สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กายวิเวกแบบพ่อครูสอน.docx
เนื้อหาในไฟล์
7 สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กายวิเวกแบบพ่อครูสอน กายวิเวก คือ ธรรมะสองคือรูปกับนาม สงบสงัดจากกิเลส ไม่ได้หมายถึงร่างกายนี้นิ่งสงบหรือไปหนีไปอยู่ในที่ๆสงบจากเสียงอึกทึกวุ่นวายแสงสีเสียงโลกียะที่เป็นกามภายนอก หรือร่างกายไม่กระดุกกระดิก มันไม่ใช่ แต่ว่าคือห้องประชุมของรูปและนาม วิเวก จากอกุศลหรือกิเลส ตายเกลี้ยงเลย เข้าใจไหม แล้วเอาไปทำได้ใช่ไหม เมื่อเข้าใจโลกเข้าใจนะ เข้าใจกายเข้าใจจิต ก็ทำจิตที่มันมีฤทธิ์เดชให้มันหมดฤทธิ์ แล้วจิตที่จะให้หมดฤทธิ์คือจิตที่เป็นอกุศล ยิ่งถ้ามันดับมันหยุด ลดฤทธิ์ลงจนมันดับเลย จิตที่แท้ก็ยิ่งใสสะอาดที่มีพลังคล่องแคล่วปราดเปรียว ไม่ใช่เฉื่อยเนือย แข็งทื่อ กายวิเวก คือ ความสงบสงัดทางกายนั้น ก็หมายถึงจะต้องปลีกกายออกไปสู่ที่สงบสงัด ดังเช่นที่ตรัสสอนเอาไว้ในต้นสติปัฏฐาน ว่าไปสู่ป่า สู่โคนไม้ หรือว่าเรือนว่าง แม้ว่าการมาสู่สถานที่นี้ อันเป็นที่ที่จัดไว้สำหรับปฏิบัติทางกรรมฐาน อันเป็นที่วิเวกคือสงบสงัด ก็ชื่อว่าเป็นการปลีกมาสู่ที่สงบสงัดได้ พ่อครูว่า...เขาเข้าใจว่าเป็นรูปธรรมภายนอก ไม่เกี่ยวกับนามธรรมเลย กายวิเวก แต่ที่พระพุทธเจ้าพูดถึงสติปัฏฐานเพราะเป็นการนั้น พระพุทธเจ้าสอนภิกษุทั้งหลายที่ได้หลงทิศทางไปสู่ป่า ไปเข้าใจผิดหนีเข้าป่า หาที่สงบสงัด พระพุทธเจ้าตรัสกับผู้ที่หลงทิศทางอย่างนั้นท่านใช้คำว่า วา คือ ทำแบบนี้ก็ดี ตามที่ท่านสอน คำพูดในขณะกาละนั้นที่ต้องพูดกับคนหลงผิดอยู่ ท่านว่า ก็ดีๆนี้ผิดทั้งนั้น ความจริงแล้วอยู่ในชีวิตสามัญทำอาชีพการงานอยู่กับสังคมสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ดีหมด ทำได้เหนือหมด ไม่จำเป็นต้องหนีไปโคนไม้ อย่างนั้นมันไม่เก่งอะไร แต่ต้องกระทบสัมผัสอยู่เหนือไม่ต้องหนีแล้วมีจิตมั่นคงไม่หวั่นไหว ไม่เกิดกิเลส เมื่อไม่หนีก็อยู่
อ่านต่อ
กับมวลมนุษยชาติ แล้วช่วยเหลือมนุษยชาติ จึงเป็นคุณค่าต่อมนุษยชาติ ไม่ใช่หมู่น้อยๆด้วย จะเป็นพหุชนะหิตายะได้อย่างไร จะมากขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับบารมี แต่การไปหนีออกไปนั้นมันมากที่ไหน เมื่อเข้าใจผิดอย่างนั้นก็ปลีกไปอย่างนั้นก็ยึดมั่นถือมั่นในคำสอนเดิม เมื่อสมณะโพธิรักษ์พูดเขาก็ไม่เชื่ออีก เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้สู่ที่ชอบที่ชอบ http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/somdej/sd-295.htm 600925_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 2