สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจแบบต่างๆ 5 ประเภท.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข11 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจแบบต่างๆ 5 ประเภท เศรษฐกิจแบบต่างๆ 5 ประเภท เศรษฐกิจแบบเผด็จการ เศรษฐกิจแบบทุนนิยม เศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เศรษฐกิจแบบประชาธิปไตย เศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี แบ่งตามโครงสร้างหยาบๆก่อน 5 อย่าง

เศรษฐกิจแบบเผด็จการเข้าใจได้ไม่ยากคือฉันคนเดียวนี่แหละเป็นตัวเบ้ง ตั้งแต่สมบูรณาญาสิทธิราชย์เผด็จการฟาสซิสต์ มาตั้งแต่ต้น ดีไม่ดีเผด็จการคนเดียวไม่พอยังหาหมู่กลุ่มมาร่วมเผด็จการแต่ฉันก็เป็นหัวหน้าคนเดียว ต่อมาก็ตัดยอด ทุกอย่างเป็นยอดเผด็จการได้มากคนอื่นก็ขอแบ่งส่วน ก็เกิดในทุนซับซ้อน ขอแบ่งส่วนแบ่ง ก็มามีนายทุนนายทาส มีลูกน้องของนายทุนอีกเป็นนายทาส ก็มีลูกทาส ก็เกิดทุนนิยมขึ้นมา เศรษฐกิจทุนนิยมซ้อน ผู้ที่ยิ่งใหญ่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จะแบ่งได้เท่าไหร่ก็แบ่งไปเท่าที่นายทุนจะเอามาได้ เพราะฉะนั้นอำนาจยิ่งใหญ่นี้อาตมาไม่ขอลงละเอียดทางประวัติศาสตร์ ว่า มันก็มีการเผด็จการของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ริบอำนาจทรัพย์สินเงินทุนของนายทาสทั้งหมดเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการคาราคาซังแบบทุนนิยมด้วย ทุนนิยมก็ปลดปล่อยให้ลูกทาสมีส่วน จะได้อาศัยใช้สอยเงินทองทรัพย์สินให้เขาแบ่งงานไป ก็จะได้เกิดการสร้างสรรค์เกิดการผลิต นายทุนก็มีความซับซ้อนความฉลาดขึ้นมา เสร็จแล้วต่อมาก็มีคอมมิวนิสต์ ถ้าหากเอาคนเดียวก็เป็นผู้เอาหมด มันเห็นว่าเป็นการเห็นแก่ตัวคนเดียวไม่ดี ก็เลยทำการเผด็จการเป็นหมู่ แต่ในนั้นก็มีตัวเอ้ เป็นหัวหน้าอยู่ดี แต่ถ้าหัวหน้าคณะคอมมิวนิสต์เอาแต่น้อยให้ลูกน้องได้มาก หัวหน้าก็ดีแต่รวมๆ แล้วทั้งหมู่เอาเปรียบส่วนใหญ่ มีประเด็นหลักอย่างนี้ คอมมิวนิสต์คือเอาหมู่นี้ได้หมดก็ยังได้น้อยกว่าองค์รวมส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นเผด็จการมีมากกว่าเอาของหมู่มารวม เหมือน

อ่านต่อ

นายทุนทุกวันนี้เอาของส่วนรวมทั้งหมดรวมกันยังสู้นายทุนไม่ได้เลย ขณะนี้นายทุนเมืองไทยก็เป็น มาถึงประชาธิปไตยก็พยายามจะขยายเพื่อมวลประชาชน ให้ประชาชนมีสิทธิอำนาจในทรัพย์สินมากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเผื่อว่ายังเป็นประชาธิปไตยสามานย์อยู่ เมืองไทยชื่อว่าเมืองประชาธิปไตยไม่ใช่เผด็จการไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์มานานแล้วเมืองไทยนี้ พยายามมาเป็นประชาธิปไตยจริงมานาน ในจักรีวงศ์พัฒนามาจนถึงรัชกาลที่ 9 ก็ชัดเจนว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดยอดเป็นขั้นสาธารณโภคี แต่อธิบายโดยรูปธรรม ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่สืบสันตติวงศ์มาก็เป็นของประเทศต่อทอดกันมา พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ จะเอาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ออกมาใช้มากหรือน้อยเท่านั้นแหละ ก็อยู่ที่แต่ละองค์ รัชกาลที่ 9 ท่านมีบารมีมีผู้โดยเสด็จพระราชกุศล มาถวายให้เป็นส่วนใช้สอยตามอัธยาศัยต่างๆและรายได้ที่พระองค์ควรจะได้เท่าที่ควรจะได้ ท่านก็ทำงานมีส่วนตอบแทน รัฐบาลให้บ้าง ท่านเองก็ไม่ได้เรียกร้องซื้อขายอะไรไม่มี ท่านไม่ได้ทำกิจการส่วนตัว พวกที่มี fake news หาเรื่อง เลอะเทอะ พูดมาบาปกินหัว ท่านไม่เป็น ท่านเองท่านเป็นประชาธิปไตยแบบพุทธ ใช้ทรัพย์สินส่วนพระองค์และที่ได้โดยเสด็จพระราชกุศลมาทำงานกับรายได้ส่วนที่พึงได้ควรได้ ท่านไม่ได้ทำงานค้าขายหรือทำมาหากินที่เป็นส่วนรายได้ มีแต่ท่านจะบริจาคช่วยราษฎรไป แล้วท่านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย รัฐบาลก็ให้บ้าง จะเรียกว่าเงินเดือนก็เท่าที่ให้ ท่านไม่ได้เรียกร้อง ท่านก็เอามาใช้ ส่วนพระองค์เอง ท่านไม่ได้ฟุ่มเฟือยกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่เป็นอบายมุขไม่มี หาเวลาจะมาสบายก็ยาก ทรงงานตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำอย่าง เหน็ดเหนื่อย ตลอด 70 พรรษาตั้งแต่พ.ศ 2489

ประชาธิปไตยกับสาธารณโภคี ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยแม้ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุคของธาตุคนยังไม่เข้าใจในเรื่องสิทธิต่างๆ สิทธิมนุษยชนสิทธิในการแสดงออกสิทธิในข้าวของก็ยังไม่มีความรู้เลย แต่พระพุทธเจ้าท่านเป็นนักประชาธิปไตยแล้ว ท่านได้ปลดแอกทาสปลดแอกออกจากกันนะ ปลดแอกออกจากนายทุน มาเป็นคนจนมาเป็นคนสาธารณโภคี กินใช้ร่วมกัน และท่านก็พาหมู่คณะไป ในยุคนั้นยังออกจากทวีปอินเดียไม่ได้ ท่านทำสังคมสาธารณโภคีได้จริงตรงที่จิตวิญญาณเกิด ให้เป็นคนมามีวรรณะ 9 แล้วเกิดสาราณียธรรม 6 โดยทำให้คนมีคุณสมบัติของพุทธพจน์ 7 อยู่ในสังคม พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ

มาเข้าสู่สภาพของเศรษฐกิจ อีกหน่อย เศรษฐกิจสาธารณโภคี คนที่เป็นสมาชิกของสังคมชุมชนหมู่บ้าน หรือจะขยายเป็นตำบล อำเภอ จังหวัดได้ก็ดีมาก แต่ก็ตอนนี้ก็ได้เป็นหมู่บ้านอยู่ หมู่บ้านชาวอโศกมีที่เป็นนิตินัย 2 อันคือชุมชนศีรษะอโศกและราชธานีอโศก นอกนั้นก็เป็นชุมชนตามสภาพธรรมชาติธรรมดาซึ่งมีระบบสาธารณโภคี ทุกชุมชน กลุ่มเล็กอยู่ในต่างประเทศก็มีบ้าง แต่มีจริงเป็นจริงสังคมกลุ่มจริงที่ดำเนินเศรษฐกิจแบบนี้ เป้าหมายหลักที่จะเจริญตามแต่ละบุคคลหรือตามกลุ่มก็เป็นจริงตามสัจจะ พวกเราพากเพียรให้เป็นสมาชิกของสาธารณโภคีที่ตนเองเจริญให้ได้สูงสุด อยู่กับสังคมโดยให้ผู้อื่นเขาเลี้ยงไว้เราทำงานกับสังคมให้สังคมอย่างเดียว ปรปฏิพัทธาเมชีวิกา มีอาหารส่วนกลางของใช้ส่วนกลาง ที่อยู่ส่วนกลาง เอาไว้ใช้สอย พระพุทธเจ้าท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อไปจะมีคนมาขยายความต่อ ประชาธิปไตยที่แท้นั้นขึ้นอยู่กับ 1 ความเป็นอิสระเสรีภาพ 2 ความไม่มีตัวตน ความไร้ตัวตน 3 ความมีปัญญา ความเป็นอิสระเสรีภาพนั้นลึกซึ้งมากมายใหญ่หลวง อิ คือ สระ ของ อะ อา อิ เป็นสามเส้าของสระ แล้วก็มีสระซ้อนอีก สระจริงๆคือ อะ อา อิ มีรัสสระกับทีฆสระ ทีฆสระมี อา ส่วน อะ กับอิ เป็นรัสสระ ยิ่งแสดงความสั้นเล็กน้อยนิด น้อยนี่จับตัวกันสู้กับ 1 คือ อา ย ร ล ว ส ตัวที่ 5 ของเศษวรรค พลังงานระดับเศษวรรค 5 คือพลังงานเดินหน้าก้าวหน้า ถ้า 4 จะถดถอย ตัว 8 กับ 4 เป็นตัวเคลื่อนยึกยักๆอยู่ พวกชักเย่อ ถ้าชักเย่อไปได้จนชัด เข้า 9 ชนะลอยลำ ปัญญาเป็นความเฉลียวฉลาดโลกุตระ ที่ต้องออกจากความเห็นแก่ตัวและต้องสร้างอิสระให้จริง อิสระจริงคือตัวกลางที่สุด ไม่เข้าข้างใคร ส่วนตัวตนไร้ตัวตนเลยเอาแต่สัจธรรมเนื้อหา พิจารณาอะไรควรก็เอาอะไรไม่ควรไม่เอา จะต้องรู้ตามสัปปุริสธรรม 7 กับมหาปเทส 4 สรุปแล้วมาดูความจริงพฤติกรรมจริงของชาวอโศกแล้วจะเข้าใจว่ามีสาธารณโภคี มีประชาธิปไตยขั้นที่ดี ประชาธิปไตยแบ่งเป็น 2 อย่างแบบดีกับไม่ดี ประชาธิปไตยเมืองไทยกำลังจะก้าวขึ้นสู่ความดี พวกเราก็เป็นหลักสาธารณโภคี แต่ยังเล็กยังน้อยมาก ชีวิตของอาตมายืนยาวต่อไป อาจจะเกิดพรรคการเมืองของชาวอโศก ถ้าเกิดขึ้นตอนนั้นเชื่อว่าอาตมาไม่ต้องมาเกิดอีกก็ได้ มีพรรคการเมืองภายในระยะเวลา 151 ปีของชีวิตอาตมา อีก 60 กว่าปี เปิดพรรคการเมืองได้จริงๆมีประชากรมีสมาชิกมากพอที่จะเป็นพรรคการเมือง การเมืองก็ใช้รัฐสภาเป็นตัวปฏิกิริยาส่วนราษฎรเป็นตัวสัจธรรม พวกเราทำงานกับสายราษฎรเต็มขั้น ส่วนทางสภายังไม่อาจเอื้อม ถ้าหากชาวอโศกสามารถตั้งพรรคการเมืองมีสมาชิกเข้าพรรคการเมืองเป็นสสได้มีจำนวนหนึ่งที่มีสิทธิ์มีเสียงพอจะไปต่อรองออกสิทธิ์ออกเสียงในสภาพอได้หรือ เข้าไปจำนวนหนึ่ง แล้วจะมีพรรคการเมืองต่างๆมาเข้าเป็นมวลร่วมได้ ยังไม่ยากเย็นนะ ถ้าหากจะต้องใช้เงินซื้อเสียงไม่เอา ต้องใช้เงินต่างๆไม่เอา มันจะเป็นสัจธรรม ตอนนี้คนกำลังแสวงหาความจริงตัวแท้และปัญญาที่จริง ตอนนี้ก็ขอยืนยันว่าชาวอโศกมีตัวแท้และปัญญาที่จริงไม่ใช่แค่ เฉโก หากมีพรรคการเมืองเข้าไปทำงานในสภาได้ เมื่อถึงตอนนั้นประชาธิปไตยของไทยจะเจริญจนต่างประเทศมาดู มาศึกษา ตอนนี้ก็ยังไม่เป็นอย่างนั้น (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูว่า หากอีกใน 66 ปี สามารถเกิดพรรคการเมือง ที่แข็งแรง พ่อครูว่า..อย่างน้อยมีพันคนในบ้านราชฯมีพฤติกรรมองค์รวมพฤติบทที่ครบครัน แยกย่อย เป็นบทเป็นตอนอีก

ตอนนี้กำลังรุ่งเรืองก้าวหน้าประชาธิปไตย ทุกคนก็ปรารถนาดีกันทุกคนแต่มันตามภูมิ จริงใจตามภูมิ ก็เลยมีการสังเคราะห์ มีการขัดเกลา แล้วก็จับตัวเกิดการสังขาร สังขารที่จับตัวเป็น static สังเคราะห์เป็นไดนามิก จนกระทั่ง ร่อนได้เนื้อทอง ก็สั่งสมเป็นสังขาร สังขารปรุงแต่งตกผลึกเป็นสังขตธรรม ตอนนี้บทบาทพฤติกรรมคืออาการของมวลมนุษยชาติในประเทศไม่ได้หยุดหย่อนทำอยู่อย่างค่ะมีขมันมีคนรุ่นหนุ่มสาวรุ่นแก่ขนาดพลเอกชวลิตก็ยังออกมา เอาอย่างเสนาะ ชวลิต โพธิรักษ์ใครจะแก่กว่ากัน ต่างคนต่างแสดงกิริยาบทบาทในสังคม สัจจะที่แสดงออกมาได้ชวลิตเกิดปี 2475 เสนาะ 2477 เท่าอาตมา เกิดเมษายน อาตมาเกิดมิถุนายน เป็นน้องสามเดือน ตอนนี้กำลังสังเคราะห์สังขารในเมืองไทยเรื่องประชาธิปไตย เกิดการ Action Reaction สูงมาก ประเทศอื่นยังไม่เป็นประชาธิปไตยสวยงามเท่าเมืองไทย ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยสวยงามตั้งแต่โพธิรักษ์ออกไปแสดงปรากฏการณ์ทำงานประชาธิปไตยทางการเมืองในโลก ตั้งแต่ออกไปประท้วงพ. ศ. 2549

เศรษฐกิจการเมืองสังคมประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องของมนุษยชาติ อาตมาเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ได้เป็นคนหลับหูหลับตานั่งเสพสุข อาตมาอยู่กับบทบาทของสังคมบทบาทของโลก ไม่ได้อยู่นิ่ง

_สู่แดนธรรมว่า...ประชาธิปไตยของอโศกที่ไม่หาเสียงเป็นอย่างไร จนกว่าจะมีคนมาเชิญเป็นผู้แทน พ่อครูว่า...ชาวอโศกทำงานทุกบรรยากาศที่การรายงานความจริงไม่มีการหาเสียงไม่มีการเรียกร้อง อย่างไม่เรียบร้อยก็มี เป็นความจริงแสดงออก เป็นสภาวะอจินไตย ทั้งตัวบุคคลด้วย ตราบที่อาตมายังเป็น activist ยังไม่หยุด จะต้องทำต่อไปเรื่อยๆ อาตมายังเป็นโพธิสัตว์ หากไม่มีใครมาเชิญ ไม่ไปสมัคร ถ้าถึงขนาดเชิญก็เอา แต่ถ้าไม่เชิญแต่เนื้อหาเหมาะสมก็ได้ อย่างลุงตู่มีคนเชิญมาสมัคร สส. แต่ก็ดูไปก่อน เหมือนกัน แต่อาตมานี่ขอบอกว่าเกินแกงแล้วไม่ไป ส่วนลุงตู่นี้ได้ อาตมาตีกลองเชียร์ แต่นั่นแหละ นายกตู่มีปฏิภาณปัญญาเหมือนกับอาตมาอยู่ยังไม่ไปเคาะทีเดียว ยังไม่ถึงเวลา ก็ทำไปเถอะ แม้จะเดินเรื่องตามลำดับแต่พฤตินัยของนายกฯไม่ได้หยุด ทำหน้าที่ บริหาร อธิปไตย อภิบาล

อธิปไตย อภิบาล และปัญญาหรืออภิปัญญา

ถ้าเป็นโลกีย อธิปไตยคือโลกียะร้อยเปอร์เซ็น อภิบาลก็มีโลกียะได้ แต่ปัญญาหรืออภิปัญญาไม่มีโลกียะ มีแต่ในโลกุตระ โลกียะมีแค่อภิปรัชญาหรืออภิเจโต ในโลกียะ

อภิปัญญา คือ จิตวิญญาณเป็นเรื่องนามธรรมแท้ อธิปไตยที่เป็นตัวกูของกูแท้ๆยกตัวอย่างทักษิณหรือธัมมชโย อาศัยสถานะของธรรมะ ส่วนทักษิณอาศัยสถานะของการเมือง เป็นตัวอย่างคือสองคนนี้ เป็นตัวจริงของจริงไม่ได้เป็นง่ายๆนะ เขาเป็นแล้วได้นรก เพราะอวิชชา เป็นตัวอย่างที่เราต้องศึกษา อาตมาพูดไปเขาจะมายิงทิ้งเมื่อไหร่? ถ้ายิงก็เป็นวิบากเขา ที่ทำมาก็นรกมากแล้วทำอีกก็นรกมากอีก อธิปไตยแปลว่าแรง พลัง energy พลังงาน อภิบาล เอาพลังงานมาทำกับมนุษย์สัตว์โลก ช่วยเหลือกัน ผู้อภิบาล ช่วยเหลืออย่างยิ่งใหญ่ โดยใช้ภูมิปัญญาความฉลาด ปัญญาฉลาดไม่เห็นแก่ตัวทำเพื่อผู้อื่น ส่วนปัญญาคือไม่เห็นแก่ตัว จะอาศัยอภิบาลในการช่วยเหลือสังคมโดยตนเองมีปัญญา ให้ตนเองก็อยู่ได้ยืนยาว และช่วยคนอื่นได้ด้วย ไม่ทำร้ายตัวเอง ก็อยู่ช่วยโลกไปเรื่อยๆ อภิปัญญาคือความรู้ที่ไม่เห็นแก่ตัว มีจริงไหม ได้ทำงานอภิบาลจริงไหมแล้วมีพลังงานอธิปไตยในตัวเองจริงไหม หรือที่ทำนี้ไม่มีพลังงานจริงอะไรเป็นตัวประกอบตัวเบี้ย อย่างที่เห็นมีเยอะแยะ ไปสะสมแต้มสะสมบารมีตนเองไปเรื่อยๆก็มี ตลอดสังคมมนุษยชาติไม่ขาดแบบนี้หรอก ผู้ที่มีปัญญาความรู้สามารถเข้าใจ อธิปไตย อภิบาล อภิปัญญา นี้ได้ ถ้าคุณมีแสดงว่ามีน้ำหนักนะ อธิปไตยมีน้ำหนัก อภิบาลช่วยจริง อภิปัญญาจริงคนนี้มาทำงานในสังคมนี่แหละคือนักประชาธิปไตยจริง คือมีสภาวะจริงรู้พยัญชนะด้วยได้ คือนักประชาธิปไตย

อธิปไตยคือธรรมะสอง อภิบาลคือธรรมะสอง อภิปัญญาก็คือธรรมะสอง ธรรมะสองคือแกนหลักของทุกสิ่ง เทวธัมมา แยกพยัญชนะกับสภาวะ สมมุติกับปรมัติ สมมุติเป็นโลกียะ เทวะ ผู้ไม่รู้จักความจริงของธรรมะ 2 มีแต่ความรู้เป็นพยัญชนะเก่ง อัตวาทุปาทาน หรือทิฏฐุปาทาน มีหลักปฏิบัติแบบสีลัพพตุปาทาน หากทำถูกก็พ้น กามุปาทาน จนมาเป็นอนาคามี หากกามหยาบอบายก็เละเทะอยู่นั่นแหละ อย่าง ธัมมชโยหรือทักษิณก็เสพกามเสพโลกธรรมอยู่ ออกรูปแฝงร่างนักบวชกับฆราวาส ในฆราวาสไม่มีกรอบมากก็เลอะเทอะมาก ธัมมชโยซ้อนในนามธรรมแย่กว่าทักษิณ เพราะเอานามธรรมมาหาเงิน ในรูปธรรมธัมมชโย ซ้อนกว่า ทักษิณทำหยาบตรงทื่อแต่ธัมมชโยเอาธรรมะมากลบ ธัมมชโยบาปกว่าทักษิณเยอะเลย ธัมมชโยรูปหล่อกว่าด้วย ต้องขอบคุณสองคนที่ให้เอามาเป็นตัวอย่าง

เข้าไปสู่ธรรมะสอง เทวธัมมา ผู้ที่ไม่รู้จักสภาวะกับพยัญชนะ หรือเนื้อแท้กับโวหาร เปลือกกับแก่นก็จะสับสนหลอกตัวเองหลอกคนอื่นอยู่เช่นนั้น ผู้ใดจับมั่นคั้นตายได้ ทำเนื้อแท้ให้ตนได้ พยัญชนะก็เหมือนเปลือก เข้าใจแล้วไม่สับสน

เศรษฐศาสตร์โลกียะกับเศรษฐศาสตร์โลกุตระ เศรษฐศาสตร์โลกุตระก็ทำเพื่อผู้อื่น เศรษฐศาสตร์โลกิยะก็เอาเปรียบเพื่อตัวเอง ได้เปรียบเป็นเชิงชั้น นั่นคือพวกที่เป็นโลกิยะ แต่ผู้ที่ยอมแพ้ไม่ต้องชนะ แต่เรามีสาระที่เป็นสาระเพื่อมวลมนุษยชาติที่แท้กว่า แม้แพ้เขาจะชนะด้วยเปลือก แต่มนุษยชาติได้เยอะกว่า คุณกับมนุษยชาติ มวลมนุษยชาติกับคุณแพ้อย่างนี้ชัดเจน ทักษิณกับคนไทย มั่นใจว่าคนไทยมีมวลมากกว่าทักษิณ ที่มวลทักษิณกำลังออกฤทธิ์เดชยังเหนื่อย ประชาชนไทยยังไม่เหน็ดเหนื่อยเท่าหรอก เขาทำอย่างเต็มที่เต็มเรี่ยวแรงเลย พวกประชาชนคนไทย ไม่ว่ากี่โพล ที่ไม่รับใช้ทักษิณก็ใช้ได้ แม้แต่สื่อสาร ไม่ว่าระดับไหน ถ้ายังมีเศษส่วนรับใช้ทักษิณด้วยวัตถุก็ตัดทิ้งไปได้ ถ้าเป็นสื่อกลางๆจริงก็จะเข้าข้างประชาชนไม่ได้เข้าข้างทักษิณ หากเอานายกฯตู่มาร่วมด้วย ทักษิณโกงมากว่านายกตู่ฯ มวลหมู่นายกฯตู่มีมากกว่า

รายได้องค์รวม Gross domestic product GDP รายได้องค์รวมภายในก็คือของคนไทยในคนไทย สร้างมาเป็นมวลที่คนไทยกินใช้พอ ไม่เดือดร้อน เอาเข้ากองกลาง ไม่แพร่แก่ข้างนอกเขา อย่างนี้เศรษฐกิจของ domestic ไทยเจริญ แต่ถ้าของคนไทยมีพอแล้วเหลือเอาไปเอาเปรียบต่างประเทศ อย่างนี้ไม่ใช่ GDP เป็น GIP หรือ GEP เป็น international หรือ export เอาของเขามา อย่างนี้ไม่ใช่ GDP ที่ดี แต่ถ้าของภายในเราทำได้มากมีเหลือเอาไปช่วยประเทศอื่นอย่างนี้ GDP ดีที่สุด ในหลวงร.9 ส่งเสริมให้ทำคนจนและ อโศกก็สอนให้เป็นคนจน ไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัวแต่ขยันสร้างสรรค์เพื่อผู้อื่น จนมีส่วนเหลือเอาไปช่วยผู้อื่นได้อย่างนี้เป็น GDP ที่แท้จริงไม่หลอกไม่แฝง จึงได้ชื่อว่าเราเป็นคนจนที่ไม่ได้งอมืองอเท้าเป็นคนจนมีความรู้ความสามารถมีความพร้อมมีความแข็งแรง มีการสร้างสรรไม่หยุดหย่อน ไม่เห็นแก่ตัว สร้างสรรเพื่อมนุษยชาติเพื่อสัตว์โลก ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงนี่คือสุดยอดสุดประเสริฐของมนุษยชาติ ขณะนี้เอาจริงๆเลย เช็คดูสิว่า เศรษฐกิจประเทศไทยเท่าที่เป็นอยู่นี่ ชาวอโศก นี่แน่นอน ไม่เป็นหนี้ พึ่งตัวเองรอด ทำให้มากให้เกินแล้วเอาไปช่วยเหลือคนอื่น ถ้าหากประชาชนในประเทศทำอย่างนี้ได้ ความแข็งแรงของเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ให้ประชาชนอย่ากลัวความเป็นคนจน คนจนที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นนั้นเป็นคนประเสริฐ เราเองสุขภาพแข็งแรง มีกินใช้มักน้อยสันโดษไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยให้โง่ถูกโลกหลอก เอาความสูญเสียที่โง่เง่าของตนชำระออกไป เอาความสูญเสียของข้าคืนมา เราเป็นธรรมะสองสลับไปมา ไปเปลี่ยนสัจจะอันนี้ไม่ได้ ลึกซึ้งที่สุด ในมนุษยชาติที่มีธาตุรู้ ตลอดนิรันดร์กาล สลับไปมาตามภูมิปัญญาที่ซื่อสัตย์คนหาว่ากลับกลอก จึงชื่อว่าสิริมหามายา ธรรมะ 1 ธรรมะ 2 ธรรมะ 0 0 นี้ไม่มีอะไรไม่ทรงไว้ ไม่ใช่คำว่าธรรมะ 0 เพราะมันจะแย้งกันไม่ใช้คำนี้ ก็ใช้ 0 เฉยๆ ธรรมะต้องมี 1 ขึ้นไป 0 ธรรมะ 1 ธรรมะ 2 ธรรมะ 3 ธรรมะ 4 5 6 7 8 9 10 ขยายออกไปเรื่อยๆไปถึงร้อยก็คือ 0 ถ้าจบที่พันหมื่นแสน ก็เป็นศูนย์ ถ้าไม่ก็ไปถึง Infinity ได้ เพราะฉะนั้นศูนย์จึงเท่ากับอินฟินิตี้ 0 = ล้าน ผู้ที่สามารถที่จะมีอำนาจ อำนาจพระพุทธเจ้าใช้คำว่า เรียกว่าอำนาจในการควบคุมจิต ทำให้จิตเป็นไปในอำนาจได้ นี่แหละเป็นตัวสูงสุด 611007_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ อธิปไตย อภิบาล อภิปัญญาคือประชาธิปไตยแท้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน