สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ลดความยึดชั่วยึดดีได้ก็ลดอัตตาได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.00 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ลดความยึดชั่วยึดดีได้ก็ลดอัตตาได้ _จากลูกศีรษะอโศก กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพบูชายิ่ง ไหนๆ บุญนิยม TV จะปิดลูกขอเขียนมาอีกนิดค่ะ เวลาหงุดหงิดพอได้เห็นน้องรุณ พิธีกรบุญนิยมทีวี แล้วเหมือนมีน้ำเย็นมาฉโลมจิตใจให้คลายลง น้องรุณมีบุคลิกที่เย็นและงดงาม มีแววตาที่ซื่อใสและน้ำเสียงที่เย็น ส่วนคุณอิ๊ด ในน้ำคำ เขามีบุคลิกที่เข้มทั้งน้ำเสียงและแววตา (ร้อนนิดๆ) ลูกชอบดูรายการของท่านสมณะทุกรูปที่ย่อยธรรมะจากพ่อท่าน ทำให้เข้าใจและเห็นรูปธรรมมากขึ้น และชอบดูฆราวาสพูดสภาวะของตัวเอง ทำให้ชัดในภาษาสภาวะมากขึ้น ลูกมีความรู้สึกว่าพิธีกรของอโศกทุกท่าน มีความเป็นธรรมชาติมากทั้งรูปธรรม และนามธรรม (จากใจ) กราบขอคำชี้แนะจากพ่อท่านด้วยค่ะ กราบของพระคุณอย่างสูงยิ่ง พ่อครูว่า.. ขอบคุณที่ให้ข้อมูลมา ที่คุณเก็บเอารายละเอียดต่างๆจากบุคคล ก็ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจและก็เกิดปฏิภาณปัญญารู้ว่าบุคลิกอย่างรุณกับในน้ำคำมีความแตกต่างกันอยู่ ก็มีข้อเด่นข้อด้อยมีข้อเปรียบเทียบในแต่ละมุม เช่นข้อด้อยของพระเทวทัต ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความเด่นในข้อด้อยนั้นเลย เช่นถ้าเราไม่เห็นความชั่วของพระเทวทัตแล้วเราจะไปเห็นความเด่นของพระพุทธเจ้าได้หรือ ไม่ต้องเข้าใจในมิติเรื่องมุมมอง นัยยะต่างๆที่ละเอียดลึกซึ้งพวกนี้ จะเป็นข้อด้อยข้อเด่นความชั่วความดีในโลกนั้นมันเป็นสมมติสัจจะ ที่คนเคยเป็นเคยมีมา ทุกคนเคยชั่วมา และก็มาเปลี่ยนแปลงเป็นดีมาได้ ดีไม่ดีเราอาจจะชั่วอย่างพระเทวทัตก็ได้แต่เราไม่รู้ แต่ถ้าผู้ใดชั่วอย่างพระเทวทัตก็คงใช้เวลานานกว่าจะมาถึงวาระนี้ทิ้งความชั่วนั้นมาอยู่อย่างนี้คงอีกหลายล้านปี เราไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็แล้วไป แต่วิเคราะห์ให้ฟังมันจะเป็นไปได้ เราอย่าไปพูดชั่วดีโดยไม่เห็นคุณค่าของค

อ่านต่อ

วามชั่วเลยความชั่วความดีก็เป็นประโยชน์แก่กันและกันที่เราจะใช้ศึกษา เสร็จแล้วตรงนี้ขอให้ฟังดีๆ ชั่วดีเราอย่าไปยึดมั่นถือมั่น ในชั่วและดี แต่ในชั่วและดีเราควรจะทิ้งความชั่วให้เด็ดขาดแล้วทำแต่ดี แต่ในความชั่วและดีนั้น ที่บอกว่าทิ้งความชั่วให้เด็ดขาดนั้นความชั่วความดีไม่ได้เที่ยง สมมุติไม่ได้เที่ยง ในยุคนี้อาจจะดีในยุคต่อไปอาจจะชั่วมันก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปยึดมั่นถือมั่นในความชั่วความดี แล้วแต่เหตุปัจจัยองค์ประกอบที่เขายกว่าเป็นความชั่วหรือความดีในความเป็นสังคม เพราะความดีความชั่วเป็นสมมติสัจจะ มันไม่ใช่ปรมัตถสัจจะไม่ใช่ความสุขความทุกข์ ฟังดีๆ ความชั่วความดีเป็นโลกียะ ความสุขความทุกข์นี้เป็นโลกุตระ ต่างกันมากเลย ผู้ใดปฏิบัติแค่ดีชั่วไม่เข้าใจสุขทุกข์เมื่อเรียนรู้สุขทุกข์ไม่ละทิ้งความสุขความทุกข์ ต้องละทิ้งทั้งความสุขความทุกข์จนหมดความสุขความทุกข์ แต่ความดีความชั่วนี้ไม่นะ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คุณต้องมีความดีอยู่ตลอด พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่าเราไม่สันโดษในกุศล กุศลนี่คือความดี กุศลอกุศลคือความดีความชั่ว ส่วนความสุขความทุกข์ เป็นเรื่องของโลกุตระ ตรงนี้ประเด็นนี้ต้องแยกแยะให้ได้ ศาสนาเทวนิยมไม่รู้จักความสุขความทุกข์ไม่รู้จักโลกุตระ เป็นสุขนิยม ศาสนาเทวนิยมทุกศาสนาเป็นสุขนิยมทั้งนั้น เขาจะยึดความสุขเป็นนิรันดร และก็แยกแยะความสุขความทุกข์ไม่ได้ไม่เป็น ประเด็นนี้แหละจะได้เรียนรู้ ได้แตกแขนงแตกความรู้ไปอีกเรื่องความสุขความทุกข์นี้ พวกเรานี้พยายามทำความเข้าใจให้ดีๆ แล้วก็จะได้ช่วยกันขยายผลของโลกุตระนี้ ผู้ที่ลดความติดในความสุขความทุกข์ ลดอัตตาลดโลกธรรม ลดต่อไปได้จริง ก็มันคือเป้าสำคัญ ต้องทำตัวเหตุแห่งการติดยึดในความสุขความทุกข์ ความสุขที่อยาก ความทุกข์ที่อยาก ลดได้ ก็เป็นความสุขความทุกข์ที่ปานกลาง ลดได้อีกก็เหลือน้อยลงเป็นรูปเป็นอรูปอย่างนี้เป็นต้น เราก็อยู่กับสังคมอยู่กับโลก ใครมีอัตตาอย่างไร เมื่อเราลดอัตตาได้เราก็จะรู้ว่าแต่ก่อนเราเคยเป็น เพราะฉะนั้นเราจะไม่สงสัยอะไร เราก็จะช่วยเขาได้ ผู้ใดมีปฏิภาณดีรู้ว่าอย่างนี้เราเป็นมันหนัก เราแก้อย่างนี้ก็จะช่วยเขาได้ บางทีเราไม่เป็น นี่คือคนที่ผัสสะจะรู้เราเคยเป็นอย่างนี้ไม่เคยเป็นอย่างนี้ ความชั่วอย่างนี้เขาก็เป็นกันได้ เราไม่เคยเป็นขนาดนี้ นี่ก็คือการรอบรู้ ความเป็นโรคของผู้อื่น ซึ่งเราก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นทุกอย่างตามที่เขาเป็นอย่างเขา เป็นเราก็รู้ เราก็ได้เพิ่มความรู้นี้ ไม่ควรจะเป็นซ้ำๆหรือเป็นคล้ายกันกับคนนั้นคนนี้อีกหลายเยอะแยะเราก็จะช่วยก็ได้ 630424_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมดสุขหมดทุกข์ได้เมืองไทยเป็นชมพูทวีป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน