือติก็แล้วแต่ อาตมามาประกาศตนว่าอาตมามาสืบสานศาสนา คนทุกวันนี้เข้าใจแล้วเชื่อเพิ่มขึ้น เพราะอาตมาพิสูจน์ความจริงที่ว่า ถ้าให้คนมาปฏิบัติธรรมรู้จักศีล สมาธิ ปัญญา รู้จักวิมุต แล้วก็พามาปฏิบัติ จนกระทั่งเกิดปรากฏการณ์จริง คนปฏิบัติได้จริง มีตัวตนบุคคลจนกระทั่งเกิดสถานที่ นี่แดนศรีอาริย์ นี่แผ่นดินพุทธ นี่ชมพูทวีป เป็นแดนแห่งคนมีคุณธรรม ศีล สมาธิปัญญาวิมุติตามคุณธรรมพระพุทธเจ้าได้จริง คุณหลุดพ้นมาจากอบายภูมิ อบายภูมิคืออะไร อบายภูมิ มีอยู่ในโลก แดนที่แย่งชิงกันมากไม่รู้จบ ตะกละตะกรามทุจริตด้วย ได้เงินมามากมายร่ำรวยทุจริต หรือทำภัยทำโทษให้แก่คนอื่น เช่น ร่ำรวยมาด้วยน้ำเหล้าร่ำรวยมาด้วยอาวุธ ร่ำรวยขึ้นมาด้วยการฆ่าสัตว์ ร่ำรวยขึ้นมาด้วยอกุศลต่างๆอบายมุขต่างๆ คนที่ไม่รู้ มุ่งความร่ำรวย โลกเขาก็รู้เขารวยด้วยการสร้างอาวุธ ฆ่าสัตว์ สร้างความมอมเมาสิ่งมอมเมาครอบงำให้คนสนุกสนาน ติดยึดในกีฬาการละเล่นบันเทิง ขิฑฑาปโทสิกะ เป็นสัตว์นรกที่มาหลอกด้วยรูปเทวดา หรือไปหลงใน มโนปโทสิกะ หลงจิตมโน อย่างที่พวกศึกษาหลงจิต เขาไม่เอาบันเทิงเริงรมย์ แต่ก็มุ่ง ไปทางเดรัจฉานวิชาไสยศาสตร์ จิตก็เลยถูกมอมเมา พระพุทธเจ้าแบ่งโทษด้วย 2 อย่างเท่านี้แหละ ขิฑฑาปโทสิกะหลงกามเป็นอัตตา มโนปโทสิกะหลงจิตเป็นอัตตา ขิฑฑาปโทสิกะคือหลงความบันเทิงเริงรมย์ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ล่ากามคุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน