สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ผลสำเร็จของพ่อครูคือสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.55 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ผลสำเร็จของพ่อครูคือสาธารณโภคี อาตมาอายุย่างเข้า 84 ปีแล้วอาตมาว่าอาตมาทำงานได้ผล เอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผยให้คนปฏิบัติคนเข้าใจได้แล้วก็เปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นอย่างทุกวันนี้เมื่ออยู่ในนี้ อาตมาขอพูดกับพวกเราว่าอาตมามีผลสำเร็จยิ่งกว่าเถรสมาคม ยิ่งกว่าใช่ไหม ให้คนมาเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว ลดละกิเลส โลภ แย่งชิงน้อย มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีคนไม่เห็นแก่ตัวเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น แบบที่ทุกคนก็ต้องการเป็นแบบนี้ นอกจากไม่เห็นแก่ตัวไม่ทำร้ายใครก็เป็นคนที่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรสิ่งที่ดีมีคุณค่ามีประโยชน์ แล้วก็เผื่อแผ่กินกัน ไม่ใช่เอาไปค้าขายเอารัดเอาเปรียบแบบทุนนิยม สร้างอะไรขึ้นมาได้ก็บอกว่าของข้าดีราคาดีต้องตั้งราคาให้สูงให้แพง ไม่ใช่ เรามาทำอะไรขึ้นมาดีๆแล้วก็แบ่งกันแชร์กันเกื้อกูลช่วยเหลือกัน นับถึงวันนี้แล้วอาตมาได้พาคนให้มีความรู้มีปัญญาได้เห็นจึงเป็นจริงแล้วมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหมู่เป็นสังคมสังคมชุมชนชาวอโศก ก็สำเร็จถึงขั้นสาธารณโภคี สาธารณโภคีเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นักเศรษฐศาสตร์ในโลกยังเข้าใจไม่ได้ยังเข้าไม่ถึง เพราะฉะนั้นสังคมที่มีสาธารณโภคีเป็นเศรษฐศาสตร์ขั้นสาธารณโภคี สังคมนั้นไม่ต้องจ่ายภาษี ทุกคนทำงานฟรีทำงานเอาเข้ากองกลางหมดเลย เราก็แบ่งกันกินกันใช้เป็นสังคมเศรษฐศาสตร์ที่สุดยอด แต่คนไม่เห็นค่า นักเศรษฐศาสตร์เขามองไม่เห็น นักเศรษฐศาสตร์ก็น่าจะรู้นะ สังคมแบบนี้ทำได้ไหม น่าจะมาวิจัยตรวจสอบ สังคมคอมมิวนิสต์เขาเป็นอย่างนี้ไม่ได้เพราะเขาใช้วิธีบังคับขูดรีด มาให้แก่กองกลางให้มาก คนที่ทำได้มากเขาก็เอามามาก คนก็ไม่ชอบ เราก็เป็นระบอบที่เหนือกว่าประชาธิปไตยเหนือกว่าระบอบคอมมิวนิสต์สุดยอดแล้ว เหนือกว่าเผด็จการด้วยก็ยิ่งแน

อ่านต่อ

่นอนอยู่แล้วเผด็จการเป็นเรื่องของการบังคับเขายิ่งไม่ต้องการให้ แต่เผด็จการมีอำนาจไม่ให้ก็ฆ่าได้ เขาก็จำนนซึ่งไม่ดี ดีต้องให้อิสรเสรีภาพ ชีวิต นั้นพระพุทธเจ้าเป็นผู้ศึกษาชีวิตกับสังคม พบความเจริญสูงสุดของมนุษย์และสังคม ให้คนได้เรียนรู้ปฏิบัติตาม ในศาสตร์ทั้งหลายที่มีในโลกนี้มีทั้งเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์สังคมศาสตร์อะไรอย่างนี้ ถ้าทำความเข้าใจศาสนาพุทธเนื้อแท้ให้ถูกต้องนี้มันจบ ไม่ว่าจะเป็นรัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์ทุกศาสตร์อยู่ในนี้หมด อาตมาว่าอาตมาฉลาดที่รู้อะไรดีที่สุดของมนุษยชาติ เพราะอาตมาเรียนรู้ตามพระพุทธเจ้า ก็พาทำสิ่งที่พระพุทธเจ้าพาทำที่สุดดีที่สุดแล้ว ยิ่งทำมานาน นานจะได้ครึ่งศตวรรษแล้ว ก็ยิ่งเห็นจริงว่าพระพุทธเจ้านี้เข้าใจถูก เราเลือกไม่ผิดหรอก เรามาทำงานที่ดีที่สุดแล้ว ที่ควรจะทำพัฒนา ให้พวกเราศึกษาช่วยให้รู้ความเป็นจริงนี้ให้ชัดเจน อันนี้เมื่อชัดเจนแล้วผู้เข้าใจที่เห็นว่าอันนี้ดีที่สุด ก็มาร่วมกันทำ อยู่ข้างนอกคุณเข้าไปแย่ง แย่งสมโลภ สมโกรธ สมหลง บําบัดความโลภความโกรธความหลงตัวเองมีมากหรือน้อยก็แล้วแต่ เสร็จแล้วก็ต้องเป็นหนี้ เป็นวิบากโลภ โกรธ หลงของแต่ละคน เพราะกรรมเป็นอันทำ กรรมเป็นของของตนกรรมเป็นทายาทธรรมของตนเองทำเป็นที่กำเนิดของตัวเอง กรรมเป็นเชื้อเป็นเผ่าพันธุ์ของตัวเอง กรรมเป็นที่พึ่งพาอาศัยของตัวเอง กัมมปฏิสรโณแปลว่าการพึ่งพาสงคราม รณะ คือสงคราม ส คือเป็นการประกอบการกระทำการปรุงแต่งขึ้นเพื่อเหตุคือสงคราม(พอครูไอ ตัดออกด้วย)

อาตมาก็ยังหวังว่าพวกเราจะเกิดปัญญาเกิดความเข้าใจว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ สถานที่เข้ามีหมู่กลุ่มก็มี มีโอกาสที่จะให้ทำด้วย เพราะความมารวมกันแล้วจะทำอะไร ก็เพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นอย่างน้อยให้เขารู้ความจริง ให้เขารู้ความประเสริฐพวกนี้ แล้วก็พาเขาทำอย่างอิสระเสรีภาพ เราไม่บังคับ แล้วเราก็มีชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านี้ดำเนินชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านี้ อาตมาได้บรรยายและสอนพวกเราไปหมดแล้ว วันนี้ก็มาเตือนความจำพวกเราเท่านั้น นานๆก็มีเวลาก็มารวมกันก็มาย้ำเตือนย้ำเตือน อยากให้มารวมกันถ้าเรามารวมกันเป็นกลุ่มมีความ แน่นหนามีปริมาณมากก็จะเป็นพลังงานสร้างสรรศาสนา สร้างสรรวัฒนธรรม สร้างสรรพฤติกรรม สร้างสรรพลังงานที่จะทำออกไปสู่สังคมโลก ให้เป็นพลังงานที่ดีให้เกิดจากการประกอบการออกไปสู่มนุษยชาติให้แก่มนุษยชาติ อาตมาว่าได้ประสบความสำเร็จแล้ว โดยที่ไม่ต้องยึดถือเป็นเราเป็นของเรา อยู่ร่วมกันเราก็พอกินพอใช้ชีวิตของเราไปรอด ไม่ต้องกังวลว่าจะกินอะไรจะมีอะไรใช้ โดยเฉพาะไม่ต้องใช้ดอกเบี้ย ไม่มีการเป็นหนี้ที่จะต้องเสียดอกเบี้ย

อาตมาว่าพวกเรารู้หมดแล้วแล้วแต่จะทำหรือไม่ พวกเราความรู้ความเข้าใจและต้องเอาความจริงมาตอบก็ได้ว่าควรจะมาทางโลกุตระหรือโลกียะ สถานที่ในเมืองตอนนี้มันออกไปทางกว้างไม่ได้แล้ว มันเข้าแข่งกันสูงสร้างตึกสูงๆ ลงใต้ดินก็มี อยากจะให้พวกเราทบทวนดูว่าสิ่งที่อาตมาเรียกร้องนี้ควรหรือเปล่า มารวมกันนี่ ราชธานีอโศกต้องการให้คนมาอยู่สัก 1000 คนจนป่านนี้ปาเข้าไป 30 ปีแล้วยังไม่ได้คน 1000 คนเลย ไม่ใช่พันคือหลังคาเรือนนะแค่ 1000 คน หลังคาโดยหนึ่งอาจจะมี 2 คน 3 คน 5 คนก็แล้วแต่ ตอนนี้คน 1000 คนยังไม่ได้เลยมันไม่ง่ายนะ ทำไมเสน่ห์ของโลกีย์มันแรงจังเลย ไปหลงโลกีย์กันจัง เสน่ห์อะไรกันนักกันหนา อาตมาว่านี่มันน่าจะเป็นเสน่ห์ กลิ่นของศีล สมาธิ ปัญญา หอมหวลยิ่งกว่าอะไรดี แหม? กลิ่นสวะต่างๆ มันเน่า กลิ่นไม่ได้น่าหอมหวล ทำไมไม่มาเอากลิ่นของศีลสมาธิปัญญาวิมุติอันหอมหวล คนเรานั้นมันโง่หรือฉลาดนะ ...ตอบได้ไม่อายกันเลยนะเข้าใจเลย อาตมาก็ไม่รู้จะพูดอะไรมากมาแล้วพูดไปก็เข้าใจกันแล้วแต่ไม่ทำก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อจนป่านนี้แล้วเมื่อยแล้ว ไม่เข้าใจก็เชิญเถียงมาเลย 601211 พ่อครูพบศิษย์เก่าศีรษะอโศก ที่มาช่วยทำ 5ส. อาคาร บวร ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน