จะรู้จักอัตตาของพระเจ้าได้ดีต้องมีสุริยเปยยาล 7.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข31 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

จะรู้จักอัตตาของพระเจ้าได้ดีต้องมีสุริยเปยยาล 7 _สู่แดนธรรม…วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 31ตุลาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ผมเข้าใจของผมครับว่า อัตตาคือพระเจ้า นักปราชญ์เกิดจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า คนวรรณะต่ำเกิดจากพระบาทของพระเจ้า คือพระผู้สร้าง ซึ่งต้องเป็นเจ้าของคืออัตตา พระพุทธเจ้า ให้ปฏิเสธอัตตาคือปฏิเสธพระเจ้านั้นเอง พระองค์จึงไม่ให้ขึ้นอยู่กับพระเจ้า ในแสงเงินแสงทองข้อที่ 4 ทำไมต้องให้ศึกษาเรื่องอัตรา ให้สัมปาทา มันไม่ขัดแย้งที่ให้เรามาลดอัตรากันหรือ พ่อถามว่าพ่อท่านอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง ผมก็บอกว่า ให้รู้จักอัตราเป็นที่อาศัย ให้รู้ว่ามันมียางที่ผิดหรือยังที่ถูก ข้อที่ 5 ทิฏฐิ ถ้าเข้าใจ อัตตาที่ถูก สิทธิก็จะถูกไป พ่อครูว่า... คำว่าอัตตาเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ก่อนจะไปเรื่องอัตตา ขอขี่ม้าเลียบค่ายก่อน คำว่าอัตตานี้ ภาษาสันสกฤตคือ อาตมัน ขยายความเป็นความยิ่งใหญ่ก็กลายเป็น ปรมาตมัน คืออัตตาอันยิ่งใหญ่ก็คือพระเจ้า อัตตา คือผู้สร้างใหญ่อำนาจใหญ่จริงๆ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงให้เรียนรู้ สุริยเปยยาล 7 เสียก่อน ถ้าคนใดที่จะมาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า เรียนรู้ว่า หัวใจของศาสนาพุทธคือมรรคมีองค์ 8 ต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์แล้วก็ดับเหตุแห่งทุกข์ โดยมรรคมีองค์ 8 ได้มั้ย อย่างนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ได้ ต้องผ่าน สุริยเปยยาล 7 ต้องได้พบมิตรสหายดี พบสัตตบุรุษ พบครูผู้สัมมาทิฏฐิแท้ๆ เสียก่อน แล้วก็ได้ฟังธรรม จากท่าน ฟังธรรมอย่างบริบูรณ์ ให้เกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ สัทธรรมบริบูรณ์ ถ้าไม่บริบูรณ์มันก็ไม่ชัดเจนถ่องแท้ ไปไม่ได้ ไปไม่ได้ตรง สุริยเปยยาล ข้อที่ 7 โยนิโสมนสิการ จะทำใจในใจของตนไม่ถ่องแท้ ไม่โยนิโส ไม่ถูกต้องไม่ละเอียดไม่แยบคาย ไม่ลงไปถึงที่เกิดเลย จะเป็น

อ่านต่อ

อโยนิโส จะ โยนิโสมนสิการไม่ได้จะไม่เข้าถึงโยนิโสมนสิการ เพราะเหตุใน 6 ข้อ คุณไม่ได้ดำเนินมาเลย สุริยเปยยาล 6 ข้อเบื้องต้นคุณไม่ได้ทำอะไรเลย โยนิโสมนสิการก็เปะป่ะๆไปมิจฉาทิฏฐิไป จะไปปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 จะไปทำใจในใจ เช่น ไปนั่งหลับตาทำจิตให้จิต ทำจิตให้เป็นฌาน สมาธิ มันออกนอกรีตนอกทางศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธไม่ได้นั่งหลับตา ทำฌานทำสมาธิ ศาสนาพุทธมีแต่ลืมตาทำโพธิปักขิยธรรม 37 เป็นโลกุตระ รู้กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีสติสัมปชัญญะเต็มที่อะไรอย่างนี้ ซึ่งมันผิดไปหมดเลย ทุกวันนี้พูดกันแล้ว เหมือนอาตมาบ้าอยู่คนเดียวไปขวางโลกอยู่ทำไม เขามีพระอรหันต์เต็มประเทศ มีทำเนียบพระอรหันต์ตั้ง 50-60 รูปโพธิรักษ์เป็นใคร จะไปล้มล้างอะไรใครได้ อาตมาไม่ได้ล้มล้างหรอกอาตมาพูดความจริงเปิดเผยความจริง สาธยายความจริงให้รู้ว่าพวกคุณหลงทางแล้วเธอเป็นอะไรกัน ก็พูดความจริงซื่อๆไม่ได้ลงโทษ แต่สงสาร ก็ต้องพูดความจริงสู่ฟัง ฟังอาตมาบ้างมี ปรโตโฆษะ บ้าง คุณไม่ ปรโตโฆษะ เป็นน้ำชาล้นถ้วย ก็จบ กลายเป็นโจรทำลายศาสนา พระพุทธเจ้าให้ฆ่า หอก 100 เล่มเช้ากลางวันเย็นก็ยังดื้อดึงดันไม่ตาย เรียกว่า เป็นผู้ที่ คง (ภาษาอีสานแปลว่าเหนียว ) พวกอยู่ยงคงกระพัน จริงๆ ซึ่งอาตมาก็จำเป็นที่จะต้องสาธยาย ไล่ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย ย้อนไปย้อนมาอยู่นี่แหละ แม้แต่แค่พูดถึงจรณะ 15 วิชชา 8 เขาก็มึนแล้ว ก็บอกว่าไปเรียนรู้ทำไม ไปนั่งหลับตาอย่างเดียวก็ได้เป็นอรหันต์.. คือ คำบรรยายศาสนาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพูดตั้งไม่รู้กี่พระสูตร มีละเอียดพิสดารมากมาย เขาตีทิ้งหมดเลย เขานั่งหลับตาอย่างเดียว ถ้ามันง่ายอย่างนั้นพระพุทธเจ้าจะมานั่งสอนให้มันเมื่อยทำไม คุณเอ๋ย 45 พรรษาพระไตรปิฎก 45 เล่ม โอย ช่างกระไร ฉลาดน้อยจริงๆ ไม่อยากบอกว่า โง่หรอก ทำไม ทำไมฉลาดน้อยกันจริงๆเลย พูดไปพูดมาแล้วก็ว่าแต่เขา ข่ม ดูถูก ชี้ว่าเป็นเรื่องผิดตลอดเวลามันเป็นเชิงข่มอยู่ตลอด ไม่รู้จะพูดอย่างไร ถ้าพูดดีก็ยกตัวเองพูดถึงตัวเองพวกตัวเอง พูดพวกตัวเองว่า มันดี มันถูก แล้วมันก็จริงอีก ชาวอโศกเป็นอริยกะ ส่วนพวกท่านทั้งหลาย ขออภัยเธอก็ยังเป็น มิลักขะอยู่ ยังเป็นพวกเถื่อน เถื่อน อย่างตาบอดตาใสเถื่อนอยู่ในป่าคอนกรีตด้วย ส่งเสริมป่าคอนกรีตระเนระนาดเลย ซึ่งในหลวงเราเป็นโพธิสัตว์ ท่านตรัสไว้ว่าเราไม่ต้องการความเจริญก้าวหน้าอย่างนั้นอย่างที่โลกเขาก้าวหน้า มันก้าวหน้ามากเกินไป ก้าวหน้า อย่างที่เรียกว่ามันทำช่องว่างระหว่างคนก้าวหน้ากับคนถอยหลัง โดยไม่อยู่ที่เนื้อแท้ของสาระชีวิต ไปหลงความปรุงแต่งขององค์ประกอบ ที่มันมี ช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ งอกเงยออกไปตกแต่งเป็นลิเก โอ้…เป็นงิ้ว เป็นลิเกกันมากเกิน จนไม่รู้จะพูดอย่างไร ออกนอกเหตุปัจจัยที่สำคัญของชีวิต ไปมีแต่เครื่องประดับอาภรณ์ตกแต่ง ที่โลกเขานำพาไปแล้วก็โง่ตามเขา เราปฏิบัติธรรมเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้ารู้แก่นแท้เนื้อแท้ของชีวิตและว่า เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว มันถูกหลอกมานานไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ กว่าจะรู้สาระสัจจะของชีวิต พระพุทธเจ้าย่อไปที่ปัจจัย 4 นอกนั้นเป็นองค์ประกอบ เป็นบริขาร เป็นองค์ประกอบที่ไม่มากมายอะไร ไม่ได้ยุค กาละ เทศะ ฐานะ มันเปลี่ยนไปเราก็ไม่ได้ปฏิเสธ เราก็พอใช้ ใช้คอมพิวเตอร์กับเขาบ้าง แว่นตาเราก็ใช้ เพราะมันก็ช่วย เราก็ไม่ได้ปฏิเสธซะทีเดียว แต่เราก็ไม่ได้ไปหลงบ้า ต้องไปกันใหญ่เลย เขาหลอก เอาขี้หมูขี้หมามาทาสี ใส่น้ำตาลก็กิน ขี้หมา ผสมน้ำตาลไป เละ จะเรียกว่าฉลาดไปอย่างไรก็ไม่ได้ อาตมาก็ตำหนิก็ตำหนิแรง ชมก็ชมมากไม่ได้ ชมมากก็เข้าเนื้อเข้าตัว เพราะมันจัดสรรแล้ว คนที่เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้ามาเป็นคนจนได้ เป็นคนมักน้อยสันโดษ เป็นคนมีวรรณะ 9 เป็นคนเจริญ เป็นคนอยู่เหนือโลกเป็นคนโลกุตระ ช่วยเหลือโลกอยู่ไม่ได้ไปทำลายโลกเลย ไม่ได้ชี้ชวนให้คน หลงโลกหลงโลกีย์อะไรเลย คนแบบนี้มีน้อย แล้วชมทีไรก็ชมตัวเอง พูดสิ่งที่ผิดสิ่งที่แก้ไขถล่มทลาย ซึ่งมันก็มีมาก ซึ่งมันก็เลี่ยงไม่พ้น พูดไปก็ ได้แต่ว่าคนอื่นเพราะคนอื่นเขาผิด ผิดเยอะ ถูกน้อย แล้วก็พวกถูกก็เป็นพวกตัวเองอีก มันเป็นสัจธรรมที่ดิ้นไม่ออก มันเป็นสัจจะของมันอย่างนั้น ก็จำเป็น ว่าไป เรื่องที่จะให้พูดเรื่องอะไรนะ _สู่แดนธรรม... เรื่องอัตตา ที่พระพุทธเจ้าให้เป็นพิเศษ พ่อครูว่า... ที่จริงเราจะไปปฏิเสธไม่ได้ ในสุริยเปยยาลสูตร ข้อที่ 4 ที่ให้รู้จัก อัตตา คนจะรู้จักอัตตา ต้องพบสัตตบุรุษ พบ มิตรดี สหายดี ซึ่งคือใคร มิตรดีสหายดี จับปัญญาน้อยหรือปัญญามาก ศรัทธาหรือปัญญา จับให้ปฏิบัติศีลก่อนเลย เฮ้ย มาหาอโศก ต้องไม่กินเนื้อสัตว์นะไม่มีอบายมุขนะ คือศีลดังนั้นเลยต้องจัดการศีลก่อนแล้วจะเห็นว่ามิตรสหายดีเขามีหลักเกณฑ์ของชีวิตมีหลักปฏิบัติคือศีล ปฏิบัติศีลนี้มันเจริญ ก็จะเกิดฉันทะ เกิดความยินดีเป็น สุริยเปยยาล ข้อที่ 3 อ้อ ถ้าไม่พบมิตรดีก็ไม่ไปพบนิพพานก็จะไปเรื่องแฟชั่น เรื่องยินดีที่จะได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เละเทะไปหมด แต่มาที่นี่ไม่ใช่ให้ลดด้วย ให้เรียนรู้เท่าทันมันด้วย เอ้ ดีแฮะ ชัด ยินดี มิตรดี ปฏิบัติศีลและเกิดความยินดีจึงรู้จัก อัตตา เป็นอันที่ 4 ถึงได้รู้จักว่าตัวเรานี่แหละคือ อัตตา เรามันเกิดมาพร้อมอวิชชา คนทุกคนเกิดมาพร้อมกับอวิชชาไม่รู้สังขาร ไม่รู้วิญญาณ ไม่รู้นามรูปไม่รู้อายตนะ ไม่รู้ผัสสะ อายตนะ ตัณหา อุปาทาน ภพชาติ แล้วก็ศึกษาแก้ไขปรับปรุง ปรับปรุงชาติตัวเองให้เป็น นิพพัตติ อภินิพพัตติ ไม่ได้ไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้า เพราะไม่ได้เรียนรู้จากสัตบุรุษ ผู้มาเรียนตามสัตบุรุษอย่างพวกชาวอโศก มาเรียนตามอาตมาที่เป็นสัตบุรุษ พูดอย่างไม่เก้อเขินไม่อายไม่ มังกุเลย มันเป็นความจริงพูดความจริงชัด พูดจนหมดเนื้อหมดตัวไม่ได้ปกปิด เหมือนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก ก็บอกว่า เรานี่แหละเป็นพระพุทธเจ้า เราเป็นผู้ที่รู้เนื้อยิ่งกว่าใครๆ ถ้าจะว่าพูดใหญ่แล้วไม่มีใครพูดใหญ่กว่าพระพุทธเจ้า อาตมาพูดใหญ่ก็ชี้ลงไปในตัวเองบ้าง ซึ่งมันไม่มีใคร ขออภัย ไม่มีใครเท่าพี่จะเป็นไก่ตัวพี่ในยุคนี้ มันก็เลย ไก่กระจอกงอกง่อยพวกนี้ ก็เลยบอกว่า เอ็งมาจากไหนเป็นใคร อาตมา ชาตินี้ไม่มีใครเป็นครูบาอาจารย์มีธรรมะของตัวเองมาตั้งแต่ชาติก่อน เขาก็บอกว่าเป็นพระพุทธเจ้ามาจากไหน เราก็บอกว่าเราไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า เราไม่ได้มีความคิดคำพูดสักนิดเลยว่าเป็นพระพุทธเจ้า เขาก็บอกว่า เราหลงตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าซึ่งมันไม่ใช่ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผู้ใด ไม่ได้พบสัตบุรุษ แล้วจะไปปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ลงนรกอเวจีหมด 651031 สลายพระเจ้าแห่งอวิชชาด้วยปัญญาจากสัตตบุรุษ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 61

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน