มหาวิทยาลัยนี้เกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับศาสนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
มหาวิทยาลัยนี้เกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับศาสนา พ่อครูว่า... อาตมาเลยจะเก็บตก เรื่อง “บริบูรณ์” เรื่องเก็บตกต่างๆ ซึ่งอธิบายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ผ่านมา คบสัตตบุรุษ ที่เป็นผู้ที่มีความรู้จริง สัตตบุรุษคือผู้ที่มีความรู้จริง เป็นผู้ที่มีความรู้ความจริงที่จริง เพราะฉะนั้นเรื่องผู้ที่มีความรู้ที่จริงและท่านเป็นผู้ที่มีจริงนี้ มันไม่ใช่เป็นแต่เพียงแค่ เรียนรู้บัญญัติเรียนรู้พยัญชนะ ภาษา ตรรกะต่างๆ สำนักตักสิลาคือ สำนักที่เรียนรู้เหมือนมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เป็นที่ให้ความรู้ทางบัญญัติ ทางภาษา แต่ อนุวิทยาลัย พวกชาวอโศก เป็นอนุวิทยาลัย ไม่ใช่มหาลัยน้อย เป็นอนุวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัย มีพวกผู้ที่เป็นผู้รู้กันในยุคนี้ เขา Facebook เขา LINE มาว่า มหาวิทยาลัยนี้เกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับศาสนา เขาว่าอย่างนั้น ลึกๆซึ้งๆ จริงนะ มหาวิทยาลัยสงฆ์ ยังเมืองไทยก็มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 ฝ่าย มหานิกายกับธรรมยุต เกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับศาสนา อาตมาว่าจริง ลึกซึ้งมาก เพราะยึดบัญญัติ ยึดภาษา เพราะงั้นอย่าว่าแต่ของศาสนาพุทธเลย ของศาสนาเทวนิยมก็ตาม มหาวิทยาลัยต่างๆสอนบัญญัติทั้งนั้น คุณเรียนบัญญัติแล้วคุณก็เอามาปฏิบัติให้เกิดสมาธิที่จริงแล้วจะเกิดผล แต่ผู้ที่ไปเป็นอาจารย์ส่วนมาก ก็เรียนจากสำนักตักสิลาหรือว่าเรียนจากสำนักมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่เป็นหลักเป็นฐาน รวมผู้รู้ไว้ ถ้ามหาวิทยาลัยใดมีผู้รู้ที่เป็นสัตตบุรุษจริง เป็นผู้บรรลุธรรมจริงก็ดีไป แต่สัตตบุรุษก็จะไม่ค่อยไปรับใช้มหาวิทยาลัยเท่าไหร ท่านจะเป็นอิสระเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น สัตตบุรุษท่านจะเป็นอิสระ เมื่อท่านเป็นอิสระ ไม่มีคณะไม่มีโครงสร้างไม่มีองค์ประกอบ ที่เป็นอะไรต่ออะไรเป็นพิธีการ เป็นแบบ..จะว่าไป มหาวิทยาลัยมันไม่มีประโยชน์ ก็ไ
อ่านต่อ
ม่ได้ อย่างน้อยมันก็ประสาทพยัญชนะ ให้เรียนรู้พยัญชนะ ข้อสำคัญก็คืออาจารย์ที่สอนในสำนักนั้น ต้องเป็นสัตตบุรุษจริง ถ้าสัตตบุรุษเป็นอาจารย์อยู่ในนั้นจริงก็จะสำทับการปฏิบัติ ธรรมใดๆก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ ไม่ปฏิบัติ คุณจะเรียนพยัญชนะมาเท่าไหร่ๆ เป็น Lerned Man เป็นผู้คงแก่เรียน แล้วก็จะกลายเป็น ปทปรมบุคคล แต่ก็จะเป็นบุคคลผู้รู้มาก ซึ่งขณะนี้มีตัวอย่างอยู่ในประเทศไทย ก็ยังหลุดไม่ออกจากลาภ ยศสรรเสริญ แล้วกรึ่มอยู่ในโลกียสุข อยู่อย่างนั้นแหละ บุคคลทางสายเชิงพยัญชนะความรู้ ก็มีตัวบุคคลอยู่ เดี๋ยวนี้ก็มี บุคคลทางเจโตก็มี แต่เดี๋ยวนี้ก็มี หัวหน้าๆ ตั้งแต่อาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น มหาบัว ซึ่งก็มิจฉาทิฏฐิกัน ขออภัยนะที่อาตมาพูดตรง พูดลัด พูดชื่อ พูดไม่ได้ดูมันแข็งๆ ก็ต้องขออภัย ท่านก็เป็นภันเตนะก็ต้องขออภัยบวชก่อน ก็เสียกันไปแล้ว อาตมาก็ต้องพูดความจริง ความจริง อาตมาจริงๆไม่ใช่เป็นคนห่าม คะนอง แต่อาตมาต้องพูดมันดูท่าทางแข็งกระด้าง ไม่อ่อนน้อม ไม่กะหนุงกะหนิงเท่าไหร่ มันเปรี้ยงๆ จนอาตมาได้รับฉายาว่า เป็นขวานจักตอก พูดตรง พูดแข็ง พูดแรง ซึ่งเป็นการคัดเลือกคนชนิดหนึ่ง คนที่ น๊องๆแน๊งๆ มาอยู่กับอาตมาไม่ได้หรอก ต้องคนที่เด็ดต้องขาดหน่อยหนึ่งมาปฏิบัติธรรมกับอาตมาได้สำเร็จได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องง่าย เพราะฉะนั้น การรู้ความจริง จากคนจริงๆ ที่บรรลุจริง มีธรรมะจริง จึงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ในยุคที่ขออภัยที่ต้องพูดความจริงว่า คนโง่ คนฉลาดน้อย ก็ต้องพากเพียรหน่อย อาตมาว่า นี่มันจริง ฉะนั้นดูเหมือนเขาจะเป็นผู้รู้ เป็น Lerned Man เป็นผู้คงแก่เรียน เป็นผู้เรียนมาก ปรปรมบุคคล อย่างที่อธิบายไปแล้วมันก็มีตัวอย่างให้เห็น พวกที่เข้าใจหลับตาปฏิบัติธรรมก็ไปสายมืดสายป่า ไปตามพยัญชนะความรู้ความเห็นที่เป็นตรรกศาสตร์มันก็ไปกันอีก มันก็เลยไปยึดติดสิ่งที่หลงเลอะเทอะพวกนั้น ทำไมต้องพูดจริงๆ ปราชญ์ทั้งหลายทางโลก ปราชญ์ เขาถือว่าเป็นผู้รู้ ส่วนผู้ที่บรรลุธรรม เขาไม่ถือว่าเป็นปราชญ์ เขาถือว่าเป็นอริยบุคคล ปราชญ์นี้บางทีเขายังไม่ให้เป็นอริยบุคคลเท่าไหร่ แต่ก็เป็นผู้ที่รู้มาก แต่ทางอริยบุคคลถือว่า เป็นผู้ที่บรรลุทางจิตเลย นั่งหลับตาบรรลุทางจิต นี่คือมิจฉาทิฏฐิ นี่คือความเข้าใจผิด 2 ฝ่ายที่อาตมามาขยายความเป็นพญานาคกับพญาครุฑ พญาครุฑไปโน่นเลยขึ้นเวหาไปนู่นเลย ส่วนพวกลงดิ่งในบาดาลก็เป็น อตัปปาไปเลย เวหัปผลากับอตัปปา พญาครุฑกับพญานาค อตัปปาคืออัตตา เวหัปผลาคือขึ้นสู่เวหาไปเลย ส่วนพวกที่เป็นคุ้มพญานาค คือเป็นพวกที่ไม่รู้เรื่องอัตตา อตัปปา ลงดิ่ง เป็นพญานาค เพราะฉะนั้น ที่มีพูดกันว่ามหาวิทยาลัยนั้นเกิดมาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับศาสนานั้นก็จริง ที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่จริงไม่ชัดเจน สังคมทุกวันนี้มีตัวอย่าง ที่เป็นแบบอย่างต่างๆที่กล่าวพาดพิงไปถึงหลายท่านหลายคนแล้ว เป็นตัวอย่างที่เราจะได้ศึกษา แม้แต่พวกอาตมาก็เป็นตัวอย่าง แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะเห็น พวกอาตมาชาวอโศก เป็นตัวอย่างที่จะน่าจะมาเรียนรู้ปฏิบัติตาม แต่เป็นพวกอนุวิทยาลัย ไม่ใช่มหาวิทยาลัย จริงๆแล้วอาตมาขวนขวายเพื่อจะขอตั้งมหาวิทยาลัยนะ แต่ขวนขวายยังไงก็ไม่ได้ ก็เลยไม่เอา ไม่ตั้ง ก็ดี อาตมาเห็นแล้วว่าก็ดีเหมือนกันนะ ดีตรงไหน ดีตรงที่ว่าไม่ต้องไปแข่ง ไม่ต้องไปแย่งลูกค้า ไม่ต้องไปรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นใครที่มีภูมิปัญญา ใครที่เข้าใจ ใครที่สมัครใจมาเอง ก็เป็นการ Entrance ตรวจสอบคัดเลือก ผลการสอบคัดเลือกในตัว เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสัจจะที่ดีมากเลย ถ้าอาตมาไปตั้งมหาวิทยาลัย มันจะคัดเลือกไม่จริง แต่นี่คัดเลือกด้วยสัจจะ คัดเลือกด้วยภูมิธรรม คัดเลือกด้วย…. ทั้งหมดของชาวอโศก เป็นมหาวิทยาลัย แต่มันไม่ใช่เป็นวิทยาลัยที่ไปจดทะเบียน มันก็เลยไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัย มันก็เลยกลายเป็นอนุวิทยาลัย เหมือนกับเป็นพวกวิทยาลัยเถื่อน นอกทำเนียบแอบแฝง เหมือนกับอนุภรรยา ไม่ได้จดทะเบียน ถ้าหลวงภรรยาก็จดทะเบียน ถ้าอนุภรรยาก็ไม่ได้จดทะเบียน คล้ายๆอย่างนั้น ก็จริงๆนะ แต่อาตมาก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้สงสัย ไม่ได้ท้อถอย ไม่ได้ท้อแท้ ไม่ได้อ่อนแรง ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องท้าทายด้วยซ้ำไป เป็นเรื่องที่เห็นจริง อาตมาอายุปูนนี้เข้าไปแล้ว ก็ยังจะพากเพียรเพื่อที่จะทำงานให้ได้นานที่สุด เพื่อพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าอย่างที่กล่าวไปแล้ว และก็ได้ทำงานต่อเนื่องไป ขออย่างเดียวเถอะ อย่าให้มีพยาธิรบกวนเท่านั้นเอง ก็ไม่ได้เป็นโรคภัยอะไรมากมายนัก แต่ความเสื่อมของสังขารนี่เห็นชัดเจน ทุกวันนี้ อาตมาต้องอาศัยพักผ่อน ต้องอาศัยนอนเยอะ กินก็กินไม่ค่อยได้เยอะเท่าไหร่ แต่เขาก็พยายามจะให้กินเยอะๆ มันก็จะขย้อนออกมา อาศัยสิ่งที่จะเข้าไปสังเคราะห์สังขารร่างกาย ก็พยายามประคองชีวิตนี้ ขันธ์นี้ไปเพื่อทำงาน เพื่อที่จะทำงาน ก็เต็มใจ ไม่ได้ท้อถอยอะไร 651028 บุญกิริยาวัตถุ 7 ข้อที่เป็นเนื้องอกของศาสนาพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ