สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน อุปธิวิเวกคืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน อุปธิวิเวกคืออย่างไร _ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็นไม่มีอุปธิ ไม่ติดในกาม ผู้นั้นเป็นพราหมณ์ อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ คำว่าอุปธิ ตรงกับอุปธิวิเวกหรือไม่ พ่อครูว่า...อุปธิก็คำหนึ่ง วิเวกก็อีกคำ อุปธิ สองอันนี้ก็เป็นเนื้อหาเดียวกัน อุปธิ มันแปลว่า มีส่วนที่ยังมีอยู่ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนในพระไตรปิฎกเล่ม 19 ท่านตรัสว่าอุปธิคืออะไร 1.กิเลส 2. ขันธ์ 3. อภิสังขาร นี้คืออุปธิ ขันธ์ก็คือหมู่หรือกอง อย่างน้อยขันธ์ 5 มีอะไร มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รูปก็คือ สิ่งที่ถูกรู้สิ่งที่เป็นองค์รวมของอีกอันนึงเป็นรูป ไม่ใช่นาม อีก 4 ขันธ์นี้เป็นนาม เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 4 คำนี้มีสภาวธรรมต่างกัน เวทนาคือความรู้สึก สัญญาคือพลังงานของจิตที่เป็นตัวกำหนดหมายเป็นตัวจดจำ สัญญาณมี 2 ลักษณะคือเป็นความจำและเป็นตัวทำงาน ทำงานอย่างสำคัญมากในการกําหนดหมายรู้ต่างๆ สังขาร คือ ความปรุงแต่งของพลังงานทั้งหมดทั้งรูปธรรม นามธรรม ในปฏิจจสมุปบาท ผู้อวิชชาไม่รู้จักสังขาร เพราะมันจะต่างกันไปหมดระหว่างกายสังขารวจีสังขารจิตสังขาร ส่วนอภิสังขาร จะรู้ละเอียดลึกซึ้งส่วนคนที่ไม่รู้ก็จะปรุงแต่งกันอย่างโง่ๆ จมในเรื่องกิเลสหนา นรกจกเปรตไปใหญ่ แต่ถ้าอภิสังขารทางเจริญโลกุตระ จะทำการล้างกิเลสออกไป ตั้งแต่ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร จับได้อาการกิเลสในตน เป็นกายกลิ คือตัวโทษภัยตัวเลว จับออกไปได้ มันเป็นนามธรรมไม่มีตัวตนไม่มีรูปร่าง แต่คนรู้อาการ ลิงค นิมิต ตามที่อาตมาอธิบายอุเทส คุณจับอ่านออกได้เอง กำหนดหมายนิมิตเอง อาการโกรธกับโลภต่างกันนะ มีลิงคะ อาการทุกข์กับสุขต่างกันนะ โลภโกรธก็เป็นคนละตระกูล อาการคือนามธรรมละอียด นิมิตคือจับตัวได้ หมายจับอะไร กำหนดหมายเอาเ
อ่านต่อ
องว่าอาการอย่างนี้คืออาการโกรธ อาการโลภมันต่างกัน คุณต้องมีความมุ่งหมายกำหนดรู้ ของใครของมัน ผู้ที่กำหนดได้กำหนดรู้คุณก็มีความรู้นั้น หากกำหนดไม่ได้แยกความต่างไม่ได้ คุณก็ไม่รู้ ปฏิบัติธรรมก็ไม่ไปไหน แต่นี้ยังหยาบนะ การศึกษาจึงแยกให้ออกตั้งแต่ความหยาบ ของพระพุทธเจ้าให้ทำตั้งแต่หยาบไปหาละเอียด หากหยาบยังทำไม่ได้ก็จะไกลจาก วิเวก คือหมดทางสงัดสงบ สงัดก่อนแล้วสงบ สงัดคุณก็ไม่สงัด ก็ถูกกวนจากกิเลส เพราะกามของคุณอันเป็นของละได้ยากไม่ได้เป็นของละได้ง่าย คุณยังไม่ได้ทำเลย เพราะฉะนั้นคุณไม่ได้ทำการล้างกามตั้งแต่เบื้องต้น แต่คุณละเลยมาเสียแล้ว ไม่ใช่ละอย่างเว้นขาดออกจาก แต่คุณละเลยมันมา พวกมีกิเลสมากปิดบัง จมอยู่ตั้งอยู่ในความหลงห่างไกลลิบจากบันไดขั้น 1 แล้วก็ทิ้งไปจะทำขั้นที่ 2 3 เลย คุณหลงตัว คุณเพ้อฝันเองว่าคุณขึ้นไม่เป็นลำดับต้นกลางปลายอย่างอัศจรรย์ คุหัฏฐกสุตตนิทเทสที่ 2 ว่าด้วยนรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำคือกาย [30] พระผู้มีพระภาคตรัสว่านรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลก ไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย. ควรเลิกปฏิบัตินั่งหลับตาสมาธิให้มาปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 กว่าจะได้จิตสมาธิของพระพุทธเจ้าอย่างสัมมาทิฏฐิไม่ใช่ของเล่นๆ ผู้จบแล้วจึงมีนิพพาน มีอมตะ เรียกว่าอุปธิวิเวก ส่วน กิเลส ขันธ์ อภิสังขาร ก็ไม่รู้จัก เรียกอุปธิ แต่ถ้าคุณตีแตกอุปธิ จับกิเลสใน ขันธ์ 5 ได้ ไปทำที่เวทนา กายมีสอง มีเวทนา ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เวทนาเป็นฐานการปฏิบัติธรรม ถ้าหากไม่มีสัมผัสภายนอกเวทนาไม่เกิด หากไม่มีเวทนาในปัจจุบันก็มีแต่อดีตกับอนาคตมีแต่สัญญา อาตมาตั้งใจให้คนที่แสวงหาบรรลุ โลกุตรธรรม อาตมาชอบจริงๆคนที่แสวงหาโลกุตรธรรมให้เข้ามา คุณทิ้งสิ่งที่คุณยึดถือมาฟังอาตมา หากเข้าใจไม่ได้ก็พยายามเข้าใจให้ได้และเอาไปปฏิบัติให้ได้ผลอย่างที่อาตมาพูด คุณจะเปรียบเทียบเลยสิ่งที่คุณได้ สมาธิที่คุณได้อย่างนั้น ศีลสมาธิปัญญาที่คุณได้อย่างนั้นเทียบให้เลยว่าจะไม่เหมือนกัน ถ้าคุณมีปัญญาสอดคล้องกับโลกุตระคุณก็จะมาทางนี้ 621028_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 77