เศรษฐศาสตร์แบบผู้รับใช้จะทำให้ไทยเป็นมหาอำนาจ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

เศรษฐศาสตร์แบบผู้รับใช้จะทำให้ไทยเป็นมหาอำนาจ พ่อครูว่า...จะพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจยังไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะตอนนี้เขายึดถือกันแรงกำลังหน้ามืด ปล่อยให้เขาหน้าเมื่อยก่อน ถ้าหากหน้ามืดมันก็ยาก ถ้าหากหน้าเมื่อยมันก็จะพูดกันง่ายหน่อย ถ้าหน้ามืดอย่างนี้พูดอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะไปทำอะไรได้ ต้องรอหน่อย ซึ่งคิดว่ามันคงไม่รุนแรง เพราะมันมีจำนวนน้อย แต่เขาพยายามยุแหย่ เขาพยายามยุแหย่ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ เขาก็เลยยุแหย่เด็กน้อย ดีไม่ดีอีกหน่อยระวังอนุบาลตุ๊กติ้วนะ เดี๋ยวเขาแพร่เชื้อมาครอบงำความคิดเด็กไปหมด คือมันไม่มีทางแล้ว จึงเก็บเอาเศษเล็กเศษน้อยมาใช้ คือมันจะสิ้นไร้ไม้ตอกแล้ว จะไม่มีทางไปก็ปล่อยให้เขาเล่นไป โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่ตกยุคหลงโลกอยู่บ้าง แต่มีน้อย เห็นได้เลยว่า โดยรวมแล้วผู้ใหญ่ที่ตกยุคก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ตื่นรู้กันแล้ว ตื่นรู้กันดีมาก พลเอกประยุทธ์ บริหารประเทศต่อเนื่องกันมาตั้งแต่คนเข้าใจว่าเผด็จการทหาร เพราะเข้ามายึดอำนาจ ซึ่งอาตมาจะอธิบายว่ามารับไม้ต่อจากประชาชน เพราะว่าอำนาจที่ได้มาคุณไม่ได้ออกแรงอะไรเลย คุณมาบอกว่ายึดอำนาจแค่นั้น คุณก็ได้ไปแล้ว ซึ่งมีหลักฐานยืนยันอาตมาไม่ได้โมเม ไม่ได้พูดเล่น ทุกอย่างมันจบแล้ว ประชาชนปฏิวั ติประชาชนรัฐประหารให้เรียบร้อยแล้วไม่รู้กี่รัฐบาล ก็ยังพูดอยู่เลยว่า ทำไมพลเอกประยุทธ์เพิ่งมาออกเอาตอนจบเกมแล้ว ยิ่งลักษณ์คนสุดท้ายแล้ว แต่เอาเถอะมันเป็นเหตุปัจจัยที่ต้องเป็นเช่นนั้น เมื่อพลเอกประยุทธ์ยึดแล้ว คนก็ยังเข้าใจว่าเป็นเผด็จการทหารมายึดอำนาจ พลเอกประยุทธ์ก็แสดงออกต่อ แสดงไปแสดงไปจนกระทั่งสุดท้ายมีการเลือกตั้ง เลือกตั้งแล้วพลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้ลงเลือกด้วย แต่สุดท้ายก็รวมกัน โหวตแล้วเอาพลเอกประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกอีก มันแสดงให้เห็นถ

อ่านต่อ

ึงว่า เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ถามว่าพลเอกประยุทธ์ไปซื้อพรรคต่างๆไปซื้อมือพวกออกเสียง ยกคะแนนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกหรือเปล่า มีหลักฐานไหมว่า พลเอกประยุทธ์ไปใช้อำนาจบาตรใหญ่อะไร ก็ไม่มี นี่คืออำนาจประชาธิปไตย จนที่สุดเมื่อเลือกตั้งเลย ทีนี้เลือกตั้งแล้วพลเอกประยุทธ์ก็ได้เป็นนายกอีกทำมาเป็น 6 ปีแล้ว ตอนนี้มันนานไปหน่อยคนไทยนี้เป็นพวกขี้เบื่อ เบื่อง่าย พลเอกประยุทธ์ก็ถามตรงๆเลยซึ่งอาตมาชอบตรงนี้ พลเอกประยุทธ์มั่นคง แม่นชัดในประเด็นของพฤติกรรม ว่าพลเอกประยุทธ์วันนี้ ได้กระทำสิ่งที่เจริญสิ่งที่ดี พาให้ประเทศเจริญมาดีขึ้นมา ใครได้ยินบ้าง คนอื่นเขาถามแกตอบว่าถ้าเอาผมลงแล้วใครจะขึ้นมาบริหารแทน ใครทำได้อย่างผมนี้มีไหม อย่างนี้ใช่ไหม แสดงว่าพลเอกประยุทธ์มั่นใจว่าเรื่องจริงใจสองทำได้มีคุณภาพมีหลักฐานยืนยันมีข้อมูลต่างๆไม่ได้พูดอย่างหลงตัว แต่ก็มีข้อมูลเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วใครทำได้อย่างนี้บ้าง เพราะฉะนั้นคนที่ขี้เบื่อคนที่ใจร้อน อยากให้มันดีเร็วไวยิ่งกว่านี้ ปัดโท้มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด ทำมา ๆ พวกที่รุกเขาก็ยังรุกอยู่ไม่จบ ยิ่งพลเอกประยุทธ์อนุโลมให้เขา พวกที่รุกก็ยิ่งได้ใจ มันก็เลยรุกแรงขึ้น เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่อยากทำรุนแรงมันมีความซับซ้อนหลายชั้นหลายเชิงเลย เพราะฉะนั้นถ้าดูองค์รวมด้วยคนมีปัญญาจริงๆแล้วบวกลบคูณหารจริงๆจะรู้เลยว่า ประเทศไทยกำลังไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นพวกที่ วอกแวกไม่แม่นคม ไม่มีสัญญายนิจจานิที่กำหนดได้คมชัดพวกไม่มั่นคง ไม่มีการกำหนดอะไรได้เที่ยงแท้แน่นอนมั่นคงแล้วอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลงเลย เป็นสัญญาที่มีความสำคัญ ความเชี่ยวชาญเป็นสัญญาที่มีความรอบรู้ แล้วก็แม่นมั่นอย่างแท้จริงดีมากเลย เขายังมีไม่พอ เขาก็เลย เหลาะเแหละ ต้องคนมีสัญญามั่นจริงๆรู้จักโลก สัญญยนิจจานิโลเก องค์ประกอบของโลก ข้อมูลหลักฐานต่างๆรวมแล้วตัดสินได้ก็สรุปออกมาเป็นสัจจะที่เป็นหนึ่งเดียว ใช้สัญญาหนึ่งเดียวเป็นสัจจะนี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ นี่คือรายละเอียดของคำว่าสัจจะหรือ หรือสัญญายนิจจานิ นี่อธิบายแถมให้ฟังอาจจะสูงหน่อย ลึกซึ้งหน่อย เพราะว่ายากมาก จูฬวิยูหสูตร อาตมาก็ค่อยแถมให้เรื่อยๆ เอาเหตุปัจจัยจริงๆมาประกอบอธิบาย ให้คนไปคิดเอาเองจินตนาการไม่มีหลักฐาน มันซับซ้อน มันยากมากจะเข้าใจไม่ได้ ต้องอธิบายเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ

สรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง อาตมาดูแล้วว่า เศรษฐกิจก็ไปได้ดีใช้วิธีการใช้ความรู้หลายๆคนหลายๆพรรคช่วยกัน ทีนี้ อยากจะขยายคำว่าเศรษฐกิจเข้าไป ให้ยิ่งขึ้นไปอีกว่า เศรษฐกิจที่ดีที่สุดนั้นเป็นเศรษฐกิจต้องทำให้คนพากันมาจน ทำให้คนมามีวรรณะ 9 ไปศึกษาวรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้าให้ดีๆ ให้เป็นคนเลี้ยงง่าย ให้เป็นคนพัฒนาบำรุงให้เจริญได้ง่ายๆ สุภระ สุโปสะ เป็นคนมักน้อย เป็นคนมีน้อยหรือว่าเป็นคนกล้ามาจน ไม่ไปเอาหรอกไปรวยมีมากๆ เราเป็นคนมีน้อยๆไว้ ในที่สุดก็เป็น 0 ไม่ใช่มีน้อยที่สุดคือไปเป็นหนี้ เราไปไม่เป็นหนี้ ผู้ที่จนมีชีวิตเป็น 0 ได้นี้สุดยอดและเป็นที่ตั้ง พวกเราชาวอโศกนี้ทำได้ มีผู้คนที่มีชีวิตไม่สะสมเงินทอง ใช้กับส่วนกลางนี่แหละ เมื่อมีความจำเป็นความสำคัญที่จะใช้ ไม่จำเป็นต้องไปแบ่งแยกออกมาจากกองกลาง เราใช้ให้น้อยด้วย ไม่ต้องไปรบกวนกองกลางได้มาก นั่นแหละคุณเจริญ เพราะอันอื่นมีที่จะขยายงานขยายผลได้อีกมันมีอยู่ เรามาเป็นแรงงานช่วยเสริม แล้วก็สร้างเสริมเพิ่มให้ ไม่เอาไปใช้เพิ่มอีกก็เป็นการซับซ้อนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นคนมีวรรณะ 9 เป็นคนมักน้อย ใจพอ แล้วขัดเกลาสิ่งที่ยังบกพร่องของตัวเอง สัลเลขะ ขัดเกลา ทางวัตถุ ทางกายกรรมภายนอกที่ยังอยากจะฟุ้งเฟ้อหรูหรา ก็ให้ลดลงๆๆๆ ขัดเกลาทางกาย วาจา ใจ ขัดเกลาสิ่งที่บกพร่องทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมลงให้สำเร็จ ด้วยหลักการของศีล ก็ใช้ศีลเคร่ง อธิศีล เคร่งได้เป็นปกติ เรียกธูตะ แต่เคร่งนี้ผู้เคร่งได้แล้วนั้นจะรู้สึกสบาย แต่ผู้ที่ยังไม่ได้ก็จะรู้สึกว่าสุดโต่ง ที่จริงแล้วมีสูงกว่านี้อีก ธูตะ คือ ศีลที่เคร่งศีลที่สำเร็จแล้ว องค์แห่งศีลเคร่ง ธูตะ ที่ขยายความว่าพระกัสสปะมีความเป็นศีลเคร่ง มันโต่งไปทางเดียรถีย์ นอกพุทธ แต่เขาเอามายึดถือเป็นตัวอย่าง เช่น ธุดงควัตร 13 ข้อ ซึ่งเป็นบอร์เดอร์ไลน์ของพวกนอกรีต พวกชอบนอกเขต ถ้าเลยของพระกัสสปะไป ตกออกนอกเขตพุทธเลย เคร่งสุดขอบคือแบบของพระมหากัสสปะคือมันเคร่งเกินทั้ง 13 ข้อ ที่นี่ก็มีคนบอกว่าพระมหากัสสปะเป็นพวกนอกรีต คนก็จะไม่เข้าใจก็จะไม่เคารพพระมหา กัสสปะ พระพุทธเจ้าก็ช้อนไว้ ว่าพระมหากัสสปะ เป็นคนที่เท่าเทียมกับเรา เขาเข้าใจไม่ได้ว่าความเท่าเทียมคืออย่างไร พระพุทธเจ้าปฏิบัติได้อย่าง เข้มๆหนักๆ ทุกรกิริยา จัดๆ ท่านทำได้เท่ากัน กับพระกัสสปะ แต่ท่านไม่ทำแล้ว ท่านก็เลยช้อนพระกัสสปะ ประเดี๋ยวคนจะเกลียดชังพระกัสสปะ ท่านก็ช้อนช่วยพระกัสสปะ นี่คือนัยยะที่สำคัญที่คนไม่เข้าใจก็จะพูดกัน ต้องเข้าใจว่านัยยะท่านอนุโลมช่วยไว้ นัยยะนี้เอากลางๆแบบนี้ สมณะฟ้าไท...ภาษาพระไตรปิฎกจะมีข้อความยกย่องเช่นการแลกผ้ากับพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...เพราะว่าพระไตรปิฎกฉบับนี้พระมหากัสสปะเป็นประธานในการเก็บรวบรวม เพราะฉะนั้นเขาก็มีเชิง เข้าข้างพระกัสสปะไม่มากก็น้อย ถ้าพระไตรปิฎกนี้ให้พระสารีบุตรรวบรวมก็จะไม่เป็นแบบนี้ หรือให้พระอานนท์มารวบรวมก็ไม่เป็นอย่างนี้ ก็ยังดีนะที่มีพระอานนท์ไม่น้อยในนี้ แต่พระสารีบุตรก็มีอย่างนี้เป็นต้น

ถ้าเผื่อว่าทำให้คนมีใจพอ มีความมักน้อยแล้วก็สันโดษใจพอ อาตมาก็ย้ำแล้วย้ำอีกหลายที พระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องศีลเป็นอริยะ สำรวมอินทรีย์อันเป็นอริยะ มีสติสัมปชัญญะอันเป็นอริยะ มีความสันโดษอันเป็นอริยะคือใจพอที่เป็นอริยะ ใจพอที่เป็นอริยะคืออะไร ก็คือน้อยแต่พอ มันจริง ใจมันพอจริงๆ ใจไม่ใช่เสแสร้างกดข่มไว้ มันพอเพราะมันลตกิเลสมันลดลด มีเท่านี้ก็พอ จริงๆมีมากกว่านี้มันเฟ้อมันเกิน จะมีมาก็ไม่ว่าอะไร มีมาก็สะพัดออกไป แค่นี้ก็พอแล้วกินเท่านี้ ใช้ตอนนี้ มีเท่านี้ พอ มากกว่านี้ก็ไม่ปฏิเสธก็ได้ แต่ก็สะพัดเป็น มีมาให้ก็สะพัดออกไปอย่างที่ควร เพราะฉะนั้นผู้ที่จบในความพออันนี้ มันมีอะไรมา มันก็สะพัดออกไป มันก็คือเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ แต่ทุกวันนี้มีมาก็บอกว่ามีอีกไหม แล้วคนเข้าเก็บเป็นของตัวเอง ดีไม่ดีเอาไปออกดอกออกผลไปหาเพิ่มอีก นั่นเป็นลักษณะของทุนนิยมสามานย์ มันก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นให้ศึกษาจิตเป็นประธาน จิตจะเป็นอย่างนี้ต้องเป็นจิตที่เป็นจริง มาศึกษาเรียนรู้แล้วจิตจะเป็นได้ ชาวอโศกที่มาเรียนรู้ปฏิบัติธรรม จิตมันเป็น จิตพวกคุณเป็นจริงๆ แล้วจิตที่เป็นได้นั้นไม่ใช่กดข่มเป็นศรัทธาเท่านั้น แต่มันมีปัญญาที่เป็นได้แล้ว ทำจนกระทั่งจิตมันมีความเฉลียวฉลาด มีปัญญาเฉลียวฉลาด ชัดเจนเพียงพอว่า อย่างนี้ โดยที่มีความฉลาดนั้นถึงขั้น ไม่ได้เชื่อใคร เชื่อตัวเอง ไม่ต้องเชื่อใคร ไม่ได้เชื่อตัวเองอย่างงมงาย แต่เชื่อตัวเองอย่างเป็นปัญญาแล้ว นี่แหละสุดยอด อปรับปัจจยาญาณ เอเมสวัสสะ เอตถะ โหติ สรุปแล้ว ถ้าคนมาเป็นคน เมื่อกี๊ ใจพอแล้ว นอกจากใจพอแล้ว สันโดษแล้ว ยังมีความขัดเกลา ยังมี ธูตะศีลเคร่ง ก็เป็นอาการที่น่าเลื่อมใส เป็นตัวที่ 7 คือ กายกรรมก็น่านับถือน่าเลื่อมใส ดีเหมาะสมดี อย่างนี้น่านับถือ กายกรรมอย่างนี้ วจีกรรมอย่างนี้ มโนกรรมอย่างนี้ ก็น่านับถือเป็นปาสาทิโก อีกสองอันสุดท้าย 8 ,9 นี้ยิ่งยอดเยี่ยม เป็นคนไม่สะสม อปจยะ มีเท่าที่เป็นปัจจัยเป็นบริขารแค่พออาศัย แค่นี้เป็นเครื่องประกอบ นอกนั้นเกินก็สะพัดออกไม่สะสม นอกจากพอแล้วก็ไม่สะสม นอกจากไม่สะสมแล้วตัวสุดท้าย วิริยารัมภะ ขยันแล้วขยันอีกไม่สะสม ท่านประยุทธ์ท่านแปลว่า ระดมความเพียร เร่งรัดพัฒนาขยันหมั่นเพียรอยู่เสมอๆไม่ดูดาย ขี้เกียจไม่มีหรอกคนระดับนี้แล้ว มีแต่อย่าขยันเกิน จนสุขภาพเสียหาย มันควรจะทำพอแล้วก็ทำมากเกินจนไม่รู้ควรหยุดแล้วก็พอเสียทีเถอะ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท..เคยถามเด็กๆว่า หากเด็กๆอยู่กันยังไม่เคารพกัน ไม่ต้องมีพี่มีน้องไม่ต้องมีลำดับอะไรเลยจะดีไหม เด็กบอกว่าไม่เอาหรอก เป็นแบบที่เป็นนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ซึ่งพ่อครูให้อิสรเสรีภาพแก่คนชาวอโศกสูงมาก ทำตามฐานะตัวเอง แสดงความเห็นได้ทุกอย่าง

พ่อครูว่า...ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 เรื่องแบบคนจน ให้มาเอาแบบคนจน ท่านตรัสไว้กับรัฐมนตรีของเกาหลี บอกว่าประธานาธิบดีเกาหลีฝากมาถามว่าให้บริหารประเทศแบบไหน เกาหลีเขามีความลึกซึ้ง ผู้บริหารเขารู้มีความลึกซึ้ง เกาหลีนี้มีคนมาให้รางวัลเราแสดงว่ามีทั้งการเมืองทั้งทางด้านธรรมะนะ แต่ในทางที่มอมเมาคนก็ไม่น้อย มันก็มีจุดเด่นจุดด้อยอยู่ในตัว ในหลวงท่านตรัสแบบคนจน ซึ่งอาตมาว่าคนฟังแล้วหูหัก จะทำอย่างไรมาเอาแบบคนจน ประเทศมาเอาแบบคนจนแล้วจะอยู่รอดอย่างไร ขนาดจะพยายามรวยกันยังอยู่ไม่ได้เลย ก็เพราะว่าพยายามรวยนี่แหละมันถึงไปไม่รอด นี่แหละมันถึงยากอย่างนี้ มันเป็นไม่ได้ก็ตรงที่ว่า 1.มันไม่เข้าใจ 2.มันเป็นไปไม่ได้ เข้าใจว่ามันเป็นคนจนอย่างไร จนคือไม่สะสมสิ่งของเข้าของ ก็มีของไว้น้อยมีกินก็น้อยใช้ก็น้อย สรุปเข้าหาของกินของใช้ที่เป็นของอาศัยในชีวิตมีน้อย ปัจจัยบริขารของชีวิต มีเท่านี้ก็พอทำประโยชน์ได้ อุปกรณ์ก็มีพอสมควร เห็นว่าเป็นบริการที่เป็นปัจจัยต้องมีปากกาต้องมีคอมพิวเตอร์ต้องมีแว่นตาต้องมีเครื่องมืออะไร สำหรับประโยชน์ตัวเองไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรอกสบายมาก แต่ที่นี้ต้องทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นก็ต้องใช้ เมื่อเข้าใจแนวลึกของธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจริงๆ แล้วมาทำได้สำเร็จ เป็นคนจนที่มหัศจรรย์ เป็นคนจนที่แปลกประหลาด เป็นคนจนที่มีความ ขอยืมใช้คำว่าความสุขมาใช้ คิดถึงความสุขแล้วมันไม่มีหรอก มันเป็นความสุขที่ไม่สุขไม่ทุกข์ ความสุขความทุกข์เป็นคำสองคำที่เป็นเทว มันเป็นอย่างเดียว ที่จริงแล้วมันไม่มีทั้งคู่ มันเป็นอุเบกขา อุเบกขาเป็นอย่างไรก็คือไม่สุขไม่ทุกข์ไง ก็เอาภาษาไทยมาขยายคำว่าอุเบกขาอีก ไม่สุขไม่ทุกข์ คนก็งง มันไม่มี ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ทุกข์ก็ไม่ใช่สุขก็ไม่ใช่ มันเป็นอาการอีกอย่างนึง เป็นพลังงานของอาการจิต มันรู้อาการของความสุขเป็นเช่นนี้ อาการของความทุกข์เป็นเช่นนี้ แล้วมันก็ไม่มี ที่จะโต่งไปทางสุขก็ไม่มี จะโต่งไปทางทุกข์ก็ไม่มี จึงเรียกว่า อุเบกขา สู่แดนธรรม..พ่อครูเคยแปล สุข ว่า ว่างนี่แหละดี พ่อครู..ข แปลว่า ว่าง สุ แปลว่าดี ว่างๆนี่แหละมันดี สุขะ มันเป็นคำที่เปรียบเทียบไม่ได้แล้วไม่รู้จะเปรียบเทียบอะไรอีก เพราะเปรียบเทียบไปแล้วมันก็เหมือนกับไม่ได้พูด สมณะฟ้าไท...พ่อครูเคยอธิบายไว้ในหนังสือคนจะมีธรรมะได้อย่างไร พ่อครูว่า...เอาเล่มเก่าๆมาดู เราอธิบายไว้หมดแล้ว ไปอ่านของเก่าๆ เป็นคำสรุป ก็เลยง่าย เรารู้แล้ว นี่อธิบายเพื่อคนที่ยังไม่เข้าใจให้เข้าใจ เมื่อไปอ่านสิ่งที่สรุปไปแล้วมันจึงลัดเข้าเนื้อแก่นได้ ก็ต้องทำไว้ทั้งหมดทั้งสรุปและขยาย แล้วก็จะต้องขยายอีกไม่ใช่น้อย เข้าสู่เรื่อง เรื่องเศรษฐกิจนี้ขอยืนยันว่าประเทศไทยกำลังพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจที่อาตมาอยากจะขอกล่าว ซึ่งได้กล่าวมาหลายทีแล้ว ขอกล่าวปรามไว้ อย่าไปหลงกับเศรษฐกิจที่ได้เงินจากคนข้างนอกที่มาท่องเที่ยว นั่น 1 มันเป็นเงินจากอบายมุขเป็นเงินจากการท่องเที่ยว ใครมาท่องเที่ยวก็อย่าได้ไปหาเงินจากเขา ให้เขามาพักผ่อนแล้วเขามาใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ไปหาเงินจากเขาหรือไปขูดรีดจากเขา อย่าไปได้เงินจากนักท่องเที่ยว เมืองไทยนั้นใครมาจะต้องเลี้ยงดูตอนรับเขาด้วยซ้ำไป เป็นวัฒนธรรมไทย แต่นี่ใครมาจากต่างบ้านต่างเมือง ก็พยายามรีดนาทาเร้นเขา นี่ไปเลียนแบบที่อื่นมา มันไม่ดีมันเป็นความเสื่อม 1. รายได้จากการท่องเที่ยวไทยลดลงได้เจริญ จนไม่ต้องนะได้เงินรายได้จากการท่องเที่ยวเลย มีแต่จะช่วยเหลือคนมาเที่ยวที่นี่ ต้อนรับช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นใครมาเที่ยวเมืองไทย ต่อไปในอนาคตกำหนดเหมือนกับภูฏานเลย กำหนดเลยให้เข้าเท่านี้คน ต้องมีเหตุมีข้อมูลต่างๆมีกฎเกณฑ์อะไรถึงเข้ามาได้ เข้ามาได้แล้วอยู่ได้เท่านี้เท่านี้อะไรต่างๆนานามีกฎเกณฑ์ไว้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเมืองเราจึงเป็นเมืองที่คนอยากจะเข้ามาเที่ยว เพราะเข้ามาเที่ยวถือว่าเป็นเกียรติอย่างนั้นเลย ไม่ใช่เข้ามาแล้วเราจะได้ล้วงตับกินไส้ล้วงกระเป๋าเขา ไม่ใช่ มันไม่ดี มันเป็นเรื่องชั้นต่ำ 2. เศรษฐกิจในการส่งออก รายได้ ได้จากเอาเปรียบจากสินค้าขาออก ไปขายแพงๆได้เงินดีขาเข้ามาแล้วเรียก GDP ซึ่งอาตมาขยายอธิบายว่า GDP อย่างนี้เป็นแบบกบฏ ผิดจากโดเมสติก ซึ่งเป็นของภายใน แต่ไปตีกินไปเอารายได้จากภายนอกที่เกินทุนด้วย ถ้าคุณไปขายเท่าทุน คุณก็ไม่ได้เอาเปรียบเสียเปรียบอะไร คุณก็ดี คุณขายขาดทุนให้ข้างนอกเขา นั่นแหละคุณเจริญล่ะ คุณขาดทุนจากข้างนอกได้เท่าไหร่ นั่นคือ GDP คุณเจริญเท่านั้น พวกคุณเข้าใจไหม มันเข้าใจแต่ว่ามันทำยาก เพราะว่ากิเลสมันไม่ให้ทำได้ ไปบอกคุณเจริญ ไปบอกคุณธนิน ให้ทำอย่างนี้ เขาทำไม่ได้หรอก อาตมากำลังรวบรวมหนังสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 1 ตอนนี้เสร็จแล้วแจกแล้ว ตอนนี้กำลังทำเล่ม 2 อยู่ ซึ่งมันมีความละเอียดมีอะไรใหม่ขึ้นมา เพิ่มเติมแก้ไขอีกเยอะแก้แล้วไขอีก เพิ่มอีกเยอะเลย เดิมมี 4 หน้าก็ขยายไปอีกเป็น 40 หน้าอย่างนี้ สู่แดนธรรม..ผมขอถามแทนคนไทย ทำงานอะไรจะทำได้อย่างนี้ พ่อครูว่า..ทำอย่างโพธิรักษ์พาทำ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าไปรอดไหมไปรอดได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องเสถียร คนจะไม่แย่งมาเป็นคนจนง่ายๆมันจะพังได้อย่างไร สอง พวกคนจนนอกจากไม่มีอะไรแย่งแล้ว ที่มีก็ยังแจกให้คุณไปได้เลยด้วย แล้วคุณจะมาแย่งลงหรือ มันมาแจกเรา เราจะไปแย่งทำไม เขาทำให้เราอยู่แล้วมันจึงเป็นความซับซ้อนมาก เป็นเศรษฐกิจที่เสถียร เป็นเศรษฐกิจที่เยี่ยมยอด สู่แดนธรรม ถ้าประเทศไทยทำได้จริงๆจะเป็นมหาอำนาจ พ่อครูว่า..ถูกต้อง ไม่ต้องไปหาคำตอบว่าอโศกเป็นมหาอำนาจไหม เพราะว่าเป็นได้อยู่แล้ว ไม่ใช่มหาอำนาจที่ไปเบ่งข่มคนอื่น แต่เป็นมหาอำนาจที่ไปรับใช้ผู้อื่น นี่คือมหาอำนาจจริงๆ คือมหาอำนาจที่รับใช้ประชาชน นี่คือสุดยอดมหาอำนาจ นี่แหละประชาธิปไตย ทำไมมีมหาอำนาจ ก็เป็นผู้ที่รับใช้ประชาชนได้มากเรียกว่ามหาอำนาจ เป็นอำนาจที่มาก มหา อำนาจอะไร อำนาจรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ไปขูดรีดจากประชาชน ไปเบ่งทับประชาชนเหมือนอย่างประเทศที่เขาบอกว่าเป็นมหาอำนาจ เขาจะยิ่งใหญ่เขาจะเป็นเบอร์ 1 อย่างนั้น ไม่ใช่ คนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น Concept ของโดนัลด์ทรัมป์กับ Concept ของพระพุทธเจ้านี้ มันสุดฟ้ากับสุดเหวเลย คนละเรื่องกันเลย เป็นไปได้เพราะเราพิสูจน์แล้ว มีตำรามีทฤษฎีของพระพุทธเจ้าด้วย แล้วพิสูจน์แล้ว ถามใจคนที่บรรลุ ถามใจคนที่เป็นได้แล้ว มีความทุกข์ไหม ...สุข สบายไหม..สบาย เบิกบานร่าเริงไหม เบิกบาน แกล้งพูดหรือเปล่า...ไม่ เอาจากเวทนาแท้ๆของคุณ พูดจากความรู้สึกจริงๆ เพราะคุณได้ล้างเวทนาเปลือกๆผิวๆที่คุณได้หลงแต่ก่อนนี้ออกไปออกไป เหลือแต่แก่นแท้ๆความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบ มันสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆเลย สูแดนธรรม...ความเป็นไปได้จริงนี้เป็นไปได้อย่างไม่ต้องรอให้รัฐบาลส่งเสริม พ่อครูว่า ไม่ต้อง เราเองส่งเสริมตัวเองก่อน แล้วขยายผลให้คนอื่นรู้ตาม และไม่ต้องไปบังคับคนอื่นด้วย เพราะไปบังคับเขาไม่ได้ เขาต้องมีฉันทะ ต้องมีใจยินดีเป็นมูลกา เริ่มต้นต้องรู้ว่าอย่างนี้เข้าท่า เขาจะมาศึกษาปฏิบัติพากเพียรลดละตัวเองเขาจึงจะได้ เมื่อเขาได้แล้วเขาถึงจะเป็นของจริง อาตมาทำมาจนกระทั่งย่างเข้าปีที่ 51 ได้ขนาดนี้ก็นอนตายตาหลับแล้ว แต่ยังไม่ยอมตาย จะทำอีกให้มันแข็งแรงยิ่งกว่านี้ สู่แดนธรรม..แต่ก่อนพ่อท่านว่าให้รออีก 500 ปี แต่ตอนนี้ไม่ต้องรอถึง 500 ปีแล้ว พ่อครูว่า...ทำมาอย่างน้อยก็เกือบ 50 ปีแล้ว มีอัตราการเจริญอยู่ ที่ได้ทำแพทเทิร์นเอาไว้ มันจะขึ้นไปก่อน จนไปสู่ความสูงที่สุด มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ตามไตรลักษณ์ จักรวาลของโลก เมื่อมันลงแล้วมันจะมีเนื้อหา ตอนขึ้นมันจะมี Co-efficient แต่ตอนลงมันจะมีโมเมนตัม มันจะมีลำดับเป็นขั้นตอนอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาจะทำได้อย่างนี้หมดทุกคน แต่เขาจะมีทิฐิตรงกันว่า เป็นยอดยกไปเลยว่าชาวอโศกเป็นสาธารณโภคีเป็นตัวอย่างที่ 1 เป็นยอดพีระมิด คนอื่นก็เป็นฐานของพีระมิดไปตามลำดับจะนับถือกัน พระโสดาบันเสมอพระโสดาบัน พระสกิทาเสมอพระสกิทา พระอนาคาเสมอพระอนาคา อรหันต์เสมออรหันต์ จะมีลำดับขั้นที่ยอมรับนับถือกันอย่างแท้จริง เพราะมันมีทิฏฐิสามัญญตา และมีศีลสามัญญตา มีหลักเกณฑ์ มีทฤษฎี มีข้อปฏิบัติไปตามลำดับ เข้าใจกันหมดแล้วใครทำได้เท่าไหร่ก็รู้คนนี้มีศีล 5 ได้อธิศีลอย่างนี้ได้ อธิศีลด้วยกัน คนนี้มี อธเิศีล 5 มากกว่าเรา คนนี้มีอธิศีล 8 มากกว่าเรา หรือศีล 10 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลก็ตาม มีหลักเกณฑ์ให้ยืนยันพิสูจน์ทำได้จริง

630823_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เศรษฐศาสตร์แบบผู้รับใช้จะทำให้ไทยเป็นมหาอำนาจ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน