21-19 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 2131-2152.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์435 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

กันมากเวลาประชุมกันเยอะมาก เมื่อก่อนก็จะไม ่ค่อยยอมนะครับ ถ้าเราเหตุผลดีพอ ก็จะเถียงจนเราชนะนะครั บ หลังจากที่ได้ธรรมะแล้วหลักการปล่อยวาง ก็คืออย่างว่า อันไหนที่เราเสนอ ข้อที่ดีแล้ว แต ่เขาไม่ยอมรับก็ปล่อยวาง ทำใจได้ รู้สึกมีความสุขมาก ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นนะครับ เพราะในระบบของราชการมันจะมีก ารแข่งขันค่อนข้างสูงมาก หน้าที่มันต้องบางทีต้องทันกระแสก็เลยคิดว่า หลักธรรมอันนี้ ช่วยได้เยอะมาก ก็ใจเย็นขึ้นและคิดว่าในส่วนของกามนี่ ห ลีกเลี่ยงอาหาร หลีกเลี่ยงได้มาก ในส่วนที่หลีกเลี่ยงคือ ขนม ในส่วนที่ มันก็แปลกครับ เราตั้งจิตไว้ นี่ นะครับ บางทีผ่าน ร้านขนมเมื่อก่อนนี่ต้องแวะซื้อ ต้องไปตลาดแวะซื้อนะครับ ตอนนี้ มันผ่านไปเลยนะ บางที เรียน ได้กลิ่นมา เมื่อก่อนนี้ไม่ได้เลย ตอนนี้ลดได้เยอะ คือว่านี่เป็นหล ัก ๆ ที่ได้ ความดีที่ทำก็คิดว่า ติดตัวติดท่านมานี่ค่อนข้างเยอะ แต่ผมจะเน้นเรื่องติดตน ผมเข้าใจว่าที่ได้รับธรรมะในค่ายชุดนี้ รู้ว่าติดต นก็คือเยอะเกินไป ในเรื่องของอัต ต า ผมวิเคราะห์น่าจะใช่ บางทีเราอาจจะ คิดว่าเราช่วยเหลือคนอื่นได้เยอะ กว่าที่เราจะ ช่วย แต่ช่วยไม่ได้เพราะฉะนั้นก ็ ครับ สงสัยจะต้องไปลดเรื่องไร้สาระลงไป อะไรที่เป็นติดตนให้มากยิ่งขึ้น และก ็คิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของสภาวะ ธ รรม บางช่วงในเรื่องของศีลครับ ศีลนี่คิดว่า การตัดกิเลส ข้อ 1 , 2 เรื่องการแข่งขันเอาชนะ มันมีอยู่นะครับ เข้าใจว่าเป็นเรื่องของประมาทเลินเล่อนะครับ จริง ๆ เรื่องประมาทเล ินเล่อนี่ ตอนที่ออกค่ายพระไตรปิ ฎ กครั้งที่แล้ว กินมื้อเดียวหนึ่งเดือนเต็ม แล้วลองวิเคราะห์เรื่องนี้ นี่ ยังอาจจะติดประมาทนิดหนึ่งเพราะคิดว่าตัว เองมีข้อจำกัด เหมือนกับว่ากิเลสพยายามที่จะให้เหตุผลนะครับ ว่า เอ๊ะ ! เราสอนเยอะนะ เราทานไม่ตรงเวลานะบา

อ่านต่อ

งที สอนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง เที่ยง ที นี้ ก็เลยมาทดสอบดูว่า กินอย่างไรมันจะอยู่ได้ทั้งวัน ถ้ากินตั้งแต่เช้าจะอยู่ไม่ได้ ก็เลยอดมา 2 มื้อ มันก็เป็นสิ่งที่น่าแปลกมากนะครับ คือ 2 มื้อที่กินช่วง 11 โมง นี่ ตอนบ่ายจะไม่หิว อาจจะทานพวกผลไม้อยู่ได้ทั้ งวัน ตอนเย็นนี่ก็ไม่หิวอยู่ได้ อดเลย แต่ผมเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ระบบราชการ ก็คือว่า เราไปอยู่ในส่วนที่เรียกว่า ไม่ใช่หมู่มิตรดี สหายดี มันจะพาเราดึงเ ราไปค่อนข้างเยอะมาก มีงานเลี้ยงงานประชุม สัม ม นาบ่อยมาก ก็เลยคิดว่านี่กลับไปก็ได้ องค์ความรู้ที่ท่านอาจารย์ให้ครั้งท ี่แล้ว ท่านอาจารย์ได้ร้อยเรื่องผูกหลักกิเลสของส่วนที่เป็น จำไม่ได้แล้ว อย่างเห็นได้ชัดเช่น ครั้งที่แล้วอาจารย์จะร้อยให้เห็นได้ชัด ภาพรวม ครั้งนี้ผมมี ความเข้าใจมากย ิ่งขึ้น มากแบบตั้งใจว่า พอมา นี่ เรื่องของกิเลสท่านชี้ให้เห็นชัด ชี้ให้เห็นโทษ เห็นคุณชัดมากให้เห็นโทษของกิเลสอย่าง นี่ กลับไปจะต้องตั้งใจ ตอนแรกเราเป็นนักศึกษาเข้าปี 55 ครับ เราคิดว่าประเมินตัวเอง นี่ ปี 4 ไม่ไม่คิดว่าไม่ผ่านการเล ื่อนชั้น เพราะว่าปีที่แล้วนี่ ไ ปติดเรื่องของงาน ของส่วนรวมเยอะเกินไปก็ยังไม่ได้มาช่วยในกลุ่มนะครับ และก็ตั้งใจว่า ถ้าตัวเองยังไม่สามารถกิเลสได้ 50 % ก็จะไม่ขอจบแพทย์วิถีธรรมครับ ขอบคุณครับ 4410075 13335 กรณีศึกษาที่ 7.147 นางสุภารัตน์ องค์พัฒนาวุฒิคุณ อายุ 68 ปี เพศหญิง เรียนอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมธรรมสำนึกดีเพื่อนนักศึกษาแพทย์วิธีธรรมที่มานั่งที่นี่ทุกท่านค่ะ ชื่อป้าเอี้ยงนะคะ อายุไม่บอกเพราะห้ามถามสุภาพสตรี แต่เกิดปี พ . ศ . 2491 ตอนนี้อยู่ยะลา อำเภอเบตง เกิดที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่มานั่งตรงนี้วันนี้ก็เพื่อมาเรียน สารภาพบาปพวกเราทุกท่านนะคะว่าสภาวธรรมที่ได้มาเข้าค่ายพระไตรปิฎกเป็นครั้งที่ 10 แล้ว ใช่ ไหม อ ้ อ ! ลืมบอกเป็นนักศึกษาแพทย์วิ ถี ธรรมปี 54 รุ่น 1 ขึ้นปี 5 รึเปล่าก็ไม่รู้ คือ สภาวธรรมของตนเองวันนี้ได้ฟังอาจารย์หมอเขียวตั้งแต่เช้า คือ โชคดีและมีบุ ญที่ไม่หลับ ก็รู้ตัวเองว่าโง่ มาก ๆ ความจริงก็รู้ตัวมาซักพัก หนึ่ง แล้วนะว่า โง่ แต่มันมาแจ่มชัดวันนี้ เนื่องจากว่าตัวเอง นี่ ก็ตกเป็นทาสของมารของกิเลสมาซะนานนมเน คือ ที่บอกว่านานนมเนเพราะว่าเมื่อหลังจากอายุ 33 หลังจาก ตกน้ำตาย นี่ ก็วางแผนว่ามีชีวิตอยู่รอดหรือเกษียณอายุก็เคยคิดว่าตัวเองจะไปบวชที่วัดเขาสวนหลวง จังหวัดราชบุรี หลายคนคงจะได้ย ินชื่อท่านตอกสวนหลวงนะคะ ก็ปรากฏว่า มาเจออาจารย์ หมอเขียวก่อนไม่กี่เดือนเฉือนกันก็เลยไม่ต้องไปโกนผม จะเรียกว่ามีบุญ จร ิง ๆ ก็มีบุญจริง ๆ เพราะว่าอะไร ที่บอกว่าโง่ เอ่อ ! แล้วก็โง่มาก ๆ นี่ คือ ว่าแค่มัตตัญญุตา รู้ปริมาณการบริโภคก็ทำไม่ได้ซะแล้ว หมอเขียวบอกมานานทุกวัน ทุกครั้งที่ประชุมว่าให้กินมื้อเดียว ตัวเองก็เริ่มจาก 3 มื้อมาจนเหลือ 2 มื้อ แต่มื้อเดียวนี่ไม่ได้ก็ได้ตอนที่เข้าค่า ยก็นับว่าโชคดีที่มาเข้าค่ายถึง 7 วันนะคะ นับว่ามีข้อต่อไปก็คือ บุญ และข้อต่อไปจุลศีล ข้อแรกเพื่อนนะคะปาณาฯก็ค่อนข้าง ที่จริงก็ ทำได้แล้วพวกเนื้อสัตว์ใหญ่นะคะก็เลิกกินอย่างเด็ดขาดคือเนื้อวัว เนื้อสุกร เนื้อไก่ นี่ที่บอกว่าเลิกอย่างเด็ดขาด คือ เพราะว่าเป็นคนทำอาหารให้ที่บ้าน รับประ ทาน อยู่บ้านก็เป็นแม่บ้านทำอาหาร 3 มื้อ แล้วก็ เขา ยังกินเนื้อสัตว์อยู่ที่บ้าน และก็ต้องผัด เ จเขี่ยบ้างหรือทำอาหารแบ่งบ้าง เมื่อไหร่ที่ เจเขี่ยไม่หมดพอแตะเนื้อเข้าไปมันจะรู้สึกผิดปกติ ก็ต้องรีบถ่ายออก แต่ว่ายังไม่ดีพอ หมายความว่า ยังมีน้ำลายของกิเลส ในพวกไข่และพวกเนื้อปลาก็แว้ง ๆ ไป คือ ตอนนี้ถ้าทานไข่เมื่อไหร่จะ เหม็นคาวและฉี่ออกมาจะเหม็นคาวไข่อย่างมาก ก็คิดว่าคงจะเลิกได้ภายในเร็ว ๆ นี้ กิเลสนี่บอกว่าป้าเป็นคนต้องขึ้นเครื่องขึ้นรถเดินเรือบ่อยเดี๋ยวจะไม่มีอะไรกินไม่รู้ว่าเครื่อง เขา จะเสริฟอะไร ก็เลยบอกว่ามีแอลเอ คือ อะไ รที่ยังมีไก่อยู่ ล่ะ นะ ซึ่งกิเลสมันก็จะบอกอย่างนั้นนะคะแต่วันนี้มารู้แล้วว่ากิเลสจะมาได้สารพัดพิษเลยเพราะฉะนั้น นี่ ก็จะ เรื่องความชั่วได้บอกไปแล้ว ทีนี้เรื่องความดีวันนี้ต้องบอกนิดหน่อยว่าวันนี้มีความภาคภูมิใจมากที่ได้มาเข้าค่ายในครั้งนี้เพราะว่าได้ไปชวนคนทั่วโลกแล้ว ที่จะให้มาเรียนวิชาของหมอเขียว ซึ่งมีประโยชน์สูงสุดสำหรับ ชีวิตมนุษย์ แต่คนที่บ้านตอนนี้อยู่อเมริกาก็เลยมาได้ ก็ไม่ได้ชวนก็เลยหันไปชวนน้องสาว กับน้องสาว นี่ ทะเลาะกันมาตลอดเคยด่ากันจะตัดญาติตัดพี่น้อง ข้อแรกที่อาจารย์สอนวันแรกที่บอกว่าเราอย่าไปคิดเรื่องไร้สาระมาเป็นสาระเพราะงั้นก็คิดว่าน้องเราทั้งคนถ้าเราชวนมาในทางที่ดีอย่างนี้ นี่ คือ เราก็ให้อภัย เขา ไม่โกรธ เขา ปรากฏว่าเธอก็มีบุญนะ พอโทรปุ๊ บ ! ก็มาปั๊ บ ! เรื่องปฏิบัติจะแค่ไหนก็ต้องรอดูว่าน้องจะเข้าถึงแบบของวิถีธรรมได้แค่ไหน อีกเรื่อง หนึ่ง ก็คือมีความยินดีที่ตัวเองวันนี้หลังจากฟังพระไตรปิฎกตอนเช้าแล้วก็เลยจะขออาจารย์ว่าให้จัดค่ายพระไตรปิฎกที่อเมริกาอาจารย์ยอมรับตรงนี้มีความสุขมากขอขอบพระคุณอาจารย์ไว้นะที่นี้ด้วย 4224020 42545 กรณีศึกษาที่ 7.1 48 นางสาวสุชนา ทิวถนอม อายุ 46 ปี เพศหญิง กราบนมัสการพระคุณเจ้าแล้วก็สมณะนะคะ กราบคารวะอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่ น้องจิตอาสาและผู้เข้าค่ายทุก ท่าน ค ่ ะ ชื่อสุชนา ทิวถนอม นะคะ เพศหญิงอายุ 46 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีพยาบาล ปริญญาโทบริหารธุรกิจ อยู่จังหวัดกรุงเทพมหานครนะคะ สภาวธรรมที่ได้มาที่นี้ ได้ฟังธรรมะของอาจารย์ ได้ยินมาอันหนึ่งก็คือ ในเรื่องของความสงสาร นี่เป็นหนึ่งในลักษณะของพระโพธิสัตว์ ตัวเองเป็นหนึ่งคนที่มีความสงสารมาก แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองจะสามารถเป็นพระโพธิสัตว์นะคะยังห่างไกลมากทีนี้ในความสงสารที่ตัวเองมี นี่ ทำให้เกิดนำพาไปสู่เรี ยกว่าสภาวะที่เป็นสุขเป็นปิติได้ และในขณะเดียวกันความส งสารก็นำพาเราไปสู่สภาวะทุกข์ได้ นะคะ พูดถึงในเรื่องที่มันทำให้เราเป็นสุขได้ก็คืออย่างการมาที่นี่รอบนี้ที่ตัวเองมาต้องบอกว่าสุขภาพนี้ไม่ได้เต็มร้อยเพราะว่ามีอาการของไฮเปอร์ไทรอยด์ ก็จะมี ลักษณะว่าใจสั่น หิวง่าย กินแป ๊บ ! เดียวก็จะหิวแล้ว แล้วก็ตาโปน เวลาใช้สายตา นี่ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้มือถืออะไร นี่ ก็จะปวดตา แล้วก็จะเป็นร้อนมาก จะอยู่โดยอากาศสมัยก่อน นี่ ปกติสมัยก่อนตอนเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์จะไม่รู้สึกร้อนเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เวลาร้อนก็ร้อนมาก ๆ นะ คะ ที นี้ด้วยลักษณะของโรคแล้วงานที่รับในฐานทะเบียนเป็นงานที่ต้ องใช้สายตาเยอะมาก ทำไปก็ปวดตาไป คลื่นไส้อาเจียนไป แต่ เรามีความรู้สึกว่า ถ้าตรงนี้เราไม่ได้ทำ แล้วพอดี พี่น้องในฐานทะเบียน พี่หลินก็ป่วยอยู่ระดับหนึ่ง แล้วป้าหลอง แล้วเรามีความรู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้ทำ นี่ อาจทำให้กระบวนการ เรื่องการลงทะเบียน เหมือนกับไม่สมบรูณ์ แล้วทำให้เพื่อนที่มาทำอาจจะโหลดงาน 4343400 57785 กรณีศึกษาที่ 7.1 49 นางสุดากาญจน์ แก้วดี เพศ หญิง ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบระลึกและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียว ทำอย่างที่พูด พูดอย่างที่ทำ เจริญธรรม สำนึกดีพี่น้องผู้รักสุขภาพ และใฝ่ธรรมทุกท่านค่ะ สัพ พ ะ ปาปัส ส ะ อ ะ ก ะ ร ะณัง กุส ะ ล ัส สู ป ะสัมปะ ทา ส ะ จิต ต ะ ป ะ ริโยท ะ ปะน ัง เอต ัง พุทธา น ะ สาส ะ น ัง ชั่วทั้งหมดไม่ทำ ทำกุศลให้ถึงพร้อม และชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์ ธรรม 3 อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตัวนิดเองกำลังฝึกฝนอยู่ค่ะถึงแม้จะเป็นน้อ งใหม่ในการเข้าสู่การปฏิบัติธรรม แต่ก็ยังมีความภาคภูมิใจที่ชาติหนึ่งได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา จากที่หลุดจากการอยู่ทางโลกียะมา เห็นสภาวะว่ามันทุกข์ เกินทนแล้ว อยากเข้าสู่ทางธรรม มีโอกา ส โชคดีมากที่ได้มาเจอธรรมะ ที่ ท่านอาจารย์หมอเขียวได้สั่งสอนมา จากที่เมื่อก่อนที่เราหลุดจากตรงนั้นมา เ ราแสวงหาธรรมะตลอด ก็แค่ได้ฟังมา ก็แค่ได้คิดตามแต่ก็ไม่เคยได้เห็นจากปัญญาตัวเองแท้ที่เกิดจากตัวเองจริง ๆ ก็เลยนำสิ่งนี้ไปฝึกปฏิบัติ ถามว่า สู้กิเลสอะไ รบ้างในระหว่างปฏิบัติ ก็พยายามละ ความชั่วนี่ ค่ะ ฟัง อาจารย์แล้ว อื อ หื อ ! โคตรชาติชั่วเลยนะคะ เยอะมากถ้าไม่มีคนสอน ไม่มีคนบอก ทุกคนก็ยังต้อง เอ้อ ! ถ้ามีคนสอนมีคนบอกเราก็คงไม่ชั่วหรอก สู้กับอะไรบ้าง ก็ลองฝึกดูนะคะ ตั้งแต่เดือนมกรา ถึงเดือนมีนา เป็นเวลา 3 เดือนของ ปี 58 ด้วยจากว่าเราทำงานทั้งทางโลกและทางธรรมมันก็จะมีอะไรมากระทบ ทั้งทางโลกและ ทางธรรม ทั้งสู้กับตัวเองสู้กับผู้อื่นรอบด้าน ถ้าจิตเราไม่เข้มแ ข็ง ไม่บริสุทธิ์มากพอเราก็คงจะอ่อนแอ เราก็คงจะล้มพับไปนานแล้ว แต่ที่ยืนหยัดมาได้ทุกวันนี้เพราะมีครูบาอาจารย์คอยชี้แนะ ที่ เขา เรียกว่าสัตบุรุษ นะคะ นิด ต่อสู้กับการนั่งวิ ปัสสนากรรมฐาน ครั้งแรกก็คือเคย เข้าคอ ร์ สนั่ง ครั้งห นึ ่ งก็ประมาณ 12 ชั่วโมง ค่ ะ ต่อสู้กับตัวเองผ่าตัดกิเลสออกมา เห็นตัวเห็นตนของกิเลสค่อนข้างชัด ซึ่งเมื่อก่อ นมันไม่ชัด แต่ตอนนี้ชัด สู้นั่ง พอหลังจากออกจากตรงนี้มาก็ไปปฏิบัติที่บ้าน 1 ชม . ตอนเช้า กับก่อนนอน 1 ชม. ทำอย่างนี้มา 3 เดือน แล้วกลางวันก็คือไปทำงานเพื่อพิสูจน์กับตัวเองว่าตัวเองจะทำได้ ไหม แล้วจะสู้ได้ ไหม มันก็ล้มลุกคลุกคลานได้บ้าง ไม่ได้บ้างแต่ก็ทำต่อเนื่องไม่หยุด และต้องการพิสูจน์ความจริงในเรื่องยา 9 เม็ด เพราะเรารักษาคนไข้รูปธรรมมาเยอะแล้ว เราอยากรักษาตัวเอง น ำ เรื่องของนามธรรม นิดปวดขามาก เป็นคนขี้ปวดขา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเยอะมาก ก็เลยใช้การนั่งวิปัสสานากรรมฐานรักษาโรคตัวเอง ช่วงที่เรา เกิดสภาวธรรมที่จิตมันว่าง จิต มีพลัง เราก็น้อมนำความดีและมีพลังตรงนั้นเข้าสู่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายรวมทั้งตัวเราด้วย แผ่ผ่านความรู้สึกที่ดีตรงนั้น ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้หลังจากที่เราออกจ ากวิปัสสนากรรมฐาน ตั้งแต่นั้นมา นิดไม่เคยปวดขาอีกเลย มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เราทำได้ มันเป็นสัจจะ ก็รู้สึกดีใจนะคะ ส่วนเรื่องให้เวลาน้อยเนาะ ! ไม่เป็นไร เราจะต้องว่องไว นะคะ ก็เอาเป็นว่านิดก็ได้ฝึกตรงนี้มาแล ะ ก็ได้สภาวธรรมตรงนี้ มา ก็ได้เห็น การเกิดของทุกข์ในสายปฏิบัติก็คือนิดก็ฝึกตรงนี้ ขอท่านพระ อาจารย์ ได้เมตตาชี้แนะนิด หนึ่ง นะคะ ว่า นิดก็จะตัดตรงขั้นตอนของสังขารไปเลยไม่ค่อยปรุ ง ค่ะ แล้วก็ไปดูที่ตัวอุปาทาน ว่าที่ข านิดหาย เพราะว่านิดไปพิจารณาว่า ตัวเราไม่ใช่ของเรา เมื่อเราไม่ใช่ตัวเรา เราไม่ยึดมั่นถือมั่น อาการปวดขามันหายไปเลยนะคะ นิดก็ตัดตรงที่สังขารแล้วก็มาไม่ยึดมั่นถือมั่นตัวเราตัวเขาทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเป็นไปตามเห็นไปตามความเป็นจริงอย่างนั้นเป็นต้นนะคะ ส่วนเรื่องความดีที่จะทำ จริง ๆ ความดีมันมีเยอะทำไม่ทันนิดก็เลยก่อนมา นี่ นิดตัดสินใจรื้อห้องแผนไทยที่บ้านออก เพื่อที่จะรองรับ พี่น้องที่ไปขอความช่วยเหลือที่บ้าน แต่ตอนรื้อออกก็ยังไม่คิดว่าจะทำอะไร แต่ตอนนี้คิดออกแล้ว คือทำอะไรในที่นี้หมายความว่านิดก็ยังต่อยอดเดิมที่จะบำเพ็ญบุญที่บ้านให้พี่น้องได้มาอาศัยได้มาพึ่งพาเราในฐานะที่เราได้แบ่งปันความรู้เผยแพร่ตรงนี้ออกไป ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้ว คือจะนำนโยบาย อ า จารย์ ไปปฏิบัติต่อที่บ้านนั่นคือเราจะจัดคอ ร์ สพระไตรปิฎก ที่บ้านเป็นเวลา 3 สัปดาห์ที่บ้านนะคะทุกเสาร์ - อาทิตย์หรืออะไรก็ได้ 2 วันในสามสัปดาห์แล้วก็อีกสัปดาห์สุดท้าย เราก็จะจัดค่ายสุขภาพ จะรับนโยบาย อาจารย์ หมอไปทำ เอ่อ ! ส่วนเรื่อง ความชั่ว เอาประเด็นใหญ่ ๆ เลยก็ได้ค่ะ เคยทำกินข้าวมื้อเดียวได้แล้ว สบายชิว ๆ แต่ก็คิดว่าตัวเองประมาทแล้ว ล่ะ ก็กินได้สองมื้อบ้างสามมื้อได้สบาย แต่คิดว่ากลับไปนี้ก็คงต้องพยายาม สู้กับมื้อเดียวให้ได้เหมือนเดิม และก็ที่สำค ัญความชั่วอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ชั่วคนเดียวไม่พอ ผิดศีลคนเดียวไม่พอยังไปชวนพี่น้องกินเนื้อ กินปลา กินอะไร นี่ กินปลาไข่อยู่ค่ะก็ ต้องพยายามลดละเลิกตรงนี้ให้เร็ว ต้องกราบขออโหสิกรรมเพื่อน ๆ พี่น้อง ที่นิดชวนกินเนื้อด้วยน ะ ขออโหสิกรรมด้วยกับที่พลาดพลั้งด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจนะคะ ก็ต้องกราบขออโหสิกรรมด้วยค่ะ สาธุค่ะ ก่อนจะจบวันนี้ ขอฝ ากกลอนไว้นิด หนึ่ง นะคะ อันไม้จันท น์ แม้จะแห้งก็ไม่ทิ้งกลิ่น หัสดินแม้จะก้าวสู่สงครามก็ไม่ทิ้งลีลา อ้อยแม้จะเข้าหีบยนต์ก็ไม่ทิ้งรสหวาน อันบัณฑิต ( พวกเราจิตอาสา)แม้จะทุกข์เจียนตายก็จะไม่ทิ้งธรรม สาธุค่ะ 4166870 635 กรณีศึกษาที่ 7.15 0 นางสุภาพร แสงสุวรรณโณ เพศหญิง ดิฉันนางสุภาพร แ สงสุวรรณโณ อยู่นครศรีธรรมราชนะค ะ การศึกษาก็จบปริญญาตรีของเกษตรแม่โจ้ค่ะ อดีตก ็เคยทำงานอยู่บริษัทสวนส้มธนาธร จํากัด ปัจจุบันก็ทำสวน ความชั่วของตัวเองก็คิดว่าส่วนมากจะเกิดขึ้นที่บ้านข้างนอกก็ไม่ เพราะว่าตัวเองก็อยู่กับแม่ และก็พี่สาว 4 คน ก็เหมือนกับว่าได้ไปกู้มา ได้รางวัลที่ 1 มา บางทีก็อยู่ในภาวะที่มีโทสะแต่ว่ามันก็แพ้บ่อยอยู่เหมือนกันพยายามทำให้ได้เยอะ คิดว่าเป็นการสะสมแต ้มไว้ มาคราวที่แล้ว คุณหมอบอก แต่บางครั้งก็พลาด เสียดายของกับข้าวราคาไม่กี่บาททำให้เรามองเห็นอะไรเยอะ ประมาทไม่ได้ เราจะจับอะไรไม่ได้เลย 4470400 10795 กรณีศึกษาที่ 7.15 1 นางสาวสุมาลี ปรีชาศิริพันธ์ อายุ 4 5 ปี เพศ หญิง ชื่อ สุมาลี ปรีชาศิริพันธ์ ชื่อเล่น ป้อม อายุ 45 ปี จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ทำความดีอะไรมาบ้าง คือได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้ของยา 9 เม็ดให้กับผู้ที่มีความทุกข์ทั้งที่มาเข้าค่ายและอยู่นอกค่าย หลัก ๆ เลยให้เขารู้ว่าสาเหตุแห่งทุกข์ คือ อะไรและวิธีดับทุกข์คืออะไร เขาจะได้เข้าใจเหตุและผล อะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล ดับทุกข์ก็ไปดับที่ต้นเหตุไปแก้ไขที่พฤติกรรม โดยที่เราจะบอกให้เขารู้แต่การตัดสินใจจะเป็นของเขา เราจะไม่ยัดเยียดและก็ได้พยายามที่จะ ทำ หลังจากที่เราเข้าใจนิยามของคำว่าความดี กับคำว่าบุญที่ชัดเจนขึ้นจากที่สมณะพ่อท่านได้อธิบายว่าความดี ก็คือกุศลที่เราทำทั่ว ๆไป บุญคือการชำระล้างกิเลสคือ โลภ โกรธ หลง ในตัวเรา และ ก็พยายามถ่ายทอดอธิบายตรงนี้กับคนที่เราได้พบแล้วเขามีความทุกข์ให้เขามีความชัดเจนขึ้น แล้วเขาจะได้พบทางที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่หลงผิดเหมือนเรานะคะที่แต่ก่อนเรา ไม่รู้ คำว่า “ บุญคืออะไร ” ที่แท้จริง เรานึกว่าบุญกับความดีเป็นตัวเดียวกันจริง ๆ แล้วมันเป็นคนละตัว กัน ความชั่วก็คือว่าหลงกินเนื้อสัตว์มานานตั้ง 4 1 ปี กว่าจะได้มาพบอาจารย์ ก็เพิ่งเลิก ชั่ วได้ 3-4 ปี คือทานมังสวิรัต ิแล้วก็จับได้ว่า ไม่ทุกข์ ไม่อาลัยแน่นอน รวมถึงเนื้อ นม ไข่ เนย ก็มีครั้ง หนึ่ง สงสัยมีโอกาสถามอาจารย์ว่าระหว่างคนที่กินมื้อเดียวแต่กินเนื้อ นม ไข่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่งกับคนที่กินหลายมื้อ กินมากว่าหนึ ่งมื้อ แต่เขาไม่กินเนื้อ นม ไข่ เลย ถามยังไม่จบอาจารย์ฟันธงเลยจุดตัดอยู่ตรงที่ไม่เบียดเบียนค่ะ ฉะนั้นก็คือว่าถ้าเราจะทำอธิศีลจริง ๆ จุดตัดจริง ๆ คือ การไม่เบียดเบียน ถ้าจับจุดนี้ได้คุณจะเลิกได้เอง ถ้าจับคำ ๆ คำนี้ได้ว่าไม่เบียดเบียน เนื้อ นม ไข่ มันเป็นการเบียดเบียน จับได้ไม่ยากไม่ลำบากและทุกวันนี้ก็มีความสุขดี ความชั่วอีกอัน หนึ่ง คือตอนนี้ตกมื้อกินหลายมื้ออยู่ ค่ะพยายามท ี่จะปรับปรุงพัฒนาตรงนี้เพราะ จับสภาวะว่า กินหลายมื้อเป็นการเสพควา ม ได้ดั่งใจเป็นเคหะสิตะเวทนาไม่ใช่เนกขัมมะสิตะเวทนา ก็จะเป็นการสะสมอัตตาสะสมกิเลสโตโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว จริง ๆ มันมีความซับซ้อนอย ู่ในนั้น คิดว่ามื้อเดียวก็คือกว ฬิ งก ร าหารเฉย ๆ จริง ๆ แล้วนัยยะมีมากกว่านั้นอีกมันซับซ้อนอยู่ในนั้น ก็รู้สึกจับตัวนี้ได้อยู่ก็พยายามปรับปรุงค่ะ สภาวธรรมคือช่วงที่ผ่านมาเจ็บขาทำให้เรายืนตัวตรงไม่ได้ก็จะหลังค่อมเป็นยายต้องถือไม้เท้า เพิ่งหายก่อนมีค่ายสัก 4 วันเอง ทำให้รู้ว่าสังขารไม่เที่ยง ยามที่เรามีพละกำลังมีอวัยวะครบจงทำดีอะไรที่เป็นความดีจงรีบทำอย่ามัวผลัดวันประกันพรุ่ง อันนี้เขายังให้โอกาสเราว่ารักษาไม่กี่อาทิตย์ก็หาย แต่ครั้งหน้าเขาอาจไม่ให้โอกาสเราอีก ถ้าชีวิตดับไปมันยังไม่เกิดคุณค่าประโยชน์อะไรเลย เรากิน เราใช้ในโลกนี้มาตั้งนานเท่าที่อายุเรามีอยู่ตายไปก็มีประโยชน์น้อยมา ก เลย ต้นไม้เขาล้มไปเขายังเอาไปทำฟืนได้ ของเราตายไปก็เป็นเพียงซากศพเท่านั้นเองไม่มีประโยชน์อะไรกับโลกเลย สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์เราต้อง รู้ก่อน คือผลนะคือ สอบตกข้อ 6 ไม่ได้ออกกำลังกาย และข้อ 9 ไม่ค่อยรู้พัก ก็กำลังปรับปรุงพัฒนาอยู่ หลังจากที่อาจารย์ประกาศลั่นกลองรบกับกิเลสก็คิดทำที่อาจารย์สอน ๆ คิดได้ว่ากิเลสคือจอมขมังเวทย์ที่ส ะ กดให้เราทำชั่ว อย่าแพ้เขานะค ะมาร่วมกันสู้ ขอบคุณค่ะ 4057650 68580 กรณีศึกษาที่ 7.15 2 นายสุเมธ พรมรักษา เพศชาย ขอโอกาสท่านอาจารย์ หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่น้องทุกท่าน ชื่อ สุเมธ พรมรักษา คงเป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เคยผลักดันงานอยู่ทางภาคเหนือ ที่ได้มารู้จักกับทาง พวธ . ก็ต้องขอบคุณแม่บ้านอาจารย์ศิริบูรณ์ ซึ ่ งป่วยจะเรียกว่าเปลี่ยนจากวิกฤตตรงนั้นจากปัญหาตรงนั้น เราก็ได้มาเรียนรู้ เรื่องรายละเอียดทางด้านธรรมะเพ ิ่ มขึ้น ที่จริงได้เป็นญาติธรรมมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2525 เราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตศึกษาธรรมะกับพี่น้องชาวอโศกมา และ ได้เข้าไปเป็นผู้รับใช้ในกลุ่มของ “ ภูผาฟ้าน้ำ ” หรือกลุ่มของเชียงใหม่ในสมัยนั้น โดย ลักษณะการทำงานของตัวเองคือ ยังไม่เหมาะ ที่จะอยู่ตรงนั้น คือยังชอบที่จะทำงานมวลชน ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต เริ่มมาปฎิบัติธรรมเมื่อปี 24-25 ก็ได้เริ่มเปลี่ยน เขาเรียกอะไร ปรับสัมมาอาชีวะของเรา การเรียนการสอนก็ปรับไปพานักเรียนทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยนช์ อบรมเข้าค่าย ที่นี่พอเข้าไปอยู่ในแวดวงของวัด ก็ยังติดนิสัยเชิงนี้ไป แล้วก็มีเครือข่า ยอยู่ในภาคเหนือ แต่ว่าทางชุมชน “ ภูผาฟ้าน้ำ ” มุ่งไปที่ความสงบ เป็นวั ดป่าเป็นงั้นไป ก็เลยต้องจัดสรร ตัวเองใหม่ ออกจากหมู่กลุ่มตรงนั้นมาแต่ก็ไม่ได้ท ิ้ งการปฎิบัติธรรม ยังบำเพ็ญ ต่อเนื ่ องมาที นี้พอได้มาเจอ แนวการปฎิบัติธรรมของหมอเขียว ก็มีความรู้สึกว่า “ อันนี้ ล่ะ ใช่ ” นี ่ คือแนวทางที ่ เราจะได้เพิ่มภูมิธรรม เพิ่มฐานในการปฎิบัติมากขึ้นในส่วนที่ตัวเองยังพร่องอยู่ การปฎิบัติก็ดีก็ส่วนกิเลสผสมผสานไปด้วยคือเราอ้างว่างาน คือ เวลาเราไปกับ เพื่อน ๆ นี่ จะไม่ได้ละเอียดในเรื่องของการมาจับสภา วะของตัวเอง โดยอนุโลม อย่างเช่น ที่ ไปช่วยงานที่อมก๋อย ก็จะรู้ดีว่า เวลาเราเข้าหมู่บ้านเข้าชุมชน นี่ ยัง ไ ง ก ็ คือต้องเอาใจชาวบ้าน ทำนองนั้นคือเราต้องเข้ากับเขาให้ได้ คือจะกิน จะอยู่ อะไรต่าง ๆ นี่ บางทีเราก็ต้องเอื้อเขาเพราะฉ ะ นั้น นี่ ในการคุมมื้ออาหารเราจะไม่ได้ระมัดระวัง ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 2 มื้อ เรื่องมังสวิรั ติ เรา ก็จะยืนพื้นมาตลอดอยู่แล้วเนาะ ส่วนเรื่องสำคัญ ๆ ของตัวเอง ในเรื่องของการปฎิบัติทางจิตนี้ก็คือเมื่อเราได้มาลดมาละ ได้มาพากเพียรร่วม 10-20 ปี ที่ผ่านมา นี่ ก็รู้ว่าสิ่งไหนที่เราจะต้องเร่งทำ คือให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญนะครับ อยู่ในหมู่กลุ่มของชาวอโศกก็รู้ว่าการทำตัวให้ดีเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 การช่วยคนอื่นก็เป ็ นอันดับรองลงไป แต่พอได้มาร่วมงานกับทีมของแพทย์วิถีธรรมเราก็รู้ว่านี้เราได้สิ่งที ่ เป็นคุณสมบัติ ในเรื่องของคุณธรรมในระดับ 1 แล้ว นี่ เราก็ต้องเร่งในการที่จะช่วยมวลมนุษย์ อย่างน้อย ๆ ในภาระที่เราอยู่ใกล้ ๆ พอสมควรไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงทีมงาน แล้วก็ขยับไปถึงระดับภาคเหนือ นี่ ผมก็อาสาที่จะรับงานโดยที่ไม่มีใครแต่งตั้งหรอกโดยเราสำนึก มีความรู้สึกยังงั้น ที่นี้พอขยับขึ้นมาแล้ว นี่ ก็มองเห็นอีกแล้วว่า คุณหมอก็ได้ให้โจทย์ ให้งานซึ ่ งพาเราทำยากขึ้นไปอีก ดูอย่างวันนี้รับงานเรื่องการศึกษานี้ จริง ๆ ก็รู้ว่าหลาย ๆ คนมีความถนัด มีความรู้เรื่องนี้อยู่ก็อยากจะชวนให้มาช่วยกัน มารวมกัน จริง ๆ ผมเป็นคนไม่ติดยึดอะไรมากมาย ก็พร้อมที ่ จะเชิญให้ทุกคนได้มีโอกาส มีส่วนร่วมทางด้านความคิด แล้วก็ลงมือปฎิบัติการ เราจะพากันไปในทิศทางของแพทย์วิถีธรรมนี้ ล่ะ แต่ว่าเราจะต้องออกแบบร่วมกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งหรือแค่จะฟังคุณหมออย่างเดียว เพราะ คุณหมอก็คงไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด อย่างเมื่อสักครู่ อ . ปลวก ได้มาปรึกษ าหารือเรื่องตั้งวิทยาลัยเกษตรกร อะไรขึ้นมา นี่ อันนี้ก็ยินดีที่จะร่วมไม้ร่วมมือกับทุก ๆ ท่าน ขอให้แสดงตัวออกมาแล้วเราจะร่วมมือกัน เพื่อภาระกิจอันยิ่งใหญ่ของคุณหมอเขียวของเรา เจริญธรรมครับ 4191000 46355 กรณีศึกษาที่ 7.15 3 นายสู่แสงสูญ มีมา เพศ ชาย อายุ 36 ปี กราบคา ร ว ะอาจารย์ใจเพชร กล้า จน เจริญธรรมพี่น้องผู้ใฝ่ในธรรม และบรรลุธรรม ทุกท่าน ครับ ผมสู่แสงสูญ มีมาครับ อาชีพ จิตอาสาครับ เป็นจิตอาสาทำงานฟรี อายุ 36 ปีครับ จบการศึกษา ปวส.คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก็มีโอกาสใช้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะว่ารู้ว่าพิษมันเยอะ สภาวธรรมนะครับ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้นขึ้น จากการที่เราไม่ค่อยจะรู้ว่าธรรมะจริงนั่นคืออะไร เรียนรู้ได้คำสอนของอาจารย์มาก็นำปฏิบัติใช้กับตัวเอง จนถึงปัจจุบันนี้ก็สภาวะที่เข้ามากระทบกับตัวเอง ก็สามารถที่จะแยกว่าเป็นกิเลสเป็นอัตตาได้แทบทุกตัวนะครับ ทุกตัวที่ตัวเองสามารถจับได้นะครับ แต่การประหารการฆ่า นี่ ก็เป็นลำดับขั้นนะครับ ผมก็ยังอยู่ชั้นอนุบาลอยู่ สำหรับตัวใหม่นะครับ ตัวเก่า ๆ ที่เราผ่านได้ก็ไม่ได้ติดไม่ได้ยึดอะไรแล้ว ไม่มีผลกระทบอะไรแล้ว แต่ตัวใหม่ ๆ ทีมันเข้ามา นี่ มันทำให้เราต้องหมั่นพิจารณาหมั่นฆ่านะครับ ผมส่วนสักกายะตัวใหญ่ ๆ ของผมก็คือจะอัตตาแรง ตัวเอง นี่ ค่อนข้างจะจับได้ บางเรื่องที่ไปกระทบกับพี่น้องหมู่มิตรดีสหายดี นี่ บางทีผมก็เสียใจนะ แต่มันก็เหมือนเด็กฝึกใหม่ บางทีก็ไม่รู้หรอก แต่พอมันกระทบไปแล้ว มันเกิดอาการของพี่น้อง นี่ บางทีผมก็เสียใจ เราก็นึกว่ามันไม่มีแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่นะครับผมมันจะซ่อนอยู่แอบอยู่ ใครจิ้มมากมันก็ไม่พอใจเหมือนกัน ก็พอรู้สึกตัวนะครับ เราก็กล่าวขอขมาลาโทษนะครับผม อันนี้ผมก็ทำอยู่เป็นประจำบ่อย ๆ แล้วก็ตอนนี้ก็จะรู้สึกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรผมก็ขอยอมจนเรื่องไม่ทันจบผมก็ยอมล่ะ จนพี่น้องบอกว่ามันไม่ใช่ฟังก่อน อะไรก่อน ผมก็ครับ ๆ บางที นี่ มันอาจจะเป็นอัตตาที่ซ้อนอยู่หลังจากจบเหตุการณ์นั้นผมก็จะเอา คำที่ปรึกษาพูดคุยตรงนั้นมาพิจารณาอีกทีหนึ่ง ดูรายละเอียดของคำพูดอะไรต่าง ๆ ระหว่างเรากับเพื่อนสหธรรมมิตรว่าเป็นอย่างไร ถ้ามีคำไหนที่มันไม่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน