สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การตั้งตบะจะได้บุญอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.39 KB
วันที่แก้ไข4 กันยายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การตั้งตบะจะได้บุญอย่างไร _ด.ญ.แก้วบุญ การตั้งตบะจะได้บุญไหมคะ พ่อครูว่า.. เราตั้งตบะแล้ว หากเราก็ไม่รู้จักว่าเราอ่านจิตเป็นไหม จิตของเรานี่ เมื่อเวลาเกิดกิเลสขึ้นมา เช่นเราเองเราจะไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งมันง่ายนะ เสร็จแล้วเราจะได้บุญไหม ถ้าเราตั้งตบะว่าจะไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว เราจะปฏิบัติอย่างไร ชีวิตเราก็ต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อสัตว์ที่มันผ่านไปผ่านมา เห็นเนื้อสัตว์ ที่เขาไปปิ้งย่าง ยำต้มล่อใจให้กินล่อใจท่านผู้ใหญ่กุมารีกุมารา เพื่อจะให้กินเนื้อสัตว์นั้น เราได้อ่านจิตใจหรือว่าเราได้แต่ ข่ม ตั้งตบะไม่กินแล้วอดทนเอาๆ ได้แต่อดทนเอานี้ไม่ได้บุญแต่ได้หยุดได้กุศล ได้ความเคยชินเป็นสมถะ ผลได้ดีขึ้นดีขึ้นเรียกว่าได้บุญ ได้บุญ บุญคืออะไร บุญคือรู้จักกิเลส ต้องมีปัญญารู้จักแยกจิตในจิต เวทนาในเวทนา กายในกายออกว่า อาการอย่างนี้แหละคือกิเลส แล้วก็ไม่ต้องไปลดรสอาหาร เช่นอาหารนี้เค็มก็ลดเค็มหรือว่าอาหารอร่อยเกินไปก็ให้ลดรสอร่อยไม่ใช่ แต่ให้ลดกิเลสของคุณ ไม่ใช่เป็นลดวัตถุหรือคุณภาพของๆ ให้ลดกิเลสทำกิเลสให้ลดด้วยปัญญา สะกดจิต กดข่ม มันไม่ได้ลดแต่มันหยุดพักชั่วคราว กดข่มมันมากๆ เช่นคนอดเหล้าเข้าพรรษา พอออกพรรษาทีนี้เมาทั้งวันเลย อดอยากมาตั้งสามเดือน พอออกพรรษาซัดใหญ่เลย หรือว่าอดไม่กินเนื้อสัตว์วันเข้าพรรษา แต่เมื่อออกพรรษาก็ ซื้อกินๆบำเรอ หน้าเจ อดสิบวัน พอออกจากเจสิบวันก็กินสารพัดสัตว์เลย มันก็ไม่ถูก มันก็มีปัญญารู้ว่าเราไม่กินเนื้อสัตว์อย่างไม่ได้กดข่ม ถ้าแค่เราไม่กินเนื้อสัตว์เพราะมันบาป ประเด็นเดียวก็ไม่ได้ แต่เพราะว่าเราติดยึดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสนี้เป็นหลักใหญ่ เป็นหลักสำคัญ เพราะเราติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสในเนื้อสัตว์ แต่คนไม่ค่อยจะนึกไม่ค

อ่านต่อ

่อยเข้าใจนึกไม่ค่อยออก ว่าเราติดในรูป รส กลิ่น เสียงสัมผัสอย่างไร แต่คุณศึกษาให้ดีเถอะ เนื้อสัตว์นี่มันมีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสอยู่ครบเลย เพราะฉะนั้นเราสามารถลดอันนี้ได้คือลดละกามคุณ 5 กามคุณ 5 เป็นตัวสำคัญเลยเป็นเรื่อง หยาบ อาหาร 4 มี กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณหาร วิญญาณาหาร คุณต้องรู้จักรูปนาม มโนสัญเจตนาหาร ต้องรู้ ตัณหา 3 ผัสสาหารต้องรู้เวทนา3 กวฬิงการาหารต้องรู้กามคุณ 5 เมื่อจะกินอาหารมันครบ กามคุณ 5 คุณติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรของมันทางตาหูจมูกลิ้นกาย เมื่อรู้แล้วก็ต้องรู้ถึงเวทนา 3 คือสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ คุณได้อันนี้มาใส่ปาก มันต้องกับความต้องการก็สุข มันไม่ต้องกับความต้องการก็เป็นทุกข์ หรือมันกลางๆเฉย แต่มันไม่ใช่มีปัญญารู้ เนกขัมมะลดกิเลส คุณกดข่มได้ก็เฉย ไม่สุขไม่ทุกข์อะไรหรอก แต่คุณไม่ได้แยกกิเลส ขณะนี้กำลังสัมผัสแล้วเกิดรส เกิดสุขเวทนา คุณผัสสะอันนี้แล้วคุณก็อ่านรูปนาม แล้วคุณก็รู้ มโนสัญเจตนา 3 มันมี 1กาม 2ภว 3วิภวะ มีตัณหา 3 ตัณหาในกาม ถ้าคนปฏิบัติแล้วในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสก็อยู่เหนือมัน ไม่ติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นพระอนาคามี อย่างนี้เป็นต้นก็เป็นเรื่องละเอียดละออของการปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้า มีเวทนา 3 ตัณหา 3 อารมณ์ สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ เพราะตัณหาทำให้เป็นสุขเป็นทุกข์ ก็ต้องอ่านเจตนา ธรรมะพุทธเจ้าปฏิบัติธรรมะทางจิตวิญญาณเรียกว่าอภิธรรม อภิธรรมเรียนจิต ใน 5 นามธรรม เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ นี่คือการปฏิบัติอภิธรรม แต่ทางโลกเรียนอภิธรรมไปไล่เจตสิก โสภณจิตต่างๆ ไปเล่นพยัญชนะแทนที่จะทำนาม 5 รูป 28 ล.26 ข้อ 1 เลย ท่านก็ไล่ ปฏิจจสมุปบาทไปหมดเลย ตั้งแต่อวิชชา แล้วสังขาร 3 แล้วก็วิญญาณ 6 นามรูป อายตนะ 6 ผัสสะ 6 ตัณหา 6 อุปาทาน 4 ชาติ 5(ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ) การศึกษาที่ผิดเพี้ยนไป แต่ นาม5 นี่ครบแล้ว ก็เอาไปเรียน รูป 28 ต้องรู้ เวทนาเป็นอาการอย่างไร เป็นความรู้สึกอย่างไร ต้องพิจารณาอย่างเป็นกรรมฐาน พระพุทธเจ้าแจกแจงเวทนา 108 หากเข้าใจทั้งร้อยแปดโดยเฉพาะแยกเคหสิตะกับเนกขัมมะ แล้วทำกิเลสของเคหสิตะโลกีย์ออก รู้จักกิเลสอ่านออก ลดได้ เป็นเนกขัมมะ 18 เรียนอภิธรรมมีอาจารย์คนหนึ่งพูดว่า ต้องพูดแต่ธรรมะนะหากไม่ใช่ธรรมะก็อย่าเอามาพูด แล้วอ.คนนี้ถือว่าอันไหนเป็นธรรมะเพราะธรรมะหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งทรงไว้ แต่ก็แล้วแต่คนไปจับเส้นว่า อาจารย์คนนี้หมายว่าอะไรคืออะไรคือธรรมะ แล้วที่จริงเรื่องโลกๆก็คือธรรมะคือสิ่งที่คนติด แต่ก็สอนให้คนพ้นโลกๆไง เขาสอนอย่างไม่มีขั้นตอนกันเลย แล้วก็หาว่าอันนั้นอันนี้ไม่ใช่ธรรมะ แต่ที่จริงธรรมะก็คือทุกอย่าง 610903_สำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 11

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน