ทำไมเรียกสมาธิที่เจริญว่าเป็นอธิจิตไม่เรียกอธิสมาธิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ทำไมเรียกสมาธิที่เจริญว่าเป็นอธิจิตไม่เรียกอธิสมาธิ _ชำนิ จันทสุข : น้อมกราบพ่อครูครับ ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อเป็นอธิ ทำไมสมาธิเป็นจิต คือ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ครับ พ่อครูว่า...ทำไมไม่เรียก อธิสมาธิ แต่เป็นอธิจิต คืออย่างนี้ อธิ แปลว่ายิ่งๆขึ้นเจริญขึ้นก้าวหน้าขึ้น อธิศีลไม่สงสัย เพราะเจริญขึ้นเป็นศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ได้ หรือในเนื้อของศีลมันละเอียดมันสูงขึ้นได้ เคร่งขึ้น ทำได้ดีขึ้น ไม่ฆ่าสัตว์ก็ไม่ใช่แค่ได้แค่ไม่ฆ่าสัตว์ แล้วก็ไม่ไปทำร้ายมัน สูงขึ้นไปกว่านั้นไม่กินเนื้อสัตว์ หรือสูงขึ้นไปอีก นอกจากไม่ทำร้าย ไม่รังแก ไม่กิน ไม่ฆ่าแล้ว สูงขึ้นไปไม่กินแล้ว ยังมีจิต เอ็นดูปรารถนาดีหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ เป็นต้น นี่คือคุณสมบัติเนื้อหาสาระของธรรมะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ อธิจิต นั่นก็คือ สมาธินี่แหละ คำว่าสมาธินี้ไม่ใช่เข้าใจกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะของพุทธ สมาธิของทั่วไปเป็นของโลกีย์ เป็นของเดียรถีย์สามัญ คำว่าสมาธิคำนี้เขาก็แปลว่า จิตตั้งมั่น ของพุทธก็เป็นจิตตั้งมั่น เป็นจิตตั้งมั่นที่มีนัยยะสำคัญมีมิติลึกซึ้งกว่ากัน กระบวนการจิตใจที่ตั้งมั่นขึ้นหมายความว่าจิตใจมันแข็งแรง มันเป็นจิตที่เสถียร static เป็นจิต อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ในสังกัปปะ 7 เป็นลักษณะของ ศรัทธาหรือเจโต ส่วนลักษณะของปัญญาคือ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อาตมาแปล อัปปนาว่า แน่วแน่ มีทิศทางเป้าหมายที่ชัด พยัปปนาคือแนบแน่น ยิ่งแนบยิ่งแน่นมากเข้าก็ปักใจมั่น จิตแข็งแรงปักมั่นเลย เจตโสอภินิโรปนา นี่เป็นกระบวนการทาง static หรือทางด้านกระแสบวก ส่วนทางด้านกระแสลบก็เป็นปัญญา มีตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ตักกะ คือจิตเริ่มแสดงตัว เริ่มดำริ จะแปลสั้นๆว่าตักกะ ก็แปลว่า ตรึกก็ได้ หรือตริ หรือดำริ เริ่มเกิดขึ้นมา ก

อ่านต่อ

็มาเรียนรู้วิจัยจิตนี้แยกให้ออกว่าเป็นจิตที่สะอาดหรือเป็นจิตที่มีกิเลสผสมมา คนที่ไม่ได้ฝึกฝนเรียนรู้จะมีอวิชชา จิตมีกิเลสออกเมื่อวิจัยกิเลสได้ทำให้กิเลสลดลงก็เรียกว่า มีวิจัยวิจาร ศัพท์วิชาการ คือ วิตกวิจาร วิจาร คือ การเคลื่อนไหวลีลาอาการของมัน วิตกคือ static วิจารคือ dynamic เมื่อเรารู้จักกิเลส กำจัดกิเลสได้ชำระตัวนี้ด้วยวิธีวิปัสสนา วิธีที่ให้รู้ด้วยปัญญาเข้าใจว่ามันไม่ใช่ตัวจริง มันเป็นตัวปลอมตัวหลอกตัวเก๊ มันไม่เที่ยงหรอกมันเป็นเหตุแห่งทุกข์ มันพาให้ทุกข์ ก็ด้วยความเฉลียวฉลาดความเข้าใจเนื้อแท้ความจริงว่ามันมีอำนาจมีพลัง ที่เรียกว่าเป็นพลัง ฌาน พลังงานไฟที่มันมีความแรงกล้าจะทำลายความโง่ทำลายอวิชชาทำลายเนื้อกิเลสออกไป เมื่อกิเลสถูกพลังฌานกำจัดได้ละลายกิเลสนั้นได้หมด กิเลสดับแล้ว กิเลสไม่มี กิเลสไม่มีของพระพุทธเจ้านี้จนกระทั่งสิ้นอาสวะ หมดกิเลสสาสวะ พ้นสังโยชน์ทั้ง 10 สิ้นอาสวะแล้วจิตก็สะอาด ปริสุทธา เป็นตัวแรกของอุเบกขา 5 ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เมื่อสะอาดมากยิ่งขึ้น ก็ตกผลึกเป็นแกนของสมาธิ เรียกว่า มุทุ ที่เป็นแกนองค์รวม ของพลังงานจิตที่สั่งสมอยู่ในตัวเลย มีทั้งคุณสมบัติของปัญญาและเจโต อยู่ในนี้พร้อมส่งเลย ทั้ง 2 สภาพ มุทุ ภาษาบาลีแปลหยาบๆว่า อ่อน คนไม่เข้าใจสภาวะก็บอกว่าจิตอ่อน ฟังแล้วก็อ่อนใจ เหมือนกับจิตอ่อนแอ มันก็ฟังแล้วก็น่ากลัว อาตมาก็เลยต้องมาแปลว่าเป็นจิตหัวอ่อน คือจิตดัดง่าย ต้องการจะดัดจะปรับก็ง่าย รู้ก็ไว เปลี่ยนแปลงเร็วไวเปลี่ยนแปลงง่าย เป็นสิริมหามายา ภาษาบาลีเรียก ปาคุญญตา คล่องแคล่วว่องไวฉับไว เรียก กายปาคุญญตา คือทั้งกายทั้งจิต ถ้าเฉพาะจิตเรียก จิตปาคุญญตา เมื่อมีคุณสมบัติดีก็เอามาทำงานด้วยอัญญา เป็นธาตุรู้โลกุตระ เป็นปัญญาเป็นความฉลาดแบบโลกุตระ ไม่ใช่เฉโก ไม่ใช่ความฉลาดแบบโลกีย์ ฉลาดของเทวนิยม สามัญปุถุชนคือเฉโก ส่วนฉลาดของพระพุทธเจ้าคือฉลาดแบบปัญญา มี ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ส่วนประภัสสราก็ยิ่ง ผ่องใสขาวสะอาดมากยิ่งขึ้น อาตมาเจอที่เขาแปลว่า จิตบริสุทธิ์ อ่อน เหมาะควรแก่การงาน ผ่องแผ้วผุดผ่อง อาตมาก็ดูแล้วมันแปลแล้วมัน ก็ยังไม่ดี แต่เมื่อไปตรวจพระบาลีดูก็รู้สึกว่าเข้าใจได้ทันทีเลยมันเป็นของเก่าของอาตมา เมื่อมีสภาวะแล้วก็เอาสภาวะนั้นมาขยายพวกเราก็เข้าใจมากยิ่งขึ้นได้เรื่อยๆใช่ไหม ยิ่งฟังๆ ยิ่งเข้าใจมากยิ่งขึ้น พวกเรามีสภาวะรองรับ ไม่ใช่แค่เข้าใจพยัญชนะเท่านั้น แต่เข้าใจในสภาวะด้วย ยิ่งปฏิบัติธรรมก็ยิ่งมีจิต ปริโยทาตา จิตเราก็มีแกนมุทุมากยิ่งขึ้นแล้วมาปฏิบัติการงานก็เป็นการงานที่ดีเหมาะควร คือกัมมัญญา แปลว่าการงานที่เหมาะควร มันก็ยิ่งดียิ่งเหมาะสมเหมาะควร กับกาละเทศะฐานะ ทำได้อย่างดี อย่างสมดุลเข้ากันได้ จะทำมาอีกขนาดไหนจิตก็ไม่ได้ต่ำลงเสื่อมลง มีแต่เจริญขึ้นเรียกว่าประภัสสรสุดยอด เมื่อจิตใจหมดอาสวะแล้วก็มาเป็นฐานสุดท้ายของจิตสะอาด คือสิ้นอาสวะก่อนแล้วจึงมีจิตที่สะอาดจากอาสวะมาตกผลึก จิตที่สะอาดนะ ไม่ใช่จิตใจที่ปนเปื้อนและเอามาตกผลึก แล้วบอกว่าจิตใจตั้งมั่นเอามาตกผลึกไม่ใช่ จิตใจขี้หมูขี้หมา ไม่ใช่ ต้องเป็นจิตใจที่สะอาดสิ้นอาสวะแล้วมาตกผลึก ในจรณะ 15 วิชชา 8 วิชชาข้อสุดท้าย สิ้นอาสวะ ปฏิบัติจรณะได้ฌาน 4 มีอุเบกขาสะอาดมาจากอาสวะแล้วตกผลึกลง จนกระทั่งตั้งมั่น ถึงเรียกว่าจิตอย่างนี้คือจิตเป็นสมาธิของพุทธ มันมีคุณลักษณะครบ โลกีย์ก็เรียกอธิจิต สั่งสมการสะกดจิตตั้งมั่น เขาก็เรียกว่าเป็นสมาธิ แต่เขาไม่บังอาจเรียกว่าสัมมาสมาธิ เขาก็ใช้ว่าสมาธิเฉยๆ แต่ของพระพุทธเจ้าบอกว่านี้เป็นของท่าน เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าไม่ใช่สัมมาสมาธิท่านก็เรียกมิจฉาสมาธิ หรือบางทีตอนแรกท่านก็ประนีประนอมเรียกว่า เจโตสมาธิกับปัญญาสมาธิ พวกสายสัทธานุสารี แล้วมาสัทธาวิมุติ แล้วก็มากายสักขี ซึ่งปฏิบัติอย่างไม่ชัดเจน บางทีเขาก็เห็นว่าภายนอกทำได้เก่งเหมือนอย่างมหาบัว เป็นผู้ที่ข้างนอกไม่สะสมมักน้อย ต่างๆนานา ไม่เอาลาภยศสรรเสริญ แต่จิตใจลึกๆ ยังมีแรงออกมา ขออภัยที่ต้องว่าเหมือนถล่มท่าน แต่อาตมาไม่ได้เจตนาตรงนั้น เจตนาตรงที่ว่าท่านมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ คนศรัทธาเลื่อมใส แต่พฤติกรรมของท่าน เขาก็ต้องรับ มันเป็นพฤติกรรมที่ผิดเป็นมิจฉา อาตมาจึงต้องเอาอันนี้ ซึ่งมันเป็นฟีโนมีนอล เป็นปรากฏการณ์แท้ เป็นเรื่องที่มีจริงก็เอามาเป็น specimen เอามาเป็นสภาวะตัวอย่างที่จะมายกตัวอย่าง ไม่ใช่แกล้ง แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์ดีมากเลย ก็ขออภัย ก็ขอกราบคารวะท่าน ท่านก็เป็นภันเตแต่เสียไปแล้ว ถ้าหากท่านอยู่ก็คงไม่ได้พูดขนาดนี้ คนที่พลาดพลั้งผิดไปอย่างเช่นธัมมชโยนี้ อาตมาสงสาร จิตใจมีความสงสาร สงสารคือ สังสาร ความหมุนเวียนอยู่ในโลก วนในโลก อาตมาเห็นสงสารตัวนี้ที่ท่านต้องติดในสงสาร และติดอยู่ในนั้นมันตกต่ำด้วยนะ เป็นนรกเป็นสวรรค์ พากเพียรได้สวรรค์แล้วก็ลงนรก มันไม่ได้ออกมาได้หรอกมันวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ นี่คือความหมายของคำว่า สงสาร พูดโดยสำนวนโวหารว่า คนที่มีจิตใจไม่ได้ปรารถนาร้ายอะไร เห็นความสงสารของท่าน ท่านจะต้องตกอยู่ในสงสาร อีกกี่กัป สรุปแล้วทำไมไม่เรียกอธิสมาธิ เพราะจิตเป็นตัวแท้ที่ทำให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วตกผลึกตั้งมั่น สมาธิ จริงๆแล้วก็คืออธิของศีล อธิของจิต อธิของปัญญา แม้ที่สุด อธิของมุติเป็นอธิมุติ ศีลก็เจริญ จิตก็เจริญ ปัญญาก็เจริญ วิมุติก็เจริญแล้วตกผลึกลงที่จิต จิตก็ตั้งมั่นควบแน่น ซึ่งเป็นจิตตั้งมั่น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน