พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) 1+2.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) 1+2 (พ่อครูไอตัดออกด้วย) อาตมาคงจะต้องเลิกหรือคงจะต้องงดแสดงธรรมแล้วล่ะ สังขารมันแย่จังเลย แม้แต่ธรรมดาก็ไอๆๆ นั่งอยู่ปกติทำงานนั่นนี่อยู่ แม้แต่นอนเดี๋ยวก็สะดุ้งขึ้นมาไอ อาการมันหนัก ไอ้กระเปาะ มันผลิต อาตมาเรียกมันว่าน้ำพิษ มันจะคันมาก มันจะอยากขับออกอย่างแรง แล้วมันก็ผลิต ผลิตเสลดเหนียวอีก ทั้งน้ำพิษก็จะต้องขับออก เสลดเหนียวดึงเอาไว้อีก ทรมานทรกรรม มันหนัก อาการมันมากเลยทุกวันนี้ อาตมามันฝืนขันธ์มานานเกินไปแล้ว มันควรจะต้องพักได้แล้วคือควรตายได้แล้วพูดง่ายๆ อันนี้พูดความจริง เป็นสัจจะที่มันถึงวาระ แต่อาตมาก็ยังพยายามพิสูจน์ ยังพยายามชะลอมัน แต่มันทรมาน สักวันหนึ่งก็คง พยายามตั้งเป้าอะไรต่ออะไรไปให้พวกเราสบายใจ แต่แท้จริงก็ไม่ได้หลอกหรอก บอกไปอยู่ บอกไปเรื่อยๆ ว่า อาตมาคงไม่ได้ยาวยืนอะไรเท่าไหร่หรอก มันถึงเวลาที่มันจะต้องกลับบ้านเก่าแล้วด้วย พักผ่อน แล้วอาตมายังไม่หยุดหรอก อาตมายังจะคงเวียนมาเกิดอีกเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราก็บอกว่ากลัวอาตมาจะตายแล้วกว่าจะกลับมาเกิดใหม่ กว่าจะโต กว่าจะเทศน์ได้เขาคงจะตายก่อน ก็ว่ากันไป ก็เป็นไปตามสัจธรรมเท่าที่ได้

พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) 2 เพราะฉะนั้น สรุปรวมอีกทีว่า อาตมาปางนี้แล้วทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าตัวเอง อ่อนแรงมาก ก็คิดว่าจะลดการบรรยาย ลดการแสดงธรรมลงไป ทำงานแต่เพียง ถึงควรพักก็พัก ถึงควรทำก็ทำไป นอนมาก ทุกวันนี้ก็นอนมาก ก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ อาตมาก็คิดว่าอายุ 100 ปี จะแข็งแรง เห็นท่าแล้วมันคงไปไม่ไหว มันคงไม่แข็งแรงหรอก มันมีความเสื่อมหลายอย่าง มันก็ไม่ได้หลายอย่าง แต่มันหนัก มันกินแรง ไอทีนี้เมื่อย อย่างท

อ่านต่อ

ี่พวกคุณก็พอเห็น แล้วตอนนี้มันไอถี่มาก นี่เป็น โพธิรักษ์ไอ มันเก่งกว่า AI เก่งว่า IO เขา อันนี้มัน PI อาตมาเป็นโพธิรักษ์ไอ PI ยิ่งใหญ่กว่า AI ยิ่งใหญ่กว่า IO นะ นี่โลกเขากำลังนิยมชมชื่นเรื่อง AI ปัญญาประดิษฐ์ แต่ โพธิรักษ์ไอ PI ไม่มีใครไปนิยมชมชื่น อาตมาก็ไม่อยากให้ใครได้ไป แต่สิ่งที่มันซ้อนอยู่ในโพธิรักษ์ ที่มันควรจะไอ ซึ่ง ไอ ย่อมาจาก Intelligence มันควรจะต้องมาเอา พากเพียรเอา ขยันเอา ทำเอาให้ได้ อาตมาก็ทำงานมาถึงป่านนี้แล้ว ชีวิตก็เข้าใกล้เขต ทศวรรษสุดท้าย ทศวรรษก็คือ 10 ก็คือย่างเข้าไปหา 90 ไปถึง 100 จะไปถึง ศตวรรษ เข้าไป 10 สุดท้ายแล้ว ย่างเข้าสู่ 10 สุดท้ายแล้ว อาตมาอายุ 89 ปีย่าง 90 ปีขึ้นไปได้ 1 เดือนกับ 5 วันแล้ว ก็ไปเรื่อยๆ เดือนหน้ากรกฎาคม สิงหาคม ก็ 2 เดือน ไปสู่กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคมไปเรื่อยๆ เป็นอายุ 90ถึง ธันวาคมนี่ก็ 6 เดือน แล้วก็เลยไปปีหน้าไปมกราคม อีก ก็จะขึ้น 7 เดือน 8 เดือน 9 เดือน 10 เดือน ก็จะถึง 5 มิถุนายน 2567 ก็เต็ม 90 ขึ้นไปสู่ 91 ปี _สู่แดนธรรม... เลข 91 นี่มีความหมาย พ่อท่านช่วยบอกได้ไหมครับ พ่อท่านเคยบอกไว้นานแล้วว่า ความหมายของพระสาวกที่บำเพ็ญ 31 กัปก็ดีหรือ 91 กัปก็ดี มัน มี อจินไตย อะไรบ้างครับ พ่อครูว่า... คือมันรอบลงตัว 10 ครบรอบ cyclic order เป็นรอบมันลงตัว พอมันออกนอกรอบ มันก็ต้องเพิ่มพลังพิเศษขึ้นไปรอบใหม่ ถ้าครบรอบก็คือจบ ลงตัวหรือจบในแต่ละรอบแต่ละกรอบ เพราะฉะนั้น คนที่ปฏิบัติธรรมไม่รู้จักรอบ ไม่รู้จักกรอบแห่งความจบ มันก็ไม่มีขั้นตอนเป็นลำดับ มันก็เลยไม่รู้จักความจบกิจ โสดาบันก็จบกิจประมาณหนึ่ง สกิทาคามีก็ระดับหนึ่ง อนาคามีก็ระดับหนึ่งจบกิจระดับหนึ่ง อรหันต์ก็จบกิจ หมดความทุกข์ความสุข สัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มันสุดยอดแล้ว คนเราจะเกิดมาเพื่อที่จะไปแสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ แล้วก็ไปเสพสุข เสร็จแล้วมันก็วนเวียนอยู่ในนี้ด้วยการไม่รู้คืออวิชชา แล้วก็ยังอยากได้ แล้วก็แย่งชิงเป็นหนี้ เป็นหนี้กรรม หนี้กรรมที่ร้ายแรงก็คือ เข่นฆ่าเขา แย่งเขา เอาอำนาจบาตรใหญ่ สร้างอาวุธมาเข่นฆ่าบุกรุกเขาเหมือนอย่างชาวเทวนิยม ชาวตะวันตก ชาวศาสนาพระเจ้า เขาไม่รู้เรื่องหรอก ของพระพุทธเจ้านั้น อย่าว่าแต่จะไปสร้างอาวุธเลย วางศาสตราวางทัณฑะ วางอาวุธ วางอะไรหมด ไม่ไปสร้าง แม้มันมีมา เห็นเลยว่าคุณยังมีอวิชชาไปมีอาวุธอยู่ เราไม่มีมือถือ เราไม่มี คนมามีมันก็เป็นคนไม่ดีแล้ว เป็นคนชั้นต่ำแล้ว เรื่องนี้ลึกซึ้งคนไม่รู้ไปสร้างอาวุธมาฆ่ากันนี่ยังเป็นคนเถื่อน ยังยากที่จะพูดกันรู้เรื่อง ยากจริงๆนะ จะเห็นได้ว่าเมืองไทยไม่ได้เก่งในเรื่องสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ไปบุกรุกใครเขา แม้แต่ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศต้นทางของศาสนาพุทธเลย พระพุทธเจ้าอยู่ในทวีปอินเดีย อุบัติในทวีปอินเดีย จนทุกวันนี้พลเมืองเขาตั้งพันกว่าล้าน จะมากกว่าจีนหรือเปล่า เขาก็ไม่ได้ไปเด่นไปสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ไปแข่งขันใครเลย นั่นคือรากฐานของจิตวิญญาณ เป็นคุณธรรมของความเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีจิตสูง ไม่ใช่คนเถื่อน ไม่ใช่คนมิลักขชน เป็น อาริยกะ แต่คนมองว่าอินเดียเป็นคนไม่เจริญ เป็นคนยากจน อะไรต่างๆนาๆของเขา คนรวยก็รวยไป คนยากจนก็เยอะ ไม่ได้เหมือนประเทศบางประเทศเขา มีเงินมีทอง มีข้าวมีของ มีอะไรต่ออะไร เขาก็วัดกันด้วยแบบโลกๆ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เพราะฉะนั้นธรรมะของพระพุทธเจ้า จริงๆแล้วว่าไปแล้ว แม้แต่เทวนิยมเขาก็พอฟังเข้าใจว่า จริงๆแล้วมาเป็นคนมักน้อยสันโดษ มาเป็นคนจน อย่างพวกประเทศทางตะวันตก ทางยุโรป ผู้บริหารประเทศคนไหนเขามีชีวิตที่ยากๆจนๆ ไม่สะสมลาภยศ เขาก็ยกย่องกันนะ เขาก็ยกย่อง จะว่าลึกๆเขาไม่รู้ มันก็ไม่เชิง เขาก็พอรู้อยู่ แต่มันคลุมๆเครือๆ มันไม่กระจ่างชัด มันไม่ตัดรอบอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นการจะตัดรอบของความยึดติดในเรื่องลาภ ยึดติดในเรื่องยศชั้น สรรเสริญ ยึดติดในเรื่องโลกียสุข นี่แหละความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จิตไม่ยึดไม่ติด จิตไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่ติดยึดในยศชั้นสรรเสริญ ยกย่อง พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดเลยว่าสรรเสริญนั้นไม่มีค่าอะไรเลย เป็นความต่ำทราม ไม่มีค่าพอที่จะให้ ละหน่ายคลายอะไรเลย การตำหนิสิจึงมีคุณค่าอย่างนี้เป็นต้น สัจจะมันถึงย้อนแย้งกันไปมากมายเลย ฉะนั้นพวกเรานี้เป็นยุคใกล้กลียุคแล้ว ถึงยุคนี้มันใกล้กลียุคของโลกนะ แม้แต่ของพุทธ ก็เป็นกึ่งพุทธกัปของศาสนาพุทธแล้ว ปีนี้ 2,500 ปีกว่าแล้ว มันก็ใกล้เข้าไป เพราะฉะนั้นคนที่จะฟังธรรมโลกุตระของพระพุทธเจ้าได้จึงเหลือน้อยประมาณนี้ ซึ่งอาตมาไม่ได้แปลกใจ มันเป็นสัจจะ ได้เท่านี้ก็ดีแล้วเก่งแล้ว ก็ทำเท่าที่ได้ ที่เขาไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่สงสารกัน เห็นอยู่ ก็พยายามช่วยอย่างโน้นอย่างนี้ ไปพูดมากๆเขาก็หาว่าไปด่าเขา ไปว่าเขาอีก เพราะเราต้องไปข่ม ไปบอกว่าเขาผิด ไปพูดอย่างนั้นมันก็เลยยิ่งกลายเป็นว่าเราไปข่มเขาอีก ก็เอา มันเลี่ยงไม่ออก อาตมาชาตินี้ไม่รู้อย่างไร มันเลี่ยงไม่ออก หลายๆอย่างก็จำนน เอาละ อาตมาได้ สาธยายไปเลยเวลาไปหน่อยแล้ว มันเป็นการฝืนสังขาร ก็คิดว่าจะลดการเทศน์ลงไปอีก นี่บอกไว้ก่อนนะ ก็คงจะลดการเทศน์ลงไปอีก แต่อาตมาเขียนหนังสือนี่ มันไม่ลำบากเท่าไหร่ ไปเรื่อยๆ มันไม่ต้องใช้กำลังมาก ใช้แต่สมองกับนิ้ว กดคีย์อะไร เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องเขียน ลบก็ง่าย จะเขียนก็ง่าย มันผิดก็ลบง่าย ใช้เครื่องมือมันง่าย มันก็เลยเบา สบายหน่อย ค่อยยังชั่ว ก็คงจะไปเขียนมากกว่าจะมาเทศน์แล้ว ก็บอกให้รู้ล่วงหน้าไว้ ไม่ใช่ไม่อยากเทศน์นะ อาตมาอยากทำ แต่มันคงจะต้องจำนนต่อสัจจะ มันฝืนวิสัยคงจะยากแล้ว ก็บอกให้รู้ เพราะฉะนั้นอาตมาก็ ตอนนี้อาทิตย์หนึ่งเทศน์ 3 วัน วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็เว้นแล้ว ก็เทศน์อยู่ 3 วันต่อสัปดาห์ ต่อไปก็อาจจะ สัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือ 2 ครั้งมั่ง อย่างมาก ลดจาก 3 ไป ก็เอาเป็นว่าถ้าเห็นว่าเอาน่า น่าจะเทศน์ไหวก็เอา พวกเราก็ไม่มีปัญหาหรอก พวกเรามีรีรัน มีคนทดแทนได้เยอะ สำหรับวันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ก็แล้วกัน เจริญธรรมทุกๆคน จบ 660710 พ่อครูฝืนสังขารเพื่อต้องการลูกๆได้ PI(โพธิรักษ์ Intelligence) รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #29 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน