สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน เรียน สมมุติสัจจะของนักศึกษา ปวส.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.78 KB
วันที่แก้ไข26 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน เรียน สมมุติสัจจะของนักศึกษา ปวส. _ไม่ประสงค์ออกนาม คำถามถึง พ่อครู ได้คุยกับศิษย์เก่าคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า ในสมัยเขาเป็นนักเรียนสัมมาสิกขา เขาได้ฝึกปฏิบัติในเรื่องระเบียบ กฏเกณฑ์ต่างๆที่โรงเรียนกำหนด พอจบมาเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นและเคยได้ไปทำงานหาเงิน ในช่วงปิดเทอมบ้าง ก็พบเห็นสังคมภายนอกที่ไม่ค่อยน่าอยู่ ประกอบกับได้ยินพ่อครูเทศน์บอกศิษย์เก่าว่าอยากให้อยู่ช่วยงานวัด จึงเกิดความคิดที่อยากจะอยู่วัดต่อและจะได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปด้วย เพราะเห็นเพื่อนๆพี่ๆว่าพอศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น คือ ปวส. ก็ไม่ต้องปฏิบัติตัวเองให้อยู่ภายใต้กฏระเบียบที่เคร่งครัดเหมือนนักเรียนสัมมาสิกขา ไม่ต้องใส่เครื่องแบบ ไม่ต้องตัดผมสั้น ไม่ต้องมาทำวัตรเช้า ไม่ต้องเข้าแถวรวมตัว ไม่ต้องตื่นนอน-เข้านอนให้ตรงตามเวลาที่กำหนด จะไปไหนมาไหนก็ตามแต่ใจ จะใช้เงิน จะใช้โทรศัพท์ ก็มีอิสระไม่มีใครจะมาว่าได้ เพราะได้ผ่านการฝึกฝนถึง 6 ปีมาแล้ว และเห็นว่าเรื่องการแต่งเครื่องแบบตามระเบียบไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะการแต่งกายไม่ได้วัดว่าคนๆนั้นมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ได้ร่ำเรียนมา อย่าวัดคนที่การแต่งกาย และความรู้สึกอีกอย่างที่นักเรียนสัมมาสิกขาไม่สามารถพัฒนาศีลของตัวเองได้เป็นเพราะ ครูตั้งระเบียบกฎเกณฑ์จนนักเรียนปฏิบัติไม่ได้จนเกิดความกดดันต้องไประบายออกทางอื่นจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของชุมชน , ครูเอาใจใส่นักเรียนและใกล้ชิดกับนักเรียนน้อยไปทำให้มีช่องว่าง กราบนมัสการถามพ่อครูว่า 1. การศึกษาของสัมมาสิกขาทุกที่ มีระเบียบแบบนี้หรือเปล่าครับ แล้วมหาวิทยาลัยของชาวอโศกที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้ ใช้หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติแบบนี้หรือเปล่าครับ พ่อครูว่า...ไม่ใช่แบบที่เข้าใจหรอก

อ่านต่อ

อันนั้นเละ ปล่อยไปตามอิสระไปทำตามใจอะไรได้ทุกอย่างอย่างที่เขียนมานี้ เขียนมายังไม่หมดนะ ปล่อยไปต า มอิสระเสรีภาพจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่ ทั้งปวส.หากจะมีมหาวิทยาลัยก็ต้องมีกฎเกณฑ์

2. ถ้าทิฏฐิของนักเรียนสัมมาสิกขาและศิษย์เก่าที่เรียนต่อระดับ ปวส. เป็นแบบนี้ จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรครับ พ่อครูว่า..ก็เข้าใจแบบนี้ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้เท่านั้นเอง ปวส.ก็ต้องมีกฎเกณฑ์ ที่บอกว่าปล่อยเพราะว่าเขามีคุณวุฒิวัยวุฒิพอสมควร ให้ปล่อยได้ตามลำดับเป็นธรรมดามีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ก็ต้องตั้งตามวุฒิภาวะของแต่ละคน ทำตามลำดับอยู่แล้ว

3. สมมุติสัจจะของโรงเรียน คือ ระเบียบที่โรงเรียนตั้งขึ้นมา มีความสำคัญหรือไม่ที่นักเรียนและทุกคนไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ควรยึดถือสมาทานไว้ เพื่อเป็นหลักวิธีการและรูปแบบในการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมเชื่อมโยงกับสังคมภายนอกในการสืบทอดวัฒนธรรม พ่อครูว่า..สมมุติสัจจะสำคัญเท่ากันกับปรมัตถ์แต่มันหยาบกว่ากัน ต้องสมาทาน สมมุติสัจจะถ้าสังคมใดไม่มีก็จะเละเทะ ถ้าสังคมใดที่ไม่มีความสามารถทำ ปรมัตถสัจจะ ก็จะอยู่กับ สมมุติสัจจะที่เข้ม ไม่อย่างนั้นไปไม่รอด อย่างมุสลิมหรือญี่ปุ่น ผู้ที่เข้าใจปรมัตถธรรมก็จะอนุโลมปฏิโลม เข้าใจสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เข้าใจว่านี่เด็ก 5 ขวบ 10 ขวบ 20 ขวบ หรือเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะรู้แม้แต่นิสัยใจคอจริต นี่เป็นปรมัตถสัจจะ เข้าใจว่าเขาก็เป็นอย่างนี้ เข้าใจในสัปปุริสธรรม 7 อยู่ในนี้ทั้งนั้นเลย พระพุทธเจ้าเรียบเรียงไว้ครบหมดแล้ว

4. อิสระที่ศิษย์เก่า ปวส.ควรจะมีเกณฑ์ยืดหยุ่นในขอบเขตใด จึงจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต นักเรียนสัมมาสิกขาในเชิงลบน้อยที่สุด กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า.. ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านใช้ สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 อย่างไรเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ได้เจตนาร้ายไม่มีอคติอะไร มันสุดวิสัยตรงที่ว่า มีผู้ยังมีอคติในตัวบ้าง จะทำอย่างไรได้ ก็ต้องช่วยดูแลกันเท่านั้นเอง

600925_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน