สติ สัมปชัญญะ ปฏิกูลสติ อานาปานสติ สติปัฏฐาน คืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

สติ สัมปชัญญะ ปฏิกูลสติ อานาปานสติ สติปัฏฐาน คืออะไร พ่อครูว่า... อธิบายสรุปสรุปอย่างที่คุณว่าแบบย่อ เอาคำว่าสติคำเดียวเป็นเรื่องหลักก็แล้วกัน สติคือธาตุรู้ เป็นธาตุรู้ที่มีเงื่อนไข มีตัวชี้บ่งว่ามันเป็นลักษณะสติคืออย่างไร สติคือธาตุรู้ความตื่น ความตื่นนี้ภาษาบาลีว่า ชาคระหรือชาคริยะ ความตื่น พระบาลี คำบาลีแปลว่า ความตื่น ตื่นก็คือ ไม่ใช่เรื่อง หรี่ๆหลับๆ มันเป็นการเต็มความรู้สึก ความรู้ รับรู้ ความรู้ ความรับรู้ ความรู้สึก มันตื่นเต็มร้อย มาจากรากศัพท์คำว่า สตะ แปลว่า 100 ตื่นเต็ม 100 อาตมาก็เคยขยายความแล้วว่ามันเต็มร้อยทั้งทางกายกรรม เพราะฉะนั้นไปหลับตาไม่มีกายข้างนอกทางกายกรรม วจีกรรม วจีกรรมก็เต็ม 100 มโนกรรมก็เต็ม 100 แต่ในเมื่อมันหลับตา กายกรรมเต็ม100 คุณก็ต้องลด ไม่มีกายข้างนอก วจีกรรมข้างนอกคุณก็ไม่ได้มีพูดอะไร มันก็ต้องลด มันก็มีแต่สติภายใน เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไปปฏิบัติธรรมหลับตาแล้วมีแต่สติภายในก็คือคนไม่เต็มคน คนไม่มีสติเต็มร้อย มันมีแต่สติภายในแล้วเขาก็ไปพยายามพากเพียรให้ตื่นเต็มภายใน ตื่นอย่างไรมันก็ตื่นอยู่ในภพ อยู่ในภวังค์ อยู่ในองค์ของภพ มันไม่ได้ออกมาเต็มคนที่มีตาหูจมูกลิ้นกาย อย่างนั้นมันบกพร่อง มันพิการ ก็สรุปไม่รู้กี่ทีแล้วว่าไปหลับตามปฏิบัตินั้นมันไม่ได้เต็มคน มันไม่เป็น ทิฏฐธรรม ไม่เป็นทิฏฐกาละ ไม่เป็นปัจจุบันชาติ ที่จะตื่นมี จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลก(แสงสว่าง) ตื่นเต็ม เพราะฉะนั้นสตินี้ต้องตื่นเต็ม ส่วนความมีความตื่นรับรู้เต็ม สตินี่แหละ เรียกว่า ที่สัมปชัญญะ สัมปชัญญะก็เป็นอาการเจตสิกต่อเนื่องจากความรับรู้ แล้วก็มี สัมปชัญญะ สัมปชัญญะโดยพยัญชนะก็บอกอยู่ในตัวว่ามันมี อัญญะ มี ปชะ อาตมา รู้จักพยัญชนะของบาลี ปะ คืออย่างไร ชะ คืออย่างไร

อ่านต่อ

ช เป็นธาตุรู้แล้ว ช.ช้าง ชา ได้รับความรู้ ชาติ รู้ขึ้นมา ก็จะมีความรู้ที่รู้อื่นๆขึ้นไปเรื่อยๆ สติสัมปชัญญะ ตื่นที่ตื่นรู้ เพราะฉะนั้นไปปฏิบัติหลับตาสัมปชัญญะจะมาตื่นรู้ ไม่มี สติจะตื่นเต็มก็ไม่มีอยู่แล้วสัมปชัญญะก็จะไม่มีหรอก ปฏิกูลก็ดี อิริยาบถก็ดี อานาปานะก็ดี อันนี้หมายถึงเรื่องที่เราจะต้องเกี่ยวข้อง มีสติสัมผัสกับปฏิกูล จะต้องเรียนรู้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ายึดถือ เป็นเรื่องปฏิกูล เป็นเรื่องที่ไม่น่ายึดไว้ หรือพิจารณาแม้แต่อยู่ในอิริยาบถต่างๆ อิริยาบถทางกาย วาจา ใจ ก็ต้องรู้อิริยาบถต่างๆว่าเราทำอิริยาบถเหล่านี้ ทำไปทำไม ทำเกี่ยวข้องกับอันโน้นอันนี้ อะไรคืออะไร ถึงแม้อานาปานสตินี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก อานาปานสติ ในศาสนาโดยเฉพาะศาสนาในประเทศไทย หลงอานาปานสติกัน แล้วก็มีอีกหลายประเทศ ในหลายกลุ่มของนักปฏิบัติธรรม ไปหลงว่า อานา อาปานะ เป็นการหลับตา แล้วก็เอาลมหายใจเป็นกสิณ เอาความรู้สึกมาจับที่ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า สุดท้ายก็มิจฉาทิฏฐิ ลมหายใจออก ลมหายใจเข้ามันก็มีอยู่นะ แต่ว่าความรู้สึกคุณดับไป สัญญาและเวทนาไม่รับรู้ที่คุณหายใจออกหายใจเข้า คุณก็ไปอยู่ในภพใน แต่กายของคุณนั้นยังมีหายใจออกหายใจเข้า แต่คุณไม่รู้กายแล้ว เพราะฉะนั้นในอานาปานสติ พระพุทธเจ้าท่านมีอยู่วลีหนึ่งบอกไว้ว่า ลมหายใจนี้เป็นกายของเรา ถ้าขาดลมหายใจแล้ว ไม่รับรู้ลมหายใจแล้วคุณไม่มีกาย คุณก็เป็นคนพิการ พิการไปมากเลยนะเพราะตาหูจมูกลิ้นกายคุณไม่มี คุณมีแต่เวทนาไปรู้ลมหายใจอยู่ที่จมูกเท่านั้น สัมผัสอื่นคุณไม่รับรู้ ทางเสียง ทางรูป ทางรสอะไร คุณไม่รู้เรื่องหมดเลย ซึ่งมันพิกลพิการไปหมด แล้วไปหลงอานาปานสติ คือว่าไปนั่งหลับตากำหนดสติที่ลมหายใจเข้าออก แล้วก็ไปเล่นกับเวทนากับสัญญา โดยไปพาซื่อหลงเลอะเทอะไปดับเวทนา ไปดับสัญญาเป็น อสัญญีสัตว์ เป็นสัตว์ที่ไม่มีความรับรู้อะไรไป แล้วหลงว่าเป็นนิโรธ เป็นนิพพาน แล้วก็บรรลุ ปึ๊ง เหมือนมหาบัวทำ ซึ่งมันก็น่าสงสาร มันเข้าใจผิด แล้วมันก็เลอะเทอะกันไปใหญ่เลย ศาสนาพระพุทธเจ้า อานาปานสตินั้นคือภาษาที่ให้เรียนรู้ มีสติ อยู่ทุกขณะที่คุณมีลมหายใจเข้าลมหายใจออก หมายความว่ามีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย คุณก็ปฏิบัติธรรมทุกอย่างเลย รู้จักกาย รู้จักจิต แล้วก็ลดละกิเลสทางกาย ทางจิตได้ ปัสสัมภยัง จิตสังขารัง หมดกิเลสทางกายแล้ว เหลือแต่ ปัสสัมภยังจิตสังขารัง ก็ทำความสงบให้ทางจิตต่อที่เหลือ คำว่าสงบนี่แหละในปัญญาข้อที่ 3 มีความสงบ 2 อย่าง ความสงบของโลกียะกับของโลกุตระ เมื่อเข้าใจผิดตั้งแต่คำว่า กาย จะเข้าใจเรื่องธรรมนิยาม 5 ไม่ได้ จะแยกกาย แยกจิตไม่เป็น เพราะฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์เลยที่จะบรรลุธรรม ไม่มีสิทธิ์เลย 1. สักกายทิฏฐิ ไม่พ้น เพราะฉะนั้น 2.คุณจะมาปฏิบัติโดยการแยกกาย แยกจิต โดยแยกเป็นธรรมนิยาม 5 คุณก็ไม่ได้แล้ว เพราะคุณเข้าใจกายผิด เพราะฉะนั้นจะมาปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 เริ่มตั้งแต่คำว่ากายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ซึ่งต่อเนื่องกัน เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่กันและกัน เป็นอิทัปปัจจยตากัน คุณก็ปฏิบัติเริ่มต้นตั้งแต่กายก็ผิดแล้ว เพราะคุณมิจฉาทิฏฐิตั้งแต่เริ่มต้น เพราะฉะนั้นยิ่งจบด้วยการตรวจสอบสมบูรณ์สุดด้วยวิญญาณฐิติ 7 มีสัญญากับกาย กำหนดรู้ทุกอย่างในภพภูมิต่างๆ ตั้งแต่ วิญญาณฐิติข้อที่ 1 จนถึงข้อที่ 7 ที่เป็น อากิญจัญญายตนะ มีอายตนะที่ไม่มีแล้วกิเลสหมดเกลี้ยง จิตเป็นอากาศ จิตเป็นวิญญาณ 3 อันสุดท้าย คุณก็ไม่จบ คุณก็เรียนรู้ไม่ได้ เมื่อเรียนรู้ไม่ได้ ภาษาก็ไม่เข้าใจเข้าใจก็ไม่ถูก เข้าใจผิด แล้วมันจะไปได้เรื่องอะไร อาตมาพูดนี้อาตมาพูดด้วยความเข้าใจ และอาตมาก็ปฏิบัติได้ จึงนำมาขยายความให้ฟัง ทีนี้สติปัฏฐาน 4 เมื่อกี้ก็พูดผ่านไปแล้ว กาย เวทนา จิต ธรรม เมื่อกำหนดกายผิด สติปัฏฐาน 4 ที่เป็นหลักปฏิบัติเพื่อไปสู่โลกุตระเป็นข้อแรกของโพธิปักขิยธรรม ในโพธิปักขิยธรรม 37 นี้ มาจาก จรณะ 15 ต้องมีศีลเป็นตัวหลักก่อนแล้วก็ อปัณณกปฏิปทา 3 ต้องปฏิบัติที่ไม่ผิด คือต้องสำรวมอินทรีย์ 6 ต้องตื่น ต้องรู้จักการสัมผัสที่สิ่งอาศัยตั้งแต่ กวฬิงการาหาร ที่คุณอาศัยแล้วมันจะมีกิเลสอยู่ในเครื่องอาศัยเหล่านั้น ซึ่งอาหารที่มันอาศัยทั้งหมดนี้ก็จะต้องเรียนรู้ในอวิชชาสูตร ไล่มาตั้งแต่ วิชชาและวิมุติ อวิชชา มีนิวรณ์ 5 เป็นอาหาร คุณอวิชชาแล้วก็ไม่รู้หรอกว่ามีนิวรณ์ 5 แล้วนิวรณ์ 5 เป็นอาหารคือมีโลภโกรธหลง หรือแยกเป็น 5 อย่างเป็น กาม พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ วิจิกิจฉา ก็ตาม คุณไม่ได้ปฏิบัติหรอก ไปหลับตาแล้วไม่ได้ปฏิบัติ กาม ที่จะต้องมีทวารนอกกาย กามคุณ 5 คุณก็ไม่ได้เรียนรู้ พูดไปแล้วยิ่งชัดว่าพวกหลับตานี้ มันควรฟังรู้เรื่อง ควรเลิกหลับตาได้แล้ว มันพิกลพิการ มันไม่เต็มเต็ง มันเป็นเดียรถีย์ที่ไปหลงทางไปไกล แล้วก็ไปยึดทางที่ไปหลงทางไปไกลเป็นการปฏิบัติ อาตมาสงสารก็เลยต้องพูดช่วยเหลือ ทีนี้ถามอีกคำหนึ่ง จินตามยปัญญา ใช้อย่างไรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมในตอนไหน อย่างไรครับ คือคุณโชคชัยต้องมาเรียนรู้ใหม่ ค่อยๆรู้ ที่ถามมาคือไม่รู้เรื่องอะไรทั้งหมด ไม่ประสีประสาเลย อาตมาคงอธิบายไม่หวาดไม่ไหว คุณก็ต้องมาเริ่มต้น ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา ไปตามลำดับ จะมาเรียนรู้พยัญชนะเฉยๆ ก็ไปท่องตามแบบ ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ ตามที่เปรียญ 9 เขาเรียนกัน คุณก็ได้พยัญชนะไปนั่นแหละ แต่ถ้าเรียนทางนี้ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา แล้วปฏิบัติไปตามขั้น แล้วคุณก็จะเข้าใจสภาวะพวกนี้ 660710 พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #29 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน