คนรวยนั้นไม่น่าริษยาอะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนรวยนั้นไม่น่าริษยาอะไร _ปุญญพัฒน์ พัฒนกิจบดินทร์กุล : ข้าพเจ้ามีคำถามครับ อยากให้พ่อครูช่วยไข ข้าพเจ้าเป็นคนที่มักจะมีความอิจสาริษยาคนรวยที่เลว แต่กับคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบข้าพเจ้ากลับไม่มีความรู้สึกอิจสาริษยาเลย แต่กลับอนุโมทนากับเขาด้วยซ้ำ...คำถาม...จะทำอย่างไรจึงจะล้างความรู้สึก "อิจสาริษยา" ออกจากจิตได้ครับ...กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า..คุณไปอิสสาเขา คุณก็คืออยากจะไปเลวอย่างเขา แม้คนรวยที่ดี สุจริตเราก็ไม่ต้องไป อิสสาเขา พูดภาษาอีสาน อิสสา คำนี้ถูกความหมาย แต่ อิจฉา คำนี้บาลี แปลว่าความปรารถนา ความต้องการธรรมดา ไม่ได้แปลว่าริษยา สรุปแล้วคุณก็ต้องดูสาระ อ่านจริงๆว่าเขาคนรวย แล้วรวยเลวด้วยนะ ยิ่งคุณสมมุติโจทย์มา รวยแล้วเลวด้วย จะไปทำเลวอย่างเขาแล้วก็รวยอย่างเขา ริษยาก็คือ เขาทำเกินหน้าเรา เกินหน้าด้วยอะไร อันนี้เกินหน้าด้วยความรวยที่เลว คุณไม่ต้องไปริษยาเขาหรอกมันเป็นเวรเป็นภัยเป็นโทษ ไม่น่าเป็นหรอก เขาน่าสงสารด้วยซ้ำไป ริษยาคือเราต้องการเป็นอย่างเขาไม่ให้เกินหน้านี้คือริษยา คุณเป็นคนรวยที่เลวหรือ แล้วเขาเป็นคนรวยที่เลวเกินหน้า คุณก็เลยริษยาเขาอย่างนั้นหรือ ไม่เอาน่าเอาให้มันแม่นให้ชัด แม้แต่คนรวยที่ไม่เลวเราก็ไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุน ที่อาตมากำลังพยายามอธิบาย พยายามพาคนมาเป็นคนไม่รวย มาเป็นคนจนกัน แล้วเป็นคนจนที่ประเสริฐ เป็นคนจนที่มหัศจรรย์ เป็นคนจนที่ดี ซึ่งมันเป็นได้และเป็นความดีทั้งตัวเราและสังคมทั้งโลกเลย ทำได้แล้วเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลกเลยไม่ใช่เป็นประโยชน์น้อยๆ แล้วเป็นความสบาย จะเรียกว่าด้วยความสุขเป็นคำอนุโลมก็ได้ มันไม่ได้ลำบากลำบนอะไรเลย ไม่ได้ทุกข์ทรมานอะไร สะอาดสว่างสบายดีศึกษาให้ดีธรรมะพุทธเจ้าเป็นเรื่องทวนกระแสโลกที่ยากจะเข้าใจ ปฏิโสตัง เป็น คัมภีรา
อ่านต่อ
(ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔) พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร ส. เสือ เป็นพลังงานเศษวรรคตัวที่ 5 พยัญชนะตัวกลางของ 9 เลข 9 มีบน 4 ล่าง 4 ตัว 5 เป็นตัวกลาง แต่เป็นพลังงานเกิด แม้เกิดอย่างที่สุด ก็มีอันตา หากกลางๆก็ไม่มีอันตาเลย หากมีปั๊บก็มีอันตา มีจนกระทั่งเป็นพลังงานระดับเศษวรรค คือ สันตะ หรือสันตา แต่มันก็ยืนยันความสงบ ไม่ใช่เรื่องสองเพศที่จะต้องทะเลาะกัน มีการขัดแย้งกัน ไม่ มันสงบ ซึ่งสูงสุดลึกซึ้งมาก มีสภาวะแล้วก็จะพูดกันเข้าใจ ถ้าไม่มีสภาวะฟังไปก็อย่างนั้นแหละ ไม่ได้ดูถูกหรอก แต่ก็ฟังไว้ก่อนได้ฟังไปเรื่อยๆ ปณีตา สุขุม ละเอียดมาก อตักกาวจรา ไม่ใช่เรื่องจะเดาเอา คาดคะเนเอา สมมุติเอา ไม่ใช่ นิปุณา มันละเอียดยิ่งกว่าสุขุม แต่ละเอียดขั้นไปหานิพพาน ผู้มีสภาวะนี้จะรู้ พูดแล้วเข้าใจกันได้ดี แต่คนไม่มีสภาวะก็ฟังไป เช่น เหลือนิดนึงกับหมด มันมีความต่างกัน อย่างนี้เป็นต้น มันละเอียด คุณก็จะรู้ว่าความเหลือนิด กับหมด ต่างกัน อันนี้สบายแล้วเหลือนิดก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่มันยังเหลือก็ต้องทำให้หมดตัว ผู้ต้องการความบริสุทธิ์จะทำให้หมด แต่คุณอย่าประมาท ถ้าล้างไม่หมดสักวันหนึ่งมันก็สะสมขึ้นมาเล่นงานตัวเอง อย่าหาว่าไม่บอกนะ
630826_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เจาะลึกอุปาทานสุขทุกข์คือกระดาษแผ่นเดียวกัน