21-3 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 987-1016.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์200 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

เป็นยารักษาโรคยาพระพุทธเจ้าเหมือนกันนะคะ แต่ส่วนมากทุกคนนะ ทุกคนที่เขียนเรื่องน้ำปัสสาวะ ในเมืองไทยจะอ้างอิงหนังสือเล่มนี้นะคะ ท้าพิสูจน์ ของท่านบัวใต้น้ำ ท่านเป็นพระภิกษุ อยู่แถว ๆ ฟาร์มจระเข้นะคะ แจ๋งก็ไปได้มาหน้าสันติอโศกนั่นแหละ เพราะจะไปท ีไรบ้านน้องเขาอยู่แถวสุขาภิบาล ก็เลยไปแถวสันติอโศกง่าย ก็เลยไปซื้อผักซื้อหญ้าดูหนังสือดูน้ำมันหม่องดูสารพัดเลย ก็ ไปได้ที่นั่นแล้วพอมาอ่านอันนี้เมื่อต้นปีนี่ไปทำ Colonoscopy ปรากฏว่าหมอเขาบอกว่าไม่มีแคนเซอร์ แต่ว่ามันแปลกอะไรรู้ไหม มันบอกข้างในมันดำ เพราะเรากินน้ำผักทุกวัน น้ำปั่นผักทุกวัน ตอน แ รก กิน แต่ J uice แต่ตอนหลังเจเขาบอกมันต้องโฮล P lant by side as a whole. Holistic มันโฮล หมายถึงกินทั้งใบมันกากมันด้วย ไม่ใช่กินเฉพาะน้ำของผัก กินน้ำมันยูจะได้บางส่วนเท่านั้น ยูจะต้องกินผิวกินเปลือกกินก้านกินอะไรเพราะฉะนั้นเราก็ปั่นรวมกันแล้วกินห มดเลยอย่างนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น กากมันจะติดอยู่ตามแก้วเราจะเห็น ทีนี้ในลำไส้มันก็ติดเหมือนกันแหละ แล้วทีนี้หนังสือเล่มนี้เขาก็บอกว่าเวลาสวนเข้าไปนี่มันก็จะทำให้น้ำปัสสาวะที่เก็บไว้ยิ่งเก็บนานเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไปยิ่งดี มันก็จะไปสวนล้างลำไส้ โอเค แล้วนี่พอไปทำ Colonoscopy ปรากฏว่าเป็น I nternal hemorrhoids (ริดสีดวงทวาร) แล้วเราก็ถามเขาแล้วทำยังไง เขาก็ไม่ตอบให้แล้วเราก็ รักษาตัวเองพออ่านหนังสือเจอ ก็ ดีใจ น้ำปัสสาวะรักษาได้ทั้ง I nternal external hemorrhoids เพราะฉะนั้นทุกคนก็จ ำไว้ด้วยนะคะ แล้วก็สารพัดโร ค มัลติเพิลสเคลอโรซิส (Multiple Sclerosis) เอดส์ SLE W hatever เก า ต์ อะไรไม่รู้สารพัดสารพัด ๆ แต่จำไว้ว่าทุกคนต้องตาย ถ้าเผื่อมันรักษาไม่หายก็อย่ามาโทษกัน จิตอาสา : ค่ะ ขอบคุณพี่แจ๋งนะคะ ขอบพระคุณค

อ่านต่อ

่ะ ผู้ฟัง : ขอถาม ขอถามคุณแจ๋งหน่อย คือคุณแจ๋งบอกว่าคนที่ทานปัสสาวะจะได้ผลนี่ต้อง กินแบบนี้ กินอาหารแบบนี้ คุณรวมพร : ถ้ากินแบบนี้นะคะจะยิ่งดีที่สุด ผู้ฟัง : แต่ตอนที่แจ๋งไปเมืองไทยที่ตอนไปเมืองไทยไปเชียงใหม่น่ะ กินแบบไหน คุณรวมพร : กินแบบเมืองไทยเลยค่ะ ผู้ฟัง : มันก็ยังได้ผลใช่ไหม คุณรวมพร : ยังได้ผล ยังได้ผล จิตอาสา : เรื่องขอ ง น้ำปัสสาวะต้องทานอาหารแบบนี้ไหม ในตำราต่าง ๆ ที่พูดถึงเรื่องของ การเอาน้ำปัสสาวะมาใช้นี่นะคะ คนที่อ้างอิงนี่ไม่ได้ทานอาหารมังสวิรัตินะคะก็ คือเขาก็ทานอาหารทั่วไปนี่แหละ ยิ่งทางนี้ประเทศต่าง ๆ นี่ก็ไม่ใช่กลุ่มที่ว่าทาน อาหารมังสวิรัติ ฉะนั้นเรื่องของอาหาร ไม่ใช่อาหารมังสวิรัติก็ได้ กลุ่มน้อยด้วยซ้ำ มีกลุ่มพวกเรานี่ที่ทานมังสวิรัติแล้วเราก็ทานอาหารจืดด้วย ปัสสาวะเราก็เลยมีรส จืด หอมเหมือนชาได้นะคะ ปรบมือให้ตัวเองด้วยหน่อยว่าตอนนี้สามารถผลิตน้ำ ปัสสาวะรสจืดหอมเหมือนชาได้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะลองชิมก็มี โอกาสนี้โอกาสเดียวเท่านั้น ถ้าเลยจากนี้ไปนี่อาจจะเป็นอย่างอื่นไปแล้วนะคะ คุณรวมพร : ขออีกนิดนึงนะคะ วันนั้นมีใครก็ไม่รู้มีคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Constipationor S omething นะคะ แล้วก็ C onstipation เป็นตลอดชีวิตเลย เป็นตลอดชีวิต ตั้งแต่จำ ความได้เลย 4-5 วันจะถ่ายที แล้วก็เป็นเม็ดขี้แพะ ก็ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มาได้ยังไง ป่านนี้ 66 ปี G oing on 67 in a few months ก็มันเป็นอย่างนี้ โอ้โห เราก็จะตายแล้วพอมาอ่านท้าพิสูจน์นี่แหละท่านบอกว่ากินเช้า กลางวัน เย็น ถ้าจะให้ดีก่อนนอนกลางคืนด้วย แจ๋งก็กิน เพราะทำอะไรเป็นคนชอบทำแบบมันจะต้องพิสูจน์นะคะ เขาท้าพิสูจน์อยู่แล้ว ก็ทานไป พอทานไป ๆ โอ้โห มัน T ake time มาก เกือบ 2 อาทิตย์นะคะเกือบ 2 อาทิตย์ ตั้งแต่นั้นมา E veryday ถ่ายเอง Foot long, 2 F oot long, ท้าพิสูจน์แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครสนใจก็ถ้าต้องการดูศึกษา รายละเอียดนี่หนังสือพวกนี้ ค่ะ ( รวมพร คุณเกษม . สัมภาษณ์ 2557 , กันยายน 25) 3976370 69850 กรณีศึกษาที่ 1.27 เกริกศักดิ์ คุณเกษม ชายไทย อายุ 33 ปี รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้อาหารและการปรับพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพ จิตอาสา : รู้สึกภูมิใจมาที่ได้พูดคุยกับ คุณหมอเกริกศักดิ์ คุณเกษมในบ่ายวันนี้ คุณหมอเจ : เรียกผมง่ายว่า เจก็ได้ครับ จิตอาสา : คุณมาจากที่ไหนคะ คุณหมอเจ : ผมมาจาก Clear Water แถว ๆ Tampa ฟลอริด้าครับ จิตอาสา : หมอเจจะมาบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์และพวกเราจะ สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพได้หลังจากจบการอบรมและจะอยู่ที่นี่อย่างไร อย่างแรกช่วยบอกเกี่ยวกับการเรียนทางแพทย์ศาสตร์ของคุณได้ไหมคะ คุณหมอเจ : ผมจบแพทย์ศาสตร์จาก University of Florida เมื่อปี พ.ศ. 2548 และเป็นแพทย์ฝึกหัดทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวที่ University of South Florida ในเมือง Tampa หลังจากนั้นก็เรียนเกี่ยวกับการฝังเข็ม และไปเป็นแพทย์ฝึกหัดด้านการแพทย์แบบบูรณาการ ( Integrative Medicine) กับ Dr. Andrew Weil ผู้ริเริ่มการแพทย์แบบบูรณาการในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันผมทำงาน เ ป็นแพทย์ดูแลผู้ป่วยหนักเรื้อรังระยะสุดท้าย จิตอาสา : เราเรียกว่า การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ( Palliative) เช่น การให้ยาลดความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยมะเร็ง และนอกจากนั้นคุณให้การรักษาแบบไหนอีกคะ คุณหมอเจ : โดยทั่วไปเราให้ยาทุกชนิดรวมถึงการบำบัดเยียวยาทางธรรมชาติเพื่อช่วยให้ผู้ป่วย ทุกข์ทรมานน้อยลง ผมใช้การรักษาแบบบูรณาการผสมผสาน ใช้การฝังเข็ม ใช้พลังงานบำบัด ใช้การหายใจบำบัด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เพราะความเจ็บป่วยนี้ไม่ใช่ป่วยเพราะโรคร้ายเท่านั้น เราต้องดูแลทั้งทางด้ านร่างกาย สภาพจิตใจ และจิตวิญญา ณ ด้วย เราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการรักษาได้หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสามองค์ประกอบนี้ ถ้าเราดูแลผู้ป่วย เ ฉ พาะแต่เรื่องโรคหรือร่างกาย เราจะไม่สามารถก้าวไปถึงการรักษาที่ให้เกิดสุขภาวะที่สมดุลทั้งกายและจิตใจ ( W ellness) ได้ ดังนั้นฟังหมอเขียวสอน หมอเขียวสอนดีมาก จิตอาสา : พอจะบอกได้ไหมคะว่า คุณจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กับหมอเขียวไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วย อย่างไรบ้าง เช่นในเรื่องสมุนไพร หรืออาหารหรือคุณกำลังเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องอะไรอยู่บ้างในตอนนี้ คุณหมอเจ : สิ่งที่สำคัญที่สุดที่หมอเขียวได้บอกคือ การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารซึ่งมีผล อย่างมากต่อสุขภาพ ห้าปีหลังมานี้ ในการทำงานที่โรงพยาบาลท ำให้ผมได้พบเห็น ระยะสุดท้ายของผ ู้ ป ่ วยโรคต่าง ๆ เช่น มะเร ็ง เบาหวาน หัวใจ ภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ผู้ป่วย MS (Multiple Sclerosis) สิ่งที่ผมเห็นอย่างหนึ่งคือหลาย ๆ โรคเหล่านี้ เราสามารถช่วยฟื้นฟูหรือป้องกันได้โดยใช้อาหารและการปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต และเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาผมจึงต้องเริ่มที่ปฏิบัติที่ตัวเอง ก่อนและได้นำสิ่งเหล่านี้มาใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยในที่สุด ดังนั้นเรื่องลักษณะของ โภชนาการจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในสหรัฐอเมริกาสิ่ง ที่ยาก คือเรามีร้านอาหารฟาสต์ฟู ดส์ เต็มไปหมด เรามีอาหารทอด เราไม่ทานผักผลไม้ เรามีร้านของชำที่เต็มไปด้วยอาหารแปรรูป ซึ่งมันไม่ใช่อาหารจริง ๆ ที่ร่างกายต้องการ เปรียบร่างกายเราเหมื อนรถ ถ้าเติมน้ำมันคุณภาพต่ำรถก็ วิ่งได้ไม่ดี การกินอาหารที่ไม่ดีไม่ถูก โภชนาการก็ทำให้ร่างกายเสื่อม ดังนั้นเรื่องโภชนาการจึงสำคัญมากซึ่งผมได้ พิสูจน์ด้วยตนเองตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ผมรับประทานแต่ผักและอาหาร สุขภาพ 90 เปอร์เซ็น ต์ ของอาหารที่ผมทานเป็นอาหารมังสวิรัติทำให้น้ำหนักผมลดไป 15.9 กิโลกรัม ผมรู้สึกดีขึ้น เมื่อกลับไปมองที่ผู้ป่วยที่ผมใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสาน ผมบอกผู้ป่วยเรื่องความสำคัญของอาหาร แต่ปัญหาคือเราไม่ได้เรียน เรื่องอาหารและโภชนาการที่ถูกต้องในโรงเรียนแพทย์ เราได้เรียนแค่การให้อาหารทางสายยางเท่านั้น เราได้เรียนรู้จากหมอคนอื่น ๆ แต่เพียงว่าเราต้องมี สุขภาพที่ดี แต่มันยาก และเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้มีสุขภาพดีเมื่อมีใครสักคนมาบอกว่าอะไรที่เราควรรับประทานเพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ เราจึงอยากฟัง ผมว่า 80-85% ของคนที่เป็นโรคเรื้อรังในประเทศนี้ จะเสียชีวิตจากการกินและจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก ลองมาดูโรคเบาหวาน ผมได้ทดลองกับตัวเองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยการตรวจน้ำตาลในเลือด และหลังจากนั้นผมก็ทานอาหารมังสวิรัติและอาหารสุขภาพที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลักติดต่อกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ น้ำหนักลดไป 6.8 กิโลกรัม ก่อนหน้านั้นค่าน้ำตาลในเลือด 5.7 ซึ่งเป็นค่าที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคเบาหวาน มันน่ากลัวมาก แต่หลังจากหกสัปดาห์ที่ได้อาหารมังสวิรัติและอาหารสุขภาพ ตรวจพบว่าค่าน้ำตาลในเลือดกลับลงมาเป็น 5.4 ซึ่งเป็นค่าปกติ ดังนั้นเราสามารถกำจัดโรคเบาหวานแบบที่สอง ( T ype 2 diabetes) ได้ง่าย ๆ ด้วยการกินที่ถูกต้องเท่านั้นอง จิตอาสา : นอกจากอาหารแล้วมีอะไรอีกไหมคะ เช่นในเรื่องจิตใจหรือจิตวิญญาณ คุณหมอเจ : อาหารเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต้องจำไว้คือ จิตใจ ร่างกาย จิตวิญญาณ เพราะถ้าคุณไม่มีความเชื่อในสิ่งเหล่านี้ แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตามในความเป็นจริงก็คือ จิตใจ ร่างกายและจิตวิญาณคือส่วนประกอบของความเป็นมนุษย์ จิตใจเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่และสำคัญที่จะส่งผลต่อความผาสุก การทำสมาธิ ไท้ชิ ชิกง โยคะ การฝึกลมหายใจ ในแต่ละวันจึงสำคัญด้วย จะเห็นว่ามีหลายคน ไปออกกำลังกายยกน้ำหนักกันก็ดูแข็งแรงดี แต่สิ่งที่จะช่วยได้จริง ๆ คือ โยคะ ไท้ ชิ ชี่กง การฝึกลมหายใจและการทำสมาธิจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีได้มากกว่า จิตอาสา : สมมติว่า ป้า เป็นคนไข้ของคุณ ป้าไม่เชื่อคุณหรอกหมอเจ มาบอกว่ากินให้ถูกให้กินอาหารสุขภาพจะกินได้ยังไง ไม่มีรสชาติ ไม่อร่อย ถ้า ป้า ไม่ยอมทำตาม หมอเจจะทำยังไงคะ คุณหมอเจ : เป็นคำถามที่ดีครับ มีคนไข้ถามผมแบบนี้เหมือนกันครับ เขาถามผมว่าทำไมเราต้องเปลี่ยน ผมบอกว่าผมทำงานในโรงพยาบาลมา 5 ปี ได้เห็นคนที่ป่วยมาเยอะ และถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่คุณเป็นอยู่นี้ คุณก็จะกลายเป็นคนป่วยคนหนึ่งของผม จิตอาสาสรุป : คุณหมอเจคิดว่า อาหารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และจิตใจสำคัญยิ่งกว่า ซึ่งจิตใจจะเป็นตัวควบคุมร่างกาย จึงต้องมีการรวมประสานกันระหว่างจิตใจและร่างกาย จิตอาสา : นอกจากองค์รวมของร่างกายและจิตใจมีอะไรอีกไหมคะ ที่จะช่วยให้เราดูแล สุขภาพได้โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณหมอเจ : ปัญหาคือเรามีร้านสะดวกซื้อมากมาย เราไม่ค่อยมีเวลา เราทำงาน เราเครียด บางทีแทบจะไม่มีเวลาทานข้าวกลางวันและมื้อเย็น สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องพยายามใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง เหมือนที่ผมบอกว่าความเครียดมีผลต ่อสุขภาพมากเช่นกัน ถ้าคุณเครียด ร่างกายก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ อย่างแรกที่จะเป็น คือความเครียดมีผลต่อระบบการย่อย อาหารไม่ย่อย อาเจียนหรือปวดท้อง ขอให้นึกไว้เสมอว่าอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญแต่ไม่ใช้ทั้งหมด ต่อให้เราทานอาหารสะอาดหรือดีเพียงใดแต่ไม่หล่อเลี้ยง (ปรับ) จิตใจก็จะไม่สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ จิตใจมีบทบาทที่สำคัญมาก ผมเห็นการศึกษานี้เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เขาเอาเครื่องดื่มผสม ( Shake) มาให้คนสามกลุ่มดื่ม กลุ่มแรกให้ดื่มตัวที่มีพลังงาน 600 คาลอรี่ กลุ่มสอง 100 คาลอรี่ กลุ่มสาม 300 คาลอรี่ โดยกลุ่มผู้ทดลองดื่มทั้งหมด ไม่ทราบว่าทุกกลุ่มได้รับเครื่องดื่มที่มีพลังงาน 300 คาลอรี่เท่ากัน ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ถูกบอกว่าได้รับเครื่องดื่ม 600 คาลอรี่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น กลุ่มที่ถูกบอกว่าได้รับเครื่องดื่ม 100 คาลอรี่น้ำหนักลดลง แสดงว่าจิตใจมีผลอย่างมาก ผมยังจำได้ครั้งหนึ่งตอนเป ็นนักศึกษา ผมขับรถพยาบาลฉุกเฉิน ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีผู้ป่วยเครียดจัด เมื่อเจอผู้ป่วยหมอก็แจ้งผู้ป่วยว่าจะฉีด Normal Saline ที่จะทำให้ผู้ป่วยหายเครียดและจะรู้สึกดีขึ้น พอหมอฉีดเสร็จปุ๊บ คนไข้ก็พูดสวนเลยว่า “ โอ ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว ” ที่จริง Normal Saline ก็คือน้ำเกลือธรรมดา ๆ นี่เอง แสดงให้เห็นว่าจิตใจมีส่วนสำคัญมากต่อสุขภาพ เราจะละเลยไม่ได้ ต้องใส่ใจให้เกิดความสมดุลทั้ง 3 ส่วนทั้ง จิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ จึงจะทำให้เกิดสุขภาพที่ดีขึ้นได้ จิตอาสา : ขอบคุณค่ะหมอเจ ทราบมาว่าคุณหมอเคยเข้าค่ายสุขภาพของคุณหมอเขียวที่ LA เมื่อสองปีก่อนเหรอคะ คุณทราบเรื่องยา 9 เม็ดใช่ไหม บอกเราได้ไหมว่ามีอะไรบ้าง นิดหน่อยก็ได้ค่ะ คุณหมอเจ : ผมจำไม่ได้หม ด แต่ จิตอาสา : ใครมีเสื้อที่ด้านหลังมียา 9 เม็ดบ้าง อ่านภาษาไทยได้ไหม คุณหมอเจ : ช้ามากครับ จิตอาสา : ข้อแรกเกี่ยวกับอาหารสุขภาพเพื่อปรับสมดุลร้อน-เย็น ข้อสอง กัวซา คุณหมอเจ : ผมทราบครับ เรื่องเกี่ยวกับอาหารที่เราได้คุยกันมาแล้ว ว่ามีส่วนช่วยให้เกิดสมดุลร้อน-เย็น หากเราทานอาหารจนเกิดภาวะร้อนเกิน เช่น การทานพริกไทยมาก มันจะส่งผลทันที ย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้วตอนเดินทางไปเข้าค่ายหมอเขียวที่ LA ผม น้องสาวและคุณแม่แวะที่ร้านอาหาร ผมทานเต้าหู้ทอด ผมสั่งอันที่ไม่เผ็ด แต่มันก็ยังเผ็ดมาก แม่ยืนยันว่ามันเผ็ดมากผมทานไม่ได้หรอก แต่ผมก็ทานจนหมด เชื่อไหมครับคืนนั้นผมท้องเสีย เป็นไข้ รู้สึกแย่จนถึงเช้า ซึ่งเป็นเช้าที่เราต้องเข้าค่าย ผมรู้สึกไม่สบายมาก ๆ ทั้งคืนตอนเช้าคุณแม่มาลงทะเบียนเพื่อเข้าค่ายเลยขอความช่วยเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมทำดีท็อกซ์ มีคนกัวซาให้ครั้งแรก หยอดหูด้วยน้ำ สกัดย่านาง ขูดศีรษะ มันช่วยได้ ผมรู้สึกดีขึ้น ๆ พอตกเย็นก็มานั่งฟังการบรรยายได้ จิตอาสา : ข้อที่สามคือการทำดีท็อกซ์ คุณเคยทำแล้ว คุณหมอเจ : ครั้งแรก ที่คุณแม่บอกว่าเราจำเป็นต้องสวนทวาร ผมบอกแม่ว่า บ้ารึเปล่า ??? ครั้งแรกที่ทำดีท็อกซ์ก็ตอนที่ผมมาเข้าค่ายครั้งแรก ที่ผมท้องเสีย มีไข้ เขาบอกว่าใช้น้ำ ย่านางที่มีฤทธิ์เย็นสวนเข้าทางทวาร เพราะว่าผมมีภาวะร้อนมากจากการกิน พริกไทยเมื่อคืนก่อน เมื่อดีท็อกซ์ด้วยน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเข้าไปมันจึงสมดุล ช่วย ให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น มันช่วยได้มากผมรู้สึกสบายทันที ฟังดูแย่ แต่ว่ามันดีครับ จิตอาสา : ตอนนี้ยังทำดีท็อกซ์อยู่ไหมคะ คุณหมอเจ : ระยะหลังมานี่ไม่ค่อยได้ทำครับ แต่ทำบ่อยช่วงที่ล้างพิษตับ จิตอาสา : ดีค่ะ อย่างน้อยคุณก็ทำเป็น ข้อสี่ ข้อห้าเกี่ยวกับการแช่มือแช่เท้าในน้ำสมุนไพรอุ่น ข้อห้าการพอกทาด้วยผงถ่านและดินสอพอง เคยทำไหมคะ นี่คืออีกหนึ่งวิธีในการถอนพิษ คุณหมอเจ : ผมเคยทำมัน ได้ผลดีเป็นการถอนพิษทางผิวหนัง อีกอย่างการแพทย์แผนจีนบอกว่าผิวหนังเป็นส่วนต่อเชื่อมของปอด ผิวหนังหายใจได้ เปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อของ ปอดที่มีรูพรุน ผิวหนังก็เช่นกัน สามารถแลกเปลี่ยน ถ่ายเท ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ ดังนั้นเราจึงถอนพิษทางผิวหนังได้ เมื่อได้รับพิษแต่ละคนจะมีปฏิก ิ ริยาต่างกัน บางคนเป็นผื่นแดง ซึ่งก็คือการขับพิษออกจากร่างกายตามธรรมชาตินั่นเอง จิตอาสา : ข้อที่หกเกี่ยวกับการออกกำลังกายและโยคะ ต้องขออภัยค่ะ ข้อแรกเกี่ยวกับการดื่มสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ข้อเจ็ดการรับประทานอาหารปรับสมดุลซึ่งเราได้คุยกันไปแล้ว ข้อแปดและเก้าคือสิ่งที่หมอเขียวสอนเราเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งจิตวิญญาณเป็น ส่วนควบคุมทั้งหมดมีผลต่อความเจ็บป่วย และหมอเจก็ได้พูดไปแล้วในเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณ ได้ยินมาว่าคุณและครอบครัวนั่งสมาธิด้วย คุณคิดว่าได้อะไรจากการนั่งสมาธิ คุณหมอเจ : ผมถูกแม่บังคับให้นั่งสมาธิตั้งแต่เด็ก ๆ ผมโตมากับการเรียนรู้ในการฝึกสมาธิหลาย ๆ แบบ เรามักทำสมาธิกันทั้งเช้าและเย็นครั้งละหนึ่งชั่วโมง ซึ่งช่วยได้มาก และผมได้ไปนั่งวิปัสสนาเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งดีมาก ทำให้เราได้รู้จักภายในของตัวเอง การทำสมาธิเป็นสิ่งที่จำเป็น พอเริ่มทำงานจะยุ่งไม่มีเวลา ตอนนี้ผมพยายามนั่งสมาธิให้ได้ 15-20 นาทีในตอนเช้าครับ คุณหมอเจ : ถ้าคุณให้เวลาวันละ 4-5 นาที นั่งนิ่ง ๆ อยู่กับตัวเองจะดีต่อสุขภาพในระยะยาว จิตอาสา : ขอบคุณหมอเจค่ะ ไม่เคยเห็นครอบครัวที่สอนลูกแบบนี้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เติบโตในอเมริกา เป็นหมอและเติบโตในอเมริกา มีใครสอนแบบนี้บ้างคะ เสียงตอบ : มีค่ะ จิตอาสา : ดิฉันชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ตัวดิฉันเองก็พยายามสอนลูกสาวทั้งสองคนที่เติบโตที่นี่แบบนี้เช่นกัน หวังว่าลูก ๆ ของดิฉันเป็นคนดี เป็นหมอที่ดีเช่นเดียวกับคุณหมอเจค่ะ อยากจะให้รู้จักคุณพ่อ คุณแม่ของหมอเจค่ะมากันทั้งครอบครัวกรุณายืนขึ้นได้ไหมคะ คุณพ่อพันธวัฒน์และคุณแม่ร่วมพรค่ะ ผู้ร่วมอบรมชาย : ผมขอถามคุณหมอเจว่า คุณบอกว่าไม่ได้เรียนสิ่งเหล่านี้ในวิทยาลัยแพทย์ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหมอเขียวและคุณได้นำไปใช้กับคนไข้ นอกจากเรียนรู้จากหมอเขียวแล้ว คุณได้แนวความคิดนี้จากที่ไหนอีกไหมครับ คุณหมอเจ : ผมถูกถามมาตลอดว่าผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากที่ไหน จากหมอเขียวหรือจากที่ไหนอีก ผมสนใจสิ่งอื่นนอกเหนือจากการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นทุนเดิมอยู่ด้วย ผมได้ เรียนการนวดบำบัด เรียนการแพทย์ฉุกเฉินและได้รับใบอนุญาตจากรัฐฟลอริด้า ผมไปเรียนนวดที่ว ัดโพธ ิ์ หลาย ๆ อย่างผลักดันผมให้มาทางนี้ หลังจากรักษาคนไข้มาช่วงหนึ่งผมคิดว่าการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ช่วยได้ในระดับหนึ่งแต่การให้ยาไปเรื่อย ๆ คือปัญหาไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ผมกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือคนไข้ได้ ก็พบว่าคือสิ่งนี้ สิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ในค่ายหมอเขียวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือสิ่งที่จะช่วยให้เราได้รู้วิธีการที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพ นี่คือเหตุที่ผมใช้การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกบูรณาการ ใช้การรักษาแบบแผนปัจจุบัน และวิธีการอื่น ๆ ของแพทย์ทางเลือกผสมผสานกัน เพราะทุก ๆ วิธีการจะเป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ไม่สามารถตีทิ้ง หรือ ละเลยวิธีการใดได้ เลย แต่สำหรับโรคเรื้อรัง เราต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร เพราะเราลืมกันไปแล้วว่า อาหารเป็นยา จิตอาสา : ขอบคุณค่ะ เหมือนที่หมอเจบอก อาหารเป็นหนึ่งในโลกอย่างที่หมอเขียวได้พูด และหมอเจก็เห็นด้วยว่าอาหารสำคัญที่สุดในการดูแลตัวเองให้มีอายุยืนยาว คุณคิด ว่าหลักสูตรแพทย์แผนปัจจุบันดีไหมคะ คุณหมอเจ : สิ่งที่ผมได้เห็นและหวัง ในสิ่งที่ Dr. Andrew Weil ได้พยายามทำในการผสมผสานแพทย์ทางเลือกกับแผนปัจจุบัน เรื่องโภชนาการจะสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ในหลักสูตรการแพทย์และหลักสูตรพยาธิวิทยาต่อไป เราคงจะได้เห็นผู้คนใส่ใจและเข้าใจในเรื่องโภชนาการที่ถูกต้องมากขึ้น มันอาจจะช้าหน่อย แต่ก็ได้เริ่มต้นแล้ว ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถสื่อสารข้อมู ลที่ดีเหล่านี้ออกไปได้ เพราะนี่ คือสิ่งที่ถูกต้อง จิตอาสา : ขอบคุณมากค่ะ หวังว่าจะได้พูดคุยกันอีกนะคะ ( เกริกศักดิ์ คุณเกษม . สัมภาษณ์ 2557 , กันยายน 25) (การสัมภาษณ์นี้เป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษไทยและเรียบเรียงโดย : คุณน้ำพราวเพชร เมธาคุณวุฒิ) กรณีศึกษาที่ 3423920 13970 1.28 พ่อแดง ชายไทย จังหวัดสงขลา โรคเส้นเลือดในสมองแตก จิตอาสา : อาจารย์แดงและอาจารย์อุ๊ หรือพ่อแดงกับแม่อุ๊นะคะ ซึ่งเป็นผู้ที่เรียกว่าเข้ามาในเรื่องของแพทย์วิถีธรรมเป็นเวลานานตั้งแต่ สิงหาคม 25 50 จนกระทั่งปัจจุบันนี้อยากให้อาจารย์อุ๊นี่นะคะเป็นคนได้นำกล่าวว่าพ่อแดงเป็นอย่างไร สั้น ๆ เลยนะคะ ถึงได้มาหาคุณหมอเขียว โดยครั้งแรกที่เจอกันเอารูปถ่ายมาให้ดิฉันดูว่าสามีดิฉันเป็นอย่างนี้ เกิดอะไรขึ้นกับพ่อแดงคะ อาจารย์อุ๊ : สาเหตุที่ว่ามาแพทย์ทางเลือกเพราะว่าไม่แน่ใจว่าพ่อแดงเขาจะมีชีวิตอยู่นานไหม โดยตัวดิฉันเองก็ขวนขวายที่จะหาความรู้ตรงนี้ที่จะมาดูแลพ่อแดง แต่จุดที่สำค ัญ ที่สุดก็คือเศรษฐกิจเพราะว่า ค่ารักษา โดยใช้ แพทย์แผนปัจจุบันค่าใช้จ่ายมันสูงมากอาทิตย์หนึ่งอย่างน้อยก็ 3,500 จิตอาสา : คุณพ่อแดงป่วยเป็นโรคอะไรคะ อาจารย์อุ๊ : เป็นเส้นเลือดในสมองแตกค่ะ ทีนี้เมื่อมาศึกษาเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่พ่อแดงเป็นจริง ๆ นั้นก็คือ การใช้ร่างกายที่ว่าทำงานมากเกินไปจนลืมดูแลตัวเอง แล้วตัวดิฉันเองก็คิดว่าแพทย์ทางเลือกก็เป็นทางออกทางหนึ่ง เมื่อมาศึกษาจริง ๆ ก็พบว่าพ่อแดงก็เป็นอย่างที่ว่านั้นคือเรื่องการบริโภคอาหารซึ่งเมื่อเราศึกษาในแพทย์แผนปัจจุบัน จะพบว่าเขาจะให้กินเนื้อนมไข่ แต่ว่าแพทย์ทางเลือกไม่ใช่ ให้กินอาหารที่ร่างกายต้องการเพียงพอแล้วก็ไม่สั่งสม จิตอาสา : ค่ะ ทีนี้ในเรื่องของพ่อแดงที่อาการที่หนักที่คุณหมอบอกว่าจะมีอายุอยู่ได้แค่ อาจารย์อุ๊ : 3 วันค่ะ จิตอาสา : 3 วันนะคะ อาการเป็นยังไงคะตอนนั้น อาจารย์อุ๊ : อาการก็คือเส้นเลือดแตกที่ก้านสมอง จิตอาสา : ที่ก้านสมอง อาจารย์อุ๊ : ที่ก้านสมอง เท่ากับไข่ไก่ 2 ฟองแล้วก็ถ้าไม่ผ่าตัดก็คนไข้ก็จะเสียชีวิตแล้วดิฉันก็ กำลังลังเลใจอยู่ หมอเขาบอกว่าลองยานี้ไหมที่จะละลายลิ่มเลือด แต่ว่าก็ไม่แน่ใจเพราะว่าเป็นยาตัวใหม่ ( เมื่อปี 2549 ) แต่ว่าดิฉันก็เลือกอย่างหลัง จิตอาสา : คือไม่ผ่า อาจารย์อุ๊ : ไม่ผ่า แต่ว่าใช้วิธีว่ากระตุ้นความรู้สึกของพ่อแดงโดยใช้ดนตรีบำบัด จิตอาสา : ใช้ดนตรีบำบัดก่อนที่จะเจอคุณหมอเขียว อาจารย์อุ๊ : ค่ะ จิตอาสา : ทำให้ชีวิตที่ว่า 3 วันนั้นน่ะก็ยืดมาได้ตั้งแต่ 25 49 ถึง 25 50 อาจารย์อุ๊ : ค่ะ จิตอาสา : แล้วอาจารย์อุ๊ได้ไปเข้าค่ายที่ดอนตาลเมื่อตุลา 25 50 แล้วนำอะไรมาช่วยพ่อแดง อาจารย์อุ๊ : สิ่งที่นำมาก็คือเกี่ยวกับเรื่องอาหารค่ะอันดับแรกก็คือปรับเรื่องอาหารก่อนเพราะว่าอาหารของคุณหมอนั้นเป็นอาหารธรรมชาติที่อยู่ใกล้ที่สุด มีประโยชน์สูงสุดแล้วก็ประหยัดสุด เอา มาใช้ก็ปรับอาหารของพ่อแดงแล้วก็ใช้น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด แล้วก็ใช้การโยคะ แล้วก็ใช้การ ดีท็อกซ์ จิตอาสา : ดีท็อกซ์ อาจารย์อุ๊ : การดีท็อกซ์ การกดจุด การแช่ การพอก ระยะแรกนี้การประคบนั้นเราใช้เยอะ จิตอาสา : แล้วใช้การประคบ อาจารย์อุ๊ : การประคบด้วยลูกประคบนี่เราจะใช้เยอะเลยค่ะ แล้วก็ที่สำคัญคือใช้ธรรมะ ธรรมะนี่ไม่ใช่ใช้เกี่ยวกับตัวพ่อแดงเพราะว่าใช้กับตัวดิฉันเองที่ทำใจไม่ได้ ที่ทำใจไม่ได้ เพราะว่าจะต้องดูแลพ่อแดงแล้วก็จะต้องใช้เงินมากจนกระทั่งดิฉันท้อแท้มาก แล้วก็โทรไปบอกลูกสาวว่าคุณแม่นี่ตัดสินใจว่าจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วนะ ลูกสาวดิฉันจึงบอกดิฉันว่าอนาคตของลูกอยู่ที่คุณแม่คนเดียวประโยคนี้เองทำให้ดิฉันนั้นสู้ค่ะ ก่อนที่จะพบค่ายหมอเขียวนี่ ดิฉันท้อแท้มากค่ะ พอไปพบคุณหมอ คุณหมอพูดประโยคหนึ่งที่ดิฉันถือว่าเป็นประโยคทองของดิฉันตอนนี้คือ อย่าหวังเกินกว่า ฤทธิ์ แรงที่เราทำได้ เวลาดิฉันจะทำอะไรดิฉันคิดถึงตรงนี้ แล้วก็คิดถึงที่คุณหมอว่าโรคจะหายหรือไม่หายนั้นอยู่ที่วิบากกรรมค่ะ ดิฉันเอามาปรับ ปรับใจตัวเองไม่ได้ปรับใจคนไข้เลย เพราะว่าไม่อย่างนั้นคือตัวเองจะไม่มีแรงสู้ตรงนี้ แล้วก็เริ่มใช้ธรรมะมาปฏิบัติแล้วก็มาบอก แต่ของพ่อแดงนี่เขาวางแล้วแต่ว่าคนที่ไม่วางนี่คือตัวดิฉัน จิตอาสา : คนดูแล อาจารย์อุ๊ : ค่ะ แล้วพอดิฉันมาตรงนี้เสร็จแล้วก็พยายามทำให้ดีที่สุดแต่ว่าในข้อรู้พักรู้เพียรเรา ก็เมื่อก่อนคือดิฉันจะทำงานตลอดเลยคือหวังว่าทุกสิ่งจะต้องหาย จะต้องหายแต่ว่าจริง ๆ มันไม่ใช่ แล้วก็ศึกษาข้อมูลนี้เจาะลึกเลยค่ะ แต่ว่าสิ่งที่ได้ประโยชน์ของ หมอเขียวก็คือการโยคะ กดจุด กายบริหาร ตรงนี้จะช่วยตัวดิฉันเองกับพ่อแดงได้เยอะ จิตอาสา : ช่วงนั้นได้ข่าวว่าอาจารย์นี่กดจุดให้สามีวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน เดี๋ยวนี้ยังทำหรือว่า ห่างไปแล้วคะ อาจารย์อุ๊ : ค่ะ ตอนนี้ยังทำค่ะยังทำ เพราะว่าทำตอนเวลากลาง คืนก็คือเราจะกดจุดแล้วก็นวดนะคะ นวดให้แล้วก็ใช้กายภาพบำบัดด้วยค่ะ ตอนนี้เรายังใช้แต่ว่าตอนเช้า ตอนเช้าจะเป็นการฝึกให้พ่อแดงได้เดินค่ะ แล้วก็ที่สำคัญก็คือลูกสาวส่งเทปธรรมะมาให้ทุกครั้งที่ว่าเข้าอยู่ด้วยกัน เราก็จะเปิดเทปธรรมะแล้วก็ทำให้รู้สึกว่า ที่เราโลภมาก ๆ นั้นเราวางเรื่อย ๆ วางเรื่อย ๆ วางเรื่อย ๆ ค่ะ แล้วทำให้เห็นสัจ ธรรมที่ว่าชีวิตเราแค่นี้เองเราไม่ต้องการอะไรมาก แต่ในบั้นปลายของตัวดิฉันคิดว่าก่อนที่จะตาย ก่อนที่จะวางร่าง จะทำประโยชน์ให้แผ่นดินเหมือนกับที่พ่อหลวงให้ค่ะ จิตอาสา : ตั้งใจว่าอย่างนั้น อาจารย์อุ๊ : ค่ะ จิตอาสา : ที นี้ตอนนี้ กลับมาถามถึงเรื่อง ของข้อที่นอกจากข้อ 6 แล้วนี่ข้อ 1 ใช่ไหมคะที่ว่า เมื่อกี้ ข้อ 8 คือธรรมะ อาจารย์อุ๊ : ค่ะ ธรรมะ จิตอาสา : แล้วข้อ 1 อาหารเป็น 1 ในโลก แล้วก็มาเรื่องโยคะ กายบริหาร อาจารย์อุ๊ : ค่ะ แล้วก็สงบทุกข์ จิตอาสา : แล้วทุกข้อนี่ใช้หมดไหมคะ อาจารย์อุ๊ : ใช้หมดค่ะอาจารย์ จิตอาสา : น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด กัวซาแน่นอน ดีท็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน