สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำอย่างไรกับคนชอบเถียงและไร้เหตุผล.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำอย่างไรกับคนชอบเถียงและไร้เหตุผล _เราเจอผัสสะ แต่ถ้าเรารู้ และเราได้ยินมา แล้วก็เห็นว่า คนคนนี้เป็นคนชอบเถียงไม่รู้เรื่องไม่มีเหตุผล สมมุติ แล้วพอเราดูเราเห็นก็พยายามไม่ไปยุ่งกับคนๆนั้น พยายามหลบหลีก ไม่พบได้เป็นไม่พบ ไม่พูดได้เป็นไม่พูด อย่างนี้ถือว่าเรามีอคติไหม และถือว่าเรานี่ หนีผัสสะหรือเปล่า? พ่อครูว่า..มันก็ จะว่ามันมีส่วนดีก็เป็นได้ คือเราประมาณตนเองว่าคนๆนี้มันแรง เราไม่สามารถให้ประโยชน์อะไร ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ดีไม่ดีเราจะแย่ด้วย พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า คนพาลให้อยู่ห่าง บัณฑิตให้อยู่ใกล้ ส่วนคนพาลให้ห่าง เราก็ต้องประมาณดูว่า เราจะสามารถสัมพันธ์กับเขามีประโยชน์อะไรได้ หลายอย่างเราก็ต้องกลุ่มสัมพันธ์กันเพื่อประโยชน์ในทางการงาน หลายอย่างเราก็ถึงขั้นสัมพันธ์ จะช่วยถึงขั้นช่วยจิตใจกันได้ เรื่องวัตถุนั้นหยาบกว่า เราถึงทำเป็นขั้นๆ ขั้นวัตถุ ถ้าหยาบ วัตถุอย่างนี้ก็ไม่ต้องไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าจิต แล้วจะช่วยเขาได้บ้างเป็นครั้งเป็นคราว ทางวัตถุเราช่วยเขาไม่ได้ แม้วัตถุก็ไม่ได้ คนอย่างนี้ ทางจิตก็อย่าไปทำเลย จนกว่าคุณจะค่อยๆ กลับมาทางวัตถุเรากับเขาก็ช่วยได้แต่ทางจิตช่วยไม่ได้ จนกว่าทางจิตจะช่วยได้ก็ค่อยช่วยทางวัตถุหยาบกว่า ก็ง่ายกว่า หากเป็นประโยชน์ก็ร่วมกัน หากไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่เอา ไม่เป็นประโยชน์ทางรูปได้แล้ว ก็ยังเหลือนาม หากไม่มีประโยชน์ทางรูปแล้ว นามก็ไม่มีสิทธิ์ เราก็เข้าใจว่าเราช่วยอะไรเขาไม่ได้แล้ว _ถ้าเราประมาณตัวเราว่าเราไม่สามารถยุ่งให้เกิดประโยชน์ได้ ก็เหมือนเราใช้สัปปุริสธรรมใช่ไหม พ่อครูว่า...ใช่ ด้วยเรารู้ตัวเราว่าเราก็เท่านี้ อัตตัญญุตา เราจะเมตตาก็คือเรารู้ประเด็นที่เขาเ ป็นที่ควรจะแก้ไข เราก็เอาประเด็นนี้ไปใ
อ่านต่อ
ห้ผู้ที่คิดว่าจะช่วยเขาได้ ฝากผู้ที่ คนเขานับถือหรือเขาเอง ผู้นี้ เป็นสัตบุรุษเป็นครูอาจารย์จะช่วยเขาได้ เราก็เอาอันนี้ไปรายงานข้อมูลให้แก่ผู้นั้นให้ช่วยเขาด้วย เท่านั้นเอง ได้สุดก็แค่นี้
_อาเหลา พ่อท่านเคยเทศน์เรื่องรหัส ทีนี้รหัสของคนนี้จะเปิดเมื่อมีวิกฤติ เช่นรถจะตกเหว ก็รอดมาได้ทั้งแม่และลูก รถก็ร้องขึ้นเองจนเราตื่น ก็ไม่ได้ตกใจ ก็ตื่นมาแล้วก็กลับมาได้ มีหลายโอกาส พ่อครูว่า..อันนี้ไม่เรียกรหัส แต่เป็น ลางสังหรณ์ _ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับ อุบัติเหตุ เคยวิ่งรถเส้นทางนี้ประจำบางที 40 นาทีแต่คราวนี้ 10 นาทีก็ถึง หรือทางออกจากในวัดผ่านไปกุดระงุมมันเต้นมาก มีอยู่วันหนึ่งมันเป็นความเรียบร้อยมากเลย ใครมาเทถนน ขากลับมาก็เต้นเหมือนเดิม พ่อครูว่า..เป็นความรู้สึกของคุณกระมัง หรือคุณก็ต้องกำหนดรู้ว่าเหตุเพราะว่าอะไร อันนี้เป็นเพราะเหตุถนนอันนี้เป็นเพราะว่าความรู้สึกของเรา เป็นอุปาทานเป็นได้หมด เจ็บมันก็ไม่เจ็บปวดก็ไม่ปวด มันพวกเอาอะไรแทงปาก ก็ค่อยๆเรียนไป พวกนี้เป็นเรื่องของอุปทานที่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก ก็ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรอุปาทานมันเป็นได้มีได้ มันชั่วขณะนี่คุณยึดมั่นถือมั่นหากคุณไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วมันก็ไม่เป็น เช่นอาตมาเล่นไสยศาสตร์ให้หนังเหนียว แต่มันไม่เที่ยงแท้มันของมันเสื่อมง่าย อย่างเช่นอธิบายพวกฤาษีที่เหาะได้ เสร็จแล้วไปเห็นนางใน โป๊เปลือย กามเข้าก็ตกเลยทีนี้เหาะไม่ได้ต้องเดินกลับกุฏิ อย่างนี้เป็นต้น มันไม่เที่ยงไม่มันของมันต้องยึดถือถึงต้องใช้พลังงาน มันเปลืองพลังงานมันเสียเวลา ทำได้มันก็เก่งตามโลกโลกีย์ ได้คำชมเชยได้การยกย่องว่าเก่ง บางทีก็ไม่เป็นประโยชน์บางทีก็เป็นประโยชน์บ้าง ไม่คุ้ม ถ้าทางปรมัตถ์ไม่คุ้ม พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าให้โยนทิ้ง อายุของพระพุทธเจ้ามีคนที่เก่งฤาษีคันธารีฤาษีมัลลิกา ฤาษีคันธารีเก่งทางอิทธิปาฏิหาริย์ ฤาษีมัลลิกาเก่งทางด้านเทศนาปาฏิหาริย์ พระพุทธเจ้าก็บอกว่าถ้าอยากเรียนพวกนี้ก็ไปเรียนกับพวกฤาษี อิทธิปาฏิหาริย์อาเทศนาปาฏิหาริย์ แต่เราไม่สอนเรื่องนี้เราสอนแต่อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ในเกวัฏฏสูตร _ปีกแก้ว...จะเรียนถามพ่อท่านว่า ดิฉันมีโอกาสดูแลทั้งพ่อและแม่ เมื่อปี 2542 ดิฉันเข้าวัดตอนใหม่ๆ ธรรมะก็คงจะมีน้อย ดิฉันเลี้ยงดูพ่อ 2 ปีจนสิ้นชีวิต แต่ทำไมจิตใจของดิฉันจะวนเวียน เวลาเขาตายแล้ว ฉันก็วนเวียนว่าดูแลเขาน้อยไป เอามาฝันถึง 2 ปี พอมาอยู่กับพ่อท่าน ก็ได้ทำความเข้าใจได้มากขึ้น ดิฉันก็มีโอกาสได้ดูแลแม่เมื่อ 16 ปีต่อมา ก็เป็นลักษณะเดิม ดิฉันเป็นคนโสดพี่น้องก็ให้โอกาสได้ดูแลแม่ ก็ตั้งใจเต็มที่ แต่ครั้งนี้เมื่อดูแลแล้ว แม้ว่าเขาสิ้นชีวิตไปแล้วจิตใจมันไม่วนเวียนเท่าไหร่ไม่ฝันถึง ไม่ฝันเหมือนตอนพ่อเสียชีวิต อันนี้เป็นธรรมะที่เราเข้าใจขึ้นใช่ไหมคะ พ่อครูว่า...ถูกต้อง เลี้ยงลูกให้รู้จักโต เลี้ยงพ่อแม่ให้รู้จักตาย ตายไปแล้วก็ไปตามวิบากของท่าน เราจะระลึกถึงพ่อแม่ที่เราเคารพ ก็ระลึกถึงสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดีก็มีแต่เราไม่เอามาเป็นตัวอย่างไม่เอามาศึกษาไม่เอามาทำตาม ก็จะทำตามสิ่งที่ดีโดยเฉพาะสิ่งที่ดีนี้ ท่านมีแต่เราไม่มี เราจะต้องระลึกจะเอาตามอย่างท่าน เราต้องพยายามศึกษา
_อาเหลา...พ่อท่านเคยเทศน์ว่าพ่อท่านไปสแกนลายนิ้วมือว่าเป็นพาสปอร์ตแต่ไม่มีลายนิ้วมือก็เป็นพระอรหันต์ ทางนี้ ไม่มีลายนิ้วมือเหมือนกัน พ่อครูว่า...อาตมาเคยปั๊มนิ้วมือ มันมีลายนิ้วมือ แต่ตอนหลังไม่ไปสังเกต แต่ว่าทุกวันนี้ทำไมลายมือเราหายไปหมด มีแต่ลายเส้นอะไร ลายมือก็จะมีลายต่างๆ แต่อาตมานี่ไม่มีแล้ว มันเป็นเส้นยับยู่ยี่ เราเอง อาตมากดนิ้วมือสแกนเข้าลิฟต์มันไม่ได้เลย สมณะแสนดินว่า... ไม่ได้หมายความว่าการไม่มีลายนิ้วมือหมายถึงการเป็นอรหันต์ พ่ อครูว่า..ก็เหมือนอย่างกับพระธาตุ พวกฤาษี พระธาตุจะสวยมากเลยเพราะมีธาตุของความเย็น จะไปเอาตรงนั้นมาพิจารณาว่าเป็นพระอริยะไม่ได้ สายเจโตนี้พระธาตุจะสวย แต่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ไม่ได้เป็นแม้แต่พระโสดาบัน เรื่องนี้ อาตมาเป็นผู้ไขความ เรื่องพระธาตุนี้610913_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 14