ทางเดิน 2 อย่าง โลกุตระกับโลกียะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทางเดิน 2 อย่าง โลกุตระกับโลกียะ สู่แดนธรรม...พ่อท่านครับ เมื่อสักครู่พ่อท่านจะอธิบายทางเดิน 2 อย่าง ตอนนี้แผนผังก็พร้อมแล้วครับ พ่อครูว่า…ทางเดิน 2 อย่างที่จะขยายความ คือโลกีย์วนเวียน มันเป็นสวรรค์ซ้อนกับนรกอยู่อย่างนั้น โลกียรสเป็นรสโลกีย์ ความดีสูงสุดก็คือการสมมุติกัน แต่เขาไม่รู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพาน เขารู้อาการตัวจิตไม่ได้ เขาไม่เคยศึกษาในการอ่าน อาการ ลิงค นิมิต อุเทส เขาจับจิต ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะไม่ได้ เขาไม่ได้แยกเหตุที่มาปรุงร่วมด้วย คนโลกมีอวิชชาเป็นเทวะ เขาแยกสังขารไม่ได้ เขาจะไม่รู้อาการของจิตในจิต เขาจะไม่รู้อาการของเวทนาในเวทนา เขาจะไม่รู้อาการของกายในกาย กายเขาจะหมายถึงเพียง ดินน้ำไฟลมภายนอก จิตก็จะหมายถึงความรู้สึกในจิตภายในแล้วเขาจะไม่มีว่าความรู้สึกภายในกับร่างภายนอกหากแยกกันก็จะไม่ใช่กาย คนหลับตาปฏิบัติไม่ใช่ของจริง ของจริงปัจจุบัน ตากระทบสัมผัสอยู่ หูก็ได้ยินเสียง สัมผัสอยู่เป็นปัจจุบันเรียกทิฏฐกาละ กาละที่เป็นปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ ปัจจุบันขณะนี้เลย ตาหลับไม่เห็น หูไม่ได้ยิน กลิ่นไม่รับรู้ ก็จะไปรู้แต่ภายใน ก็ต้องชัดเจนว่าเราตอนนี้เอาแต่ภายในนะไม่ครบกาย ตอนนี้มีแต่ภายนอก ถ้าตัวคุณไม่มีธาตุรู้ ภายนอกนี้คุณจะรู้อะไรไหม ขณะที่คุณลืมตา เขาก็ว่าคุณลืมตา แต่คุณไม่ได้เอาความรู้สึกเวทนา มาจากข้างนอกเลย คนอยู่ในภวังค์คุณก็ไม่รู้เรื่อง หูก็ไม่ได้ยิน เหมือนพระพุทธเจ้าเดินในโรงกระเดื่อง มีฟ้าผ่าคนตายสอง วัวตายสี่ ก็ไม่รับรู้ เป็นสภาพที่ตื่นแต่ไม่รับรู้เจตนาสร้างเอาเองท่านทำได้เป็น วสวัตตีพระพุทธเจ้าอาตมายังทำไม่ได้ขนาดนั้น เป็นสิ่งที่พิสดารลึกซึ้ง มาแยกโลกียะ มันก็จะวนเวียนมีความดีความชั่ว มีความสุขความทุกข์ มีความต่ำความสูง มีความรวยความจน อยู่อย่างนี้
อ่านต่อ
ดีก็คือ รวยมาก มีอำนาจมาก สบายมากหรือมีรสอะไรที่ต้องการสมใจมาก ถ้าไม่ได้ก็คือ ทรมาน ถูกแย่งเป็นเศษขยะอะไรเน่าๆไป ส่วนโลกุตระนั้นควรจะมีความสุขความทุกข์ มีดีมีชั่ว มีสูงมีต่ำ เราก็รู้แต่เราไม่ไปแย่งชิง ชั่วย่อมไม่แย่ง แต่ดีก็ไม่แย่ง แต่ดีทำ แต่ไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา รวยได้ไหม รวยได้แต่ไม่รวย ใครจะว่าทำไม่เป็นไม่เป็นไร ชีวิตอาตมาไม่เคยรวยเกิน 10 ล้าน หากทำอยู่ในโลกก็จะรวยเป็น100ล้าน 1000ล้านได้ เพราะอาตมามีเหตุปัจจัยมีลูกน้องเครือข่ายมีวิธีการอาตมาก็มีได้ พอมาชาตินี้อาตมาไม่มีเครือข่ายหรือกิจการของตนเอง แต่อาตมาก็มี10ล้าน100ล้าน1000ล้าน มาทำ ขออภัยคนอาจไม่เชื่อว่าที่มาทำกันเป็นเครือข่ายนี้เป็นพันล้าน ซึ่งอาตมาไม่ได้สะสมไม่ได้ยึดถือเป็นของตนเองเลย แต่ละคนมีส่วนร่วมหมดเลย แต่ทางโลกีย์ ของเขานะ จะมีเครือข่ายก็ต้องมีอัตราได้เปรียบนะ เขาจ้างดร.คนนี้มาทำ เขาก็ต้องได้ส่วนเหลือส่วนเกินไปมากแน่ หากเขาได้น้อยลงเขาไม่จ้างหรอก นายทุน พวกเจริญทางโลก เจริญโภคภัณฑ์ เจริญสิริวัฒนภัคดี รวยแบบนั้นไม่เอาแล้ว จิตมันเป็นจริง จิตมันไม่ต้องมี ก็ชัดเจนเลยว่า สบายมันจะชัดเจนตรงที่ว่า เราไม่ได้เป็นตัวแบ่ง เราไม่ได้เป็นตัวแยก เราไม่ได้เป็นตัวเบียดเบียนอะไรในสมบัติโลกของสังคม ถ้าเราจะมีก็สร้างมาด้วยมือ เราสร้างด้วยมือไม่ได้ ก็มีพรรคพวก ทำแล้วไม่ได้แบ่งแยกแต่เอามารวมกัน แล้วมีส่วนเกินมา ต่างคนต่างทำ100คน1000คนไม่เอาแต่ทางโน้นจะมีส่วนแบ่ง ต่างคนต่างกอบกองให้ตนเองได้มากๆ แล้วก็จะตายจากกองที่ตนเองได้ ใครได้มากเท่าไหร่ หัวหน้าใหญ่ตายจากไปคุณก็ไม่ได้เป็นของคุณ ชาตินี้เอาไปห้าแสนล้าน แต่ชาติต่อไปก็ต้องมาใช้หนี้ที่เอาเป็นของตน หนี้ห้าแสนล้าน อีกกี่ชาติไม่รู้ เพราะสิ่งที่คุณเอามาอย่างเล่ห์เหลี่ยม ตอนเป็นก็ยึดเป็นตัวกูของกู ตายไปก็ยึดเป็นตัวกูของกู แล้วเป็นอย่างนั้นจริงในจิต จิตพวกคุณอาจนึกไม่ถึง แต่ที่เขายึดเขายึดอยู่นะ 630703_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นวิตักกจริต