21-17 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 2077-2102.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์792 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

เป็นของก๊อปของจีนอะคะแล้วหน้าจอมันก็ซัมซุงแต่สเป็กดีมากนี่เรากำลังผิดศีลข้อ 2 อยู่นะเรากำลังมีส่วนหนึ่งในการขโมย คือ บริษัทนั้นคนจีนก็ขโมยค วามคิดของซัมซุงมานะแหละเราไม่รู้ ว่าเค้าขโมยยังไงแต่เรากำลังมีส่วนร่วม แต่ก็แบบไม่ไหวละเราก็เลยซื้อมา ซื้อมาเสร็จก็มาอวดเพื่อนที่สุรินทร์วันนึงและวันรุ่งขึ้นก็เดินทางไปที่นครพนมอวดเพื่อนได้สองวัน เอาวางไว้ที่เต็นแล้วข้าพเจ้าก็เดินเข้าไปเหยียบหน้าจอแตกเหตุการณ์ครั้งนั้นมันทำให้รู้เลยว่า ก็รู้อยู่แล้ว แล้วไอ ้ สองสามวันที่ซื้อมามันไม่ได้มีความสุขไม่ได้ติดมือถือไงเราเสพเสร็จแล้วตอนที่พิจารณานั่นอะคะ ในการดูเว็บไซต์ในการค้นหาข้อมูล พอมันได้มาเสร็จก็ไม่รู้สึกอะไร สิ่งที่เราพยายามสู้ตอนนั้นที่รู้ว่ามันไม่ดียังแต่ก็เต็มไปหมดเลยไงพอเราได้ของแล้วอ่ะ ไอ ้ นั่นก็ไม่ดีไอ ้ นี่ก็ไม่ดีที่คิดไว้อ่ะค่ะ เราก็คิดว่าจะไม่ซื้อนะวันนั้นอ่ะค่ะปีถัดมาเราก็ลดอัตตามากอ่ะค่ะ น้องก็ให้มือถือมาใช้ก็ชีวิตนี้ไม่เคยใช้ของมือสองค่ะเป็นครั้งแรกก็โอเคใช้ก็ใช้ แต่มันก็ฝืน ๆ และก็ได้มาเครื่องนึงก็ถือว่าโอเค คิดว่าตอนนั้นมันคือความจำเป็นอาการกริยาต่าง ๆ มันต่างจากครั้งแรกเสร็จแล้วเนื่องจากว่าตอนนั้นที่ซื้อมาเสร็จก็ขึ้นมาทำข้าวที่คลองสาม พอมาทำข้าวที่คลองสามเนี่ยเวลาเปิดเว็บมันก็เสริทไม่ได้ไงมันเป็นของส่วนกลางก็ละอาย ฉันกำลังมีกิเลสทำบาปและมาทำที่มีบุญ งานส่วนกลางก็ไม่ทำส่วนใหญ่ก็เวลาจะไปหาข้อมูลเราก็จะไปหาที่บ้าน แต่มันก็เหมือนบุญเก่าช่วย อยู่บ้านไม่ได้คืออยากกลับไปบ้านไปค้นหาข้อมูลแต่ไม่รู้มันมีอะไรดี ๆ ที่มาสู้อ่ะนะว่า อุ้ยอยากได้นู่นนี่ไปเสพที่บ้านอ่ะนะ กลับบ้านพักไปส่วนใหญ่ก็ไปเ สริทอินเตอร์เน็ตพวกนี้กลับไม่ได้ ค่ะ กลับปุปหอบ แพ้ขนแมวที่บ้านไม่ได้เลี้ยงแมวค่ะ แมวหากินบ้า

อ่านต่อ

นอื่นแต่ตอนนอนจะมานอนที่บ้าน เพราะฉะนั้นจะมีขนแมวเยอะมากเพราะงั้นกลับปึ๊ปตอนแรกเคยอยู่ได้คืนนึงแล้วหอบสองชั่วโมงเข้าไปแบบผ้าปิดจมูกด้วยนะ อยู่ไม่ได้คือหอบ คือไม่ได้อยากเป็นคนดีที่ต้องบำเพ็ญบุญทุกวันแต่มันไม่มีที่อยู่ พอมันไม่ได้เสพไงเสพจากเว็บอ่ะค่ะ เพราะงั้นมันก็จะคิดอยู่ในหัวว่าอยากจะได้ของใหม่ หมอเขียว : นี่จะบอกให้นะได้มาบำเพ็ญเนี่ยมันเสียสละเยอะจริง ๆ เลย มีคนแอบประทับใจ เฉงหลายคนนะเค้าจะรู้ความลับวันนี้แหละ อยู่บ้านไม ่ ได้ พอมันไม่ได้เสพไง มันก็ไม่ได้ มีเวลาที่ไปเสิร ์ ทเน็ตอย่างน้อยเพื่อจะดูว่าทำให้ชื่นฉ่ำใจมันกดดันเนอะมันก็จะไปเรื่อย ๆ แล้ววันนึงนี่เข้าไปในห้างเสร็จก็เดินเที่ยวตรงนั้นก็มีอยู่สามสี่ร้านคิดว่าจะไม่ซื้อของที่ว่าเลียนแบบอย่างน้อยศีลข้อ 2 เราบริสุทธิ์เถอะ ไอเรื่องเสพนี่ยังเป็นส่วนตัวอบายมุขน ี่ขอนิดนึงละกันไปปุ๊ปเงินก็มี การ์ดก็ซื้อแบบไม่คิด คือ ก่อนหน้านั้นเคยมีแบบเข้าห้าง 2-3 ครั้งและก็ไปดูมือถือ ดูเสร็จตอนนั้นอ่านไม่ออกพนักงานก็เข้ามาถามอยากได้อะไรเราก็คงพูดอะไรซักคำสองคำซึ่งปกติเราก็เป็นคนที่ไม่พูดสุภาพอยู่แล้ว แต่ปฏิกิริยาของคนขายนี่อาจจะเพราะการแต่งตัวของเราด้วยเค้าพูดไม่ดี ปกติไม่เคยโดนพูดไม่ดีอย่างนั้นอ่ะ เราก็คิดว่าเราอาจพูดเสียงไม่ดีเพราะข้างในเราอ่ะรู้สึกโกรธทำไมเราตัดตัวนี้ไม่ได้ซักที ทำไมฉันมาเสียเวลากับตรงนี้มัน ก็เลยออกเป็นแข็งซึ่งเค้าอาจตีกลับมา ก็ 2 ครั้งนะคะ ครั้งที่สามปรื๊ดจ่ายเงินเสร็จ ฉันซื้อมาทำไมเนี่ยและวันแรกเนี่ยค่ะ อาจารย์ก็จะพูดเรื่องไปอยู่กับเรื่องไร้สาระมันสียเวลาเสียเงิน เออฉันก็คิดได้นะตอนนั้นไม่มีพลัง ตอนที่สองที่อาจารย์พูดแล้วแบบว่ากระแทกอ่ะ โอ้ยคราวหน้ามาช่องนี้นะรอดแน่แต่ถ้ามาช่องอื่นไม่รู้ มาช่องนี้มั่นใจมากว่าอันนี้คือบททบทวนธรรมส่วนตัวนะคะที่จะต้องเพิ่มขึ้นไปก็คือเรื่องของการใช้ชีวิตไร้สาระจะทำให้สุขภาพกายไม่ดี เสียทั้งทรัพย์ เสียทั้งเวลา และอันสุดท้ายคือเรื่องของทรัพยากรของโลกและเรื่องของความสามัคคีกันนะคะ มันเป็นสิ่งที่แบบว่าเนี่ยแหละอ่านทบทวนทุกอันมันเป็นแบบว่ายังไม่ตรงไงแต่อันนี้มันแบบว่าตรงมากเลยค่ะ มันคืออันที่แบบว่าพยายามอยู่แต่มันทำไม่ได้ตอนนี้ก็เลยมีปํญหาทุกข์อยู่ว่าจากการที่ได้ชิ้นใหม่มาตอนนี้มีไอแพท มีมือถือเครื่องเก่า มีเอ็มพีสามที่ไม่ใช้ แล้วก็มีไออันใหม่เนี่ยจะไปบริจาคที่ไหนก็ยังทุกข์อยู่ ก็ยังมีความตระหนี่บางอย่างเล็กว่าจะเอาอันไหนไว้ให้ตัวเองดีก็ยังเห็นแล้วก็ต้องสู้เพราะการที่เราพลาดพลั้งหนึ่งครั้งทำให้เรามีเรื่องทุกข์ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ค่ะ แค่นี้ละกันนะคะขอบคุณค่ะ 4312920 203835 กรณีศึกษาที่ 7. 10 7 นางสาว พวงเพชร ช่างซอ อายุ 50 ปี เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบคารวะท่าน อาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่น้องทุกท่านคะ ชื่อพวงเพชร หรืออานาย เชียงใหม่ เชียงดาว อายุ 50 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีคะ ส่วนเพศหญิง มีคนสงสัยสภาวธรรมในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วทำงานเยอะ รอบปีที่ผ่านมาพาพี่น้องหมู่กลุ่มทำงานเยอะหนึ่ง ก็คือเรารู้สึกมีความประทับใจการทำงานแบบหมู่กลุ่มซึ่งอาจารย์พูดเสมอ มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เราได้ประจักษ์นะคะ ในรอบปีที่ผ่านมาเราได้ทำงานในระบบหมู่กลุ่มเยอะมาก ทั้งหม ู่กลุ่มของสหธรรมเอง และได้ไปเชื่ อมร้อยกับทางพี่น้อง แต่อาจจะเป็นภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ ประทับใจที่ว่าส่วนหนึ่งเวลาเรามาที่นี่รู้สึกเหมือนเรามาเส้าหลิน เราคิดเองว่าเรามาสำนักเส้าหลินบวกกับสำนักตักศีลา ซึ่งเรามีศิษย์พี่ซึ่งนำพาเรา อยู่แถวนี้ อะไรประมาณนี้ ถึงแม้จะไม่อยู่บางทีก็จะไลน์ ไปกำกับกลุ่ม ซึ่งบางทีรวมกลุ่มกันในหมู่ผู้หญิงมั้ง ก็จะพากันแตก พากันไปกิน ไปคุย ไปทำโน้น ทำนี่ตลอดเวลา เรารู้สึกว่ามันมีความอบอุ่นใจในหมู่พี่น้องนะคะมีความสามัคคี และก็ทำงานได้เยอะส่วนสภาวธรรมใน 1 ปีผ่านมา สงบมากขึ้นแล้วก็นิ่งมากขึ้น แล้วก็ภาวะความเป็นผู้นำมันเกิดขึ้น อันนี้คือที่เรารู้สึกเองและมีคนบอก ส่วนหนึ่งก็คือแต่ก่อนเราเป็นมิจฉา แต่เดี๋ยวนี้เราเป็นสัมมา ถ้าจะเป็นความชั่วคือไอ้สัมมาคิดดีนี่แหละคะ 1 ปีที่ผ่านมาเรา รู้สึกเวลาอยู่ในหมู่กลุ่มพี่น้อง ติดว่าจะต้องกินอาหารรสจืด เราจะต้องไม่กินโน้นไม่กินนี่ รู้สึกว่าเป็นการปฏิบัติธรรมปกติ แค่เวลาไปอยู่กับคนอื่น เราจะรู้สึกว่าเราถูกกระทบ ว่าเนี่ย อย่างโน้นก็ไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่ดี เวลาห่างจากพี่น้องใจเราก็จะเขว่เหมือนกัน แต่ว่าเราก็มุ่งมั่นคะ ยิ่งมาฟังอาจารย์ 4-5 วันนี้ รู้สึกว่าเราจะต้องเข้มแข็งและก็นิ่งสงบ และทำให้ได้โดยที่เราจะไม่สนใจคำพูดหรือ การกระทำของคนรอบ ๆ ซึ่งไม่ใช่พี่น้องเรา เพ ราะบางทีเราก็นึกอยู่เหมือนกัน นี่เรามาทำดีแล้วคิดดีมากไปหรือเปล่า จะมีความรู้สึกอย่างนั้น จริง ๆ แล้วเราอยากจะเป็นอิสระ อิสระจากความทุกข์ แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากมีความสุขนะคะ สุขที่ว่าที่เราต้องการคือสุขสงบจากกิเลสส่วนความดีก็อย่างที่ว่าคะ การไปทำร่วมกันกับหมู่กลุ่มกับพี่น้อง ได้ทำความดีเป็นพลังนะคะที่ให้เราต่อสู้กับกิเลสเพื่อจะลดกาม ลดอัตตาที่เราที่เรามีอยู่ จริง ๆ แล้วก็ยังพูดไปก็ยังเสียดายน้ำลายของปีศาจอยู่บ้าง ก็เหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ ที่เราได้พยายาม มารู้สึกตัวอีกทีปีนี้นักศึกษารหัสปี 55 นะคะ ปีนี้มันเข้า 4 ปีเข้าไปแล้ว ทำอะไรอยู่หนอ ก็สุดท้ายก็คือลดละเลิกกิเลสอะไรได้บ้าง นั่นละคะ บางสิ่งบางอย่างก็จะเหลือเชื้อของน้ำลายของกิเลสซึ่งคิด ตั้งใจว่าเรากลับไปนี่ ฟันทิ้งแน่นอน ขอบพระคุณคะ 4257675 250825 กรณีศึกษาที่ 7. 1 08 นางสาว พนาวรรณ ร ะ วิโรจน์ อายุ 40 ปี เพศหญิง กราบนมัสการท่านสมณะทุกรูปนะคะ กราบอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่น้อง ผู้ ใฝ่ในธรรมทุกท่านคะ ชื่อนางสาวพ นา วรรณ รวิโรจน์ ชื่อทางธรรมคือแพรลายไม้ กล้าจน เป็นคน 2 โลก เมื่อก่อนเคยติดโลกียะมามากตอนนี้ก็มาสู่โลกุต ร ะ เพราะฉะนั้นชื่อก็ยังใช้ทั้ง 2 ชื่ออยู่ เพื่อเป็นตอกย้ำตัวเองว่าเมื่อวันใดวันหนึ่งเมื่อเราทิ้งโลกข้างนอกแล้ววันหนึ่งเราต้องกลับไปใช้ เค้ามันก็มาสู่ อายุย่าง 4 1 ปี อาชีพก็ป็นจิตอาสานะคะอดีตก็เคยเป็นพนักงานบริษัทส่งออกต่างประเทศตอนนี้เป็นคนจังหวัดนครพนม วุฒิการศึกษาปริญญาตรีเอกภาษาอังกฤษธุรกิจจาก ราช ภัฏ จันเกษม เริ่มโดนประท้วงแมงเม้าจะบินเข้าปากวิบากเข้านะคะทำวิบากไว้คะ ก็เข้าใจชัดเจนเรื่องของวิบากทำให้ทุกวันนี้ก็เริ่มที่จะสงบปากสงบคำเริ่มมาดูจิตของตัวเองอันดับแรก เรื่องของ สภาวธรรมในเรื่องของกามตัวหยาบ ๆ คิดว่าเลิกได้หมดแล้วโดยเฉพาะเนื้อสัตว์คิดว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เคยไปนั่งกินในหมู่ที่ทานเนื้อสัตว์อยู่หรือแม้กระทั่งว่าไม่มีอาหารจะทานแล้วมีแค่อาหารเนื้อสัตว์เราก็คิดว่าเราขอตายด้วยการที่จะไม่ทานเนื้อสัตวนะคะซึ่งตัวนี้เราคิดว่าเราผ่าน 100 เปอร์เซ็น ต์ และก็อีกตัวนึงที่ผ่าน 100 เปอร์เซ็น ต์ คือความรู้สึกของตัวเองอันนี้ไม่ใช่ 100 เปอร์เซ็น ต์ ประมาณ 95 เปอร์เซ็น ต์ ที่ผ่าน คือไข่ พอเราจะทานขนมหรือที่มีคนบอกว่าตัวนี้มีไข่เราจะดูส่วนผสมพอเห็นว่ามีไข่เนี่ยเราสามารถที่จะหยุดได้เลยนะคะโดยที่ไม่คิดที่จะเอาเข้าไปในร่างกายส่วนในเรื่องของอัตตาอุปกิเลส 1 6 ของเราคือตัวดูถูกเหยียดหยามคนอื่นคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นเพราะว่าเราเป็นคนทำงานมาเยอะเป็นคนตัดสินใจอะไรด้วยตนเองแล้วก็ทำงานแทบจะไม่เคยพลาดแต่เมื่อวันนึงตัวเองได้ทำงานพลาดบ้างก็รู้สึกว่าชีวิตคนเรา จะยึดอะไรนักหนา ก็เริ่มผ่อนปรน คือผ่อนปรนให้ผู้อื่นเคร่งครัดที่ตนผ่อนปรนให้ผู้อื่นเอาแต่ในบางครั้งด้วยการที่เราสะสมสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กจนโตคือตัวเก่งของเราทำให้เราไม่ค่อยมีเมตตากับผู้อื่น ก็ได้ยินคำพูดนึงที่หมอบอกว่าพระคาทิยะได้ฟังธรรมแค่ 4 คำแล้วบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วบอกว่าถ้าผมรู้สึกแบบนี้ผมคงรู้สึกปวดหัวน่าดูเพราะว่าก็คงจะไม่มีเมตตากับคนอื่นที่ไม่รู้ว่าสภาวะทุกข์ของคนที่เค้าจะต้องผ่านตรงนั้นมันก็เลยทำให้เราย้อนกลับมาคิดว่าเราโชคดีแล้วแหละที่เรามีพลาดบ้างถ้าเราไม่พลาดเลยเราก็คงเป็นคนชั่วคงเลวยิ่งกว่านี้ปีศาจร้ายในตัวคงเยอะกว่านี้ ก็เริ่มด่าตัวเองได้แล้วก็พยายามด่าเพื่อนรักของเรานี่คะคนที่เค้าอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดก็เริ่มคุยกันรู้เรื่องก็เริ่มคุยกับกิเลสรู้เรื่องบางครั้งก็มีความรู้สึกว่าเราก็ยอมเค้าแต่ในตอนนี้คะสิ่งที่เราเห็นเราเชื่อเรื่องกรรมมากขึ้นแล้วไม่ใช่แค่เชื่อแค่ 100 เปอร์เซ็น ต์ ค ่ ะเชื่อ 1 , 000 , 000 เปอร์เซ็น ต์ เพราะว่าทุกอย่างที่เราคิดเนี่ยแค่คิดนะคะมันดูดดึงเข้ามาหาเรา เลยแล้วก็ตัวที่เห็นสภาวะล่าสุด คือว่าเราไม่ชอบคนแบบนั้นเราดึงคนแบบนั้นเข้ามาหาเราแม้แค่เพียงคิดมันก็ก็เลยทำให้เราวิปัสนาอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็พยายามล้างความรู้สึก แ ม้แค่มโนกรรม ก็จะทำให้น้อยลงแล้วก็เรื่องของเมื่อก่อนเนี่ยหอก ปากเก่งมากสามารถทำให้คนเจ็บปวดด้วยคำพูดของตัวเองตอนนี้ก็พยายามที่จะมานึกถึกวิบากกรรมแล้วก็มองว่าคนเราก็ต้องศรัทธาในเรื่องของส่วนดีของเค้าแล้วก็ในส่วนด้อยก็ต้องเมตตากับเค้าให้ได้เพราะฉะนั้นเรื่องของการดูถูกเหยียดหยามคนอื่นเริ่มน้อยลงแล้วก็เริ่มอยู่กับในกลุ่ ม ได้เพราะเรามองว่าไม่มีใคร 100 เปอร์เซ็น ต์ แม้กระทั่งตัวเราเอง ถ้าเราไม่อยากจะให้มีวิบากกรรมเพื่อบรรลุธรรมในชาติภพอันใกล้เราก็ต้องจัดการกับกิเลสแม้ตัวเล็กตัวน้อยก็ต้องตามไปเก็บมันเพราะว่ามันจะมีตัวขี้เก ี ยจของตัวเองคือตัวขี้เก ี ยจในเรื่องของการตื่นนอนพอมันม ีขี้เกีย จหนึ่งเรื่องมันจะพ่วงมาด้วยตัวขี้เก ียจ ในเรื่องอื่น ๆ มันก็เลยทำให้เราต้องกลับมามองตรงนั้น มีอีกตัวนึงก็คือเราออกจากกิเลสหลาย ๆ ตัวมาด้วยความรังเกี ยจแล้ว ก็ไม่ชอบการสัมผัสของผู้ชายผู้หญิง ทุกครั้งที่มีตัวรังเก ี ยจ ทุกครั้งที ่เราคิดอย่างนี้ คือคนเข้ามาล่าสุดได้ใช้วิบากเหล่านี้มีตัวรังเกรียจการสัมผัสปรากฏว่าเราจะต้องถูกส่งไปทำรายการอยู่ ๆ แขกรับเชิญของเราเค้าก็มาจับเอวเราเหมือนประมาณว่าให้เค้าดันกับเราตัวรังเ ก ี ยจ พุ่ งขึ้นมาอะคะสุดท้ายเราก็ต้องมาล้างกิเลสตัวเองว่าเพราะว่าเราคิดแบบนี้เราก็เลยดึงคนแบบนี้มาเราก็เลยทำหน้าที่ตรงนั้นเราก็จะหนีออกไปก็ไม่ได้มันก็เลยทำให้ยิ่งละเอียดในจิตของตัวเองยิ่งขึ้นแค่คิดก็อย่าได้ทำยิ่งคุณทำงานกับพระโพธิสัตว์คุณทำงานในแดนบุญคุณหมอใส่เกียร ์ 8 แล้วคุณยังประมาทไม่ลดละเลิกกิเลสไม่ตามไปเก็บตัวละเอียดจะยิ่งได้รับ วิบากเร็วแล้วก็หนักด้วย ล่าสุดที่ตัวเองเจอก็คือในเรื่องของโลกธรรมคือเรารักษาหน้าตาตัวเองมากแล้วอยู่วันนึงมันเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้มาตลอดแล้วเราหนีมาตลอดเราทำงานกับพระโพธิสัตว์เรารู ้ ว่ายังมีกิเลสอะไรอยู่เราไม่อยากจะทำงานตรงนั้นอยากหนีแต่สุดท้ายในวันนั้นเราหนีตรงนั้นไม่ได้เพราะว่ากล้องพร้อมพิธีกรก็หนีไม่ได้แล้วเพราะฉะนั้นในวันนั้นวันที่ต้องรายงานข่าวพ่อครูเจอไปเต็ม ๆ คือสมองคือมันคิดไม่ทันแต่พอในชอตสำคัญข้อมูลมันหายไปเลยเนื่องจากว่าวิบากที่เราเป็นคนชอบพูดเล่นมันเกิดจากวิบากหลาย ๆ ตัวของเรามันทำให้เราจะต้องได้ล้างโลกธรรมในตอนนั้นมันมีจิตตัวนึงที่แบบว่าไม่เป็นไรเดอะโชว์มัสโกออนคือมันได้ ก็ ไปแล้วจะหยุดไม่ได้คือเทปนั้นก็ถูกเอาออกมาถ่ายทอด ถ่ายทอดเสร็จก็ถูกคอมเม้นจากระดับผู้ใหญ่แล้วมันทำให้เรารู้สึกระวังสำรวมกาย วาจา ใจทุกขั้นตอนเพราะว่าถ้าคุณจะทำงานกับพระโพธิสัตว์ทุกระดับหรือแม้กระทั่งในหมู่คนดีเนี่ยมันจะต้องเก็บระเอียดตรงนี้ให้ได้จริง ๆ นะคะเพราะฉะนั้น ในส่วนตัวของตัวเองคิดว่าความดีและความชั่วของตัวเองมันเริ่มสมดุลพอเรา ทำบุญ ทำ ทำกุศลมาก ๆ ความชั่วก็จะมาเร็วมันให้เร าได้ล้างวิ บากเร็วเช่นเดียวกันคะเพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากทุกคนนะคะว่า วจีกรรม กายกรรม มโนกรรมทุกอย่างมีผลนะคะแม้น้อยก็อย่าได้ประมาทส่วนบาปน้อย ๆ ก็อย่าได้ทำโดยเฉพาะในแดนบุญนะคะก็ฝากไว้เพียงเท่านี้ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถพูดคุยได้นะคะอีกตัวนึงคะตัว สุดท้ายที่ตอนนี้อยากจะบอกทุกคน คือว่าเรื่องของงานบางอย่างในเรื ่องของการเพ่งโทษก็ไม่ควรจะทำ เพราะว่าอย่างของตัวเองเนี่ยมันจะ มีตัวนึงที่รู้สึกรังเกรียจอยู่ คือเรื่องของเทคโนโลยีแล้วสุดท้ายเราก็ต้องมาทำงานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่เรารู้ว่าเรามีเกราะป้องกันเราจะใช้เทคโนยีให้เกิดประโยช น์และในขณะเดียวกันต้องไม่รังเกี ยจคนที่ใช้เทคโนโลยีคนที่จะต้องวิ่งตามเทคโนโลยีถ้าเราสามารถที่จะเอาประโยชน์จากมันได้เราก็ จะใช้มันได้อย่างเกิดประโยชน์ ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ขอขอบพระคุณอย่างสูงคะเจริญธรรมสำนึกดีค ่ ะ 4283710 83820 กรณีศึกษาที่ 7.109 นางพิมพ์นภัส ทับทิม อายุ 42 ปี เพศ หญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบคารวะอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่น้องผ ู้ รักสุขภาพทุกท่านนะคะ ชื่อพิมพ์นภัส ทับทิม ชื่อเล่นชื่อหนิงนะคะ อายุ 42 ปี ปัจจุบันรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพอยู่ที่ โรงพยาบาลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ก็จะขอพูดถึงเรื่องกับสภาวธรรมนะคะก็แต่เดิมจะมีเป็นคนที่มีลักษณะที่ค่อนข้างจะมีความวิตกกังวลง่ายเป็นคนที่ค่อนข้างจะเครียดเนื่องจากเรื่องของภาระกิจการงานเจอแต่ละสิ่งคนที่ไม่อยากจะเจอนะคะเจอแต่ ความเจ็บความป่วยและก็คนที่ใกล้ตายก็จะมีความเครียดสูงในแต่ละเรื่องแต่ปัจจุบันนี้ได้เรียนรู้เรื่องแล้วก็มีพัฒนาการที่ดีเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเรื่องของความวิตกกังวลก็ยังพอมีบ้างแต่ก็พอที่จะสามารถควบคุมได้นะคะความคิดความกังวลของตัวเองได้ดีขึ้นพัฒนาการที่ดีขึ้นระดับหนึ่งนะคะก็ได้สร้างคุณงามความดีที่ปฏิบัติมานะคะอายุก็ปูนนี้นะคะ 42 ปี นะคะก็คือมีความเชื่อในความดีของตัวเองที่ปฏิบัติมานะคะและคิดว่าตัวเองเป็นคนดีคนหนึ่งก็ได้สร้างคุณงามความดีมาในระดับหนึ่งแล้วก็คุณงามความดีที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของตัวเองก็คือได้มาเป็นจิตอาสาแพย์ วิถีพุทธได้มีโอกาสมาศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์วิถีธรรม 7 ปีแล้วได้มาบำเพ็ญบุญได้มีโอกาสได้ มีส่วนร่วมในกิจกรรมในค่ายสุขภาพในที่ต่าง ๆ ได้มีโอกาสเผยแพร่วิชาที่เป็นสุดยอดหนึ่งวิชาในโลกนี้ที่เคยเจอมาก็คือวิชาแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเทคนิค 9 เม็ด ที่ตัวเองมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนแล้วก็ได้มีโอกาสถ่ายทอดให้กับคนอื่นโดยเฉพาะในค่ายสุขภาพที่มีคนป่วยที่เค้ามีความทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บและมีคนอีกเยอะแยะมากมายที่เค้ายังไม่รู้ศาตร์วิชาแพทย์วิถีธรรมนี้ก็จะปฏิบัติในเรื่องของคุณงามความดีตรงนี้ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เอามาใช้กลับตัวเองแล้วก็ได้แนะนำให้กับบุคคลในครอบครัวได้รู้จักกับ ศาตร์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพพึ่งตนของอาจารย์หมอเขียวมีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกของตัวเองคือตัวเองมีบุตรสาวคนหนึ่งและก็มีบุตรชายคนหนึ่ง ลูกสาวคือเค้าจะยอมรับได้ในระดับหนึ่งแต่จะยังไม่ค่อยปฏิบัติตามแต่ว่าลูกชายจะสอนง่ายกว่าก็ได้มีโอกาสแก้ปัญหาสุขภาพ แต่ว่าลูกชายจะมีภาวะร้อนเกินจะเป็นหนุ่มร้อนเกินแห้งปีจะกินของสาระพัดอย่างเลยร้อนทุกอย่างเลยตามประสาเด็ก ๆ แล้วก็จะมีปัญหาก็คือโรคกระเพราะอาหารจะปวดท้องกลางคืนคือตัวเองได้ใช้วิชาของอาจารย์หมอเขียวเนี้ยในการบำบัดอาการของเค้าใช้วิชากัวซาและก็ สอนให้เค้ากินผักผลไม้ก่อนกินอาหารแต่ก็ได้ไประดับหนึ่งจน ส่งผลให้เค้าติดวิชากัวซาแล้ว เค้าได้มีโอกาสไปบวชเรียนภาคฤดูร้อนไปเป็นสามเณรเค้าก็ใช้วิชาแก้ปัญหาตัวเองและไปถ่ายทอดเผยแพร่ให้กับเพื่อนสมเณรในวัดจนเพื่อนสามเณรสั่งซื้อไม้กัวซาและน้ำมันเขียวอันนี้ เป็น ผลที่เราถ่ายทอดให้กับเค้าส่วนเรื่องความชั่วที่ตนเองทำมาก็เป็นความชั่วที่ทำด้วยตัวเองแล้วส่งผลกับตัวเองจนเป็นผลให้ไปเบียดเบียนคนอื่นก็คือตัวเอง เป็นโรคประจำตัวอยู่แแล้วทั้ง ๆ ที่รู้วิชายา 9 เม็ดของอาจารย์แต่ว่าตัวเองยังปฏิบัติได้ไม่ดีก็ส่งผลทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยอย่างหนักจนต้องเข้านอนโรงพยาบาลเบียดเบียนตัวเองยังไม่พอยังเบียดเบียนคนอื่นคนใกล้ตัวทำให้เค้าเดือนร้อนเสียเวลาในการประกอบอาชีพแล้วก็ตัวเองก็หยุดงานเบียดเบียนเพื่อนร่วมงานด้วยให้เค้ามาทำงานแทนตัวเองอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่อยากที่จะให้อภัยตัวเองแต่ว่าก็จะขอปฏิญาณตัวเองว่าจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนและจะไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนอีกแล้วนะคะ จะตั้งใจปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ของท่านอาจารย์หมอเขียวนะคะ และก็เรื่องของการลดละกิเลสของเวลานอกอีกครึ่งนาที เรื่องของการลดละกิเลส กิเลสของตัวเองมีเยอะมาก แต่เท่าที่ผ่านมา 2 ปี 3 ปีที่ผ่านมาสามารถที่จะลดละ กิเลสลงได้ไม่น้อยนะคะ แต่ก็ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบโดยเฉพาะเรื่องการรักษาศีล 5 ข้อฆ่าสัตว์และการรับประทานอาหารแต่เดิมทานอาหารสาระพัดอย่างเลยแต่ตอนนี้ ประมาณ 90 % ตัดได้แล้วก็ตั้งเป้ าหมายในชีวิตว่าจะขอบรรลุโสดาบ ัน ในชีวิตนี้ 4286885 238125 กรณีศึกษาที่ 7.11 0 นางพิมพ์เพชรบุญ เชื้อสุวรรณ์ อายุ 35 ปี เพศ หญิง ขอนอบน้อมแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า กราบคารวะพ่อครูสมณะ และก็คุณหมอเขียวค่ะ ชื่อพิมพ์เพชรบุญ อายุตอนนี้ก็ประมาณ 35 ปีค่ะ แล้วก็การศึกษานักศึกษาแพทย์รุ่น 1 ปี 4 ค่ะ แล้วก็อาชีพตอนนี้อิสระค่ะ แล้วก็สภาวะธรรมตอ นนี้ก็ที่ได้ตอนนี้ด้วยความที่ มีความเคารพรักใน พระพุทธเจ้ามากเราไม่ได้ แค่คำพูด เรามีความเคารพและรักในพระพุทธเจ้ามากก็เลยมีความรู้สึกว่าในธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ทุกส่วนเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน แล้วยิ่งได้ฟังธรรมของคุณหมอได้ฟังตั้งแต่ คราวก่อน รุ่นแรก ๆ ค่ะ ยิ่งฟังก็ยิ่งลึกซึ้ง ลึกซึ้งมาไปเรื่อย ๆ จนเดี๋ยวนี้ได้สภาวะเรื่อง ปฏิจจสมุปบาทค่ะ พูดจะไม่ค่อยได้ แต่จะได้เรื่องสภาวะในข้างในค่ะ ก็เลยจะคิดพิจารณาถึงกิเ ลสตรงแต่ไม่แน่ใจว่าคิดถูกมั้ย เรื่องของกิเลสที่เรายังมีความโลภ ความโกรธ และความหลงอยู่เพราะว่า คราวนี้ก็จะมาเรื ่องของสวดมนต์ค่ะ สวดมนต์ไหว้พ ระ คิดว่าได้ผลค่ะ เพราะว่าตัวเองจะรู้สึกว่าตังเองสมาธิสั้นหน ่อยนะคะ เป็นคนอยู่ไม่ค่อยนิ่ง ค่ะ คือ จะยุกยิก ๆ อะค่ะ คือ มันไม่รู้เป็นไง แล้วเสร็จแล้วเราได้มาสวดมนต์ไหว้พระ ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น แล้วจิตนิ่ง มีสมาธิ มีสติค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านั้นนี่สวดตาม ๆ ก็คือจะไม่เป็นอะค่ะ เหมือนกับสับหมูอะค่ะ คือ สวดไม่ได้นิ่งสงบแบบนี้ค่ะ แต่ตรงนี้สอนให้กราบไหว้นี้ทำให้เรามีความรู้สึกนิ่งสงบ แล้วตอนที่เรากราบไปอะ เรามีความรู้สึกคิดถึงระลึกถึงค่ะพระพุทธเจ้า ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้อย่างแท้จริง ทำให้จิตนิ่ง และสงบ และมีสติขึ้น แล้วก็มีสติขึ้น แล้วก็ได้ฟังธรรมบ่อย ๆ บ่อย ๆ ติดตามตลอด ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็จะมี MP3 ก็จะฟังตลอด เพราะมีความรู้สึกว่าตัวเองจะ อยากจะลดละกิเลสหลาย ๆ ตัวที่ว่าเรา ที่มันเกิดขึ้นในตัว อ่าได้ฟังธรรม พอฟังธรรมมากก็เลยรู้เยอะรู้มากว่า กิเลสเกิดจากอะไรแล้วก็ยิ่งอาจารย์มาพูดเรื่องปฏิจจสมุปบาท คือ พูดอาจจะไม่เก่ง แต่ในความคิดมันคิดขึ้นมาได้ว่า เมื่อเราเกิดความโลภ ก็เลยมีความหลง เมื่อเกิดความโลภ เลยมีความโกรธ แล้วก็มีความหลง แล้วก็คิดว่าในความโกรธนั้นน่ะ ในความโลภอะที่เราอยากได้อยากมีเนี่ยก็มันก็จะเกิดความเห็นแก่ตัว แล้วก็การเอาแต่ใจตัวเองในนั้น เมื่อเอาแต่ใจตัวเองแล้วยิ่ง เมื่อเห็นยิ่ง ๆ เรามาปฏิบัติเงี้ยค่ะ เมื่อเราเห็นว่าตรง นี้ถูกต้องแล้วใช่แล้ว เราก็เกิดมีความรู้สึกเห็นถูกว่าตัวเองคิดถูก แล้วก็เกิดมีพรหมสามหน้าขึ้นมาอยากให้คนในบ้านหรือทุกคนได้ดีตามที่เราเป็นอย่างมุ่งหมาย ยิ่งได้มาเห็นหมู่กลุ่มที่เค้าว่า แน่ใจอยู่แล้วว่าสิ่งนี้ดี ๆ ก็ยิ่งมั่นใจว่าเออนี้ดีจริง เมื่อในสิ่งดีที่มุ่งหมายนี้ทำไมไม่เอาดังใจหมายที่ชั้นคิดล่ะ แล้วก็เกิดอารมณ์โกรธไม่พอใจที่คนในบ้านไม่เห็นด้วยกับเรา เพราะเรายังไม่รู้ว่าสิ่งที่ดีทำไมคุณไม่ รับดีนี้ไป ก็ไม่พอใจก็มีความโกรธ ความโกรธก็อารมณ์โกรธก็มีรุนแรง แบบว่าชนิดที่ว่าออกอาการเลย ออกรุนแรง แล้วบางทีก็โกรธถ้าเกิดแฟนไม่ง้อก็สองสามวัน หลายวันและมีความเคียดแค้น แล้วแบบ มีความรู้สึกว่ามันไม่ดีในตัวเราหลาย ๆ อย่าง แล้วนอกจากโกรธแล้วนั่นน่ะ เหตุแห่งการโกรธก็มาจากความหลง เราคิดว่าหลงว่าสิ่งที่เราทำนี้มันดี ดีทำไมไม่รับ อารมณ์ก็ไม่ดีหลายอย่าง มีอะไรหลายอย่างที่ไม่ดีในใจ แล้วเสร็จแล้วก็เกิดความทุกข์ในใจ เกิดความทุกข์ในใจแล้วทำยังไงจะออกจากทุกข์ ทุกข์ที่เราได้รับมันทั้งทางใจที่เราคิดไม่ดีต่าง ๆ ทั้งทุกข์ทางกาย ในช่วงนั้นก็เร่งปฏิบัติธรรม ต้องฟังให้มากศึกษาให้มาก ฟังให้มากศึกษาให้มาก กิเลสที่พูดมาทั้งหมดตอนแรกเราก็ลดได้ ต่อมาเราก็ละ ส่วนเลิกยังไม่ได้ เราก็ค่อยเป็นค่อยไป เพราะว่าเราต้องค่อยเป็นค่อยไป ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง แล้วก็บั้นปลาย ตอนนี้เราได้แค่นี้ ลดละก็ ก็โอเคแล้วค่ะ แล้วสิ่งที่เราเรามั่นใจว่าเลิกได้แน่นอนก็คือเรื่องของกามคนคู่ เพราะว่าตอนที่เรา ตอนนั้นเราจะออกมาอยู่แล้วในเรื่องนี้ ตาเรายังหาทางออกไม่ พบเพราะเรายังไม่เจอสัตตบุรุษ เราเดินทางมา แต่เรามั่นใจว่าสิ่งที่อาจารย์สอนเนี่ยเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นที่ฟังมาหรือที่ฟังธรรมะมา จะต้องออกจากตรงนี้ มี เรามีเพื่อนหลาย ๆ คนมายืนยันแล้วว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็พยายามจนกระทั่งมาเจอที่อาจารย์สอน พูดเกี่ยวกับเรื่องคนคู่เนี่ยฮ่ะแล้วก็เราก็ได้รับสิ่งนั้นก็คือมีความรู้สึกมันไม่ใช่สุขจริง มันเป็นทุกข์ต่างหากเล่า ที่เราที่เราพอปฏิบัติธรรมมาก ๆ เห็นหลายคนที่เป็นหลายคน เราก็ด้วย คือจะไม่มีอารมณ์ทางด้านนี้ แล้วไม่คิด คิดว่าจะหาทางออกยังไงกับเรื่องพวกนี้ เนี่ย จนได้มาฟังธรรมบ่อยว่าเนี่ย มันเป็นทุกข์นะ เวลาถูกเสียดสีอะไรเนี่ย มันจะทำให้เราเจ็บทุกข์ทรมาน ก็เลยคิดว่าต้องออกจากตรงนี้ อ่า จะมั่นใจได้ไงว่าเราจะออกจากตรงนี้ได้ มีความรู้สึกว่าเหมือนพร้อมกันกับเนื้อสัตว์ เราเห็นชีวิตร่ำไห้แล้วเราอยากจะเลิกสัตว์ใหญ่ แต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยเรายังพอมีบ้าง ยังแค่ละได้หน่อย ๆ แต่บางทีก็เผลอไปกินบ้างนิดหน่อย แล้วเสร็จแล้วที่ว่ามั่นใจที่เลิกกับเรื่องนั้นที่เลิกได้ก็คือ เวลาอยู่ใกล้คนที่เค้ายังมีกามเรื่องกิน ก็จะมีกลิ่นคาวเหม็น หรือว่ากามเรื่องคนคู่ก็จะรู้สึกได้ มันจะเหม็นกลิ่นคาว ที่ว่าไม่ดี ๆ ทำให้เรารับรู้ได้ แล้วก็คิดหาวิธีใช้ปัญญา เอาเอาตัวรอด ที่อยู่กับแฟนอะ ทำยังไงให้เค้าไม่มาอะไรกะเรา ก็คือพอเราได้กลิ่นตรงนี้ว่า เค้าคงจะมีอะไรแน่ เราก็คิดหาวิธีก็คือ แยกกันนอนคนละห้อง ถ้าไม่แยกนอนก็จะเอาลูกมากั้นไว้ ไม่ให้เค้ามายุ่ง มาอะไรตรงนี้ เราก็คุยกะเค้าดี ๆ ว่า ด้วยเหตุด้วยผลว่า อ่า เราอยู่ด้วยกันแบบเพื่อนนะ ไม่ต้องมีเรื่องนั้นก็ได้เพราะว่ามันไม่จำเป็นเลย ตอนนี้ก็อยู่แบบคุณก็เป็นพ่อชั้นก็เป็นแม่ แล้วเราก็อยู่กั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน