สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สีลัพพตุปาทาน และอุปาทาน 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สีลัพพตุปาทาน และอุปาทาน 4 _ปรีชา..ขอต่อภาค 2 ... คือว่า หลังจากที่รับคำสอนว่า ให้ภาวนาอนิจจังทุกขังอนัตตา ต่อจากนั้นมานั่งทำเอง โดยจับความรู้สึก ลมหายใจเข้าจมูก อนิจจังทุกขัง หายใจออกอนัตตา เร็วขึ้นด้วยเรื่อย เร็วจนจิตมันคิดไม่ทันตามไม่ทัน การภาวนานั้นก็หายไป เปลี่ยนเป็นการเกิดและดับขึ้นมา กลายเป็นว่าการภาวนาหายไป ที่ลมหายใจก็หายไป พอถึงตอนนั้นก็รู้สึกว่า…มันเกิดปีติ พ่อครูว่า...มันผิดทาง เลิกไปเลยที่เคยทำมา แล้วมาทำตามที่อาตมาอธิบายศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติให้ได้ ที่คุณไปเป็นอะไรพวกนั้นเป็นนามธรรมที่ไม่ได้เรื่อง เป็นมิจฉาทิฐิ เป็นอุปาทาน หากคุณไปวุ่นอยู่ คุณก็จะถามอาตมาจนอาตมาตายไปแล้ว คุณก็จะไปถามคนอื่นต่อ มันไม่ใช่ทาง ทุกวันนี้อาตมาตีทิ้งระบบนั่งหลับตาไปสร้างสีแสงอะไรพวกนี้แล้ว ถ้าคุณเข้าใจ อาตมาว่าทำทาน ตามที่พระพุทธเจ้าสอนคุณอย่าไปมี สาเปกโข จิตของคุณทานแล้วก็คือจบ ไม่ต้องมีอะไรต่ออีกตัดเลยไม่ต้องสร้างความหวัง สาเปกโขคือความหวัง หากหวังอะไรอีกนิดหน่อยมันก็จะเป็นสภาพที่ต่อเนื่องต่อไป ทานแล้วตัดเลย ให้เขาไปแล้วก็จบ ถ้าคุณยังมีอะไรต่อ มันมีภพทันที มันมีภพมีชาติทันที เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องสามัญ ยิ่งคุณไปติดเรื่องพวกนี้ คุณฟังแล้วเข้าใจยากยิ่งจะมาฝึกก็ยากเพราะฉะนั้นตัดเรื่องเหล่านี้ทิ้ง คุณไปเอาที่อาตมาอธิบายเบื้องต้นศีล สมาธิ ปัญญาให้ชัด เอาที่ศีลข้อ 1 2 ศีลข้อ3 ยังไม่ถึงก็ไม่เป็นไร เอาข้อที่ 1 และ 2 เกี่ยวข้องกับสัตว์กับคนคุณชอบใจหรือไม่ชอบใจ กับ ศีลข้อที่ 2 เท่าของวัตถุต่างๆกับพืชพรรณธัญญาหาร ที่เราร่วมใช้ร่วมทำอยู่นี้ เรากระทบพวกนี้ เรายังยึดถือจะเอาเป็นเราเป็นของเรา โดยทุจริต และแม้ไม่ทุจริต มันก็ยังอยากได้เป็นเราเป
อ่านต่อ
็นของเรา ยังอยากไปแย่งอันนั้นอันนี้ พวกนี้มาทางนี้ อ่านจิตทางนี้ อาตมาขอตีทิ้งที่อาจารย์คุณสอนมาเก่า เลิกเลย มาทำอย่างที่อาตมาพูดนี้ มันไปตีสิ่งที่คุณยึดถืออยู่ เป็นสีลัพพตุปาทาน มันครบหมดเลยเป็นอุปาทานทั้ง 4 กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน คุณไม่ปล่อยสิ่งที่คุณยึด กามุปาทาน คุณก็ยึดถือสิ่งที่คุณยังติดใจ ไม่มาเอาอย่างที่อาตมาสอน ทิฏฐุปาทาน คุณก็ยึดถือสิ่งที่คุณจะถือว่าดีกว่าสิ่งที่อาตมาสอน คุณก็ไปยึดถือทฤษฎีเก่า คือศีลพรต คุณยึดถือสิ่งที่คุณยึดว่าเข้าใจๆ แต่คุณยังไม่เข้าใจเลย กามก็ไม่เข้าใจ ทิฏฐิก็ไม่เข้าใจ ศีลก็ไม่เข้าใจ จึงได้แปลภาษาว่าเอาแบบพ่อท่านนี่แหละ เป็นโพธิสัตว์เป็นผู้ที่สอนได้แต่คุณไม่เอาตามที่สอนเลย ยังดีที่คุณยังอยู่กับหมู่กลุ่มแต่คุณไม่ได้ใส่ใจที่อาตมาสอนเป็นขั้นตอนเลย คนเราไปติดยึดสิ่งที่สูง แต่ขั้นต้นไม่สนใจไม่เอา เราคิดว่าเราสูงแล้ว ตัวเราเข้าใจแล้วแต่ที่จริงคุณไม่เข้าใจหรอก คุณยังไม่ได้ด้วยตัวเองตัวตน เหมือนกับคนทั่วไปที่เรียนมาเยอะ ฟังอาตมาพอจะเข้าใจ แต่เขาก็ยังยึดถือว่านี่แหละถูก เพราะฉะนั้น จบที่อัตวาทุปาทาน เขาได้แต่ตําราบัญญัติความเข้าใจที่เขาคิดถึงอยู่ เขาไม่ได้เข้ามาหาตั้งแต่เริ่มต้น กามุปาทาน สัมผัสเป็นปัจจัยในปัจจุบันในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส สัมผัสกับสัตว์สัมผัสกับของ สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ มาเรียน 3 ข้อของศีลนี้ให้ดีก่อน คุณก็ยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่อาตมาพูดเลย เอ้าใจดีๆ มันยังไม่ถึงขั้นจะเข้าใจก็อย่าไปคิดมากอยู่กับหมู่กลุ่มไป ให้คุณวางของเก่าก็แล้วกัน เลิกของเก่าให้หมดก็แล้วกัน
_รอยใบไม้...อย่างเรื่องอุปาทาน การกำหนดจิตฟังแล้วก็ยังสงสัยอยู่ เราจะใช้อุปาทานในทางเป็นประโยชน์ได้ไหม เช่นสมมุติว่าเขามีการแทงปาก เข้าทรง พ่ อครูว่า...ได้ แต่ใช้ให้เป็นประโยชน์แต่มันก็ไม่เที่ยง อาตมาก็ใช้ในการทำงาน มีกับคุณด้วยกับใครๆด้วยแต่แท้จริงอาตมาไม่มี _รอยใบไม้..คนไม่สบายเจ็บป่วยแล้วเชื่อว่าเราจะต้องหายได้ เป็นการสร้างอุปทานใช่ไหมแล้ว พ่อครูว่า..ใช่ มันก็ช่วยได้ _รอยใบไม้...เราจะทำให้อุปาทานนี้มีฤทธิ์แรงมากขึ้นได้อย่างไร พ่อครูว่า..เราก็ต้องมั่นใจว่าอันนี้ใช่มันต้องได้ แต่มันก็จะเคยตัว มันจะเคยชิน เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นดาบสองคม คุณได้ประโยชน์แต่คุณก็มีตัวติดอีก คุณเอาไปใช้มันจะต้องมีพลังงานที่จับตัว ที่จะปล่อยวางอีกทีมันก็ยาก อันนี้มันเป็นพลังรวมของพลังงานจิตแล้ว จึง อย่าไปกังวลมันอย่าไปใช้อุปาทาน ล้างอุปาทาน ตั้งแต่ตัวหยาบ กลาง ละเอียดไปเรื่อยๆ 610913_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 14