ในอาหาร 4 ก็มีความเป็นพระเจ้าให้เราจัดการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ในอาหาร 4 ก็มีความเป็นพระเจ้าให้เราจัดการ _สู่แดนธรรม... พระอรหันต์ที่บำเพ็ญโพธิสัตว์โดยเป็น พีชธาตุ ก็เท่ากับพระอรหันต์ที่เป็นโพธิสัตว์ย่อมเป็นพระเจ้า เท่าที่ท่านอยากเป็นนิรันดร์ พ่อครูว่า... ถูก คนที่เป็นนริศวรพูดได้ดี นริศวรมาเกิด สามารถใส่อะไรดี ผู้ที่เข้าใจการปรุงแต่งของธาตุ 2 สังขารปรุงแต่งของธาตุ 2 เป็นธาตุบวกธาตุลบ ตั้งแต่ระดับของอุตุนิยามของไอน์สไตน์มาก็ได้ คือคนที่พบธาตุบวกลบก่อนไอสไตน์ก็ตาม มันก็เป็นธาตุวัตถุ จนกระทั่งบวกลบนี้มีชีวะเป็นเจ้าของ เริ่มเป็น พีชะ มีบวกลบปรุงแต่งโดยที่ตัวเองยึดเป็นประธาน ยึดบวกลบนั้นตัวเองเป็นประธาน แต่ยังปรุงแต่งได้แค่ cyclic ของพีชะของวงวน ของกรอบ ของตัวเองเป็นตัวเองรู้ได้แค่นั้น แล้วก็วิวัฒน์พัฒนามาเป็นจิตนิยาม ทีนี้ ปรุงแต่งได้พิสดารมาก ทีนี้ก็มีบาปมีบุญ มีนรก มีสวรรค์ มีทุกข์ มีสุข มีอะไรเละเทะเลย จิตนิยาม มันมาเป็นจิตนิยามเสร็จแล้วก็ด้วยอวิชชา อวิชชาพาเกิดทั้งนั้นเลย จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่าน มาย้อน เรียนรู้ว่ามันมาจากอะไร กว่าจะมาเป็นอวิชชาขนาดนี้ ย้อนศึกษาจนไปรู้ที่เกิด โยนิโส จนหยั่งไปถึงที่เกิดต้นธาตุต้นธรรม อ้อ ที่แท้ก็คือความไม่รู้ อวิชชา เป็นต้นธาตุต้นธรรม แล้วที่ความไม่รู้นี่ก็คือไม่รู้ว่า เมื่อมันเกิดมาแล้วมันมีธาตุ 2 ปรุงแต่งกันเรียกว่า สังขาร จนกระทั่งพัฒนามาเป็นจิตนิยามมีวิญญาณ เมื่อเป็นวิญญาณแล้วจะเรียนรู้วิญญาณได้ด้วยอะไรก็ได้ด้วยนามรูป เพราะวิญญาณอาศัยนามรูป ในปุตตมังสสูตร ข้อที่ 4 ยืนยัน “พระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ แบบ[๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วิญญาณาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า พวกเจ้าหน้าที่จับโจรผู้กระทำผิดได้แล้วแสดงแก่พระราชาว่า ขอเดชะด้วยโจรผู้นี้กระทำผิด ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงทรงพระกรุณาโปรดเก
อ่านต่อ
ล้าให้ลงโทษโจรผู้นี้ตามที่ทรงเห็นสมควรเถิด จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ช่วยประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้า ต่อมาเป็นเวลาเที่ยงวันพระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงช่วยกันประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน ต่อมาเป็นเวลาเย็น พระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอีกอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายยังเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือว่าเมื่อเขากำลังถูกประหารด้วยหอกร้อยเล่มตลอดวันอยู่นั้น จะพึงได้เสวยแต่ทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหาร นั้นเป็นเหตุเท่านั้น มิใช่หรือ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกแม้เล่มเดียว ก็พึงเสวยความทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหารนั้นเป็นเหตุ แต่จะกล่าวไปไยถึงเมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกสามร้อยเล่มเล่า” พ่อครูว่า... เช้า 100 เล่มก็หักหมด กลางวันอีก 100 เล่มหอกก็หักหมด เย็นอีกร้อยเล่มหอกก็หักหมด หมดแรงนอนแผ่ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) โจรที่ ถูกแทงด้วยหอกร้อยเล่มเช้ากลางวันเย็นก็หมายถึงพวกอยู่ทั้งวัน วันหนึ่งมันมีแค่เช้ากลางวันเย็น กลางคืนไม่ทำงานด้วยนะ เอาแค่ตอนกลางวัน มันก็มีแต่ทุกข์ๆๆ เพราะถูกหอกแทง เป็นโจรที่ถูกหอกแทง เหมือน ผู้ทำผิด ศาสนาพุทธอยู่ทุกวันนี้ โพธิรักษ์ใช้หอกปาก มุขสตี แทงด้วยหอก ร้อยเล่มเช้ากลางวันเย็นและนอนแผ่หมดแรง แต่โจรก็ยังหน้าตาเฉยทุกวันนี้ เอาแต่แค่ประเด็นนั่งหลับตาปฏิบัติ มันเป็นโจรทำลายศาสนา เขาก็หาว่าเราไปว่า อ้าว ก็มันผิดจะไม่ว่าได้อย่างไรมันไม่ถูกต้อง เขาก็ไม่เชื่อ เขาก็ยังเป็นโจรหน้ามึนเป็นโจรปึ๊ก เป็นโจรไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้ไม่ชี้ อะไรวะ อาจารย์อั๊วสอนนั่งหลับตาทั้งนั้น เอ็งมาจากไหน จริงๆนะ..มันเป็นอย่างนี้ท่านผู้ชมทั้งหลาย มันก็ได้รับแต่ทุกข์เท่านั้นไม่มีอื่นเลย เมื่อเป็นโจรแล้วก็ทุกข์ ถูกผู้รู้อย่างอาตมาทิ่มแทงด้วยหอก ถ้าหากอาตมายังไม่ตาย อาตมาก็จะทิ่มหอกอยู่อย่างนั้น เช้ากลางวันเย็นจริงๆ อาตมาไม่ได้ปฏิบัติผิดจากที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เลย หอกนี่แทงเล่นเดียวก็ทุกข์มากแล้ว ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญา ทำไมพระราชาให้เจ้าหน้าที่มาประหารเรา มาแทงเรา นี่พูดอย่างสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระราชามีสิทธิ์ที่จะดูแลประชาชน เห็นประชาชนที่ไม่ดีก็ประหารเสีย ประชาชนที่ดีก็เอาไว้เป็นธรรมชาติของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พวกที่เป็นธรรมราชาจะเป็นอย่างนั้น ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า จะพึงเห็นวิญญาณาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้วก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เมื่ออริยสาวกมากำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เรากล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ ผู้ที่สามารถกำหนดรู้นามรูป วิญญาณนี้แยกเป็นนามรูปได้ด้วยวิชชา แต่แยกเป็นเทวะภาวะสอง มีสิ่งที่ถูกรู้กับผู้รู้ ผู้รู้คือปัญญากับวิชชา สิ่งที่ถูกรู้คือโจร คือผี คือซาตาน คืออัตตา คืออวิชชา รู้อวิชชาของตน วิชชาจะรู้อวิชชาของตน ตนโง่ จะกว่าจะรู้ว่า อวิชชามาก่อน แต่ก่อนแต่ไรไหนมาชื่อคนใช้ค่าโลกธรรมวัดคน เป็นโลกธรรมทั้งนั้นเลย เขาใช้โลกธรรมวัดคนว่า เจริญศรีหรือไม่เจริญทั้งนั้นเลย ซึ่งเป็นการลงโลกียลงโลกธรรม เมื่อเข้าใจโลกธรรมแล้วก็จะรู้ว่าบ้าๆบอๆ ภูเขาปั่นไปกับลาภยศสรรเสริญสุข พูดมาถึงตรงนี้ อาตมาพูดไม่รู้กี่ทีแล้วว่า พระพุทธเจ้าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เกิดมาก็เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เสร็จแล้วได้บำเพ็ญเป็นพระพุทธเจ้าด้วย เจริญทุกอย่างเลย ฉะนั้นท่านจึงเป็นพระพุทธเจ้าที่มีพระปัญญาธิคุณ แล้วก็ไม่เป็นอื่นก็ยังเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่นั่นแหละ ก็มีภูมิธรรมปัญญาธิคุณ เป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยทำงานให้โลกด้วย บริหารเอาให้เจริญ เอาให้ประเทศตัวเองเจริญ เยี่ยมยอดเลยแล้วก็พาให้ประเทศอื่นเยี่ยมยอดไปได้อีก แต่พระองค์ไม่ทำ พระองค์ทิ้งเรื่องโลกีย์อย่างไม่เสียดาย ทิ้งโลกียะ หมดเกลี้ยงเลย ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ถึงแม้แต่พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้ามคธ ก็ยอมเคารพธงชาติ เพราะศาสนาฮินดูเขารู้จักพระพุทธเจ้ากันมา เขาเป็นพราหมณ์กันมาเขารู้ว่าพระพุทธเจ้าสุดยอดแล้วจะต้องมาเกิด มาอุบัติ และมีคนพยากรณ์ว่าท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าได้แล้วท่านก็เป็นพระพุทธเจ้าได้จริงทุกคนจึงเคารพ เพราะฉะนั้นแคว้นใหญ่ แคว้นโกศล แคว้นมคธยกให้หมดแล้ว ท่านจะยังอยู่ ท่านก็ยิ่งใหญ่กว่าใคร นี่ขยายความให้ฟัง แต่ท่านไม่ดำเนินงาน ท่านไม่เอาพระเจ้าแผ่นดิน ท่านทิ้ง ถอดเครื่องมุรธาภิเษกของพระเจ้าแผ่นดินทั้งหมดเลยมานุ่งผ้าบังสุกุล ถ้าคลุกขี้ฝุ่นขี้ฝอยผ้าห่อศพ เดินพระบาทเปล่า ซึ่งมันไม่เหมือนยุคนี้ที่ยังแบกลาภยศสรรเสริญอยู่เลยในเถรสมาคม สรรพคุณอะไรไม่รู้สึกรู้สา พระเจ้ายิ่งใหญ่กว่ามากมาย ทำไมท่านทิ้งได้ คุณเองคุณมีเศษทองเท่าหนวดกุ้ง ของท่านมีทองเท่าหัว ท่านโยนทิ้งหมด ลักษณะตรีมูรติของพระเจ้ามี ปัญญาธิคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาธิคุณ _สู่แดนธรรม... รายการนี้พ่อท่านสอนเรื่องการสลายอวิชชา โดยวิชชา คนที่ยังไม่พ้น เขาย่อมมีความทุกข์อยู่ทุกเมื่อเพราะวิญญาณอาหาร พระพุทธเจ้าให้รู้การแยกนามรูป คนเราถ้าไม่มีอิสระในการแยกนามรูป จึงเป็นไปกับนามรูปที่มีอวิชชา อวิชชาก็เลยเป็นเหตุให้มีทุกข์อยู่ทุกเมื่อ พ่อครูว่า... อาหาร 4 กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณหาร เมื่อรู้รูปนามของวิญญาณแล้ว ถึงรู้จักในการพัฒนาตนด้วย กวฬิงการาหาร พัฒนาตน เมื่อมี ผัสสาหาร มีผัสสาหารก็จะเกิด มโนสัญเจตนาหาร คือกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าใจรูปนาม ด้วยวิชชาไม่ใช่อวิชชาอยู่ รู้ว่าวิญญาณนี้มันจะต้องเรียนรู้ด้วย กวฬิงการาหาร การกินอาหารนี่แหละ มันมีกิเลส อ่านกิเลสจากการกินอาหาร เมื่อคุณผัสสะ ในขณะการกินอาหาร เหมือนมหาบัว หากได้เรียนผัสสะ เอาหมากพลูเข้าปากเคี้ยว ก็รู้ว่านี่มันกามตัณหานะ เราก็มีเจตนามโนสัญเจตนาต้องการแต่กามๆๆหนอ ถ้ามหาบัวได้ พิจารณาอย่างนี้เห็นอย่างนี้รู้อย่างนี้ว่านี่กามหรือ กามนี้ละก่อนนะ เป็นตัณหาหยาบเบื้องต้น เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์เลยนะ อ้อ เราติด เรายึดอยู่แค่นี้หรือ โลกนี้ มีสวรรค์อยู่แค่กินหมากพลูแค่นี้หรือ มหาบัวไม่รู้ ไม่ได้พิจารณา ถึงไม่รู้รูปนาม จึงไม่รู้จักวิญญาณ ผัสสะตลอดวันตลอดคืน กลางคืนนอนหลับ กลางวันก็เคี้ยวอยู่ตลอดเวลาไม่ขาดปาก แล้วก็หลงสวรรค์ สุข อยู่อย่างนี้ สุขหนอๆๆ หลงสุข นิรันดรเป็นสุขนิยม ไม่รู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ ไม่รู้ว่า มันเป็นอริยสัจนะ ทุกข์กับสุขมันเป็นอันเดียวกัน เรียนรู้ทุกข์ มันง่ายกว่าพระพุทธเจ้าจึงให้เรียนรู้เรื่องทุกข์ให้มาเรียนรู้ได้ก็เป็นอริยะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ปรุงแต่งเท่านั้น มันเป็นสิ่งที่ติดยึดเป็นอุปาทาน ขึ้นมาก็เป็นตัณหาเป็น Dynamic อุปาทานเป็น Static ใครเคยได้ฟังแล้วอาจจะฟังซ้ำซึ่งก็จะเข้าใจไปได้เรื่อยๆ มีความเจริญ 5 ประการจากการฟังธรรม ด้วยการได้รู้ได้ฟัง สิ่งใหม่ เข้าใจสิ่งเก่าเข้าใจได้เพิ่มขึ้นทิฏฐิก็เปลี่ยน จนกระทั่งหลุดพ้นได้เกิดปัญญาอย่างแท้จริง ผู้ที่สามารถพิจารณาอาหาร โดยเฉพาะพูดถึงอาหาร 4 แค่นี้แหละ ไม่ต้องไปเรียนรู้ไกล พระพุทธเจ้าย่อที่อาหารคือคำข้าว ก็เมื่อไหร่มันก็ต้องอยู่กับการกิน กิเลสมันก็อยู่ที่ปาก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสครบ ถ้าไม่เรียนรู้รูป รส กลิ่น เสียงสัมผัสครบว่ากิเลสอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่จบ จะจบได้ต้องรู้ว่ากิเลสเป็นอย่างนี้เอง มันเกิดจากตัวนี้ แล้วทุกคนต้องกินเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องกินเป็นพระอรหันต์ก็ต้องกิน ถ้าไม่บรรลุมันก็ต้องเป็นทาสมันอยู่ตลอดกาล _สู่แดนธรรม... กินด้วยความเป็นทุกข์ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... จะว่าทุกข์ มันก็ขนาดนั้น มันเป็นภาระ การกินก็ต้องเป็นภาระ ภาราหเวปัญจขันธา กินให้ขันธ์ 5 มันต่อไปได้ มันจำเป็น เป็นธรรมชาติ ไม่ได้กินเพราะอร่อย ไม่ได้กินเพราะระเริง กินเพราะทนกิน ผู้ที่อยู่กับอาตมาจะรู้ว่าอาตมาไม่ได้แกล้งเลย มันเป็นการลากสังขาร จะเข้าใจด้วยพฤติกรรมจริง ไม่ใช่เรียนรู้จากพยัญชนะ คนที่อยู่รอบข้างทั้งหลายแหล่ ในการกิน จะเห็นว่าอาตมากินด้วยความทุกข์ ซึ่งพูดไปแล้วมันก็น่าเกลียด ที่จริงมันก็ไม่ทุกข์ถึงขนาดนั้นหรอก ไม่ได้ทุกข์หยาบคาย ฟังแล้วเหมือนจะตาย ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติธรรมดาให้มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย 651031 สลายพระเจ้าแห่งอวิชชาด้วยปัญญาจากสัตตบุรุษ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 61