21-5 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1067-1118.docx
เนื้อหาในไฟล์
มะเร็งตับอ่อนเราก็เรียกว่าตอนนั้นก็ช็อคนะ ไม่คิดว่านี่คือตัวเราเหรอมันมาแล้วเหรอเวลาอย่างนี้มันมาแล้วเหรอตอนนั้น จิตอาสา : เมื่อวานอาจารย์พิ เ ศ ษ 68 นะคะเขาว่าจะเป็นมะเร็งปอดคนจะเป็นมะเร็งได้ 68 คุณหญิง : นะคะอันนี้ 40 ตอนนั้น 40 เอง จิตอาสา : ค่ะ คุณหญิง : เลยเอ๊ยเราเป็นมะเร็งตับอ่อนแล้วเหรอ ก็เรียกว่าจิตตกไปวัน ห นึ ่ งเต็ม ๆ ร้องไห้ แล้วก็ตั้งสติยังไม ่ ได้ เพราะว่าคนที่รู้ข่าวอย่างนี้ก่อน หญิงเพิ่งรู้สภาวะนะว่าพอคนที่หมอวินิจฉัยอย่างนี้อะไรที่มันจะเข้ามามันคือความวิตกกังวล และความห่วงเราจะห่วงว่าถ้าเราจะตายนี่อะไรมันค้างอยู่เต็มไปหมดเลยนี่ เราจะจัดการกับมันยังไง แล้วเราจะมีเวลาพอไหมที่จะทำกับสิ่งที่เราค้างเอาไว้อยู่อย่างนี้มันจะพอไหม มันจะทันไหม เสร็จร้องไห้อยู่พัก หนึ่ง ก็มาได้สติมันไม่มีประโยชน์แล้วพอดีคนที่อยู่รอบข้างเราน่ะเป็นผู้อาวุโสที่เป็นฝรั่ง ที่เขา เป็น ฝรั่งนี่เขาดีอย่าง หนึ่ง ถึงแม้เขาจะเจ็บป่วยอะไร ยังไงเขาจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความเจ็บป่วยในแง่ของเอามาวิตกกังวล แต่ว่าเขาก็จะเหมือนกับ เรียกว่ายอมรับมัน แล้วก็ไปทำอย่างอื่นให้มันเหมือนกับลืม ๆ เลือน ๆ ไปแต่ในลักษณะนั้นมันเหมือนกับกดข่มมากกว่ามันยังไม่เป็นเรื่องของความเข้าใจ แต่หญิงก็ได้หลาย ๆ คนที่เขาเป็น เหมือน ตัวอย่างนำทางเราว่าไม่มีใครอยากป่วยอยากตาย แต่ว่าในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้ก็ต้อง L ife มันก็ต้อง G o on มันก็ต้องเดินต่อไป ทีนี้พอเห็นเขาแล้วเราเริ่มตั้งสติได้ เราก็มารีบเตรียมตัวว่าจะทำยังไงกับเรื่องสุขภาพของเราเอง และเรื่องธุรกิจคุณหมอก็บอกว่านี่ยังไงยูก็ต้องรักษาด่วน ก็ต้องมาทำตัดชิ้นเนื้อตัดอะไรดูให้มันแน่ชัดว่ามันใช่มะเร็งตรงนี้แน่หรือเปล่าอะไรอย่างนี้ ทีนี้ถ้าเกิดตัดชิ้นเนื้อนี่ ต้องใ
อ่านต่อ
ช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนานแล้วก็ตอนนั้นหญิงบอกเลยว่ามันไม่มีใครที่จะสนิทพอที่จะอยู่ดูแลหญิงได้ แบบว่าประกบหญิงได้ ตัดสินใจว่าต้องกลับเมืองไทย จิตอาสา : อยู่อเมริกานี่อยู่คนเดียวใช่ไหมคะ คุณหญิง : จริง ๆ มีน้องแต่งงานอยู่อีกรัฐ ห นึ ่ งแต่มันอยู่อีกเมือง หนึ่ง ค่ะมันไกลเขามาดูไม่ได้เขาก็ ต้องทำงาน แล้วเสร็จพอเราอยู่คนเดียวเราจะกลับเมืองไทยนี่ เราก็ต้องแพลนเรื่องธุรกิจเรื่องอะไรที่จะต้องโอนย้ายให้กับหุ้นส่วนดูแลลูกน้องเราอีก หญิงต้องใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 1 เดือนทั้งหลายทั้งแหล่คุณหมอบอกว่ากลัวไม่ทันโอ้โห ยิ่งยิงมาอีกช็อต กลัวไม่ทัน หญิงบอก เอ๊ะ ชีวิตเราเป็นมะเร็งตับอ่อนนี่สั้นขนาดนี้เชียวเหรอเราก็ตัดสินใจนะ ทันไม่ทันก็มีเท่านี้แหละทำไปก่อนทำให้ดีที่สุดแต่ต้องยอมรับว่าโชคดีนะคะที่ระหว่างที่อยู่อเมริกาแล้วมีเวลาอีกเดือน ห นึ ่ ง ที่จะเคลียร์งานนี่ได้เพื่อนบ้านที่ดีพอดีเขานอกจากให้วีซีดีคุณหมอเขียวแล้วนี่เขายังปลูกสมุนไพร แล้วโชคดีมันเป็นสมุนไพรที่กินแล้วดูแลทางด้านตับ ตับอ่อนแล้วก็ ถุงน้ำดีอะไรพวกนี้กินแล้วมันถูกกับเราอาการเราก็ดีขึ้นมาในระดับ หนึ่ง จิตอาสา : เป็นสมุนไพรอะไรจำได้ไหมคะ คุณหญิง : มันเป็นของทางเขาค่ะเป็นหญ้าต้นหญ้ามันชื่อ แดนดิไลออน ( Dandelion ) อันนี้เอามาต้มเป็นชา จิตอาสา : เป็นพืชเมืองหนาว คุณหญิง : เป็นพืชเมืองหนาวค่ะ แล้วตอนนั้นหญิงบอกให้เลยนะคะคือมันก็เป็นความโชคดีก็คือถ้าเรามาเรียนกับคุณหมอนี่มะเร็งต่าง ๆ นี่ถ้ากินเนื้อสัตว์แล้วนี่มันจะไม่ดี เพราะตัวเซลล์เองนี่มันคงชอบนะมันก็ชอบอะไรเหมือนอย่างที่เราชอบนั่นแหละ แล้วมันก็ไปสร้างพิษสร้างกรดสร้างความร้อนในร่างกายแต่ตอนนั้นปรากฏว่าเป็นแล้วมันบังเอิญ มัน ล็อก ว่าเรากินไม่ได้เรากินเนื้อสัตว์ไม่ได้ เรากินข้าวไม่ได้ ไอ้ที่เรากินได้ตอนนั้นน่ะ จิตอาสา : กินไม่ได้นี่คือร่างกายไม่ต้องการใช่ไหมคะ คุณหญิง : มันไม่ต้องการคือมันอืด มันไม่มีความอยากกินน่ะ มันอืดแต่แปลกว่าที่เรารับได้นี่ก็จะเป็นน้ำต้มฟัก น้ำต้มผักเราก็จะกินแค่นี้ อยู่มาเดือน ห นึ ่ งนะหญิงกินแค่น้ำต้มฟักน้ำต้ มผักแล้วน้ำต้ม แดนดิไลออนนี่ อ้อ แล้วได้กินน้ำย่านางแบบ F rozen ด้วยค่ะ เหมือนกับเป็นน้ำย่านางเอาไปแช่แข็งแล้วมันเป็นเหมือนเกร็ดหิมะ ก็ จิตอาสา : เป็นย่านางกระป๋องไหม หรือว่า คุณหญิง : ไม่ มันเป็นอยู่ในแพ็คเป็นแพ็ค F rozen มาเลยค่ะนั่นล่ะค่ะ จิตอาสา : ค่ะใช่ เพราะตอนนี้ย่านางไปดังที่อเมริกาแล้วนะคะ คุณหญิง : ใช่ค่ะมันไปดังนานแล้วค่ะ จิตอาสา : ใช่คุณหมอยังบอกว่าขนาดดำ ๆ นะคะย่านางเพราะว่าเขา F rost จากเมืองไทยไปยังหายเลยนะคะสำหรับที่นู่นค่ะ คุณหญิง : แพงนะคะแพงมันไม่ถูกเลยมันแพงก็กินแล้วก็ดีแต่ว่ามันแพงแล้วมันอยู่ไกลจะกินต้องแบบมาซื้อแล้วเอากลับไปตอนนั้นก็ยังเดินทางไม่สะดวกนี่เพื่อนบ้านอุปถัมภ์ทั้งนั้นเลยแต่ว่าเรากินแดนดิไลออนอยู่ตรงพื้นหญ้าหน้าบ้าน อันนี้ไม่หมด จิตอาสา : ก็ได้ประทังชีวิตมากกว่า คุณหญิง : ค่ะ ใช่ จิตอาสา : ก็จะบอกพี่น้องอันนี้นิด หนึ่ง นะคะ บอกพี่น้องที่เมืองไทยโชคดีแล้วนะ มี สมุนไพรฤทธิ์ เย็นสด ย่านางสด ๆ กินที่นี่นะคะ เพราะคนอเมริกาแต่ก่อนนะก่อนที่จะมี น่าจะเป็นพี่นิดละมั้งที่ ตอนหลังคุณหมอไป USA แล้วเจอป้านิดที่แกจะเพาะย่านางได้ที่นั่นแล้วนะคะ แต่ก่อนคนไทยที่อยู่ที่นั่นน่ะจะรู้จักย่านางที่นั่นเขากินย่านางกระป๋องนะคะ ที่นี่พี่มีย่านางสด ๆ นะคะใช่ไหม คุณหญิง : โชคดีมากแล้ว จิตอาสา : ใช่ไหม คุณหญิง : แล้วราคาถูกหรือฟรีแล้วเสร็จปรากฏว่าพอนอกจากเรื่องของย่านางนะคะ มีอีกเรื่อง ห นึ ่ งที่เป็นความมหัศจรรย์ที่หญิงก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากคือพอตอนนั้นป่วยนี่ แล้วพอคุณแม่เสียก็ไปทำบุญให้คุณแม่ที่วัดไทยในอเมริกา ซึ่งมีหลวงพ่อองค์ หนึ่ง ชื่อหลวงพ่อเจฟฟรี่ค่ะ หลวงพ่อ เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชามั้งคะ แล้วพอดีจะไปปรึกษาเรื่องธรรมะ คือตอนนั้นเราก็รู้สึกเศร้าเหมือนกัน อะไรประมาณอย่างนี้แต่หลวงพ่อป่วยค่ะหลวงพ่อก็เลยเหมือนกับให้วีซีดีกับหนังสือธรรมะเรามา 2 อย่างบอกว่าให้เอาไปอ่าน ยังไม่ทันคุยกับหลวงพ่อเลยนะคะว่าจะคุยเรื่องอะไรยังไง หลวงพ่อบอกว่าให้เอา 2 อันนี่ไปดูไปอ่านเราก็ไม่เคยฟังไม่เคยอ่านไม่เคยติดตามเรื่องธรรมะไม่เคยศึกษาธรรมะเอามาก่อนก็ไม่ได้คิดจะอ่านแต่พอดีมีอยู่วัน ห นึ ่ งมันเหนื่อยมากไม่รู้จะทำยังไงแล้วก็เลยเอาวีซีดีของหลวงพ่อมาเปิดฟัง เพราะว่าดีกว่ามันเหนื่อยเปล่า ๆ ปรากฏว่ามันเป็นเรื่องของการใช้ลมหายใจใน การรักษาโรคโดยการใช้สมาธิแล้วก็สังเกตดูลมหายใจข องเราแล้วเอาลมหายใจนี่ไปเลี้ยงใน ตำแหน่ง ที่มีอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ในร่างกายซึ่งมันก็คล้าย ๆ กับที่คุณหมอ สอนในเรื่องของกะปาละบาติค ่ ะตอนนั้นหญิงไม่มีความรู้อะไรนี่เลยคำศัพท์พวกนี้หญิงไม่รู้จักหรอกแต่มันเป็นความบังเอิญ จิตอาสา : แต่ตอนนั้นได้ดูวีซีดีคุณหมอเขียวแล้วใช่ไหมคะ คุณหญิง : แต่คุณหมอยังไม่ได้พูดเรื่องการใช้ลมหายใจ จิตอาสา : อันนั้นบางช่วง แต่ว่าตอนนั้นก็คือได้องค์ความรู้จากคุณหมอเขียวแล้ว คุณหญิง : ยัง ถือว่ายังค่ะ จิตอาสา : ยัง คุณหญิง : คือได้แค่เหมือนแนวคิด จิตอาสา : ได้จากคำแนะนำที่ญาติที่ไปพบที่วัดแค่นั้น คุณหญิง : ค่ะนั่นล่ะค่ะ จิตอาสา : แล้วสืบเนื่องมายังไงที่ได้มารู้แพทย์วิถีธรรมแล้วได้เอาไปปฏิบัติตัวยังไงคะ คุณหญิง : ก็นี่ล่ะค่ะพอใช้วิธี 2 อย่างนี้ หญิงบอกได้เลย 2 อย่างนี้เป็นแกนในเรื่องของการกินสมุนไพรอาหารฤทธิ์เย็นแล้วก็เรื่องของการใช้ลมหายใจในการบำบัดโรคนี่ ในที่สุดมันผ่านไปเดือน ห นึ ่ ง กลับมาเมืองไทยก็อาการหนักแหละก็เข้าโรงพยาบาลรัฐบาล ปรากฏว่าโรงพยาบาลก็เต็มไม่มีเตียง ก็ไปเอกชนค่ะเอกชน 2 คืนหมดไป 70,000 กว่าบาทนะคะ ก็ได้มาอีกโรค ห นึ ่ งแผลในกระเพาะแล้วก็หมอบอกว่ายังตรวจหาความผิดปกติไม่เจอคงเป็นที่เราเครียด ก็ต้องยอมรับว่าความเครียดสูง นะคะก็ป่วยขนาดนี้หมอยังบอกหาไม่เจอแล้วยังไม่สามารถบำบัดให้เราคลายเครียดได้ มันก็ต้อง เครียดหนักค่ะ แล้วหมดอีก 70,000 ไปแล้วนะคะ แล้วได้อีกโรค ห นึ ่ งมาด้วยก็กลับมาทรมานอยู่ที่บ้านประมาณ 2 อาทิตย์ ทีนี้ล่ะค่ะมาแล้วค่ะคุณหมอเขียว คือเพื่อนนี่เป็นลูกของคุณแม่บุญธรรมที่เสียไปเขาเอา หนังสือเขาบอกว่าได้ตำราของคุณหมอ 1 เดือนก่อนคุณแม่เสีย คุณแม่ยังอ่านค้างไว้อยู่เลย ได้อันนั้นมาปุ๊บหญิงเปิดเลยหนังสือถอดรหัสสุขภาพเล่ม 1 อ่าน เอ๊ะอาการ ของเราทั้งหมดนี่มันร้อนเกินนี่ อาการแบบนี้นี่ต้องกินสมุนไพรฤทธิ์เย็นอาหารฤทธิ์เย็นอะไรบ้าง หญิงก็มาดูนั่งไล่ ย่านางก็มีหญ้าปักก ิ่งก็มีใบเตยก็มีกล้วยน้ำว้า ประมาณครึ่งชั่วโมงนั้นน่ะหญิงทำทุกอย่างที่หญิงว่านี่กินเชื่อไหมคะว่าอาการทุกอย่างที่นั่งทรมานมาตอนนั้นก็เรียกว่าเดือนกว่า มันดีขึ้นอย่างทันตา เห็นหญิงบอกเลยนะคะมันดีขึ้นมากน ะ จิตอาสา : อันนี้โกหกหรือเปล่า ไวเหมือนโกหกหรือเปล่า คุณหญิง : ไวเหมือนโกหกเลยค่ะคือแบบพอมันดีขึ้นมากนี่มันเริ่มใจมาแล้วว่า ไอ้ที่วน ๆ ทรมานอยู่นี่ตั้งแต่อเมริกาจนถึงตอนนั้นน่ะประมาณเดือนกว่าเกือบสองเดือนแล้วมาเจอทางออกอันนี้ ก็ใจมาแล้ว แต่ว่ายังอ่านไม่ละเอียดหรืออ่านไปอย่างพวกกัวซา ดีท็อกซ์ น้ำฉี่นี่ยังไม่กล้าทำยังไม่รู้จน กระทั่งประคับประคองด้วยแค่สมุนไพรฤทธิ์เย็นกับอาหารนี่มาก่อน ผ่านไปเกือบเรียกว่าอีก 4-5 เดือน โชคดีคุณน้าหญิงนี่ไม่รู้ เขา พยายามมากที่จะติดต่อแสงแดดแล้วก็ได้ความอนุเคราะห์ ต้องขอบคุณป้านิดนะคะ อยู่ตรงนี้หรือเปล่าให้หญิงลัดคิวเข้ามา ได้ฟังบรรยายของคุณหมอเขียวที่นี่ แล้วเสร็จปรากฏว่า จิตอาสา : เมื่อตอนไหนคะ เดือนไหน คุณหญิง : ตอนนั้นนี่รู้สึกจะเป็น มกรา คม ปี 25 54 ค่ะ จิตอาสา : มกรา คม ปี 25 54 จากที่ป่วยมาตั้งแต่กลางปี 25 53 คุณหญิง : ป่วยประมาณเดือน สิงหา คม -กันยา ยน ปี 25 53 ค่ะ จิตอาสา : ค่ะ คุณหญิง : ค่ะนั่นค่ะ แล้วเสร็จคุณป้านิดลัดคิวให้ไม่งั้นต้องรอมาประมาณมิถุนา ยนหรืออะไรหญิงจำไม่ได้ ค ่ ะ แล้วเสร็จมาก ็ได้ฟังบรรยายคุณหมอเขียว ทีนี้มันก็มีหลายเม็ดที่หญิงไม่ได้ใช้หญิงก็มาเริ่มจากการดีท็อกซ์ ดีท็อกซ์มันดีตรงที่ว่าไอ้ที่เราถ่ายเองไม่ได้นี่มันก็ช่วยระบาย แต่มันก็ยังถ่ายเองไม่ได้นะคะ จิตอาสา : ค่ะ พอดีโทษนะคะเคยคุยกับคุณหญิงเรื่องคุณหญิงเคยเล่าเรื่องถ่าย ปกติเป็นคน ไม่ถ่ายเลยไหม อันนี้น่าจะ ได้ เล่าให้ฟัง ค่ะ คุณหญิง : ก็ตอนนั้นที่ได้มานี่ คือแบบว่าคือมันไม่ย่อยไม่ถ่ายแล้วจะให้มันถ่ายนี่มันต้องกินยาระบาย จิตอาสา : กี่วันคะที่ไม่ถ่ายนี่นานสุด คุณหญิง : 7 วันค่ะ จิตอาสา : 7 วันนะ คุณหญิง : กินเข้าไปแล้วอะไรเซโนคอตไม่รู้ 8 หรือ 10 เม็ดมันก็ยังไม่ถ่าย แล้วเสร็จก่อนหน้านี้หญิงมีไปเสียเงินค่าทำดีท็อกซ์ที่โรงพยาบาลเอกชนด้วยค่ะ ไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชน เขาเรียกเป็น เมดิคอล เซ็นเตอร์นะคะ ครั้ง ห นึ ่ ง 2,400 บาท ค่ะ ซื้อเป็นโปรแกรม 30,000 บาทแล้วมาเจอในค่าย (ชุด) ดีท็อกซ์ 35 บาท จิตอาสา : 35 บาทค่ะ เท่าไรนะพันกว่าบาท คุณหญิง : 2,400 บาท ต่อครั้ง แต่ซื้อ แบบว่าเหมานี่มันลดราคาโปรแกรม 30,000 บาท จิตอาสา : วันนี้ใครยังไม่ทำดีท็อกซ์บ้างคะ คุณหญิง : ใครยังไม่ดีท็อกซ์ตัดสินใจใหม่นะคะ จิตอาสา : ใครทำแล้วดีกว่ายกมือขึ้น โอ้เยอะเลย คุณหญิง : ดีมากเยี่ยมมาก จิตอาสา : เยอะขึ้นแล้วนะคะ วันนี้วันที่ 4 คุณหญิง : ใช่ค่ะ ก็นี่มาเจ อ 35 บาท ก็ทำดีท็อกซ์มันก็ช่วยระบายความทุกข์ของเราได้เยอะมากแต่มันก็ยังถ่ายเองไม่ได้ แต่ว่าโชคดีตอนนั้น ได้ ฟัง พี่จิตอาสาท่านหนึ่งที่เป็นพยาบาลแนะนำ ปรากฏว่าเรา เป็นโรคที่ คล้าย ๆ กับ พี่ท่านนั้น ที่ ก็เป็นพยาบาล แล้ว เราก็จบพยาบาล ต้องบอกให้เลยพวกแพทย์พยาบาลนี่ ความเครียด ความวิตกกังวล ความห่วงใย ในการงานในการดูแลรักษาคนไข้มีสูงมาก โรคที่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่มีเยอะนะคะเกี่ยวกับตับค่ะ ตับหรือตับอ่อนมันก็คล้ายกันแล้วปรากฏ ว่าพี่ท่านนั้นบอก ว่า พี่ นี่มีอาการเหมือนลักษณะว่าเป็น เรียกอะไรทางเดินลมปราณอุดตัน แล้วเขาก็แนะนำให้ไปกัวซา ก็หลังจากฟังเสร็จเพื่อนในบ้านเดียวกันก็เอาเลยสลับกันทำกัวซา เราก็ทำให้เขา เขาก็ทำให้เราอะไรอย่างนี้ เชื่อไหมคะหลังทำนี่โอ้โห ผายลมเยอะมาก แบบ ... แบบตอนนั้นแบบว่าโลกเปิดแล้ว ฉันเจอแล้วทางรอด พอผายลมเสร็จเข้าห้องน้ำถ่ายเองค่ะ ไม่ได้ดีท็อกซ์นะคะ วันนั้นไม ่ ได้ดีท็อกซ์ วันนั้นถ่ายเองหลุดเพราะกัวซา จิตอาสา : ต้องบอกว่ามิราเคิลครั้งที่ 2 มหัศจรรย์ครั้งที่ 2 คุณหญิง : ในค่ายนะคะ จิตอาสา : ครั้งแรกจากกินสมุนไพร คุณหญิง : ค่ะ ครั้งแรกจากสมุนไพร จิตอาสา : ครั้งที่ 2 คุณหญิง : ครั้งนี้จากกัวซานะคะ จิตอาสา : เดี๋ยวก่อนต้องเป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรกสมุนไพรจากกินนะคะ ครั้งที่ 2 ดีท็อกซ์ คุณหญิง : ดีท็อกซ์นี่มันช่วยประหยัดไงคะ เพราะว่าเราไปดีท็อกซ์มาก่อนแล้วครั้งละ 2,400 บาท แล้วเรามาเจอ 35 บาท จิตอาสา : แต่ก็เริ่มจะต้องกำจัดของเสียด้วยดีท็อกซ์ แต่อันนี้ได้ปิ๊งอีกครั้งที่ 2 คุณหญิง : ปิ๊งอีกครั้งที่ 2 นี่คือแบบเรื่องของกัวซาแล้วมันทางลมปราณมัน ล็อก อยู่ไงคะ พอมันหลุดปุ๊บนี่มันมาเลย โอ้โห โบเวล มูฟเม้นท์ ( B owelmovement ) ในลำไส้เคลื่อนเอง ถ่ายเอง มันมาเลยตั้งแต่วันนั้นมาถ่ายเองได้โดยตลอดไม่มีปัญหาอะไร จิตอาสา : ต้องถามว่าใครทำกัวซาแล้วบ้างไหมคะ (ผู้ฟังยกมือกันมาก) ก็โดยส่วนใหญ่นะคะ คุณหญิง : เยี่ยมมากดีไหมคะ ทำแล้วดีไหม จิตอาสา : ใครเจอเหตุการณ์เหมือนคุณหญิงไหมคะ ที่รู้สึกปิ๊งเหมือนกันมีไหมคะ คุณหญิง : จากกัวซานี่มีไหมคะ ไม่มีไม่เป็นไร จิตอาสา : ยังไม่มีไม่เป็นไรค่ะ คุณหญิง : เดี๋ยวทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวจะเจอปิ๊งกันหลาย ๆ ข้อเลยค่ะ พอหลังจากนั้นนี่หญิงหลุด จากเรียกว่าคุณหมอวินิจฉัยว่าหญิงจะตายภายใน หนึ่ง เดือน นี่กลับมาเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นแล้วใน ชีวิตนี่หญิงเริ่มเรียนรู้แล้วว่าเราประมาทกับชีวิตของเรามานาน เราเอาชีวิตเราเองนี่ไปยึดติดอยู่กับลาภยศสรรเสริญชื่อเสียงเงินทองอะไรต่าง ๆ มานานนี่เราได้โอกาสที่ 2 ของชีวิตมานี่โชคดีมากแล้วแล้วหญิงไม่รู้ว่าหญิงจะได้มีโอกาสที่ 3 ในชีวิตอีกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นหญิงโชคดีแล้วที่มี โอกาสที่ 2 นี่ ทำโอกาสที่เหลือว ันเวลาที่เหลือให้คุ้มค่าอย่างไร จะทำยังไงดี แค่ชีวิตเราชีวิตเดียว ถ้าเรายังเข้าไปเดินทางเดิมคือกลับไปหา หลังจากหายแล้วกลับไปหาเงินหาวัตถุอะไรอย่างเดิมมันก็แค่ตัวเรา หรือแค่คนในครอบครัวเพียงไม่กี่คน แต่ถ้าเราเอาชีวิตเราตอนนี้ซึ่งที่เหลือนี่มันเป็นกำไรแล้วนี่เอามาเดินตามคุณหมอเขียว มาช่วยเหลือคนที่ศรัทธาอย่างตามรอยของที่คุณหมอเขียวทำ เราจะช่วยคนได้อีกเท่าไร แล้วมันเหมือนหญิงใจดีนะคะ ช่วยคนอยากช่วยคน แต่จริง ๆ หญิงบอกว่าต้อง ขอบคุณพี่น้องทุกท่านนะคะที่หญิงช่วยท่านไปน่ะหญิงได้รับเยอะมากนะคะ สิ่งที่หญิงได้รับเยอะมาก ด้วยความบังเอิญซึ่งหญิงก็ไม่รู้ตัวก็คือ การที่เราได้มาให้ความรู้ให้คำแนะนำหรือดูแลรักษาคนไข้นี่มันเกิดพลังค่ะพลังชีวิตพลังบุญต่าง ๆ นี่มันย้อนกลับเข้ามาหาหญิงอย่างมหัศจรรย์บางครั้งอธิบายไม่ได้ มันเหมือนไสยศาสตร์หรือว่าความงมงายอะไรหญิงไม่ทราบได้แต่สำหรับหญิงแล้วไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม หญิงถือว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่าและเป็นกำไรในชีวิต ที่เราได้ให้อะไรกับใครไปด้วยเรียกว่าจิตที่บริสุทธิ์ด้วยพรหมวิหาร 4 เม ต ตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สิ่งที่กลับมาหาเรามันก็เป็นสิ่งที่ดีมันเรียกว่าต้องเกิด แค่คิดก็มาแล้วหลาย ๆ อย่างในชีวิตหญิง หลังจากที่หญิงได้อุทิศตนเข้ามาเป็นจิตอาสานี่บางอย่างมหัศจรรย์มาก ก ว่าตอนอยู่ในทางโลก ตอนที่เรามัวแต่คิดแต่เรื่องตัวเองไม่ได้คิดถึงคนอื่นนี่วิ่งหามันแทบตาย มันไม่เคยมาเลย แต่พอเรามาอยู่ทางนี้ นี่อะไรหลาย ๆ อย่างมันเดินเข้ามาหาเราเอง แค่คิดก็มาแล้ว แต่ต้องบอกนะคะว่าคิดในสิ่งที่เป็นความจริงคิดบนพื้นฐานในความเป็นไปได้คิดในสิ่งที่มันทำให้ตัวเราเองมีความสุขมีความผาสุก คิดใกล้ตัวแค่นี้มันก็ได้กลับ มาแล้วไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของหรือว่าความผาสุกความปิติในชีวิตและที่สำคัญที่สุด การมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ตรัส “ อโรคยา ปรมาลาภา ” นะคะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐอันนี้เป็นสิ่งที่หญิงคิดว่ามันมีค่ามากที่สุดสำหรับหญิงแล้ว ณ ช่วงชีวิตนี้ แล้วก็การเกิดมาในชาตินี้ของหญิงนี่หญิงรู้ว่าคนเรามันเกิดมานี่มันมีหน้าที่ หน้าที่อะไรคะ หน้าที่ที่ต้องมาชดใช้วิบากกรรมที่เราทำอยู่ และบำเพ็ญบุญกุศลเพื่อภพชาตินี้และภพชาติต่อไปในอนาคต แต่เราไม่ต้องไปคิดไกลค่ะ เอาเป็นว่าเกิดมาเรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่อะไร แล้วอยู่ไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นความยาวหรือความสั้นของชีวิตมันไม่ได้เป็นสาระอะไรแก่นแท้เลย เพียงแต่ถ้าเราเข้าใจความหมายคำตอบของสิ่งสำคัญ 2 อย่างในการดำเนินชีวิตแค่นี้ความผาสุกในชีวิตมันก็มาหาเราได้ง่าย ๆ แล้ว ค่ะ ก็หวังว่าเคสตัวอย่างของหญิงนี่ อาจจะไม่มากก็น้อย ค ่ ะ ที่จะ เป็นประโยชน์ต่อพวกพี่น้องผู้รักสุขภาพ ถ้าเกิดมีใครมีปัญหาหรือมีความทุกข์ในชีวิต แล้วมีอะไรที่คล้ายหญิง แล้วอยากจะคุยกับหญิงนอกรอบก็ยินดีนะคะ ก็เดินผ่านก็เรียกทักทายกันได้วันนี้ สำหรับหญิงก็คงมีประมาณแค่นี้ค่ะ จิตอาสา : ต้องขอบพระคุณพี่หญิงมากเลยค ่ ะ กรณีของพี่หญิง นี้ก็คือ เป็น เพียงหนึ่ง ตัวอย่างนะคะของผู้มาอบรม เหมือนพี่น้องนี่นะคะ วันนั้นตอนแรก พี่หญิง ก็คงไม่คิดนะคะว่าจะมาเป็นจิตอาสา ใช่ไหมคะ คุณหญิง : ห่างไกลมากเลยค่ะระหว่างปี 25 53 จนมาถึงนี่ทั้ง ๆ ที่เวลามันแค่ 2 ปีกว่าแต่ตอนนั้นยังมองไม่เห็นภาพตัวเองอย่างนี้เลยค่ะ จิตอาสา : เพราะตอนนั้นก็คือต้องคิดว่าเราจะรักษาตัว อย่างไร ก่อน พอทำแค่ไม่กี่ ครั้ง ไม่นานเลยใช่ไหมคะ สุขภาพก็ดีขึ้นพลังชีวิตก็เพิ่ม แล้วก็เลยผันตัวเองมาเป็นจิตอาสา คุณหญิง : ใช่ค่ะ แค่...คิดว่ามาเข้าค่ายน่าจะไม่เกิน 2 ครั้งค่ะ จิตอาสา : 2 ครั้งนะคะ ในปี 25 54 คุณหญิง : ค่ะ ในปี 25 54 ค่ะ จิตอาสา : ก็เท่าที่รู้จักแพทย์วิถีธรรมมาจนถึงช่วงนี้ก็ประมาณปีครึ่งเกือบ 2 ปี คุณหญิง : ค่ะ 2 ปี จิตอาสา : ครบสิ้นปีนี้ก็ 2 ปีพอดีนะคะ คุณหญิง : ค่ะ จิตอาสา : อันนี้ก็เป็นหนึ่งตัวอย่าง ถ้าฟังจากพี่หญิงเล่านี่ ประมวล หรือ สรุป จากการบรรยาย ของคุณหมอ เขียว ได้เลยนะคะ สุดท้ายก็คืออย่างที่เมื่อวานก็เรียนพี่น้องไปแล้วนะคะ บอกว่าฟังดี ๆ นะคะ 4 สาเหตุหลักที่คุณหมอ เขียว บอกแล้วส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคค่ะ ส่วนใหญ่ก็คือเป็นโรคของวิตกกังวลอันนี้ก็มาจากความเครียด อย่างเมื่อวานก็ใช่นะคะ โรควิตกกังวล ก็คือคุณหมอ เขียว ก็มีเทคนิคให้แล้วนะคะ “ อย่ากลัวโรค อย่ากลัวตาย อย่างเร่งผล อย่ากังวล ” อันนี้เดี๋ยวอาจารย์ก็คงได้มา เล่าให้พี่น้องฟังบรรยายให้พี่น้องฟังอีกทีนะคะ แล้วส่วนใหญ่ ก็ ถ้าอย่างที่บอกว่ามัวแต่ทำงานเครียด และ หลง โรคที่พี่น้องเป็นส่วนใหญ่นะคะ ไม่ใช่โรคร้ายโรคอะไรนะ ส่วนใหญ่มันเป็นโรคของ โลกธรรมมากกว่า ความ โลภโกรธหลงนะคะ ไปดูนะคะส่วนใหญ่เรามาจากโลภโกรธหลงทั้งนั้นเลยนะคะ แล้วถ้ากลัวตายจริง ๆ นะคะ พอดีพูดถึงเรื่องของธรรมะนะคะ ก็พระพุทธเจ้าท่านก็สอนอยู่แล้ว ที่ท่านก็ถามพระอานนท์เสมอใช่ไหมคะ คุณหญิง : ค่ะ จิตอาสา : ให้ทำอะไรคะ ให้ระลึกถึงความตาย ท่านถามว่าระลึกถึงความตายวันละกี่ครั้งคะ คุณหญิง : วันละกี่ครั้งหว่า จิตอาสา : วันละกี่ครั้งคะ ... คะ ... (ผู้ฟังตอบ) “ ไม่รู้ ” เมื่อ สักครู่ ได้ยิน ว่า “ ตลอดเวลา ” นะคะก็คือทุกลมหายใจนะคะ ก็อย่างที่เมื่อกี้พี่หญิงเล่าบอกว่า จะตายอยู่แล้วยังมีความวิตกกังวลว่า ยังมี อะไรจะทำไม่รู้เต็มเลยใช่ไหมคะ ยังมีภาระผูกพันหรืออะไรนี่ ก็ให้เรารีบนึกว่าถ้าเราจะต้องตาย ณ ขณะนี้นะคะ เรายังคั่งค้างอะไรที่เรายังไม่ได้ทำเราต้องรีบทำนะคะ คุณหญิง : ใช่ จิตอาสา : โดยเฉพาะประโยชน์ตนประโยชน์ท่านนะคะให้รีบสะสางนะคะ ไม่ใช่คิดว่าเราจะตาย ณ วันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ ต้องคิดว่าเราจะตาย ณ ขณะนี้วินาทีนี้ ก็คือให้คำ หนึ่ง ถึงความตายทุกวินาทีนะคะ แล้ว เราก็ใช้เทคนิคยา 9 เม็ดนะคะแต่สิ่งสำคัญก็คือในเรื่องของจิตใจนะคะ คุณหญิง : เป็นสิ่งสำคัญมากตั้งแต่ได้ธรรมะของคุณหมอ เขียว นี่ชีวิตที่อยู่นี่ ที่เหลือนี่บอกเลยว่ามันคือกำไร แล้วตัวก็เบาสบายมีความสุขทุกลมหายใจค่ะ จิตอาสา : ถ้าใครได้ติดต่องานกับพี่หญิงนี่จะเย็นมากเลยนะคะ ติดต่อได้ มีท่านใดได้ ติดต่องาน กับพี่หญิง หรือยังคะ ฝ่ายทะเบียนคงได้ติดต่อแล้ว หรือถ้าใครมีปัญหาอยากปรึกษา เชิญได้เลยนะคะ หลังจากนี้ไปแล้วก็อย่าลืมนะคะ อย่างที่พี่หญิงบอกที่พี่หญิงมาบำเพ็ญบุญนะคะ พลังชีวิตจะกลับคืนมานะคะ แล้วอย่างที่คุณหมอบอกที่เราเมื่อยที่เราเหนื่อยที่เราล้าเพราะมันไปเสียเวลาทำเรื่องอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ พอเราเปลี่ยนมาทำเป็นประโยชน์นี่ค่ะ พี่น้องจะรับ ได้ เดี๋ยววันที่ 7 นะคะใครมาแล้วเดินไม่ได้วันที่ 7 วิ่งปร๋อเลยเนาะ คุณหญิง : ค่ะ ก็โมทนาบุญด้วยถ้าเป็นอย่างนั้นนะคะ แต่ว่าถ้าใครจะยังไม่เป็นอย่างนั้นก็ ไม่เป็นไร เอาเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ต่อ โรคถ้ามันไม่หายตอนที่เราเป็น ก็หายตอนที่เราตายอย่างดีเราก็เสมอกับเขาค่ะ จิตอาสา : ค่ะ ใน ช่วงท้ายที่สุดนี้ พี่หญิงมีอะไรฝากทิ้งท้ายไหมคะ ก่อนที่เราจะได้พบกับโปรแกรมต่อไปค่ะ คุณหญิง : ก็อย่างที่บอกไปเมื่อตะกี้นะคะตอนนี้นี่ให้เราระลึกอยู่เสมอว่าเรา เวลาที่เหลืออยู่จะสั้นหรือจะยาวมันไม่ได้สำคัญ มันไม่ได้เป็นสาระอยู่ตรงนั้น แต่อยู่เพื่อทำอะไรและอยู่ยังไงให้มันมี ความผาสุกที่ยั่งยืน อันนี้ล่ะ ตอบคำถามตรงนี้แล้วก็เดินทางไปสู่คำตอบตรงนี้ให้ได้ แล้วก็ขอให้พี่น้องทุกคน มีความสุขนะคะ มีความผาสุกที่ยั่งยืน เหมือนกับที่ตอนนี้ ที่ หญิงเป็นอยู่ ขอบคุณมากค่ะ จิตอาสา : ค่ะต้องขอบพระคุณพี่หญิงมากเลยนะคะ สาธุค่ะ ( สุชนา ทิวถนอม . สัมภาษณ์ 2555 : กันยายน 4 ) กรณีศึกษาที่ 4239895 -1905 1.40 ภูษณิศา หญิงไทย โรค มะเร็งปอด แม่ชีภูษณิศา : ขอนมัสการพระคุณเจ้า ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณหมอเขียว แล้วก็จิตอาสาทุกท่าน รวมทั้งทีมงานทุกท่านที่ได้จัดงานในวันนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขออานิสงส์แห่งบุญนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญสุขภาพแข็งแรง ๆ นะคะ สาธุค่ะแม่ชีชื่อ เรียกสั้น ๆ ว่าภูนะคะจริง ๆ แล้วอยากจะบอกกับทุกท่านว่าเอาตัวอย่างแม่ภูเองนะคะคือ มีกรรมเป็นของของตนสาเหตุที่เกิดจากมะเร็งนี่ ถ้าวิเคราะห์ในชาติปัจจุบันนี้ที่เรารู้นะคะก็คือว่าเราพาคนไปทำแท้งค่ะนะคะ โดยที่คิดว่าเราแค่เอารถพาเขาไปเท่านั้นเองนะคะเมื่อประมาณปี 2530 กว่าค่ะ พอหลังจากนั้นมาก็เริ่มมาเข้าวัด พ.ศ. 2543 ช่วงนั้นก็ช่วยพัฒนาวัดที่ป่าปลักประดู่ค่ะ หลังจากนั้นมาก็คือถ้าเป็นกรรมปัจจุบันที่เห็นจากสิ่งแวดล้อมก็คือว่าเราจะอยู่กับฝุ่นนะคะฝุ่น แล้วก็ชอบที่ว่าเรื่องการก่อสร้างคือทาส ีนะคะเพราะฉะนั้นนี่ตัวเองนี่ จะใ ส ่ กระดานแล้วก็มีโยมผู้ชายมาช่วยค น หนึ่ง ก็คืออาสนะชีนี่เราจะใ ส ่ ฝุ่นนี่จะเข้ามาขอโทษนะคะเต็มรูจมูกเลยค่ะซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้จักว ่าแมสคืออะไร เราไม่เคยใช้แมส ทำมาถึงปี 47 ปี 47 นี่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนี่ไม่ค่อยดีแล้วนะคะ จะเหนื่อยง่ายแต่เราก็ไม่รู้ว่าเหนื่อยเพราะอะไรเพราะเราเคยเป็นนักกีฬามา เราก็รู้ว่าเราพักหน่อยก็หายเหนื่อยก็เป็นอย่างนี้ประจำก็ดูแลทำไปสร้างกุฏิอะไรไปช่วยพัฒนาวัดไปพอปี 25 47 แม่ชีทองพลอยท่านเป็นโรคน้ำลายไหล ก็พา ท่านไปตรวจ สุขภาพประจำปีแล้วเราก็เลยถือโอกาสตรวจด้วย ผลปรากฏว่าคุณหมอบอกว่าคนไหนไม่ได้ยาเลยคนนั้นถือว่าโชคดีนะคะ ก็คือคุณหมอจะบอกว่าคุณภูษณิศา ตอนนั้นยังไม่ได้บวชนะคะ เอายา วัณโรคปอดไป สิ่งที่เสียใจที่สุดในชีวิตไม่เคยเสียใจเรื่องมะเร็งเลยนะคะ แต่เสียใจว่าคนที่คุย ด้วยกันสนิทกันนี่เขาหันท่านี้เลยค่ะ โหขนาดนี้เลยเหรอ โห ขนาดนี้เลยเหรอ นึกในใจนะตอนนั้นยังไม่ได้ บวช โอ้โห เขารังเกียจขนาดนี้เลยเหรอ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราไม่ไอไม่จาม ถามคุณหมอ คุณหมอแน่ใจเหรอคะว่าเป็นอันนี้ คุณหมอว่าก็เลยให้ไปตรวจน้ำลาย พอไปตรวจน้ำลายปุ๊บก็ช้า เราก็เหนื่อยช่วงนั้นจะเหนื่อยมาก ขับรถก็ไม่ค่อยไหว ไม่รู้เป็นยังไง ขับก็เพลียแล้วก็จะเหนื่อยพักสักครึ่งชั่วโมงก็จะหาย หลังจากนั้นก็ ก็เลยหมอช้าหมอพูดไม่ดีด้วยเราก็เสียใจนะคะ ก็เออ ทำไมหมอมาดุเราอย่างนี้นะ คนเราดี ๆ ใครจะมานะ เราก็คิดอย่างนั้นนะก็เลยไปที่โรงพยาบาลทรวงอก ก็เชื่อว่าทรวงอกเก่งนะคะนี่คือ ความโมหะ ความหลงนะคะว่า หมอทรวงอกนี่ต้องเก่งแน่นอนเลย หมอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive