สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน ธรรมะ 1 คือจิตว่างระดับหนึ่ง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน ธรรมะ 1 คือจิตว่างระดับหนึ่ง ธรรมะ 2 ทำให้เหลือธรรมะ 1 ถือว่าเป็นจิตว่างในระดับหนึ่งแล้ว คือไม่มีเมถุนไม่มีคู่ เพราะฉะนั้นจะไม่เกิดปฏิกิริยาต่อสังขาร ไม่ปรุงแต่งกันอีกแล้ว ไม่ปรุงแต่งกับใครอีกแล้ว เป็นโดดเดี่ยวแด เพราะฉะนั้นคนนี้พ้นทุกข์แล้ว ผู้ที่จะมีคู่ คือผู้ยังมีสังขาร แต่สังขารกับวัตถุ สังขารกับกรรมกิริยา ยังมีทุกข์นะ สังขารเรื่องของที่จะไปมีคู่ เลิกเลย ไม่มีแล้ว ที่ยังมีคนเกิดร่วมกับเรา จะไม่ หรือแม้แต่จิตสูงสุดเป็นเป็นขั้นอนาคามีภูมิ คนนี้จะไม่แต่งงานไม่มีคู่อีก มันมีนัยลึกสำคัญเรื่องของอจินไตยเป็นวิบากไม่ขออธิบาย ซึ่งจะเหลือเศษวิบาก ชาตินี้จะต้องมามี ชาตินี้อาตมามี 3 คู่แต่ไม่ได้แต่งงาน ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรไม่ได้ก่อเรื่องราวว่า นี่คือแฟนฉันนี่คือเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไม่ใช่ ก็ทุกคนสบายๆจากกันไปด้วยดีทุกคน เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่นะแฟนทั้ง 3 คน ยังไม่ตาย คนแรกอายุเท่าๆกัน อยู่วารินฯนี้แหละ คนที่ 2 ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหน ส่วนคนที่ 3 นี้ อยู่อังกฤษอย่างนี้เป็นต้น มันเป็นวิบากเราไม่มีเรื่องราวอะไรมากมาย เหมือนพระพุทธเจ้าสมณโคดม ก็มีหลายคนแต่เขาไม่เล่าในตำนาน ก็มีตำนานพระยโสธราพิมพา เป็นคู่คนเดียวคนที่สุดแห่งที่สุดท่านก็เล่ามา จนสุดท้าย พระนางยโสธรา จนพระพุทธเจ้าบอกว่า พระอานนท์ปล่อยให้นางยโสธราเขา ก็ร้องไห้คลอพระบาท เป็นเรื่องที่ถ้าใจไม่แข็งนะ พระพุทธเจ้า หรือแม้แต่เป็นพระเวสสันดร เรื่องลูก หากใจไม่แข็งชูชกไม่เหลือหรอก คนก็ว่าพ่ออะไรคนเขามาทำร้ายลูกก็ยังใจดำ ทิ้งเมียทิ้งลูกอีก เป็นเรื่องสิริมหามายาเดาเอาไม่ได้ เป็นเรื่องเดียวที่จะคิด ไม่ใช่สามัญของปุถุชน เป็นเรื่องวิสามัญของอาริยะ ที่จะต้องชัดเจน
ธรรมะ 2 ที่ท่านบอกว่า ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็
อ่านต่อ
นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ประโยคนี้เป็นสิ่งที่อาตมาถือว่าเป็นหัวใจของศาสนาพุทธยิ่งกว่าอริยสัจสี่อีก เป็นหัวใจของผู้ปฏิบัติที่ผู้ที่เป็นอริยะเท่านั้นจะพูดกันรู้เรื่อง แต่ทุกข์อาริยสัจ ก็เข้าใจกันได้ทั่วไป แต่ถ้าไปถึงขั้น เทฺว ธมฺมา แล้วก็เป็น เอกสโมสรณา ความเป็นหนึ่งในสอง ความเป็นสองไม่ได้หายไปแต่ทำให้เป็นหนึ่งได้เสมอสำเร็จแล้วจะเป็น 2 สรุปเป็นภาษาไทยง่ายๆแค่นี้ 2 นี้ทำให้เป็นหนึ่งได้ หรือ จริงๆแล้วเป็นศูนย์ได้แล้ว เป็นปุงลิงค์จนเป็นนปุงสกลิงค์ เป็นศูนย์นั้นต่างกับ 1 ต่างจาก 2 แน่นอน ผู้เข้าใจว่าเป็นหนึ่งหรือเป็นศูนย์ ก็จะไม่มีการเป็นสองที่จะเกิดการปรุงแต่งขึ้นอีกเลย แม้แต่เป็นหนึ่ง ไม่ไปศูนย์แล้ว มาทรงอยู่ในสภาพ 1 แต่ทำงานกับอีกหนึ่งอื่นๆได้ทำงานกับอีก 2 อีก 3 อีกล้านชีวิตได้ โดยไม่มีกิเลสเกิดอีกเลย ถือว่าเป็นอรหันต์ อรหันต์จะประมาณตนว่าอันนี้ พระพุทธเจ้า บอกว่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเป็นอันตรายอันแสบเผ็ดแม้แต่พระอรหันต์ขีณาสพ แม้แต่ผู้ที่สิ้นอาสวะ แต่ขอเติมได้ว่า จะไม่เกิดกับผู้ที่ อุภโตภาควิมุติซึ่งหมดอนุสัย แต่หมดแค่อาสวะนั้นไม่แน่ ขีณาสพ คือผู้ที่สิ้นอาสวะ แต่ว่าอนุสัยของคุณยังมีอยู่ ผู้ที่จะพูดว่าอนุสัยหมด คุณจะต้องมั่นใจถึงขั้น ขีณาสพ ผู้อนาคามีนั้นจะรู้แล้ว จะไม่ประมาทมาพูดหรอก คนธรรมดานั้นจะไปแยกอาสวะอนุสัยนั้นอย่าเลย พูดไม่รู้เรื่องหรอก มันยังหยาบอยู่ จึงต้องพูดอย่างประมาณว่าเราจะพูดกับอนุปสัมบัน ขนาดไหน แต่ที่อาตมาพูดนี้เป็นกลางๆ เขาจะตู่ว่า พูดออกโทรทัศน์คนที่เป็นอนุปสัมบันก็ฟังอยู่นะ ก็จะปรับอาบัตินะ อาตมาก็บอกว่า นัยละเอียด คนอุปสัมบัน ฟังอาตมามากกว่า อนุปสัมบัน คนที่จะกดดูอาตมาแค่ 10 วิว อันนี้เป็นไปได้ แต่คนจะดูเป็นล้านวิวนั้นไม่ได้ มันไม่มันไม่สนุกอะไรเลยดีไม่ดีถูกด่าด้วย คำตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ต้องเป็นอรหันต์หรือไม่ ไม่ใช่ เริ่มต้นเป็นพระอาริยะขั้นต้นเป็นพระโสดาบันก็มีอัญญธาตุก็ได้แล้ว ที่เป็นธาตุต่างจากโลกีย์แล้ว เริ่มเป็นส่วนสุญญาณูของพระเจ้าของธรรมกาย คุณอู๊ด นักรบธรรมว่า...อย่างน้อยต้องเป็นพระโสดาบันใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...ก็เป็นยังไม่เป็นโสดาปัตติผลก็ได้แต่มีอัญญะธาตุแล้ว พ่อครูพูดถึงคุณอู๊ด นักรบธรรมว่า...คุณมีแกนของ Static มีปัญญารู้ว่าอาตมาเป็นใครจึงชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นไม่ทนหรอกถูกคนดีดเอาอย่างนั้นไม่ทนหรอก สมณะเดินดินว่า... เป็นผู้ที่ให้พื้นที่เชียงรายอโศกแต่ตอนนี้ทางเชียงรายอโศกไม่ให้เข้าพื้นที่ คุณอู๊ดว่า...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ พ่อครูว่า...เอาล่ะขอสรุปอีกที ก็คือธรรมะ 2 นี่แหละเป็นเรื่องที่อาตมาเอามาพูดย้ำซ้ำซากอีกมาก ถึงบอกว่าอันนี้เป็นหัวใจศาสนาพุทธอย่างสำคัญยิ่งกว่าอริยสัจ 4 ทุกขอริยสัจ มันก็ยังหยาบกว่า คล้ายๆกับว่าสมุทัยของอริยสัจ คือตัณหา แต่สมุทัยของการปฏิบัติธรรมนี้คือ สัมผัส ผัสสะ ต้องมีสัมผัสเป็นปัจจัยจึงจะมีสมุทัยในการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ พวกนั่งหลับตาปฏิบัติโมฆะไปจากศาสนาพุทธแล้วไม่มีผัสสะในสมุทัย ในมูลสูตร ยืนยันหลักฐาน จะมีสมุทัย ต้องเรียนรู้มนสิการ จัดการใจกับตัวเองต้องรู้จัก สักกายะจริงของตน แล้วต้องมีหลักเกณฑ์อุบายเครื่องออกเป็นศีลพรตวิธีปฏิบัติ ปฏิบัติอย่างพิจารณาความไม่เที่ยง พิจารณาถึงเหตุของมัน มันไม่มีตัวตน สรุปคือไตรลักษณ์ ซึ่งยากมากไม่ง่าย คุณจะมีปัญญาเข้าใจถึงความไม่เที่ยงความเป็นทุกข์ความไม่มีตัวตนนี้ จนมันมีพลังงานที่เป็นปัญญาลึกพอที่จะทำลายไฟราคะไฟโทสะไฟโมหะได้ ภาษาก็พูดให้ฟังได้แค่นี้ แต่คุณต้องมาพิสูจน์ว่า เราทำพลังงานบุญหรือพลังงานที่ ทำลายราคะได้จางคลายได้ ทำให้มันลดลงชั่วคราวจนมันไม่เที่ยง แต่ถ้ามันไม่เที่ยงด้วยตัวมันเองเดี๋ยวมันก็ผ่านไปนั้นไม่ใช่ คุณต้องทำด้วยสามารถ แต่ความสามารถของเราเลยเป็นการกระทำนั้นให้มันลดลงได้ แล้วมันก็ไม่เที่ยงเพราะเราลดลงได้ จึงเกิดอนิจจานุปัสสี เห็นแล้วว่ามันไม่เที่ยงเพราะฝีมือเรา มันไม่เท่าเก่ามันไม่เที่ยงได้ แต่ก่อนมันแรงขนาดนี้นะกิเลสของเรา ตอนนี้สัมผัสตัวเหตุนี้ ตัวเหตุนี้มายั่วยวนเรา แรงกว่าเก่าด้วย เราก็ไม่เกิดกิเลสนี้อีก มันไม่เท่าเก่า คุณต้องเทียบเคียง อัตถิอุปมา ต้องเทียบเคียงได้เลย ว่ามันไม่เท่าเก่าแล้ว จนไม่เท่าเก่า คุณยืนยันแล้วว่ามันไม่เท่าเก่าเรียกว่าวิราคานุปัสสี แต่ว่าไม่เท่าเดิมมันจางคลาย ลดลงกว่าเก่าแล้ว ลดลงไปมากกว่าครึ่ง เริ่มลงไปเหลือน้อยจนมันดับ เห็นตัวดับแม้แต่ดับชั่วคราวมันมาอีกก็ทำออกไปอีก ทำอย่างนี้ล่ะ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง ทำให้มากทำให้บ่อยจนนิโรธแข็งแรงเป็นสมาธิ ความดับมันตั้งมั่น หรือความหลุดพ้นไปวิมุติมันเป็นความตั้งมั่น สมาธิที่สูงกว่าวิมุต สูงกว่านิโรธ จิตตั้งมั่นสูงกว่าวิมุตินิโรธ เหมือนเข้าใจสมาธิว่าไปนั่งหลับตาสมาธิ ยังห่างไกลมากพวกนี้ สมณะเดินดินว่า...สรุป พ่อครูว่า..ส.ถนอมคูณสติดีจริงๆ ถามว่าจะวางอย่างไรดี สมณะเดินดินว่า...ธาตุจะแตกแล้วก็ยังสติดีอยู่ 610912_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะของความจริงและการทำกาละ