สื่อธรรมะพ่อครู(ไตรลักษณ์) ตอน ละอุปาทานขันธ์ 5 ด้วยการพิจารณาไตรลักษณ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ไตรลักษณ์) ตอน ละอุปาทานขันธ์ 5 ด้วยการพิจารณาไตรลักษณ์ _สิกขมาตุรินฟ้า...ขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เราจะล้างอุปทานขันธ์ 5 ได้อย่างไร พ่อครูว่า...นี่ถามศาสนาทั้งศาสนาเลยนะ ก็ที่สอนมาแล้วนี่แหละ ที่ทำอยู่แล้ว คุณก็ทำได้อยู่บ้างแล้วก็คือรูปกับนาม รูป เป็นตัวตั้ง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เพราะฉะนั้นก็เรียนรู้ตั้งแต่รูปกับนามที่เป็นตัวหยาบตั้งแต่ธรรมะ 2 เป็นต้นไป ตั้งแต่อุตุนิยาม พีชนิยาม จนกระทั่งเข้าไปหาจิต ก็จะมีเจตสิกที่เป็นเวทนา คุณก็ล้างธรรมะ 2 ของเวทนาอีก ตัวเหตุในเวทนา คุณล้างแล้วจิตในจิตก็ได้ด้วย เวทนาคือเจตสิกของจิต จิตก็จะได้ด้วย กรรมฐานของศาสนาจึงมีกรรมฐานที่เวทนา จะได้ทั้งกายจิตธรรม สิ่งสำคัญอยู่ที่เวทนา 108 ให้ชัดเจน ที่มามันครบหมดแล้วทั้งร้อยแปด เวทนา 2 คือส่วนนอกกับส่วนใน กายิก กับ เจตสิก นอกในสองสภาพต้องสัมพันธ์ต้องร่วมกันตลอดกาล เมื่อมันกระทบสัมผัสกันแล้วเป็นเวทนา มีตัวกายและจิตมันคืออันเดียวกันจะต้องอยู่ร่วมกัน เมื่อทำงานร่วมกันก็เกิดเวทนา เวทนาก็เป็นประชุมกันเข้าก็เป็นได้ 3 สุขทุกข์แล้วไม่สุขไม่ทุกข์ ก็เอาที่ปัจจุบันอย่าเพิ่งเอามา เอาที่ปัจจุบันนี้มันจะครบกว่า เอาเวทนา 2 ด้วยเหตุที่มันเกิดสุขเกิดทุกข์ มันเป็นตัวอันเดียวกัน เหตุที่มันพาให้สุขมันให้ทุกข์ รู้เหตุก็พิจารณาว่า มันไม่ใช่ตัวตน มันไม่เที่ยง มันพาให้สุขให้ทุกข์ พิจารณาให้จิตมันเกิดปัญญาเห็นจริง ไม่ใช่ว่าแค่เข้าใจและยอมความหมายนี้ไปสวมมันเท่านั้น เอาความหมายไปสวม มันไม่ใช่ตัวตนว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์ ไม่ใช่เอาความหมายไปสวม แต่ให้จิตของเราเห็นจริงๆว่ามันไม่อยู่กับเรานานหรอก มันไม่เป็นตัวจริงไม่ถาวร วางเดี๋ยวนี้คุณก็ปล่อยเดี๋ยวนี้ถ้าคุณเร
อ่านต่อ
็วได้ มันจะไปสักระยะหนึ่ง แล้วมันก็ไม่อยู่กับเราแล้ว คุณก็ไปคิดเรื่องใหม่ปรุงเรื่องใหม่อีก แล้วมันก็เหตุแห่งทุกข์ คือ เขาแปล โบราณอาจารย์เขาแปลว่ามันมาถึงสิ่งที่ตั้งอยู่ไม่ได้ คือทุกข์ มันเป็นตัวลำบากลำบน ก็เลยบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ไม่ได้ อย่างนี้มันไม่ตั้งอยู่ตั้งอยู่ไม่ได้ เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนไป ทุกข์นี่ มันเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ไม่ได้นาน เราก็พยายามพิจารณามัน เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน เดี๋ยวมันก็มีอันใหม่มาแทน มันก็จะต้องมีอาศัยอยู่ทั้งนั้น อันนี้องค์ประกอบมันเป็นสุขหรือทุกข์มันผ่านไปแล้ว อันใหม่มาแล้วมันก็เป็นสุขเป็นทุกข์ใหม่ มันไม่ใช่อันเก่าแล้วเป็นเหตุปัจจัยใหม่ แล้วมันก็ไม่ใช่ตัวตนมันหายไปแล้วมันก็มา มาอีกเพราะคุณยังไม่ตาย ยังมีตา หู จมูก ลิ้น กายของคุณยังรับรู้หมดทุกอย่าง แต่พวกฤาษีที่จะพาให้ดับ มันก็เลยเก่งแต่เห็นรูปก็ไม่เห็น หูก็ไม่ได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่นก็ยังไม่ได้กลิ่นได้เองเลย ก็เลยไม่ต้องพูดกันเพราะคุณดับไปหมดไม่ต้องพิจารณาอะไรเลยทั้งที่มันมีอยู่ รูปมันก็เห็นรูปแต่คุณก็ไม่เห็นแล้วมันจะพูดกันรู้เรื่องอย่างไร คนอื่นเขาเห็นหมดเลยแต่คุณไม่เห็น มันเป็นอย่างนั้น คุณก็ต้องเห็นตามผู้อื่นมันเป็นสมมติสัจจะร่วมกัน เหมือนกันหมดเลยสัจจะมีหนึ่งเดียว _สิกขมาตุรินฟ้า...คือล้างรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสในรูป ล้างเวทนาอีก สัญญานี่ก็ช่วยทำ พ่อครูว่า สัญญาเป็นตัวช่วยทำร่วมทำเสมอ เอาเป็นตัวกำหนดรู้เจตสิกต่างๆ กำหนดอาการลิงค นิมิต สัญญา เป็นตัวกำหนดรู้เสมอ แม้แต่สัญญาเองก็ต้องกำหนดรู้ว่า นี่เรากำลังใช้สัญญาเป็น เป็นอาการของจิตที่มันกำลังทำงานกำหนดรู้กำหนดหมาย อันนี้คืออันนี้ อันนี้คืออันนี้ สัญญานี่แหละเป็นตัวยิ่งใหญ่ที่สุดเลย _สิกขมาตุรินฟ้าว่า..เราก็รู้ว่าจิตใจเราสำคัญอะไรขึ้นมาแล้วก็ดับ พ่อครูว่า..เราก็ดับเหตุมัน วิญญาณไม่ต้องคำนึง ทำ 3 อย่างเสร็จมันก็กลายเป็นวิญญาณสะอาดเท่านั้นเอง ต้องไปอ่าน คนคืออะไรทำไมสำคัญนัก 610913_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 14