ทำไมพ่อครูไม่ท้อที่จะสอนคน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมพ่อครูไม่ท้อที่จะสอนคน _ทำไมเราจึงจะปรารถนาให้ญาติเรา เพื่อนเรา ที่เราเคยพามาวัดได้มีโอกาสมาปฏิบัติธรรมเป็นชาวอโศก แต่มันยากพยายามพูดคุยอธิบายแต่เขาไม่เข้าใจ ก็เคยท้อ แต่ทำไมพ่อครูไม่ท้อ (พ่อครูว่า...ท้อไม่ได้เลย อาตมาเห็นอย่างที่คุณเห็นว่ามันยากเหลือเกิน แต่อาตมาจะไปคิดไปเป็นอย่างคุณว่าท้อ อาตมาทำไม่ได้ ท้อไม่ได้เลย คำนี้สำคัญมากท้อไม่ได้) พ่อครูสาธยายธรรมะแม้จะซ้ำซาก และผู้ฟังที่เป็นชาวอโศกนี้ฟังซ้ำได้ ก็ยังคลานเตาะแตะ ไม่ได้ปฏิบัติรุดหน้า หลายคนยังผูกโกรธ ถือสาแม้ในเรื่องวัตถุทำไมและเพราะอะไร ท่านจึงไม่เบื่อหน่ายเลยค่ะ พ่อครูว่า...ตอบไปแล้วนะว่าอาตมาท้อไม่ได้ มันรู้เหตุรู้ผลรู้สัจจะของมันเลยว่า (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ท้อไม่ได้ _สู่แดนธรรม..ถ้าลูกๆท้อ คือลูกๆ ยังมีความหวัง ความต้องการและมีความฝันมีความหวังแต่พ่อท่านไม่มีความหวังแล้วก็เลยมีคำว่าท้อ พ่อครูว่า...ใช่ คำว่าท้อ เป็นภาษาไทย ไม่รู้ว่าภาษาจีนเขาว่าอะไร ไปนึกถึงที่สวนสวรรค์ของเงกเซียนฮ่องเต้นิยายจีนที่มีลูกท้อ เอาภาษาไทยท้อคือ คุณจะต้องตั้งอกตั้งใจอย่าถอย ท้อ คือ อย่าถอย ต้องพากเพียรมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่คุณจะทำ อาตมาที่ไม่ท้อ เพราะ 1. มีปัญญา มีความเฉลียวฉลาด เข้าใจ เข้าใจอะไร เข้าใจว่า เรื่องธรรมะที่เป็นโลกุตระของพระพุทธเจ้านี้ ประเสริฐที่สุดดีที่สุดยิ่งใหญ่ที่สุดในความเป็นมนุษย์ จะเกิดอีกกี่ชาติกี่ชาติกี่ชาติ เป็นสัญชาติไหนเชื้อชาติไหนก็ตาม ขอให้เป็นคน ถ้าเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ยกไว้เพราะพูดกันไม่รู้เรื่องและเขาไม่รู้โลกุตระ แต่คนนี้จะรับโลกุตระได้ มันยิ่งใหญ่ที่สุดมันประเสริฐที่สุด สมมุติว่าบรรลุอรหันต์แล้วหมดความชั่วหมดการทำชั่ว ถ้าจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปจะเกิดอีกตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายก็จะไม่ทำชั่ว ส
อ่านต่อ
ัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ไม่ทำบาปอีกแล้ว กรรมทุกกรรมของพระอรหันต์จะเกิดอีกกี่ชาติก็ปิดประตูบาปมีแต่กุศลทั้งนั้น เพราะว่าพระอรหันต์ไม่ทำบุญอีกแล้ว เพราะว่าบุญเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องชำระกิเลสเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่น เมื่อล้างกิเลสได้หมดแล้วจบ พระอรหันต์ทุกองค์หมดการทำบุญแล้ว อธิบายกันไปซึ่งเขาได้ผิดเพี้ยนกันไป ไม่เหลือซากความรู้อันนี้แล้ว งั้นอาตมาจึงต้องเปิดคอลัมน์เปิดยุคบุญนิยม ออกมา1 เล่มแล้ว มีอีก 2 เล่ม พลังงานฌาน จะต้องทำมาก่อน ทำเป็นขั้นตัดกิเลสจบ เมื่อทำเสร็จจบ บุญก็จบ ฌานก็มาจบบุญ แล้วสะสมลงเป็นสมาธิ สมาธิคือสั่งสมจิตที่สะอาดและบริสุทธิ์แล้ว จิตที่บริสุทธิ์ ฟังตรงนี้จะได้เข้าใจว่าสมาธิคืออะไร สมาธิคือการสะสมจิตที่สะอาด จิตที่ยังมีกิเลสอยู่นั้นมาสะสมไม่ได้ คุณเอา ฌาน 1 2 3 มาสะสมก็ไม่รู้ ฌาน 4 เอามาสะสมยังเป็นอุปกิเลสเลย วิปัสสนูปกิเลสเลย คุณจะเอาอุเบกขามาสะสมก็ไม่ได้ คำว่า ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ไม่ใช่อุเบกขานะ ไม่เป็นการขยายความลักษณะ 5 ประการนี้ของอุเบกขา เนื้อแท้ ของอุเบกขา คือ บริสุทธิ์จากกิเลสแล้วไม่มีแม้แต่อุเบกขา อุเบกขาขยายความอีกทีก็คือ ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่มีแม้แต่ไม่สุขไม่ทุกข์ มาเรียกอีกที อุเบกขากับไม่สุขไม่ทุกข์ก็ต่างกันแล้วนะ ไม่สุขไม่ทุกข์นะเป็นโลกียแล้วมันไม่ ทำอันนี้ได้แล้วจึงเป็นอุเบกขา แล้วอุเบกขานี่แหละ ต้องให้มันเป็นความสะอาด อุเบกขาแปลว่ากลางๆ ถ้าหากอธิบายสาระของมันอีก อุเบกขาคืออะไร คือความหมดจากกิเลส สะอาดจากกิเลสอีกทีหนึ่ง มีกิเลสอยู่ก็เป็นสุขเป็นทุกข์ ไม่มีกิเลสแล้ว แล้วจิตที่ไม่มีกิเลสและสะอาดจากกิเลสนี่แหละ ค่อยไปสะสมตกผลึกผลึกกันเข้าจึงเป็นความตั้งมั่นของจิตสะอาดจิตหมดอาสวะ สั่งสมเป็นสมาธิ คำว่าสมาธินี้เป็นอจินไตย แค่ฌานวิสัย ก็เข้าใจไม่ได้แล้วอันนี้เป็นสมาธิอธิบายกลายเป็นจากฌานจากบุญอีกนะ สมาธินี้เป็นคำกลางๆ คำนี้จึงเรียก สมาหิตะหรือสมาหิโต จิตตัวนี้มันลึกกว่าสมาธิธรรมดาเยอะเลย เพราะฉะนั้นคุณจะรู้จักสมาธิง่ายๆนี้มันไม่ง่ายหรอกคุณเอ๋ย พูดกันไปทุกวันนี้ ฟังดีๆนะ จะเห็นความต่างกันไหมเมื่อเคยเข้าใจมาก่อนกับที่อาตมาอธิบายนี้มันต่างกันไหม แค่เข้าใจแค่นี้คุณเข้าใจได้แล้วคุณต้องไปทำจริงๆสะสมจิต สะอาดตัวนี้ คุณธรรม 5 ประการของอุเบกขา ไม่ใช่อุเบกขาด้วยนะ มันละเอียดกว่าอุเบกขา แยกเป็นปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา กรรมกิริยาการทำงานได้ด้วยนะ อุเบกขาแทนที่จะเฉยๆกลางอยู่เฉยๆ กลางคืออะไรคือไม่ไปไม่มา ไม่ทำอะไร ไม่กระดุกกระดิก กลางๆเฉยๆ แท้จริงไม่เฉยๆกลางๆ แต่มันเร็วด้วยเป็นกายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา คล่องแคล่วว่องไวเหมือนอย่างพระโพธิรักษ์นี้ คล่องแคล่วว่องไว เขาบอกว่าอรหันต์อะไรอย่างกับลิง อรหันต์มันต้องนิ่งๆเงียบๆเฉยๆช้าๆสุภาพเรียบร้อย สุ แปลว่าดี ภาพ คือภาวะ นี่แหละภาวะดี แสดงอย่างเต็มแรงไม่ต้องแอ๊คท่าไม่ต้องดราม่า 1.สิ่งที่ยากนี้เป็นโพธิสัตว์ก็ต้องทำ อาตมามีเป้าหมายเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งให้ได้ ถ้าหากท้อก็เป็นไม่ได้แน่นอน 2. รับปากพระพุทธเจ้ามาแล้วด้วยว่าจะต้องมาสืบสานศาสนาต่อ อันนี้สำคัญ ดีนะ แล้วมีอะไรอ้างอิงว่าอาตมารับปาก ก็ชี้แล้วไงที่เป็นข้อที่ 10 ของสัมมาทิฏฐิ สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) คนนี้เอามาประกาศให้คนอื่นทำตามได้ไหม ..ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการยืนยันคำตรัสพระพุทธเจ้า คำนี้ไม่ใช่คำตรัสที่สูญเปล่า มันต้องมีสิ่งที่จริงรองรับสมัครก็ยืนยันแสดงตัว ใครที่เป็น สยังอภิญญา ไหนคนไหนมายืนยันสิ คุณเป็นคนจริงก็ต้องยืนยันแสดงจริงทำได้มีสิ่งรองรับว่าทำสำเร็จจึงจะใช่ อาตมาว่าอาตมาใช่ อาตมาก็ยังพูดอยู่เลยว่าอาตมาหลงตัวเองคนเดียวหรือเปล่า พี่ที่เป็นสยังอภิญญาอยู่ที่ไหน?(ยู้ฮูๆ) อยู่ที่ไหนช่วยมาแสดงตัวหน่อย อาตมาไม่มีจิตอยากอวดตัวสาเฐยจิต เปิดเผยความจริงอย่างไม่เหลือหรอ อาตมานี้สุดยอดนู้ด โป๊เปลือยสะอาดเปิดหมดทุกอย่าง พูดความจริงให้ดูง่ายให้ดูเข้าใจได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของสัจธรรม ขอพูดต่อตรงนี้นิดนึง อาตมาแสดงแล้วเหมือนกับสิริมหามายามันกลับไปกลับมา อาตมาแสดงสิ่งที่ดีที่สุด แต่คนเข้าใจว่าอาตมาแสดงสิ่งที่แย่ที่สุด มันเป็นสิริมหามายาอย่างนี้ อาตมาแสดงสิ่งที่ดีที่สุด แต่เพราะคนสมัยนี้ 1. เข้าใจสิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้ง่ายๆหรอก แต่เขาจะรู้จักสิ่งที่ไม่ดีได้ง่าย สิ่งที่ดีที่สุดนี้มันเกินความคิดของเขาที่จะรู้ได้ และ 2. เขาเข้าใจว่าสิ่งที่ดีที่สุดแต่ไม่เชื่อน้ำหน้าว่าจะเป็นได้หรอก เข้าใจแล้วแหละแต่ไม่เชื่อน้ำหน้าเอ็งหรอก เพราะฉะนั้นมันก็ต้องพิสูจน์ อาตมาก็รู้ความจริงอันนี้ว่าท้อไม่ได้ ต้องพิสูจน์ๆๆๆ อาตมาพิสูจน์แล้ว อาตมาทำกรรมกิริยายืนยันให้เกิดประโยชน์ในเรื่องความจริง ให้คนเข้าใจ ให้คนมาปฏิบัติตามให้คนบรรลุธรรมได้ มันก็ดี ทำงานยังไม่ได้เสียหายอะไร เป็นแต่เพียงว่าอาตมาจะไหวหรือไม่ วันนี้ก่อนจะลงมาก็มีอาการอยู่พอสมควร หมอที่เขาเคยนวดเคยดูแลก็ถามว่าจะไหวไหม...อาตมาก็ว่าไหว ก็ลงมา
630928_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 10