620211_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 38.docx
เนื้อหาในไฟล์
620211_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 38 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1pxRSx8pY7oMht7a8gimgUZGg0MKa6iNK9XDFUyYq85U/edit?usp=sharing ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1w80mkgKWPILHPUopk6hdEKec5MBwqtaW
พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ปีกุน ปีหมูนักรบ รบกันจัง ก่อนที่จะได้พูดให้ถามให้ตอบ อาตมาก็จะต้องตอบ sms _SMS วันที่ 10 ก.พ. 2562 (วิถีอาริยธรรม)
_2166เมื่อวันศุกร์พ่อท่านตอบSMSดุจดั่งจู่ล้งควงทวนบนม้าขาว แต่วันอาทิตย์นี้พ่อท่านดุดันดั่งดาบดำของโป้อั้งเซาะ พ่อท่านกำลังควงทวนมันๆ พ่อครูว่า...อาตมาไม่ค่อยถนัด สามก๊ก เคยอ่านตั้งแต่เป็นนักเรียนเท่านั้น พูดชื่อตัวละครก็ไม่ค่อยรู้เลย ส่วน โป้อั้งเซาะ ก็ยิ่งไม่รู้เลย มองไปในแง่ให้ได้ประโยชน์ จะใช้สำนวนภาษาบู๊ๆหนังจีนก็ได้
_3867มวลชนคนรักช.ศ.กษ.ขอน้อมรับพระ บรมราชโองการในร.10ฯน้อมจงรัก ใส่เกล้าฯน้อมภักดีใส่กระหม่อมฯตาม พระราชขัตติยะประเพณีฯขอน้อมเทิด ทูนสถาบันศูนย์รวมดวงใจไทยฯตามกฎหมายรธน.ตราไว้สูงสุดอยู่เหนือการเมืองฯเหนือเกล้าฯเหนือกระหม่อมฯ!ราษฎรใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ฯ
_Pop Tuesday · วัน พฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ มี รายการ วิเคระห์ข่าว วิปสนา หรือเปล่า ครับ พ่อครูว่า…ที่นี่ขึ้นอยู่กับอนิจจัง
_อำภา รื่นใจดี · นิกายเกิดขึ้นมาจากกิเลสของคน เมื่อกิเลสเกิดในแต่ละคน ก็แยกย้ายกันไปตั้งนิกายเป็นของตนเอง แต่ยังอาศัยชื่อพุทธเป็นหลักเกาะ แต่พระพุทธศาสนาที่เป็นของแท้ของพระพุทธเจ้าไม่มีนิกายไม่เป็นนิกาย ปัจจุบันนี้ลูกออกจากนิกายทั้งหลายเหล่านั้นมาแล้ว คงเหลือแต่การปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธองค์ แต่ยังคงเคารพพระ
อ่านต่อ
ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำประโยชน์ให้แก่สังคม ประชาชน ประเทศชาติ เราจึงเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานตลอดเวลา เขียนมาเพื่อเปิดสมองคนที่ยังหลงทางกับนิกายต่าง ๆ ติดกับนิกาย ได้มีดวงตา เห็นธรรมของพระพุทธองค์นะ ไม่ใช่เห็นธรรมของพระด๊อกเตอร์ นักเปรียญ 8 เปรียญ 9 เอวัง พ่อครูว่า...อาตมา การแยกนิกายมีขอบเขตในการแยกแค่ไหนตามธรรมวินัยอาตมาเข้าใจ เพราะฉะนั้นอาตมาจะไม่ทำเด็ดขาดเลยที่จะทำให้ตัวเองแยกนิกาย จะแยกมาแค่นานาสังวาส จะไม่แยกขนาดนิกายเป็นอันขาด จะทำถึงแค่นานาสังวาส แต่ผู้ที่เขาตั้งใจ จะแยกนิกายก็เรื่องของเขา จะด้วยความรู้หรือไม่รู้ก็แล้วแต่ แม้จะรู้แต่เขาก็จะแยกก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะแยกนิกายนั้นเป็นอนันตริยกรรม มีกรรมหนัก ต้องทำใช้หลายล้านชาติ หนัก เป็นเรื่องนรก เป็นเรื่องทุกข์ทรมานหลายล้านชาติ เพราะฉะนั้น คนไม่เข้าใจก็เอาคำว่านิกายมาใส่ อาตมาทำนานาสังวาส เขาก็บอกว่าเป็นนิกาย อาตมาไม่ได้ทำอย่างที่เขาว่า แต่เขามาบอกคนอื่นให้หลงผิดตาม ก็เป็นบาปทั้งนั้นซึ่งมันผิด อาตมาเป็นคนดีแล้วคนอื่นทำให้คนเข้าใจว่าเป็นคนชั่ว เขาทำผิดไหม เขาก็ได้รับบาปนั้นไปอย่างนี้เป็นต้น คนนี้เขาก็เขียนมาด้วยความปรารถนาดี
_วิหคเหิน จอมยุทธไร้นาม... วิมุตติ 2 คือ ความหลุดพ้นด้วยสมาธิและปัญญา ได้แก่ เจโตวิมุตติ หมายถึง ความหลุดพ้นแห่งจิต ความหลุดพ้นด้วยอำนาจการฝึกจิต ความหลุดพ้นแห่งจิตจากราคะ ด้วยกำลังแห่งสมาธิ ปัญญาวิมุตติ หมายถึง ความหลุดพ้นด้วยปัญญา ความหลุดพ้นด้วยอำนาจการเจริญปัญญา ความหลุดพ้นแห่งจิตจากจากอวิชชา ด้วยปัญญาที่รู้เห็นตามเป็นจริง นอกจากนี้ยังมี วิมุตติ 5 มีความหมายเดียวกับ นิโรธ 5 พ่อครูว่า…คนนี้สภาวะยังไม่ค่อยชัดได้แค่ภาษา ก็ดูเหมือนมันถูก แต่ถ้าไปเจอภาวะสิริมหามายาจะงง ตอนนี้ก็พยายามจะจับให้มันถูกฝาถูกตัวไปตามลำดับ นัยยะลึกซึ้งนั้น วิมุติเป็นปัญญา นิโรธเป็นเจโต นิโรธแปลว่าดับ วิมุติแปลว่าหลุดพ้น ผู้หลุดพ้นนั้นจะหลุดพ้นด้วยความรู้ นิ แปลว่าไม่มี นิโรธะคือไม่มีอะไรโผล่เลย ซึ่งมันมีความหมายโดยพยัญชนะสภาวะกลับกันไปกลับกันมาก็ค่อยๆเรียนไป ดีศึกษาไป
_สมใจ .." แต่ก่อนโยมจะกลัวผีมาก เวลานอนจะต้องซุกหน้าไว้กับหมอนข้าง เวลาลงบันไดบ้านก็ต้องวิ่งอย่างเร็วเพราะความกลัว อีกทั้งกลัวจิ้งจก ตุ๊กแก หนอน ไส้เดือน และอื่นๆอีกมากมาย ปัจจุบันความกลัว เรื่องพวกนี้ได้หายไป จนรู้สึกว่าไม่ได้เป็นปัญหากับเรา แต่มันก็ยังมีอีกเยอะแยะที่มันทำให้เรายังกลัวอยู่ โยมรู้สึกว่า"ความกลัว"เป็นสิ่งที่"น่ากลัว" เพราะมันทำให้เราทรมาน ทำอย่างไรเราถึงจะละความกลัวจากสิ่งที่เรายังกลัวอยู่ได้คะ" พ่อครูว่า…อาตมาเคยกลัว เป็นความกลัวจริงๆเกิดอยู่ในชีวิตตั้งแต่เป็นฆราวาส ยังไม่ได้มีความรู้ทางธรรมตั้งแต่เด็ก 1. กลัวความตาย เห็นเขาแห่ศพไม่ได้กลัวจริงๆเลย กลัวศพ ก็จะตายเหมือนอย่างศพ นั่นก็ครั้งหนึ่ง 2. อีกครั้งหนึ่งโตแล้วทำงานทำการที่โทรทัศน์แล้ว กลัวจะเป็นมะเร็งตาย กลัวหนักหนาเลยกลัวจะเป็นมะเร็งตาย อันหนึ่งกลัวตายเพราะตาย อีกอันนึงกลัวตายเพราะโรค กลัวเจ็บ นี่เป็นสัญญา มันเหมือนพระพุทธเจ้าไปเจอคนเกิดแก่เจ็บตาย ก็เป็นสัญญาณ เป็นเทวทูต เป็นทูตแห่งความตาย อาตมาก็มีอันนี้ก็เล่าความจริงให้ฟัง ตั้งแต่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยังเป็นลิงลมอมข้าวพองยังเป็นคนโลกๆจะมีอารมณ์แบบโลกๆตามที่เขาครอบงำ แต่ความจริงของตัวเราเองนั้นแหละที่เราเป็นนั้น เราเป็นใครมีความจริงความรู้อะไรแค่ไหนยังไม่ขึ้น ยังไม่เป็นตัวตนที่เราเคยเป็นเก่า ตั้งแต่ปางก่อน ยังไม่ขึ้นมา จนกระทั่งได้ผ่านเหตุการณ์ กาละเวลาก็เลยมาสัญญาเตือนให้เราปฏิบัติธรรมะสนใจธรรมะมันก็บรรลุขึ้นมาเอง เพราะว่าอาตมาไม่มีครูบาอาจารย์ไม่มีสำนักไม่มีใครสอน เพราะใครก็สอนไม่ได้เพราะเขาได้ทำผิดมาก่อนหมด ในโลกยุคนี้ อาตมาถึงขั้นถึงคราวที่ต้องมีเป็นของตัวเอง สยังอภิญญา เกิดขึ้นปฏิบัติแล้วก็ได้บรรลุเองก็เลยชัดเจนเลิกทางโลกแล้วก็มาบวช ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 50 กว่าปีแล้ว มาจนป่านนี้ก็มั่นใจ ทุกวันนี้ก็ยิ่งมั่นใจเพราะของเก่ามันก็ขึ้นมาอีกมาก เพราะอาตมาจะพูดยืนหยัดยืนยันปักมั่นแน่นอน จริงๆไม่ได้ต้องการโอหัง แต่ต้องการปักหลักเน้นย้ำ ว่าอย่างนี้แหละ แน่นอน จึงต้องแสดงออกสำเนียงสุ้มเสียงภาษาท่าทีเพื่อยืนยันความจริง ไม่มีคลอนแคลนไม่มีหวั่นไหวไม่มีเอนเอียงเลย เป๊ะๆๆอยู่ ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรแล้ว ต้องการเท่านั้น มันเป็นหนึ่งเดียวไม่มีอะไรเปลี่ยนไม่มีอะไรเพี้ยน เปรี้ยงๆๆ หนึ่งเดียว มันจึงดูหนักดูแรงเหมือนยึดมั่นถือมั่นก็ไม่มีปัญหา
_สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของบาปคืออะไรครับหลวงปู่ พ่อครูว่า...สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของบาป ฟังให้ดี ใครก็ตามดูของตัวเอง สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของบาป ใช้คำว่าบาป บาปแปลว่าความเลวร้าย คืออะไร ดูที่ตัวเองอ่านของตัวเองพฤติกรรมกายวาจาใจของเรา ที่เราเป็นเรามีแล้วตรวจของเราเองนั่นแหละ อะไรที่เราเห็นว่าอันนี้หยาบต่ำที่สุดชั่วที่สุดของเราแล้ว อันนั้นแหละคือบาป ตัว 1 ตัวที่ 1 ที่คุณจะต้องรีบจัดการ มันมีอยู่ในตัวเราก็ต้องรีบเอาออก เรียกอีกศัพท์หนึ่งว่าอบาย อบายมุข อบายภูมิ อบายแปลว่าไม่เจริญ ถ้าอบายมุข ก็คือหัวหน้าของความไม่เจริญ ต้องจัดการก่อนในตัวเราของเราไม่เท่ากันหรอกในแต่ละคนคนละมุมคนละเรื่อง อะไรของเราที่เราเห็นว่าอันนี้มันเลวร้าย เดือดร้อนไม่ดี เบียดเบียน เป็นความเสียหายอยู่ในโลกก็เอาอันนั้นออกก่อน
_ทำไมต้องปฏิบัติธรรมครับ พ่อครูว่า...คำว่าธรรมะ หมายความว่าความดี คำว่าธรรมะหมายถึงสภาวะสิ่งที่รวมกันขึ้นมา ธรรมะคือสิ่งที่ทรงอยู่ แล้วสิ่งที่ทรงอยู่นั้นถ้าแยกธรรมะเป็นธาตุ ธาตุกับธรรมะ ธาตุคือ 1 ธรรมะคือ 2 ในโลกนี้มี 1 กับ 2 ที่ต้องเรียน ถ้าจะเรียกผู้บรรลุธรรมสูงสุดก็จะเป็น 0 ทีนี้ถ้าจะเอา 0 มารวมกันเป็นสองก็จะมี 0 กับ 1 ถ้าเป็น 1 คุณจะยืนอยู่ที่ 1 หรือ 0 แต่ถ้า 00 คือคุณปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่เหลือธาตุอะไรเลย ธาตุเหลือ 1 ก็ยังมีอยู่ ถ้าเป็นธรรมะก็ยังมี 2 ถ้ายังเหลือแค่ธาตุเดียว มันก็หายไปหมดเลย เพราะฉะนั้นทำไมต้องปฏิบัติธรรมะ ธรรมะคือสิ่งที่มันจะเริ่ม 2 หรืออีกศัพท์หนึ่งว่า เทวฺ ศัพท์ที่ชัดเจน คือ เทวธัมมา ถ้าเป็นธรรมะก็คือทรงไว้เป็นคู่ ใช้คำว่า เทวธัมมา เอามาศึกษาให้เหลือ 1 จนกว่าจะทำให้ 1 เป็น 0 นอกนั้นก็นับไม่ถ้วน แล้ว คุณจะต้องวนเวียนอยู่กับความหลากหลาย คุณไปรู้ทั่วไปทั้งหมดไม่ได้ หรือคนสร้างมาอีกเพิ่มเรียก โลกจินตา ไปตามมันหมดไม่หวาดไหวไม่มีจบ ก็เอาที่เราเองเรารู้แล้วเอามาศึกษาได้แล้วทำให้จบ จบไปทีละเรื่อง จะรู้ว่า ที่แท้จริงมีแต่เทวธัมมาปรุงแต่งกันอยู่ คุณก็ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น _ทำไมคนเราต้องมีศีลครับหลวงปู่ ผมสงสัย พ่อครูว่า...ต้องปฏิบัติศีลให้เกิดธรรมะ เราจะมีธรรมได้ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เรียกว่าศีล ทำให้เกิดธรรมะ ทำทีละคู่เป็นลำดับ ไม่อย่างนั้นสับสน
_หลวงปู่พูดได้กี่ภาษาครับ พ่อครูว่า...อาตมาพูดได้แค่สองภาษา ไทยกับลาว แต่อังกฤษไม่เก่ง เรื่อง conversation ไม่เก่ง เป็นเรื่องอจินไตยอย่างหนึ่ง ถ้าหากเก่งเรื่อง conversation ก็จะต้องไปรับแขกพูดคุยกับต่างชาติอีก มีคนที่พูดภาษาต่างชาติเก่งกว่าอาตมาอยู่แล้วก็มาช่วยอาตมาไปเอาสาระเนื้อหาแท้เนื้อแท้ไป อาตมาทำงานทางนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้แค่ไหนจะลากสังขารไปถึง 151 ปี ตอนนี้ 100 ยังไม่ถึงเลย หลายผู้หลายคนก็ยังลุ้นว่าจะถึงหรือ ไม่เป็นไรอาตมาได้พิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าด้วยที่จะต่ออายุด้วยสัมประสิทธิ์หรือ coefficient E=C(mc 2 +A) พลังงาน coefficient จะใช้ต่ออายุทั้งรูปธรรมนามธรรมได้ทั้งนั้น แต่ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ที่จะเอาพิสูจน์ทางวัตถุ ถ้าพิสูจน์ทางวัตถุเขาจะเพิ่มจาก mc 2 ของไอน์สไตน์ E=C(mc 2 +A) เป็นสูตรที่เพิ่มจากของไอน์สไตน์มา ในอนาคตพวกเราจะอธิบายได้ตอนนี้อาตมาไม่เสียเวลาอธิบาย
_ทำไมหลวงปู่จะต้องตั้งบวรด้วยครับ พ่อครูว่า...ที่ต้องตั้งบวรเพราะว่ามันต้องมีทั้งสถานที่ มีทั้งบุคคล มีทั้งพฤติกรรมสังคมมีการงานการกระทำของสังคม เรียกว่ามิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นสัปปายะ 4 มีทั้งสถานที่มีทั้งบุคคลมีสิ่งที่อาศัยและมีธรรมะ เรียกว่าสัปปายะ 4 เป็นความเจริญทุกอย่างก็เลยต้องสร้าง
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ประโยชน์ของการนั่งเจโตสมถะ _นั่งเจโตสมถะเพื่ออะไรครับหลวงปู่ พ่อครูว่า...อันนี้ถามดี เจโตคือจิต นั่งแล้วก็ทำจิตของเราให้เกิดสมถะ ที่แปลว่าความสงบ สมถะ เป็นภาษาความสงบทั่วไป ที่เป็นความสงบแบบโลกีย์ แต่จะใช้ความสงบแบบโลกุตระต้องใช้คำว่าปัสสัทธิ เจโตปัสสัทธิ แต่ก็ไม่ต้องพูด เพราะถ้าเป็นโลกุตระแล้วปัสสัทธิก็เข้าใจ รวมแล้วคือจิตสงบตั้งมั่น รวมเป็นปัสสัทธิ ก็เหลือแต่เจโตสมาธิที่เขาพูดเขาทำกัน อันนั้นยังไม่ใช่โลกุตระ วิธีปฏิบัติก็เป็นการสะกดจิต หลับตา นิ่งได้เจโตสมถะ ไปอยู่ในภพได้ก็เรียกว่าเจโตสมถะ อยู่ข้างใน ซึ่งมีรายละเอียดได้ ขณะที่นั่งทำให้จิตสงบก็ไม่มีกิเลสกวน แม้แต่เจโตสมถะของพวกที่ปฏิบัติสมาธิที่ไม่ใช่โลกุตระก็ยังไม่มีกิเลสกวนในตอนนั้นนะ เพราะฉะนั้นจะใช้ประโยชน์ได้ให้สงบสบาย 2. สงบแล้วจิตใจมันก็นึกคิดปรุงแต่งสร้างความรู้ที่ละเอียดได้มากขึ้น ทางนามธรรมได้ละเอียดเยอะ ฟุ้งซ่านก็ได้เยอะ 3. เอาพลังงานทางเจโตสมถะไปทางฤทธิเดช แบบโลกียะ เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้ารังเกียจไม่เอาเลย ในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ ประโยชน์ของการฝึกสมาธิแบบสะกดจิตให้สงบ (เจโตสมถะ)
1.ได้พักผ่อนแบบสงบจิต มีอุปการะมาก 2.ศึกษาเพิ่มทักษะในเจโตสมถะ และใช้ตรวจอ่าน ภาวะจิตต่างๆ ในภวังค์ 3.เอื้อให้ปฏิบัติเตวิชโช (ทบทวน) ได้อย่างดี . 4.สร้างพลังทางจิต ที่จะนำไปทำฤทธิ์ต่างๆ (แต่ฤทธิ์ในพุทธศาสนา หมายถึง ฤทธิ์ที่ระงับ ดับกิเลส เพื่อไปสู่นิโรธ-วิมุติ-วิโมกข์-นิพพาน) เตวิชโชตรวจสอบจิตเราว่ากิเลสตัวไหนหมดได้นานขนาดไหน มั่นใจขนาดไหน
_ทำไมเราต้องลดกิเลส และเราเกิดมาเพื่ออะไร พ่อครูว่า...เราเกิดมาเพื่อบรรลุเป็นอรหันต์เพื่อจะพ้นทุกข์พ้นสุข แต่เราไม่รู้ก็เลยหลงวนเวียนเกิดตายตายเกิดในโลกีย์อีกนานนับชาติ มีสุข ทุกข์ ต่ำสูงอยู่อย่างนั้น
_คำว่าจิตสำนึกคืออะไรครับ พ่อครูว่า...ความสำนึกแปลว่าระลึกรู้ ความรู้สึกก็แปลว่าลึกรู้ แต่ความสำนึกนี้และลึกแล้วรู้ดีรู้ชั่ว แล้วก็สำนึกว่าเราดีชั่วแล้วเราก็แก้ไขเป็นสิ่งที่ดี อันนี้คือความสำนึก แต่ความรู้สึกนั้นยังไม่แบ่งแยกกันนี้เลยยังเป็นความรู้สึก เรารู้สึกตัว เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็จบ ความรู้สึก ยังไม่แยกไม่มีวิภัชวาที รูปยังไม่มีเวทนา พอมีการกระทบแล้วมีความรู้สึกจึงเรียกว่าเวทนา
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ทำอย่างไรจะอดทนต่อสิ่งที่อดทนได้ยาก _น้ำผึ้ง...เราจะทำอย่างไรถึงจะอดทนต่อสิ่งที่อดทนได้ยาก พ่อครูว่า..เราก็จะต้องศึกษาฝึกฝน สิ่งที่ทนไม่ได้น้ำหนักกว่าทนได้ยาก ทนได้ยากนี้ยังพอได้อยู่นะ แต่ถ้าทนไม่ได้ คือหนัก ทำอย่างไรจะให้ทนได้เราต้องเรียนรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ ก็คือปฏิกิริยาการกระทบ มันมากระทบกับเราเราก็รู้ว่าอันนี้มันแรงมันร้ายมันหนักสุดทน ถ้าเราเองเราฝึกเราสร้าง ความทนได้ของเราจะด้านไหนก็แล้วแต่ ฝึกได้เท่าไหร่เราได้เท่านั้น ถามว่าอย่างไรจะทำได้ ก็คือฝึกความทนให้ทนได้มากขึ้น แล้วเราก็จะทนได้ ถ้าไม่ฝึกเราก็เรียนรู้สิว่ามันไม่ใช่แค่ทน แต่ด้วยปัญญา ว่าอันนี้มันคืออันนี้เท่านี้เอง อย่างนี้อันนี้แรงอันนี้ร้ายอันนี้สุดทางจริงๆแล้วเราทนไม่ได้ ทนไม่ได้ที่สุดก็คือต้องตาย เราก็ตายเพราะมันทนพิษบาดแผลไม่ได้ ทนความเลวร้ายไม่ได้ ทนต่อสิ่งที่มันจะต้องยึดถืออยู่เป็นชีวะไม่ได้ ความเป็นชีวะก็ต้องขาด จะทำอย่างไรจะต้องทนได้ก็ต้องเรียนรู้ มันมีปฏิกิริยา 2 สิ่ง ถ้าอยากจะให้มันอยู่เราก็ต้องทนให้ได้ ถ้าเราทนไม่ได้เราก็ต้องแยกไป เท่านั้นเอง ถ้าเกิดทนได้ด้วยเจโตปัญญาก็จะทนไปเรื่อยๆจนกระทั่งหายไปเอง ทนไม่ได้มันก็สลาย ถ้าด้วยปัญญามันก็จะเห็นความจริงตามความเป็นจริง อ๋อ อันนี้เรียกว่าร้อน อันนี้เรียกว่าแรง อันนี้เรียกว่าหนัก มันก็คือเช่นนั้นเอง ภาษาบาลีเรียกว่าตัดอัตตา ก็จะเกิดความรู้จริงๆเลยเมื่อสองอย่างมากระทบกันแรงที่สุดหรือหลายอย่างก็ตาม มากมายก็ตามมาประเดประดัง สุมรวมกันตรงนี้ เรียกว่าความเลวร้ายมาสุมรวมตรงนี้ทีเดียวเลย เราก็จะอยู่ดูมัน จิตปัญญามันรู้ว่าทุกสิ่งมันรวมอยู่เรียกว่าสังขาร ถ้าเราอยากจะรู้มันเราจะไม่ยอมตายเราไม่ตายแล้วเราก็จะต้องเรียนรู้ ถ้าไปรู้อย่างร้อนมันรู้อะไรไม่ได้หรอก ความฉลาดมันจะมีฤทธิ์อำนาจสลายความที่เรายังไม่ตาย สลายความที่ยังไม่ตาย มันก็ยังไม่สลายมันก็ไม่ตายมันก็ยังอยู่ ตามที่เราจะทนอยู่ แต่ทนได้นะคุณยังไม่ยอมสลาย ก็หมดภาษาแล้ว เอาไปทบทวน
_นงค์...วันนี้นงค์ตั้งใจจะมาพูดถึงคนที่เขาว่าพ่อครู นงค์รู้สึกว่าจะเห็นใจเขา จะเล่านิทานตัวเอง ตอนนั้นหนูเรียนหนังสืออยู่ชั้นม 4 คิดว่าจะทำอย่างไรไม่ทุกข์ ในพระไตรปิฎกก็จะบอกว่า เป็นอรหันต์ให้ได้ ก็เลยหาหนังสือมาอ่านนั่งสมาธิ ต่อมาโตขึ้นก็ไปหาอาจารย์เพื่อเรียนนั่งเจโตสมถะ แต่เมื่อฝึกไปก็จะได้สภาวะว่า แม้ร่างตายไปแต่จิตก็ยังอยู่ มีตัวที่ว่าเนื้อสัตว์ไม่ใช่อาหารของเราก็ผุดขึ้นมา ก็เลยไม่กินเนื้อสัตว์ก็จะกินเจเขี่ยมาตลอด ไปวัดที่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่พอมาเจออีกวัดหนึ่งก็บอกว่าดีกว่าวัดเดิม แต่มาเจออโศกก็ ยังไม่เห็นว่ามีวัดอื่นดีกว่าวัดอโศก หลวงปู่พุทธทาสว่า ธรรมะคือธรรมชาติ แต่ต่อมาหนูก็รู้ว่าธรรมะคือเหนือธรรมชาติ แต่หนูนั่งแล้วมีสภาวะอีกหลายอย่าง คนเขานั่งก็คงได้สภาวะเหมือนหนูเช่นกัน พอมารู้จักอโศกหนูก็เข้าใจ สรุปว่า ศาสนานี้สันทิฏฐิโก คนที่สงสัยพ่อครูให้มาเถอะ แล้วจะเป็นปัจจัตตัง พ่อครูว่า..ก็มีคนที่รู้แล้วช่วยผ่อนหนักผ่อนเบาให้อาตมา คือรู้แล้วในโลกุตระก็จะช่วยบรรเทาให้ไปเรื่อยๆ ก็ดี ขอบคุณ
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน เอกังสวาทีคืออะไร _สิริมา...ดิฉันได้เรียนรู้จากที่คุณเอซุส เวสเกตุ เขียนมาวิจารณ์พ่อครู พ่อครูมีเมตตาอธิบาย ทำให้ดิฉันเรียนรู้การตอบข้อกล่าวหา และรู้ว่าดีชั่วเป็นเพียงโลกีย์ สุข ทุกข์เป็นเรื่องโลกุตระ พ่อครูอธิบายอย่างวิภัชวาที กราบนิมนต์พ่อครูอธิบาย เอกังสวาที พ่อครูว่า..เอกังสวาที คือพวก วันเวย์ คือพวกเดียวตีสองไม่ออก ทั้งที่โลกนี้คุณต้องรู้สองแล้วจะตีแตกสองได้ มีตัวเองกับรู้มันมีสอง แต่คนไม่รู้ตัวเองมีแต่ตัวเองไม่มีรู้ มีแต่ว่าตัวเองรู้แต่ไม่รู้ตัวเอง ในตัวเองสูงสุดคือ 1 คือยึด เพราะฉะนั้นเมื่อตัวเองก็ไม่รู้ ไม่รู้ตัวเอง ตัวเองก็ไม่รู้ตัว แต่รวมแล้วเป็นหนึ่ง ยึดหนึ่ง คนที่เทวนิยมสายเทวะ เขาจะสูงสุดได้เท่าที่เขารู้ สมมุติว่าสูงสุดนั้นคือพระเจ้าก็จะบันทึกความรู้สูงสุดพระเจ้า จะเอามาเผยแพร่กับคนก็คือต้องมีคนเผยแพร่ แต่คนที่เผยแพร่ก็ไม่รู้ว่าตนเองรู้ จะลัทธิไหนก็แล้วแต่ ศาสดาไหนก็แล้วแต่สูงสุดของเขาแค่นั้น คนนับถือก็ได้สูงสุดเท่าศาสดา สูงสุดเท่าที่ตัวเองไม่รู้ตัวเอง ส่วนพุทธนั้นรู้ทั้งตัวเองและรู้ของอีกหลายศาสนาที่ยึดตัวเอง คนที่ยึดตัวเองจะไม่รู้อีกหลายศาสนา ผู้รู้ที่ไม่ยึดตัวเองเป็นได้ทุกศาสนา รวมศาสดร์ที่มี ใครจะว่าเราไม่มีก็ไม่เป็นไร เรามีเท่าองค์นี้สูงกว่าหรือต่ำกว่าก็ไม่เป็นไร สรุปว่าเราจะมีเท่าที่ทุกคนมีและเกินกว่านั้น เพราะศาสดาที่ยึดเอกังสวาทีจะไม่รู้จักสอง คือรู้เท่าที่เขามี เขาตีกรอบแค่นั้น คนนับถือศาสนาแบบเทวนิยมก็จะได้แค่นั้นไม่มีภูมิต่อไปอีกได้ ใครมีศาสดามากองค์ก็ยังดี แต่คนบอกว่าไม่ยึดศาสนาแต่จะรู้ทุกศาสดาคนนั้นจบ
_หนูอยากจะถามว่าทำไมเราต้องเรียกว่าชมพูทวีปทั้ง 7 ไม่ได้เป็นชมพูค่ะ แต่เป็นสีขาว พ่อครูว่า...อันนี้เป็นเรื่องเอานามธรรมมาปนกับรูปธรรม สีชมพู ทวีปทั้ง 7 เป็นรูปธรรมที่ย่ิงใหญ่ แต่สีชมพูบอกสีอันเดียวก็เลยเอามาปนกันว่า ทวีปเป็นสีชมพู อย่าเอามาปนกันเลย ต้องศึกษาความวนของเลข 7 หลวงปู่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็จะรู้ 1-7 รู้ความซับซ้อนลึกซึ้ง คุณต้องมีเท่าอาตมาถึงจะรู้ได้เท่า
สื่อธรรมะพ่อครู(กตัญญู) ตอน การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุด _การตอบแทนบุญคุณแม่หาเงินมาแล้วก็เอาไปให้แม่ถูกหรือผิดครับ แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะตอบแทนบุญคุณแม่ได้ถูกต้อง พ่อครูว่า... ไม่ผิด ที่ทำ แต่ต้องทำตนเองให้เจริญ เป็นคนดี นี่คือ การตอบแทนบุญคุณแม่ที่ดีที่สุดเป็นคนดีให้สูงสุดเป็นพระอาริยะเป็นอรหันต์ได้นั่นแหละคือสุดยอด แล้วต่อไปก็จะได้ช่วยพ่อแม่ได้เพราะเป็นอรหันต์แล้วจะมีภูมิปัญญา อย่างน้อยเราก็ประพฤติดีจนแม่ต้องเห็นกายกรรมวจีกรรมของเราเป็นอย่างนี้แม่ก็จะรู้สึกว่าลูกเรามีสิ่งที่ดี นอกจากแม่จะมีภูมิโลกียะที่เลวร้ายเห็นความดีเป็นความชั่วเห็นความถูกเป็นความผิดอันนั้นก็เป็นเรื่องของแล้วแต่วิบากกรรมของใครของมัน หนักเข้าถ้าคุณมีวิบากแบบนี้แม่กับตัวคุณเองก็จะต้องต่างคนต่างอยู่ในอนาคต แต่ถ้าแม่ไม่มีวิบากเลวร้ายขนาดนั้นแม่ก็จะมีจังหวะที่จะมีสิ่งที่จูงนำก็จะเห็นว่าเราเจริญ จะนับถือเชื่อฟังลูกเลยจะปฏิบัติตามลูก
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ทำอย่างไรให้น้องหายกรี๊ด _ถ้าน้องดื้อ กรี๊ด จะทำอย่างไรให้น้องหายกรี๊ดคะ พ่อครูว่า...เราก็มีเมตตาเราก็ต้องดูว่าแล้วเขากรี๊ดนั้นเรื่องอะไร เขาต้องการที่จะได้ดั่งใจเป็นอย่างไร ถ้ามันไม่ดีเราก็ต้องห้ามเขา ก็ปล่อยให้เขากรี๊ดจนเขาเมื่อยจนเขาหมดเสียงไปเอง แต่ถ้าเราบอกเขาได้อธิบายได้ว่าอย่าไปทำอย่างนี้ อธิบายเขาได้เขาก็จะหยุด แต่ถ้าอธิบายแล้วเขาหยุดไม่ได้ก็ปล่อยให้เขากรี๊ดไปจนกว่าจะหมดแรง ก็ต้องทำอย่างนี้แหละ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
_มีเด็กวัยที่ต้องนั่งอยู่ต่อหน้าหลวงปู่ สนใจถึงขั้นอยากจะบวชเราควรจะสนับสนุนให้กำลังใจอย่างไรพ่อแม่เด็กไม่คิดว่าจะเป็นไปได้เพราะอยู่บ้านนอนดึกดื่นอยู่กับเกมค่ะ ดิฉันคิดว่าเด็กอาจจะมีบารมีมากกว่าเด็กทั่วไป พ่อครูว่า..ก็ค่อยๆบอกเขา ให้เขารู้ว่าถ้าอยากจะบวชก็ต้องใส่ใจธรรมะมากกว่าเกม เขาจะค่อยๆเข้าใจ ถ้าเขามีจิตอยากบวชก็จะลดเรื่องเกม แต่ถ้าเขาไม่อยากบวชก็จะไปเล่นเกมมากกว่า แม่ก็คงอยากให้มาบวชมากกว่าติดเกม ก็ต้องหาวิธีให้เขาเข้าใจว่าการบวชนั้นดีกว่าการไปเล่นเกม
_ทำไมสมณะต้องโกนหัวด้วยครับปล่อยยาวๆไม่ได้หรือ พ่อครูว่า...ในระบบของนักบวชมีสองอย่าง หนึ่งโกนหัวกับไว้ผมไม่โกนเลย กับตัดบ้างไม่ตัดบ้าง มี 3 อย่างเท่านั้นแหละ ใครจะยึดถือแบบไหนก็ศีรษะใครศีรษะมัน อย่างหลวงปู่ก็เคยไว้ผมไม่โกนเลย เป็นพราหมณ์ มุ่นผม ความรู้ก็คือความรู้รูปแบบก็คือรูปแบบ จะสลับไปสลับมาก็ได้จะไว้ผมหรือไม่ไว้ผมก็ได้
_สันติภาพโลกคืออะไร ในสังคมโลกขณะนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม ตอนไปกราบพระแม่บงกช ขณะนั่งฟังสวดมนต์อยู่ ตาก็มองดูหลังคา ช่างสวยงามแข็งแรง ทันใดนั้นกระเบื้องหลังคาก็เลื่อนไหลลงมา 1 แผ่น นั่งสวดมนต์กันเยอะก็ไม่มีใครพูดอะไรพอดิฉันกลับมาที่พัก มีคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่ก็มาถามว่าคุณไปเยี่ยวที่ก้อนหินหรือเยี่ยวใส่ท่อน้ำ เพราะว่าจะถึงห้องน้ำแล้ว เขาว่าที่นี่น้ำลายก็ไม่ให้ถ่ม คือเขาว่าเพราะไปเยี่ยวกระเบื้องเลยถล่ม พ่อครูว่า...สรุปแล้วคิดตามไม่ไหว ลัทธิอย่างนี้ก็ยึดถือไปแล้วคนก็ว่าขลัง เป็นความพาซื่อถือให้มั่นคง เพราะคนเรามันเหลาะแหละมาก ก็ต้องฝึกซื่อๆในเบื้องต้น ส่วนมากสกปรกเลอะเทอะปนเปกันก็ต้องยึดถือให้เป็นหนึ่งอย่างนี้ แต่เขาก็ยึดถืออีกเยอะแยะ สรุปรวมแล้วมันยึดเอาหลายอย่างลดลงมารวมเป็นหนึ่ง ต้อง 1 อย่างนี้ตามลำดับ มันก็ค่อยๆลดลงมาเป็นขั้นตอน
_ ด.ญ.เพ็ญ...ถ้าเราเห็นเพื่อนเล่นกันแล้วที่ภูผา บอกว่าไม่ให้เล่นแล้วแต่เราอยากเล่นมากๆ ทำไงดีคะ พ่อครูว่า..ก็เชื่อพี่เขาเถอะ พี่เขาหวังดี อย่าดื้อมาก
สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน อภิธรรมคือโลกุตระ _พิมพ์เพชรรุ้ง...ก่อนจะมาฟังธรรมพ่อครูก็สนใจอยากศึกษาอภิธรรม ก็ไปถามพระอาจารย์กรรมฐาน ท่านก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจอภิธรรมเพราะเอาไว้สอนเทวดาเท่านั้น ตอนนั้นลูกก็เชื่อเพราะว่าตามประวัติพระพุทธเจ้าไปโปรดพระมารดาที่ดาวดึงส์และมีการสวดแต่ในงานศพเท่านั้น แต่ตอนนี้ก็มีความเข้าใจที่ถูกต้องขึ้น ก็อยากบอกพวกที่มาว่าพ่อครูว่าตอนนี้ลูกก็เข้าใจอภิธรรมเพิ่มขึ้นจากการฟังธรรมพ่อครู พ่อครูว่า...พระอภิธรรมแปลว่าธรรมะที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งเป็นโลกุตรธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งไปตามลำดับ ผู้ใดที่เข้าใจเรื่องอภิธรรม คือเข้าใจโลกุตรธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งไปตามลำดับได้ โลกุตรธรรมคือธรรมะที่รู้จักกิเลสแล้วทำให้กิเลสลดได้ ผู้ที่รู้อันนี้ก็จะชัดเจนเรื่องอภิธรรม เราเริ่มต้นอ่านอาการกิเลสได้ทำให้กิเลสลดได้ก็เริ่มมีอภิธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใช้ภาษาเรียกว่าโลกุตระก็ดี เรียกว่าอภิธรรมก็ดี ผู้ที่รู้จักสภาวะรู้จักสาระก็เรียกว่า รู้โลกุตรธรรม คนที่มีสภาวะอย่างนี้จะไม่ดูถูกอภิธรรม แต่คนทุกวันนี้ยึดโลกุตระดีแต่ไม่เอาอภิธรรม เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดไป อย่างท่านพุทธทาสตีทิ้งอภิธรรม คือแสดงให้เห็นว่าได้แต่พยัญชนะ จริงๆแล้วโลกุตรธรรมก็คืออภิธรรม เร่ิมตั้งแต่โสดาปัตติมรรค แต่ท่านพุทธทาสชัดเจนโลกุตระและมักน้อยสันโดษ แต่ศาสนาเชนสูงสุดเรื่องมักน้อยสันโดษแต่ไม่ชัดเจนโลกุตรธรรม แต่โลกุตรธรรมนั้นแยกกิเลสจากจิตได้ลดกิเลสก็ได้ เริ่มต้นก็เป็นพระโสดาบันจนเป็นพระสกิทาคามี เป็นพระอนาคามีก็หมดกิเลสภายนอก ทำกิเลสภายในหมดอีกก็เป็นพระอรหันต์ ขออภัยที่พาดพิงถึงท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาสเป็นคนที่เอาคำว่าโลกุตรธรรมมาเปิดเผยก็ขอบคุณท่านพุทธทาสมาก ซึ่งเป็นคำที่ยิ่งใหญ่แม้แต่ว่าท่านจะไม่เข้าใจชัดเจนในโลกุตรธรรมอย่างปนเปในเรื่องโลกียธรรม แต่ท่านก็เป็นผู้ที่มักน้อยสันโดษลงไป แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องโลกุตรธรรมอภิธรรม ท่านบอกว่าฉีกพระไตรปิฎกทิ้งถึง 60 เปอร์เซ็นต์เป็นพระอภิธรรมเม็ดมะขาม แสดงว่าท่านไม่เข้าใจคำสอนเรื่องนี้ ท่านบอกว่าฉีกทิ้งไป 60% คือใช้ไม่ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งในพระไตรปิฎกนั้นมีทั้งโลกียะและโลกุตระ อาศัยสามัญของโลกียะด้วยและโลกุตระด้วย คือ ตัวตนบุคคลเราเขา มาอธิบายธรรมะ แต่ท่านแยกไม่ออกสักอย่าง แต่โดยสามัญ อะไรดีอะไรชั่วเขาก็อธิบายได้แม้แต่ทักษิณก็อธิบายความดีความชั่วได้ ธัมมชโยก็อธิบายความดีความชั่วได้ แย่กว่าคนสองคนนี้ก็อธิบายความดีความชั่วได้ เพราะฉะนั้นเรื่องความดีความชั่วไม่มีปัญหาแต่เรื่องโลกุตรธรรมนั้นเป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่กว่าดีชั่ว
สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน ลดกิเลสเป็นสุขจะได้บาปไหม _ความสุขเป็นบาป ถ้าคนลดกิเลสได้แล้วมีความสุขเป็นความสุขแบบไหนคะ บาปหรือไม่บาป พ่อครูว่า…คนลดกิเล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive