บวร บ้าน วัด โรงเรียน แบบอโศกเป็นอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.74 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

บวร บ้าน วัด โรงเรียน แบบอโศกเป็นอย่างไร _ดช.ธัมโม วารีสระ ... เป็นนักเรียนป. 1 แล้ว ถามว่า (พ่อครูไอตัดออกด้วย) บ้าน วัด โรงเรียน คืออะไร? พ่อครูว่า... อธิบายยังไงหนอ บ้าน ก็คือสถานที่ที่เราเป็นอยู่ เราอาศัยอยู่เรียกว่า บ้าน ที่เราอาศัยอยู่ ทีนี้ของพวกเราชาวอโศกเราอย่างบ้านราช เป็นบ้านราชธานีอโศก ก็เป็นที่อาศัยของคนในนี้ มีพื้นที่พันกว่าไร่ได้ เป็นบ้านใหญ่ รวมแล้วเป็นบ้าน โดยเฉพาะพวกเราสาธารณโภคี มันก็เลยเป็นบ้านหลังใหญ่ เป็นหมู่บ้านเลย รวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก บ้านเป็นอย่างนั้น วัด คือ สถานที่ที่ภิกษุ นักบวช อาศัยอยู่ จำเพาะเลยว่าเป็นภิกษุอาศัยอยู่ แต่ทีนี้ของเรา บ้าน วัด โรงเรียน ภิกษุของเราก็อาศัยในที่อันควรของเราตามภูมิธรรม ไม่ได้ไปจำกัดเขตเหมือนอย่างทางโลกเขา เพราะพวกเรานี่ ขออภัยต้องพูดความจริง ภูมิธรรมของนักบวชของเรานี่สูง จึงอาศัยอยู่ร่วมกันกับบ้าน ไม่ได้จำเพาะเจาะจงแต่ก็มีที่ที่เป็นที่สัดส่วน สัดส่วนที่พำนักของสมณะ แต่ก็อยู่คละเคล้ากันในนี้ โดยไม่มีการกั้นเขตมีกำแพงล้อมรอบว่านี่เป็นเขตของภิกษุ สมณะนะ เหมือนอย่างกับที่อื่นๆเขามีกัน แต่ที่พวกเราของอโศกไม่ได้เป็นอย่างนั้น ก็คละเคล้าอยู่กับนี่แหละพวกเราชาวฆราวาส ซึ่งต้องขออภัยอีกที พวกเรานั้นภูมิธรรมสูง ฆราวาสก็รู้จักสมณะนักบวช แม้แต่ สิกขมาตุ ว่าอยู่ในฐานะที่ควรเคารพ ฐานะที่มีศีลสูง ปฏิบัติธรรมมีภูมิธรรมจริง ก็เคารพกัน ไม่ละลาบละล้วงกัน แต่ที่อื่นเขาภูมิธรรมไม่สูงอย่างที่นี่ไม่ได้หรอก เละเลย รับรองเละ ขนาดจัดแบ่งสัดส่วนล้อมกำแพงยักษ์ ยังยุ่งเลย โดยเฉพาะเรื่องเพศ ยุ่งเลย แต่ของอโศกเรา ขออภัยอีกที เป็นคนมีภูมิธรรมสูง มันจึงไม่มีปัญหา ส่วนคำว่า โรงเรียน คือการศึกษา เป็นสถานที่มีการ

อ่านต่อ

ศึกษา มีการเรียนรู้กัน และโรงเรียนของเราก็ตามกฎระเบียบของเขา จะต้องมีโรงเรือน จะต้องมีอันนั้นอันนี้ยืนยันว่าเป็นโรงเรียน จะต้องมีเขต มีกฎระเบียบ เราก็ทำไปตามเขา แต่แท้จริงเราก็เป็นอิสระของเรา ห้องเรียนของเราไม่ได้เรียนเฉพาะในห้องเท่านั้น ที่อื่นๆก็เรียนตามโคนไม้ตรงนั้นตรงนี้ หรือแม้ที่สุดเรียนรู้ปฏิบัติ ทำงานด้วย เรียนรู้ด้วย เพราะการเรียนของเราเป็น ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา เราไม่ได้เรียนเฉพาะวิชาการ แต่เราเรียนเรื่องศีลธรรมด้วย แล้วก็เรียนรู้เรื่องการงานด้วย วิชาการที่เขาเรียนรู้ทางโลกเราก็เข้าใจ เราก็เรียนรู้ให้เกิดความชำนาญ เชี่ยวชาญด้วยอย่างนี้ เป็นต้น ของเราจึงบริบูรณ์ ครบ ทีนี้การอยู่ร่วมกันเป็นบ้านวัดโรงเรียน มันจะมีการซึมซับ มันจะมีการ ทั้ง Absorb ทั้ง ออสโมซิส ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเท่ๆกับเขา มันจะซึมซับ มันจะไหลไปหากันได้อย่างมาก อย่างบอกไม่ถูกเลย มันจะเกิดจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มันจะมีผลสูง เพราะฉะนั้นเด็กๆที่ได้มาเรียนที่นี่เป็นกุศลของเขาอย่างยิ่งที่เรียกด้วยภาษาโลกว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง เป็นบุญมากที่ได้มาเรียนที่นี่ เรียนรู้ 6 ปีแล้ว ได้ ไม่มากก็น้อยติดตัวไป ได้ศีล ได้ธรรม ได้สิ่งที่เจริญต่างๆนานา อาตมาก็ภาคภูมิใจที่พระพุทธเจ้าได้สอนธรรมะเอาไว้ ให้เอามาให้มนุษยชาติได้เรียนรู้ฝึกฝน แล้วอาตมาก็นำมา นำมาของพระพุทธเจ้ามาประกาศให้พวกเราได้ศึกษาฝึกฝน และพวกเราเข้ามากันเอง อาตมาไม่ได้ไปหาวิธีป่าวประกาศหรือว่าไปมีอะไรโฆษณา หาเสียง หาพรรคหาพวกอะไร พวกเรามีพูดกันตรงๆก็คือมีบุญบารมีเอง ก็มากันอยู่อย่างนี้จำนวนไม่มาก ไม่ต้องลำบาก ถ้ามากเกินไป มีแต่คนเกเร มีแต่คนภูมิไม่ถึง เกเรมาก มันยากนะ เด็กๆข้างนอกนี่อาตมาสงสาร เห็นใจ แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะไปโอบอุ้ม ไปช่วยเหลือได้ เขาก็ทำกันไปตามประสาเขา ก็เห็นใจนะ บางคนก็จะต้อง โอ้โห ต้องเข้ม ต้องแรง ต้องกดข่ม ต้องใช้กฎระเบียบ ของเราในระเบียบของเรานั้นก็เป็นชั้นคลาสสิค เป็นชั้นสูง เขาบอกว่าพวกนี้มันเคร่ง มันถือศีล แต่มันดูเหมือนกับไม่เหมือนข้างนอกเขา ข้างนอกต้องบังคับกัน มันมีนัยยะสำคัญซ้อนๆลึกๆกันอยู่ มันหยาบ ของเรานี้มันละเอียดเนียน มันคลาสสิคพูดภาษาง่ายๆว่ามันเป็นผู้ดี มันชั้นสูงกว่ากันเยอะ ขออภัยพูดยกตัวยกตนเกินไป ต้องขออภัย นี่เป็นสัจจะที่อาตมาพาทำมา ได้มรรคได้ผลมา ก็ยิ่งเห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้สิ่งที่ประเสริฐมา ทุกวันนี้อาตมาก็ยังนำมา แล้วเอามาประกาศให้พวกเราได้รู้ แล้วก็ยังรับได้และเอาไปปฏิบัติได้ เท่าที่ได้เนี่ยอาตมาก็ถือว่าโชคมหาศาลแล้ว ได้ช่วยมนุษยชาติ ได้ช่วยประเทศชาติ สังคมประเทศชาติ อาตมาทำงานนี้ก็ได้ช่วยประเทศชาติ ทำให้คนเป็นพลเมืองดี เป็นประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติ แล้วเราก็ทำไป ซึ่งเราไม่ได้เป็นพวกที่จะต้องไปโวยวายหาให้คนยอมรับอะไรต่ออะไรมากมาย แล้วเขาก็ยอมรับยากเพราะพวกเราเป็นพวกโลกุตระ เขาหัวไม่ถึงกัน ขออภัยต้องพูดมาก ว่ามันได้อะไรพวกอโศก มันได้ศีลแล้วศีลมันเป็นอย่างไร มันพากันมาจนทำไม หรือทำเท่ๆ ได้เสียสละ ของพวกเขาก็เสียสละ นี่เราทำทานทีละ 10 ล้าน 100 ล้านชาวอโศกมีบ้างหรือเปล่า จ้างก็ไม่มี เพราะพวกคุณ ไม่ได้สะสมเงิน 10 ล้าน 100 ล้านเพื่อจะมาเสียสละให้เท่ๆให้โก้ ๆอะไร มีแต่ทุกวันสละออกๆ ไม่สะสม แล้วมันจะมีเงินสะสมอะไรมาให้แบบเท่ๆโก้ๆ แล้วคนที่เขามีมากๆเขาก็ไม่กล้ามาที่นี่ เพราะเขากลัว เขากลัวว่าที่นี่จะไปหาทางเอาอะไรของเขา บอกว่าที่นี่ไม่หรอก เพราะฉะนั้นคนที่ฐานะดีบ้าง เป็นคนมีเงินร้อยล้านขึ้นไปก็มี แต่น้อยคน กล้ามาคบคุ้น เพราะเขาเข้าใจดี เขาก็ไม่ว่าใคร เราก็ไม่ได้บอกว่าคุณมีเงินกี่ล้านเอามาปิดบัญชีกับเราเหมือนธัมมชโย เราก็ไม่เคย คุณจะบริจาคคุณก็ช่วยก็ทำ ไม่ช่วยไม่บริจาคก็ไม่เป็นไร เป็นอิสรเสรีภาพ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ อาตมาเห็นว่า อาตมาชาตินี้ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ ดีมากเลย 660710 พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #29 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน