สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเนื้อสัตว์เป็นบาปมิใช่บุญเป็นอันมากเลย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.16 KB
วันที่แก้ไข11 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเนื้อสัตว์เป็นบาปมิใช่บุญเป็นอันมากเลย _จาก..สัมมาบุญ กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพ เมื่อ 2 วันก่อนท่านนายกลุงตู่พูดในเทศกาลถือศีลกินเจของจังหวัดภูเก็ตว่า สู้ไหวมั้ยแม่ทัพ!!(นักแสดงงิ้วที่แต่งกายเป็นแม่ทัพบุญ) เราต้องร่วมสู้กับความไม่ดีซึ่งตอนนี้มันมีเยอะ ต้องทำเรื่องดีๆให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อคนไทย เพื่อประเทศชาติ กราบเรียนถามพ่อครูว่าการถือศีล กินเจ มีผลถึงประเทศชาติได้อย่างไรคะ กราบขอบพระคุณเพราะคุณเป็นอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า… เราไม่ไปทำร้ายสัตว์มันมีแนวลึก คนก็คือสัตว์ชนิดหนึ่งสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ สัตว์ชนิดอื่นสู้ไม่ได้ ยังสามารถเอาช้างมาใช้งานได้ ถ้ามีไดโนเสาร์ก็คงจะมาใช้งานได้ สัตว์น้ำก็ไม่ได้เอามาใช้งานเท่าไหร่ ประโยชน์ของการถือศีลกินเจนี้ คือ ละเว้นการสร้างความพยาบาทให้เป็นวิบากแก่สัตว์ใดๆต่อไปอีก จะต้องไปชดใช้หนี้วิบากบาป กุศลอกุศลอีก เราจะไปสร้างวิบากกุศลอกุศลกับสัตว์ใดๆอีกทำไม พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นอาหารของคน ชาวอโศกก็ได้พิสูจน์ว่าสามารถมีชีวิตยืนยาวเพราะการกินพืชผักไม่ได้กินเนื้อสัตว์ ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็พิสูจน์แล้ว พวกสัตว์กินพืชลำไส้ยาวกว่าพวกสัตว์กินเนื้อ เป็นต้น แต่คนไม่เชื่อ เพราะว่าไปหลงติดรสเนื้อสัตว์ มันติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า เขามอมเมาให้คนติดรสเนื้อสัตว์อะไรต่างๆนานา พ่อครูว่า...พีชธาตุ กับสัตว์ธาตุ มันต่างกันแน่นอน ในนัยยะละเอียด แต่สำคัญตรงที่ว่าสัตว์มันจะมีพยาบาทมีรักเป็นวิบากทั้งนั้น ส่วนพืชมันไม่มี อย่างไรๆมันก็ไม่มีวิบากที่จะต้องมาใช้หนี้ใช้สิน มารักมาชังกันอีก ต่อไปนี้ชาติต่อต่อไป แต่สัตว์มันทำตามใจไม่มีอะไรยับยั้งหรอก เราจะไปห้ามมันก็ไม่ได้ มันเป็นของมันเป็น

อ่านต่อ

ธาตุวิญญาณเป็นธาตุจิตของมัน เพราะฉะนั้นก็อย่าไปสร้างดีกว่า อย่าไปสร้างความรัก ชัง ส่วนคุณจะไปรักชัง ก็ตายไปข้างหนึ่ง เกิดมาแก้แค้นกันอีก อย่างหนังจีนก็คุณสมัครใจจะทำเช่นนั้น แต่ถ้าจะไปนิพพานให้มันจบ คุณก็ต้องมาทำอย่างนี้ ไม่มีทฤษฎีหรือวิธีอื่นมันมีวิธีนี้วิธีเดียว สรุปแล้วเรื่องสัตว์ ที่นี้ไปกินกัน อาตมาอธิบายละเอียดใน ชีวกสูตร ว่าเป็นบาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเป็นอันมาก แค่กล่าวชื่อสัตว์แค่นั้นก็บาปแล้ว ในเจตนา ที่จะไปจับมันมา ประเด็นที่ 2 สัตว์มันมีอิสระมันถูกจับมามันก็ต้องพยาบาท ส่วนข้อที่ 3 นั้น ยังบอกอีกว่าให้ไปฆ่าสัตว์นี้ มันก็เป็นบาปอีก บาปเป็นอันมากซับซ้อน แค่สั่งฆ่าสั่งทำร้ายสัตว์ก็ต้องทุกข์โทมนัส ทั้งตัวผู้ฆ่าผู้สั่งก็เป็นบาป ก็บาปหนักขึ้นๆ เป็นบาปมิใช่บุญเป็นอันมากเลย ส่วนข้อ5 นี้ พระพุทธเจ้ารู้รายละเอียดถึงขั้นที่เรียกว่าอย่างนี้บาปหรือ? คนไม่เชื่อกุศลอกุศลจะไปคิดออกได้อย่างไร หากคนเชื่อกรรมวิบาก ก็ไม่ต้องพูดกันยาว 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 ทั้งหมดเป็นเรื่องไม่สมควรทำอย่างยิ่งแต่เขาก็ทําด้วยอวิชชาด้วยความไม่รู้ เป็นความละเอียดลึกซึ้งสุขุมพาณิชย์มากเลยในบาป 5 ข้อนี้ ไม่ใช่เรื่องหยาบเลยเป็นเรื่องละเอียดมากเลย 5 ข้อ เพราะฉะนั้นคนที่หยาบไม่มีภูมิที่สูง ถึงฟังไปก็ไม่รู้เรื่อง เหมือนอยู่กับลมแต่ก็ไม่รู้สึกว่าลมจะทำอะไรเขาได้ แต่นี่ยิ่งกว่าลมอีก ฟังแล้วผ่านไปยิ่งกว่าสายลม ไม่รู้เรื่อง มันยากมากอย่างนี้

คนไม่ฆ่าคนค้นไม่ทำร้ายเบียดเบียนคนอื่นในประเทศชาติก็คือคนที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติแล้ว ปฏิบัติธรรมก็ทำให้ชีวิตเจริญขึ้นสูงขึ้นไม่ทำร้ายทำลายชีวิตสัตว์แล้ว ก็ยังมีภูมิธรรมอื่นอีกที่จะมีคุณค่าต่อสัตว์อื่นๆนั้นด้วย แม้แต่คน ที่สำคัญต้องเป็นประโยชน์ต่อคนด้วย อย่างแท้จริง มันก็เป็นแล้วเป็นประโยชน์แล้ว 611005_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เตวิชชสูตร ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน